LOGINการรับสินบนจากเหล่าบัณฑิตที่เข้าร่วมการสอบจิ้นซื่อนับเป็นความผิดร้ายแรงเพราะมีผู้กล่าวโทษมากถึงสิบคน อาจส่งผลให้เขาถูกประหารชีวิตส่วนบุตรชายบุตรสาวทั้งสองอาจจะถูกเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดน
“หากนางยังนับข้าเป็นบุตรสาว นางหรือจะมอบยาพิษให้ข้า” ต้องเกลียดกันเพียงใดถึง ตั้งใจจะให้นางมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย
“ยาพิษหรือ แล้วเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ให้พ่อตามหมอมาตรวจหรือไม่”
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพราะข้ารู้ว่าการขอเข้ามาพักอาศัยที่จวนของกู้ซินอี้ไม่ปกติ ข้าจึงเอาตัวรอดมาได้ด้วยการเย็บผ้าที่ซึมซับน้ำดีไว้ใต้ชายอาภรณ์จึงสามารถแสร้งดื่มเพื่อนำน้ำแกงนั่นไปให้พี่ชายตรวจสอบให้
“มิน่าเล่าเจ้าถึงได้สั่งให้พ่อคอยระวังอย่าให้สตรีแซ่กู้เข้าใกล้ ทั้งยัง
หลังจากกู้หลงเซิ่งอดีตเจ้าเมืองจิ่นโจวถูกส่งตัวมาที่เมืองหลวงพร้อมคนในตระกูลกู้สายหลัก หลายตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงก็ถึงคราวล่มสลายเพราะผู้นำตระกูลที่เป็นถึงระดับรองเจ้ากรมมีรายชื่อและหลักฐานมัดตัวว่าติดต่อและเอื้อประโยชน์ให้กับต่างแดน ส่งเสริมให้เกิดปัญหาภายในราชสำนักซึ่งอาจนำไปสู่สงครามหรือการล่มสลายของแคว้นได้ ทำให้ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นบิดา พี่ชาย หรือเซี่ยหงหมิง ต่างหายหน้าหายตาไปกันหมด นางจึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวว่าเรื่องราวดำเนินไปถึงไหนแล้ว “ผิงฟาง ข้ามีรายการใดที่ต้องซื้ออีกหรือไม่” จางซีถิงหันไปถามสาวใช้คนสนิทที่เดินอยู่ด้านหลัง ซึ่งวันนี้นางชวนสาวใช้ออกมาเดินซื้อของที่ย่านการค้า “ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ”&nbs
“เกิดเรื่องอันใดหรือ เจ้าถึงได้ส่งเสียงโวยวายเช่นนี้” จางซีถิงใช้มือเรียวดันอกเขาออกห่างก่อนจะเอ่ยวาจาถาม “เรือนรับรองเจ้าค่ะ คุณชายใหญ่นำทหารและคนจากกรมอาญากำลังมุ่งหน้าไปที่เรือนรับรองเจ้าค่ะ” “อืม ปล่อยให้พวกเขาจัดการไป” เป็นคุณชายรองเซี่ยกล่าวเสียงราบเรียบก่อนจะหันมาพูดกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ซีถิงเจ้าอย่าได้เข้าไปยุ่งเลย เกิดนางจนตรอกแล้วพุ่งตัวเข้ามาทำร้ายเจ้า ข้าคงเสียใจ” ‘ข้าเพิ่งรู้ว่าแท้จริงคนผู้นี้เป็นบุรุษดอกบัวขาว’ รับมือยากเสียยิ่งกว่าสตรีดอกบัวขาว “มิใช่ข้ามีท่านอยู่หรือเจ้าคะ ข้าเชื่อว่าท่านจะปกป้องข้าให้รอดพ้นจากอันตราย”&
นัยน์ตาหงส์กวาดมองหีบที่ตั้งเรียงรายอยู่ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อคิดว่าอีกไม่นานตนคงจะได้สะใภ้สมใจแล้ว “หากท่านแม่ไม่ว่า ลูกก็ยินดีรับมันมาทั้งสิบหีบพ่ะย่ะค่ะ” “หม่ากงกงพาคนไปยกทองมาที่นี่สิบหีบ” “พ่ะย่ะค่ะพระชายา” ขันทีอาวุโสตอบรับก่อนจะรีบไปทำตามคำสั่งทันที ในใจก็นึกอยากเห็นว่าสตรีใดโชคดีจะได้แต่งมาเป็นสะใภ้ตำหนักเซี่ยชินอ๋อง “เจ้าเตรียมทรัพย์สินเงินทองมากมายเช่นนี้ เกี้ยวพาคุณหนูจางได้แล้วหรือ” “นางรับรู้ความในใจของลูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “แค่รับรู้! แล้วนางตอบตกลงแต่งเป็นฮ
10 สูญสิ้น เมื่อออกห่างจากจวนตระกูลจางแล้ว ท่าทางอ่อนแอของคนเจ็บก็เปลี่ยนไป มือใหญ่พยายามแกะมือสหายที่โอบประคองตนอยู่ “เอามือออกจากตัวข้าได้แล้ว” สิ้นเสียงกล่าว หานกั๋วกงรีบปล่อยมือที่ประคองสหายออก “มิใช่ว่าเจ้าบาดเจ็บหนักต้องระวังบาดแผลหรือ” “แผลพวกนี้น้อยกว่าตอนที่แมวข่วนข้าเสียอีก” คุณชายรองเซี่ยยืดหลังตรงก่อนจะสะกิดเท้าใช้วิชาตัวเบากลับตำหนักของตนเอง ‘ฝีมือเล่นงิ้วของเจ้าพัฒนาขึ้นไม่น้อย’ มุมปากหยักยกยิ้ม เขาเกือบเชื่อไปแล้วว่าสหายบาดเจ็บหนัก “รอข้าด้วย” หานเฉิงเคอรีบใช้วิชาตัวเบาตามสหายไป ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็เดินทางมาถึงตำหนักอ๋อง สิ่งแรกที่เซี่ยหงหมิงทำคือการเรียกลูกน้องคนสนิทออกมาเพื่อสอบถามความเป็นไป “ยามนี้ชินอ๋องซื่อจื่อกำลังนำกำลังทหารร้อยนายไปบุกทลายกองกำลังต่างแคว้นที่เจ้าเมืองจิ่นโจวดูแลขอรับ” “พว
นัยน์ตาคมของเซี่ยหงหมิงทอดสายตามองสตรีที่เดินเอาถ้วยไปเก็บที่โต๊ะหลังจากป้อนข้าวให้เข้าเสร็จก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เฮ้อ!” “ประเดี๋ยวคนของท่านก็มารับแล้ว อย่าเพิ่งมีโทสะเจ้าค่ะ” จางซีถิงเอ่ยวาจาหยอกเย้า ท่าทางคล้ายเสี่ยวโก่ว[1]เหงาหงอยเช่นนั้นมีหรือนางจะไม่รู้ว่าเขายังอยากอยู่ที่เรือนของนางต่อ “ซีถิง ข้าขออาศัยที่เรือนของเจ้าต่ออีกนิดมิได้หรือ” “แม้ข้าจะไม่ใช่สตรีที่อยู่ในกรอบธรรมเนียมมากนักแต่ทว่าข้าก็รู้ดีว่าการที่บุรุษสตรีอยู่ในเรือนร่วมกันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม” รีบกลับไปเถิด นางนอนที่ตั่งหลายวันปวดหลังยิ่งนัก หากยังอยากเกี้ยวพาก็สามารถนัดหมายได้
เมื่อกลับเข้าห้องของตนแล้วนางเดินไปทรุดกายนั่งบริเวณโต๊ะ ก่อนจะหงายจอกรินชาเพื่อดื่ม “เฮ้อ!” การเล่นงิ้วต่อสู้กับน้องสาวดอกบัวขาวทำให้นางสิ้นเปลืองพลังชีวิตยิ่ง “ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว” “มีท่านหรือไม่มีท่านอยู่ที่นี่ ข้าก็ต้องสู้รบตบมือกับนางอยู่แล้ว” “พวกเขาคงตั้งใจส่งบุตรสาวให้มาตรวจสอบที่จวนตระกูลจาง” “นี่ท่านคงไม่ได้หมายความว่า คุณหนูสองคนนั้นเป็น...” “อืม รองเจ้ากรมคลังและรองเจ้ากรมอาญามีชื่ออยู่ในรายนามไส้ศึกที่ข้าสืบได้ และก็เป็นพวกเขาที่สั่งคนไล่ตามทำร้ายข้า”&







