LOGINหญิงสาวนั่งมองงานออกแบบในหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ครู่หนึ่ง สายตากับมือทำงานแต่สมองเธอก็สลัดเรื่องพวกนั้นออกจากสมองไม่ได้เลย ตลอดช่วงเช้าเธอไล่แวะเวียนเข้าไปพูดคุยกับคนนั้นทีคนนู้นทีทำตัวราวสุนัขดมกลิ่นเพื่อหาตัวบุคคลปริศนา ตอนนี้เธอรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่ในแผนกเธอไม่มีใครใช้น้ำหอมกลิ่นนั้นเลย ไม่งั้นเธอคงจะต้องจิตตกมากแน่ๆ แต่เมื่อเช้าในลิฟต์มีคนใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ ตอนนั้นเธอไม่ได้สังเกตว่าลิฟต์เคลื่อนไปหยุดตรงชั้นไหนเพราะพิมพ์ดาวเข้ามาทักเสียก่อน
สุดท้ายความคิดพวกนั้นก็หายไปทันทีเพราะงานด่วนที่ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนเที่ยง
ที่บริษัทมีโรงอาหารขนาดใหญ่ให้พนักงานทานอาหารฟรี ที่บอกว่าสวัสดิการเยี่ยมนี่รวมทุกอย่างจริงๆ ไม่แปลกใจที่บริษัทนี้มีแต่คนอยากเข้ามาทำงานด้วย แต่อย่างว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน ถึงแม้เงินเดือนดี สวัสดิการเยี่ยมแต่งานที่นี่มีการแข่งขันสูง ความกดดันมีมาก ทุกอย่างต้องทุ่มเทจริงจังและงานก็ต้องทำสุดความสามารถเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแต่คนเลือกจะทำงานที่นี่กันแทบทั้งนั้น
ช่วงกลางวันและช่วงเย็นโรงอาหารของบริษัทมักจะคึกคักเป็นพิเศษเพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมพนักงานจากทุกแผนกที่จะเข้ามาทานอาหารกัน นอกจากเป็นที่ทานอาหารแล้วยังเป็นสถานที่เหมาะที่สุดในการสอดส่องสายตาหาชายหนุ่มหรือหญิงสาวที่ตัวเองแอบปิ๊งอยู่ และหลายคนก็ได้แฟนจากที่นี่แทบทั้งนั้น
แต่ไม่ใช่กับฉันแน่ๆ เพราะผู้ชายที่เข้าหาฉันแต่ละคนมักจะเข้ามาตีสนิทเพราะหวังอย่างอื่นเสียมากกว่า เพราะอย่างนี้เลยทำให้ฉันรู้สึกหวาดระแวงทุกครั้งเวลามีหนุ่มๆ เข้ามาตีสนิทตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ยอมรับตรงๆ ว่าฉันไม่ค่อยชอบรูปร่างแบบเนื้อนมไข่ของตัวเองสักเท่าไหร่ ถึงจะพยายามแต่งตัวมิดชิดเท่าไหร่มันก็ยังดูเป็นจุดสนใจอยู่ดี เดินไปไหนมาไหนคงไม่มีใครชอบหรอกที่มีแต่สายตาหื่นๆ จ้องมองแต่หน้าอกกับก้นน่ะ และเพราะหน้าตากับหุ่นแบบนี้ถึงมีแต่คนเข้าใจผิดคิดว่าฉันมันคงผ่านสมรภูมิรักมาอย่างโชกโชน แต่ความจริงแล้วประสบการณ์ด้านนี้ของฉันเป็นศูนย์
หญิงสาวนั่งทานอาหารกลางวันกับเพื่อนที่แผนกตรงโต๊ะมุมหนึ่งของโรงอาหาร พิมพ์ดาวนั่งมองหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นถาม
“เมย์มีอะไรจะถามเหรอ?”
“คืนวันงานปาร์ตี้ ดาวเห็นใครอยู่กับฉันบ้างไหมอะ จำได้แค่ว่านั่งดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์”
พิมพ์ดาวนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามคิดทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันงานปาร์ตี้บริษัท
“อืม.. ไม่นะ เห็นเมย์เดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์อะ หลังจากนั้นก็เห็นเดินออกไปข้างนอก ตอนแรกก็คิดว่าไปเข้าห้องน้ำแต่ไม่เห็นกลับมาสักที ฉันกับเมเปิ้ลเลยเดินไปตามหาแต่ไม่เจอ โทรไปก็ไม่รับโทรศัพท์ พอตามไปที่ห้องก็เห็นว่าอยู่ที่ห้องแล้ว เลยกลับลงไปที่งานปาร์ตี้ต่ออะ โห! นี่เมาขนาดจำอะไรไม่ได้เลยเหรอไง”
“อืม แหะๆ สงสัยจะเมามากจำอะไรไม่ได้เลยอะ” ฉันแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน ตอนนี้ในหัวยิ่งมึนหนักกว่าเดิม เพราะหลังจากที่เดินออกมาจากเคาร์เตอร์บาร์ ฉันก็แทบจำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกมึนศีรษะ ร้อนวูบวาบทั้งตัว ใจสั่น แล้วเหมือนทุกอย่างรอบตัววูบดับลง
“ติดใจบาร์เทนเดอร์เหรอไง? เห็นนั่งอยู่ตรงนั้นตั้งนานแน่ะ” พิมพ์ดาวแกล้งพูดกระเซ้าเย้าแหย่
“เปล่า”
“แต่หล่อจริงอะ ฉันเห็นยังใจสั่นเลย บอกว่าเป็นดารานายแบบยังเชื่อเลย ใครจะคิดว่าบาร์เทนเดอร์จะหน้าตาดีขนาดนั้นอะ”
“อืม หล่อก็หล่ออยู่ แต่ช่างเถอะ..” เมย์พูดตัดบทอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก
‘..มันก็จริงตามที่พิมพ์ดาวบอก บาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนั้นหล่อมากจริงๆ ยิ่งดวงตาสีเทาอมเขียวคู่นั้นยิ่งสะกดสายตา จริงสิ.. ถ้าถามเขาดูอาจจะพอรู้เรื่องฉันบ้างหรือเปล่านะ แต่คนออกจะเยอะแยะเขาจะจำฉันได้เหรอไง ลองกลับไปที่โรงแรมอีกทีไหมหรือว่าปล่อยให้เรื่องนี้มันจบแค่นี้ดี อยากรู้ไปก็ไม่มีผลดีอะไรเลย ช่างมันเถอะถือว่าคราวซวยก็แล้วกัน..’ ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบทานอาหารต่อทันทีเมื่อสายตาเหลือบเห็นว่าใกล้หมดเวลาพักเที่ยงแล้ว
ISSARA ROYAL BANGKOK HOTEL. ชั้น 6 Club & Lounge
เธอก็มาที่นี่จนได้หลังจากที่คิดทบทวนมาหลายตลบสุดท้ายความอยากรู้ก็ทำให้เธอดั้นด้นกลับมาที่โรงแรมนี้อีกครั้ง เธอแค่อยากแวะมาถามบาร์เทนเดอร์หนุ่มเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจจะมาเที่ยวหรือว่าอะไร หญิงสาวเดินตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์บาร์ทันที เสียงเพลงจากการเปิดแผ่นของดีเจดังกระหึ่มซึ่งไม่แตกต่างจากคืนนั้นเท่าไหร่รวมถึงขาแดนซ์ทั้งหลายที่วาดลวดลายอยู่บนแดนซ์ฟลอร์
สายตาคู่สวยจับจ้องไปที่บาร์เทนเดอร์ที่กำลังชงค็อกเทลให้ลูกค้าอยู่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่คนที่เธอตามหา ร่างบางในชุดเสื้อคอปาดสีดำและกางเกงยีนรัดรูปสีเดียวกันเดินเข้าไปหาบาร์เทนเดอร์หนุ่มคนนั้นทันที
“ขอโทษค่ะ ขอรบกวนถามอะไรหน่อยนะคะ”
“ได้ครับ”
“คืนวันเสาร์ที่ผ่านมามีงานปาร์ตี้ของบริษัทจัดที่นี่ค่ะ บาร์เทนเดอร์ที่ทำงานคืนนั้น วันนี้เขามาทำงานหรือเปล่าคะ”
“พอจะทราบชื่อไหมครับ วันนั้นมีบาร์เทนเดอร์หลายคน ไม่รู้ว่าคุณผู้หญิงหมายถึงคนไหนครับ”
“ผู้ชายคนตัวสูงๆ หน้าออกลูกครึ่งค่ะ”
ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดเกือบครึ่งชั่วโมงกำลังผ่านพ้นไป เธอฟังพวกเขาคุยกันไปเรื่อยๆ ดูจากคำพูดและท่าทางของน้องสาวพวกเขาแล้วมันทำให้เธออดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ พอสังเกตดีๆ น้องสาวเขาก็ไม่มีเค้าโครงหน้าที่คล้ายคลึงกับพวกเขาเลย พวกเขาทั้งคู่ใบหน้าค่อนไปทางลูกครึ่งแต่น้องสาวเขาดูหมวยๆ เธอสวยน่ารักแบบลูกคุณหนูจริงๆ ทั้งผิวพรรณที่ดูผุดผ่องและมารยาทบนโต๊ะอาหารถ้าดูจากสายตาและความรู้สึกของผู้หญิงด้วยกันแล้วมันทำให้เธอคิดเป็นแบบอื่นไม่ได้เลย ถ้าไม่ติดที่หล่อนเป็นน้องสาวของพวกเขา เธอก็คิดว่าหล่อนคงจะชอบคริสกับคาร์ลแน่ๆ อันโดรเมดาได้แต่ครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะชะงักตัวชาเมื่อมีบางอย่างสัมผัสตรงต้นขา เธอเหลือบสายตาลงไปมองก็พบว่าเป็นมือของคาร์ลที่ขยับลูบไล้ไปมา เธอเหลือบสายตาขึ้นมามองหน้าคาร์ลทันทีพร้อมกับพยายามใช้สายตาเป็นเชิงห้ามให้เขาหยุดทำชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากแถมยังทำหน้ามึนตอบเธอขณะที่มือก็ขยับเข้ามาใต้กระโปรงเรื่อยๆ จนปลายนิ้วสัมผัสเนินเนื้อนุ่ม มือเล็กรีบตะครุบลงบนมือเขาทันทีก่อนจะหยิกลงไปบนเนื้อบนฝ่ามือแรงๆ“โอ๊ย!!” คาร์ลร้องออกมาด้วยความเจ็บ สายตามองจ้องหน้าเมย์เขม็ง เขารีบชักมือกล
“พรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้าแล้วคุณจีรนันท์เลขาท่านประธานแจ้งมาให้พวกนายเข้าไปหาท่านที่ห้องทำงานตอนบ่ายสองโมง เอ่อ..ท่านประธานเป็นคุณพ่อของพวกนายใช่ไหม”“ใช่ ช่วงนี้พ่ออยากให้พวกฉันมาศึกษาดูงานของบริษัทไว้ แล้วมีตารางงานอะไรอีกไหม”“มีประชุมเรื่องโปรเจ็คงานก่อสร้างที่ศรีราชา”“อืม”เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสามคนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง อันโดรเมดารีบเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้พร้อมกับหันไปมองประตูห้องที่กำลังเปิดออก สายตามองดูหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนักศึกษามหาลัยเอกชนชื่อดังที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง“สวัสดีค่ะ พอดีหนูมาทำธุระแถวๆ บริษัทเลยแวะมาหาพวกพี่ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ? ทำไมรู้สึกคุ้นๆ หน้าเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน”“สวัสดีค่ะ คือ ดิฉันชื่ออันโดรเมดาเป็นเลขาของท่านรองค่ะ ขออนุญาตออกไปข้างนอกก่อนนะคะ” เมย์พูดตอบและยิ้มส่งให้เธอตามมารยาทก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ประตูห้องและเปิดประตูเดินออกไป“น้องมีอะไรหรือเปล่า” คริสเอ่ยถาม“เอ่อ หนูคิดถึงค่ะแล้วพักนี้ก็ไม่ได้เจอพวกพี่เลย ตอนเที่ยงเราไปหาอะไรทานกันดี
“อ๊ะ อ๊าา!!” ร่างบางเกร็งกระตุก เธอหายใจหอบหนักๆ ขณะที่ลืมตาขึ้นมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงขยับสะโพกกระแทกเข้าออกมือหนาจัดแจงร่างบางให้นอนคว่ำหน้าลงในท่าด็อกกี้ พร้อมทั้งสอดใส่แก่นกายเข้าไปอีกรอบ สะโพกแกร่งขยับซอยเข้าออกถี่ๆ ก่อนจะปลดปล่อยน้ำอุ่นสีขาวเข้ามาในร่างกายเธอ“คริส นายปล่อยในเหรอ ทะทำไมไม่ใส่ถุงยาง อ๊ะ อื้ออ พอแล้ว”“โทษที ฉันไม่ได้หยิบมาด้วย ต่อเลยนะ” เขาจับท่อนเอ็นที่ยังแข็งดันเข้าไปในร่องเล็กก่อนจะดันมันเข้าไปจนมิดลำ“อ๊ะ อ๊า คริส”ฉันคิดอะไรไม่ออกได้แต่ร้องครวญครางเรียกแต่ชื่อเขาออกมา มันเสียวทั้งข้างบนข้างล่าง สายตามองดูใบหน้าของคริสที่ซุกไซ้บนหน้าอกขณะที่ริมฝีปากและลิ้นก็ดูดเลียยอดอกทั้งสองข้าง ขณะที่ร่างกายฉันสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ดุดันของเขา ระลอกแล้วระลอกเล่าที่เขาขยับสะโพกเข้าออก เวลานี้ฉันได้แต่ปล่อยให้ความต้องการและอารมณ์ใคร่เข้าครอบงำร่างกายจิตใจจนหมดสิ้น ทำได้แต่โอนอ่อนคล้อยตามร่างกายของเขาและไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วที่เขายังขยับตัวบนร่างกายฉันบทที่ 12
เสียงนาฬิกาปลุกทำให้หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามันขึ้นมากดปิดเสียง สายตามองดูชายหนุ่มที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ ผมสีน้ำตาลที่ดูยุ่งเหยิงภายใต้กรอบใบหน้าหล่อของเขามันทำให้คาร์ลดูมีเสน่ห์ชวนมองไปอีกแบบจนเธอแทบไม่อยากละสายตา เมื่อหันไปมองดูเวลาแล้วอันโดรเมดาจึงตัดสินใจยกมือขึ้นมาบีบจมูกโด่งเป็นสันของเขาด้วยความมันเขี้ยว“คาร์ล ตื่นได้แล้ว”“อืออ.. ที่รัก ปลุกไม่นุ่มนวลเลย มอนิ่งคิสหน่อยสิ” คาร์ลลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าเธอพร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปาก“เอ่อ..ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลยนะ” เมย์พูดเสียงเบา ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขิน เธอรู้สึกไม่ชินกับโหมดหวานๆ ของคาร์ลเลย“นายไปอาบน้ำก่อนดีไหม เดี๋ยวต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกไม่ใช่เหรอไง” เมย์ลุกออกจากเตียง และเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวยื่นส่งให้เขา“อาบน้ำด้วยกันไหม” คาร์ลเอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กไว้แน่น“ไม่เอา ขืนอาบน้ำพร้อมนาย เดี๋ยวได้ไปทำงานสายพอดี” เมย์ส่ายหน้าปฏิเสธพลางดึง
คอนโดอันโดรเมดาเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกลางดึกและเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบปลุกให้หญิงสาวที่หลับสนิทอยู่บนเตียงขยับตัวตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย มือเล็กควานหาโทรศัพท์อยู่นานกว่าจะกดรับสายทั้งที่ตายังปรืออยู่“อือ..ฮัลโหล ใครอะ?”“ออกมาเปิดประตูห้องให้หน่อยสิ”“นายมาทำไมดึกขนาดนี้เนี่ย รอแป๊บนะ”เมย์รีบลุกขึ้นมาเปิดไฟในห้องก่อนจะรีบเดินออกไปเปิดประตูให้เขา สายตามองดูผู้ชายร่างสูงที่เดินผ่านประตูห้องเข้ามา โดยที่เธอได้แต่มองตามหลังชายหนุ่มไปอย่างงงๆ ก่อนจะปิดประตูห้อง เมย์ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยออกมาจากตัวเขา ร่างสูงหันกลับมามองจ้องหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในใจ“เธอลองทายดูสิ ฉันคือคริสหรือคาร์ล? ถ้าทายถูกฉันมีรางวัลให้นะ”“ฉันไม่อยากได้รางวัล เอ่อ..ถ้านายเมาก็ควรกลับไปนอนได้แล้วนะ”“ฉันจะนอนกับเธอที่นี่ เร็วๆ ลองทายดูสิ&rdquo
บริษัทISSARA INC. หลังจากออกมาจากห้างสรรพสินค้าพวกเขาก็ไปส่งอันโดรเมดาที่คอนโดของเธอก่อนเพื่อเอาข้าวของไปเก็บและขับรถกลับมาส่งเธอที่บริษัทเพราะรถยนต์ของเธอจอดทิ้งไว้ที่นี่ อันโดรเมดายืนมองรถของพวกเขาขับออกไปจนลับสายตาก่อนจะเดินตรงไปที่รถยนต์ของตัวเองจอดอยู่เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเธอดังมาจากด้านหลังทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักก่อนจะหมุนตัวกลับมามองชายหนุ่มที่กำลังสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ“เมย์!”“พี่กัปตัน!”‘…ตายล่ะ เพราะมีแต่เรื่องวุ่นๆ ตั้งแต่เช้าทำให้ฉันลืมเรื่องพี่กัปตันไปซะสนิท ฉันคงต้องบอกขอโทษพี่เขาก่อน พอเห็นหน้าตาเศร้าๆ ของเขาแล้วฉันก็รู้สึกเสียใจที่ทำร้ายจิตใจของเขา แต่เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากหมอนั่นคนเดียว ถ้าเขาไม่พูดอะไรแบบนั้นออกไป ฉันคงไม่ต้องรู้สึกผิดกับพี่กัปตันถึงขนาดนี้ ฉันยืนมองหน้าเขานิ่งโดยที่พูดอะไรไม่ออกเหมือนมีก้อนอะไรแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ ..’ “วันนี้พี่ส่งข้อความไปไม่เห็นเมย์ตอบอะไรพี่กลับมาเลย แล้วนี







