จวบกระทั่งเช้าวันใหม่ มนต์มีนาลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนภายในอ้อมแขนของเขา สิ่งแรกที่เธอเห็นคือแผงอกกว้างแกร่งแน่นตึงด้วยกล้ามเนื้อของจวินที่ศีรษะเธอเกยอยู่ หญิงสาวคลี่ยิ้มเมื่อได้สัมผัสความอบอุ่นที่คุ้นเคยอีกครั้ง ยังไม่อยากขยับตัวมากนักเพราะเกรงจะทำให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาแล้วไออุ่นนี้จะสลายหายไป
จวินยังคงทอดกายหลับสนิท หายใจรดศีรษะของคนที่เขาก่ายกกเหมือนหมอนข้างมานาน ถ้ายังไม่มีสิ่งใดรบกวนตามนิสัยแล้วมนต์มีนารู้ดีว่าเขาจะยังไม่ตื่นขึ้นมาง่าย ๆ ปลายนิ้วเรียวลูบไล้เบา ๆ ไปตามกล้ามอกแน่นตึงอย่างอดไม่ได้ เธออยากอยู่แบบนี้ตลอดไป แต่ถ้าตลอดไปไม่ได้ก็ขอให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ใบหน้าสวยค่อย ๆ ผละออก เท้าศอกกับพื้นเตียงเพื่อดันตัวขึ้นมามองหน้าชายหนุ่มขณะที่กำลังหลับสนิท ภาพความทรงจำต่าง ๆ ตลอดเวลาที่เขาและเธออยู่ด้วยกันก็หลั่งไหลเข้ามา
ใคร ๆ ก็บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดี ที่ได้คบหากับจวิน บางคนที่ขี้อิจฉาก็ปรามาสว่าเขาคงคบกับเธอไม่ได้นาน เอาเล่น ๆ แล้วก็เขี่ยทิ้ง แต่เมื่อเขากับเธอคบหากันจนกระทั่งหญิงสาวเรียนจบ เพื่อนที่เคยดูถูกก็ไม่มีใครเอ่ยคำนั้นอีกเลย นั่นก็พิสูจน์แล้วใช่ไหมว่าเขาจริงจังกับเธอจริง ๆ
ทันใดนั้นเสียงนาฬิกาปลุกที่มนต์มีนาตั้งไว้ในโทรศัพท์มือถือก็ส่งสัญญาณดังขึ้นจนแสบแก้วหูทำให้จวินสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วย หญิงสาวพยายามจะปิดมันให้เร็วที่สุดแต่เมื่อหันกลับมาก็พบกับจวินที่ใช้ศอกดันตัวขึ้นมามองเธออย่างหัวเสีย หงุดหงิด
“เอ่อ ขอโทษนะ พอดีลืมว่าตั้งปลุกไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จะนอนต่อก็ได้นะ”
ชายหนุ่มสะบัดหน้าไม่พูดอะไร ตลบผ้าห่มออกจากตัวอย่างแรงก่อนจะก้าวลงจากเตียงด้วยสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าเข้าไปในห้องน้ำ ใช้เวลาอยู่นานจนทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยจึงออกมา พร้อมกับมนต์มีนาที่ลุกขึ้นไปเตรียมกาแฟและขนมปังแซนด์วิชไว้รอ เมื่อเขาเดินออกมาทุกอย่างก็เตรียมพร้อมที่โต๊ะ
“ทานอาหารก่อนสิ ค่อยออกไปทำงาน”
วันนี้จวินเดินมานั่งรับประทานแซนด์วิชที่หญิงสาวทำให้
“เมื่อคืนไปไหนมา ทำไมกลับดึก”
คนที่กำลังเคี้ยวแซนด์วิชชะงักนิ่งไปชั่วอึดใจ มองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจนหญิงสาวรู้สึกเหมือนมีบางอย่างมากระชากที่หัวใจ
“ทำไมต้องถามทุกเรื่องด้วย ถามทุกเรื่องมันน่ารำคาญรู้ตัวปะ”
น้ำเสียงติดห้วน กัดแซนด์วิชเข้าไปอีกคำก่อนจะเอ่ยเสียงรวนขึ้นมาใหม่
“อิ่มแล้ว”
แซนด์วิชนั้นยังไม่หมดร่างสูงก็ลุกขึ้น มนต์มีนารีบลุกตาม เธอไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรให้เขาหงุดหงิดแต่เช้า
“ก็แค่ถามเหมือนเดิม ตอนนี้ถามไม่ได้แล้วเหรอ”
“ก็บอกแล้วไง ว่ารำคาญ เบื่อที่จะตอบทุกเรื่อง”
จวินใส่รองเท้าเตรียมตัวออกไปข้างนอกเช่นทุกวัน คำถามสุดท้ายที่มนต์มีนาอดที่จะถามไม่ได้
“วันนี้กลับกี่โมง”
ร่างสูงหยุดนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตอบด้วยถ้อยคำไม่กี่ประโยค แต่พูดติดปากบ่อยในช่วงนี้ว่า
“ไม่ต้องรอ”
มนต์มีนายืนพรูลมหายใจออก สะดุ้งตัวเล็กน้อยกับเสียงปิดประตูที่ดัง วันหยุดทั้งทีเธอคิดว่าจะได้ใช้เวลาอยู่กับคนรัก แต่เขากลับหาทางปลีกตัวออกจากเธอทุกวัน
จวินสะบัดศีรษะขับไล่อารมณ์หงุดหงิดออกไป ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองและมนต์มีนาอย่างไรให้เธอยอมหยุดความสัมพันธ์กับเขาง่าย ๆ ถ้าหากบอกตรง ๆ ว่าต้องการจบทุกอย่างระหว่างเธอกับเขา ผู้หญิงอย่างมนต์มีนาจะยอมจบดี ๆ หรือไม่ แต่เขาบอกเลยว่ายิ่งเธอดื้อดึงร้องไห้คร่ำครวญมันจะยิ่งทำให้เขารำคาญ อยากตัดเธออกไปจากชีวิตเร็ว ๆ แต่หากจะปล่อยความสัมพันธ์ให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ทั้งที่ไม่ได้คิดว่าจะมีเธออยู่ในอนาคตตั้งแต่ต้นมันก็จะยิ่งยุ่งยากกันไปใหญ่
จวินพ่นลมหายใจออกยาว ในหัวของเขาตอนนี้คิดแต่เรื่องอยากเลิกกับมนต์มีนา
ในห้องกว้างตั้งแต่เช้าจรดเย็นมีหญิงสาวที่อยู่เพียงคนเดียว ไม่มีวี่แววจวินจะกลับมาแล้วในค่ำคืนนี้ มีเพียงข้อความสั้น ๆ ที่เขายังอุตส่าห์ส่งมาบอกว่า
“ไปต่างจังหวัดกับที่บ้านอาทิตย์หนึ่ง”
นั่นหมายความว่าอีกตั้งเจ็ดวันที่เธอต้องอยู่คนเดียว แต่เมื่อวันหยุดผ่านพ้นไป ถึงวันที่เธอมีงานเข้ามามนต์มีนาก็ไม่ได้อุดอู้อยู่แต่ในห้องจมจ่อมคิดแต่เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับจวิน หญิงสาวแต่งตัวขับรถญี่ปุ่นที่เขาซื้อให้เมื่อสามปีก่อนไปทำงานแต่งตัวสวยเป็น พริตตียืนคู่กับรถสปอร์ตหรูที่งานมอเตอร์โชว์ รูปร่างหน้าตาของมนต์มีนายังอยู่ในขั้นใช้ทำมาหากินได้ในระยะยาวเลยทีเดียว ผู้ชายหลายรุ่นที่ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปหลายคนที่ถ่ายรูปของเธอเก็บไว้ในโทรศัพท์
ช่วงหนึ่งที่เพื่อนในกลุ่มของจวินสองคนแวะเข้ามาดูรถจากค่ายรถดังที่เธอยืนเรียกแขกอยู่ หนึ่งในนั้นคือกรภพคนที่จวินพูดเรื่องที่อยากเลิกกับมนต์มีนาให้ฟัง เมื่อชายหนุ่มพบมนต์มีนามาทำงานตรงนี้ก็พูดคุยทักทายกับเธอเหมือนคนที่รู้จักกันในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงของจวิน
“อ้าวมี่ ทำงานที่นี่ด้วยเหรอ”
มนต์มีนาพยักหน้ายิ้มหวาน “ใช่ค่ะ ฉันทำงานที่นี่”
กรภพถามต่อ “แล้วเลิกงานไอ้จินได้ขับรถมารับรึเปล่า”
หญิงสาวส่ายหน้า บอกตามตรง “คุณจวินไปต่างจังหวัดกับที่บ้านอาทิตย์หนึ่งค่ะ”
คำบอกเล่าของเธอทำให้สองหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เนื่องจากว่าตอนเย็นจวินยังนัดก๊วนเพื่อนไปดื่มที่ผับอยู่เลย แต่กรภพก็นึกได้ว่าทำไมเพื่อนถึงได้โกหกกับผู้หญิงของมันไปอย่างนั้น คงกำลังพยายามทำตัวห่าง ๆ อยู่ ให้ผู้หญิงรู้สึกกระมัง
“จินพูดอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
กรภพกับเพื่อนหันมายิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมให้กัน มนต์มีนารู้สึกว่ามีบางอย่างเกี่ยวกับจวินจึงเอ่ยถามสองคนนี้ไปตรง ๆ
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ก็...”
กรภพเหมือนจะพูดความจริงจะได้ช่วยจบเรื่องให้เพื่อน แต่ก็ยังเก็บงำความลับไว้ไม่เปิดเผยออกไปตรง ๆ
“ไม่มีอะไร ไว้เธอคุยกับจินมันเองแล้วกัน”
มนต์มีนานิ่วหน้า ถ้าจะให้คิดลึกลงไปกว่านั้นการที่กรภพพูดแบบนี้จวินคงพูดบางอย่างกับเขาเกี่ยวกับตัวเธอให้เพื่อนเขาฟังใช่หรือไม่
กรภพยิ้มมุมปากมองหน้าหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป