Masukในมโนภาพของขวัญยิหวาปรากฏเป็นเรื่องราวความทรงจำของตรีทิพย์ที่หล่อนมองผ่านไตรทศ ใช้สายสัมพันธ์ของพี่น้องสื่อผ่านถึงกัน
‘พี่ชินขา... ซี้ด... ทิพย์เสียว... ซี้ด... พี่ชินขา... โอว... ซี้ด... ทิพย์เสียว... โอว... พี่ชินขา... มันที่สุด โอว... มันสุดติ่ง’
ภาพหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวราวหยวกอยู่ในท่วงท่าคลานเข่า ที่บั้นท้ายมีผู้ชายร่างสูงที่เสียงหวานๆ นั้นเรียกเขาว่า ‘พี่ชิน’ กำลังส่งขับวัตถุบางอย่างที่ทั้งยาวทั้งใหญ่ในที่ส่วนนั้น
สาวเจ้าแหงนหน้าครางกระเส่าราวคนจะขาดใจ แต่กลับโยกย้ายส่ายสะโพกให้ผู้ชายคนนั้นกระหน่ำความยิ่งใหญ่ใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างหญิงสาวสั่นระริกและกรีดร้องสุดเสียง ผู้ชายคนนั้นจึงชักดุ้นยาวใหญ่ออก พร้อมๆ กับที่สาวร่างบางรีบพลิกร่างนอนหงายราวกับรู้ว่าควรจะทำแบบนั้น
ฝ่ายชายก้าวขึ้นคร่อมใบหน้า สาวความยิ่งใหญ่ในมือที่อยู่เหนือใบหน้าของหญิงสาว ริมฝีปากเล็กๆ อ้าออกอย่างรอคอย ลิ้นน้อยๆ แลบออกมาเลียไล้ที่ส่วนหัวนั้น ตามจังหวะที่เขาชักเข้าออก
‘โอว... จงออกมา... จงออกมา โอว... ออกมา ออก... โอววววว...’
อึดใจเดียวเท่านั้น ฝ่ายชายก็กดส่วนหัวเข้าปากที่อ้าไว้รอคอย กดลึก แน่น จนหญิงสาวตาเหลือกดิ้นพล่าน แต่ฝ่ายชายแหงนหน้าครางอู้
‘โอว... ทิพย์... สุดยอด... ดูดเก่ง โอย... ที่รักจ๋า... รับเอาไป รับเอาความต่ำช้าออกจากตัวพี่ไป รับไป... อูย... เอาไปให้หมด อย่าให้เหลือไว้ เอาไป... โอว...’
ขวัญยิหวาเบิกตากว้าง หัวใจเต็นระทึกกับสิ่งที่เห็น ก่อนจะปรายตามองด้านขวาเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่เข้ามาใกล้ ชายหนุ่มหน้าตาลูกครึ่งหล่อจัดกระซิบเสียงแผ่ว
‘พี่ยิหวาขอรับ ไอ้เนี้ย ของต่ำสุดๆ เลยนะขอรับ”
‘ใช่ขอรับ ใครจะแก้ได้ ไอ้คนปล่อยออกมาน่ะ มันต้องเป็นคนแก้เองนะขอรับ แล้วจะแก้กันอีท่าไหนล่ะทีนี้’
หล่อนปรายตามองซีกซ้ายเมื่อหนุ่มหล่อโซนเกาหลีก็กระซิบบอกเช่นกัน หล่อนพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะสะบัดมือให้ทั้งสองหนุ่มหายไป ทว่าคนที่นั่งตรงหน้ากลับมองหล่อนอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
ไตรทศไม่รู้ตัวว่าเผลอมองใบหน้าสวยงามนั้นนานเท่าไร รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หล่อนปล่อยมือ แต่เมื่อลืมตาขึ้นเขากลับเห็นชายหนุ่มสองคนที่สวมผ้าเตี่ยวสีน้ำตาลทองเพิ่งเดินเข้าไปด้านในบ้าน
ความคิดที่จะญาติดีกับขวัญยิหวาหายวับ ภาพที่หล่อนมีผู้ชายรายล้อมปรนนิบัติกลับมาอีกครั้ง ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าซับสีเลือดของหล่อน อารมณ์เขาก็แทบจะพุ่ง เพราะระหว่างที่เขาหลับตา หล่อนกับผู้ชายพวกนั้นทำอะไรกันหรือเปล่า หล่อนถึงได้มีท่าทีประดักประเดิดแบบนี้
“ว่ายังไงครับ เห็นอะไรบ้างครับคุณแม่หมอ หวังว่าคงไม่ใช่ผู้ชายเปลือยกายหรอกนะ”
“บ้าหรือไงคุณ จะฟังไหม”
เขาจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้า อยากฟังคำโกหกของหล่อนเหมือนกัน แต่ถ้าผิดไปจากความจริงสักนิด เขาจะถือว่าหล่อนก็แค่ใช้หลักจิตวิทยามาเล่นงานให้เขาเชื่อ เพียงแต่เขาไม่เชื่อก็แค่นั้น
“น้องของคุณน่ะโดนทำของใส่ และของมันก็แรงมากด้วย เพราะมันเป็นของต่ำ เป็นพวกผีตายโหงหิวโหย น้องของคุณก็เลยมีอาการรุนแรงทุกคืนวันโกนกับวันพระ ที่กลางวันไร้เรี่ยวแรงนอนซม แต่กลางคืนตื่นตัวมีแรง นั่นก็เพราะมันแฝงอยู่ รอให้มันครอบงำน้องคุณได้ทั้งตัวและวิญญาณเมื่อไหร่ มันจะแข็งแรงได้ทั้งกลางวันและกลางคืน”
“นี่คุณ ก็ข้อมูลพวกนี้ ผมบอกคุณแล้ว แล้วคุณจะเอามาบอกผมอีกทำไม เอาของใหม่ที่ผมไม่รู้สิ เช่น... ใครมันทำน้องผม แล้วคุณจะรักษาน้องผมได้มั้ย”
ขวัญยิหวาถอนใจเฮือกใหญ่ นึกเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกว่าควรบอกเขาว่ายังไง หล่อนจะอธิบายตามภาพที่เห็นให้เขาฟังได้เหรอ
‘หนูว่าพี่ยิหวาไม่กล้าพูดหรอก’
“ลายเมฆ!”
ขวัญยิหวาหันไปตวาดแว้ดคนที่มากระซิบข้างหูแม้จะเป็นหนุ่มหล่อคมเข้มแต่คำแทนตัวว่าหนูก็ทำให้หล่อนปรามได้ “เป็นเด็กเป็นเล็กอย่ามายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่”
‘หนูไม่เล็กนะครับ ไม่เชื่อพี่ยิหวาดูสิ’
พูดจบก็ขยับไปยืนด้านข้างและพยายามแก้ปมผ้าโจงกระเบนทันที นั่นทำให้ขวัญยิหวาร้องลั่น
“พี่พิมาน! มาเอาลายเมฆไปเก็บเดี๋ยวนี้!”
สิ้นสุดเสียงตวาด หนุ่มหล่อที่ชื่อว่าลายเมฆก็ถูกท่อนแขนล่ำเกี่ยวตวัดรัดสองข้างซ้ายขวาและลากออกไปทันที
ไตรทศมองท่าทีพิลึกของขวัญยิหวา หล่อนพูดกับคนอื่น แต่คนอื่นนั้นไม่มีอยู่ตรงนี้
“คุณคุยกับกุมารเหรอ”
“ทำไมคุณรู้ล่ะ ไหนบอกว่าฉันเป็นพวกต้มตุ๋น”
“แล้วใช่ไหมล่ะ แอคติ้งดีนะคุณ น่าจะไปแสดงละครเวที”
ขวัญยิหวากัดฟันกรอด มองผู้ชายหล่อๆ ตรงหน้าแบบอยากจะแผดเผา ถ้าหล่อนไม่เห็นเรื่องราวเหล่านั้น หล่อนก็อยากจะปฏิเสธ แต่ปู่กับพ่อสอนไว้ ‘จำไว้นะยิหวา ถ้าเรื่องมาถึงมือ นั่นคือมีวาสนาต่อกัน ยังไงก็ต้องช่วย’
แม้หล่อนจะแย้งว่านี่มันสมัยใหม่แล้ว แต่ละคนก็ต้องช่วยเหลือตัวเองกันบ้าง และหล่อนก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง อุตส่าห์ร่ำเรียนจนสูง แต่กลับต้องมารับช่วงหมอผีต่อจากตระกูล
แต่ปู่กับพ่อกลับบอกว่า ‘ครอบครัวเรามีทั้งบุญและกรรม มีบุญคือได้ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยปัดเป่าผีร้ายหนีนรกไม่ให้มาทำร้ายคนอื่น ช่วยไม่ให้คนเลวๆ ใช้อวิชชาก่อกรรม แต่เราก็มีกรรมคือหลีกหนีหน้าที่นี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นหน้าที่ทางสายเลือด ไม่ว่าจะเขยหรือสะใภ้ก็ต้องช่วยทำหน้าที่นี้’
หล่อนจะพยายามท่องไว้ว่านี่เป็นหน้าที่
แสงจากตะเกียงเจ้าพายุที่ตั้งอยู่ท้ายเรือ สะท้อนให้เห็นเงาดำๆ ของหญิงชายที่กำลังเสพสมกันอย่างถึงพริกถึงขิง ชายนั่งพิงประทุนเรือ มีหญิงคร่อมทาบอยู่ด้านบนและขย่มจนเรือโคลง ก่อนจะเปลี่ยนท่วงท่าเป็นฝ่ายหญิงคลานเข่า 4 ขา แล้วฝ่ายชายเสียบดุ้นยาวใหญ่ใส่ตรงบั้นท้ายก่อนจะกระเด้ารัวเร็ว จนฝ่ายหญิงซุกหน้าแทบพื้น บิดกาย ส่ายสะบัด ด้วยความเสียว แล้วไม่นานฝ่ายชายก็ชันตัวขึ้น ยกขาข้างหนึ่งของฝ่ายหญิงขึ้นพาดบ่า จากนั้นก็เสยดุ้นยาวใหญ่เข้าไป แรงลมพัดเอื่อยเฉื่อยจนทำให้คลื่นเงาสะบัดไหว ยังไม่เท่าแรงกระแทกกระทั้นที่คนทั้งคู่ทำต่อกัน อิ่ม... บ่าวคนสนิทที่น้ำเพชรเร้าหรือให้พามาดักรอเนื่องที่ในคลองหลอดทุกวัน มองภาพตรงหน้าอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ด้วยเห็นเหตุการณ์ตลอด ไม่คิดว่าลูกสาวคนเดียวของพระอรรถจะแรดและร่านผู้ชายได้เท่านี้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะทุกครั้งนั้นน้ำเพชรเป็นฝ่ายรุกเร้าเนื่องก่อน และครั้งนี้ก็เช่นกัน ร่างเปล่าเปลือยที่คร่อมทาบดุ้นยาวใหญ่ของเนื่อง สำหรับหญิงมีผัวแล้วอย่างนางก็อดรนทนไม่ไหวต้องนั่งหนีบต้นขาแนบชิด กว่าจะรู้ตัวนางก็ครางกระเส่าไม่แพ้เสี
เนื่องเคลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบประคองสองเต้าอวบ แม้ปากจะบอกไม่ แต่ร่างกายเขากำลังทำ “พี่เนื่องจ๋า... น้ำเพชรอยากให้พี่เนื่องจูบ อยากได้พี่เนื่องสัมผัส อยากให้พี่เนื่อง... อื้อ... พี่เนื่องจ๋า... ช่วยน้ำเพชรด้วย” สาวน้อยพยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง แต่เป็นเขาที่ยั้งไว้ นั่นยิ่งทำให้น้ำเพชรเสียจริตคล้องแขนรอบคอเขาพร้อมกับประกบปากจูบเร่าร้อนรุนแรง “พี่เนื่องจ๋า... นะจ๊ะ... ทำน้ำเพชรนะจ๊ะ น้ำเพชรอยากเป็นเมียพี่เนื่อง นะจ๊ะพี่เนื่องจ๋า...” “แต่คุณน้ำเพชรจะเสียใจนะขอรับ” “ไม่เลย ไม่เลย น้ำเพชรดีใจ เต็มใจ พี่เนื่อง อื้อ...” เนื่องประคองใบหน้าสวยเป็นฝ่ายกระหน่ำจูบหล่อนเสียงเอง เขาชอนลิ้นกวาดต้อนชอนชิม พร้อมๆ กับปลดเปลื้องเสื้อผ้าโดยมีน้ำเพชรให้ความร่วมมือ พริบตาร่างงดงามสวยสดอวบอิ่มไปทั้งเนื้อตัวก็กระจ่างชัดอยู่ในความสลัวของยามหัวค่ำที่มาเยือน “พี่เนื่องจ๋า...” หญิงสาวแรกรุ่นงดงามเสมือนดอกไม้แรกแย้มเรียกเขาเสียงหวานก่อนจะค่อยๆ ทอดร่างเปลือยเปล่าลงนอนบนพื้นกระดานเรือ
“โอว... พ่อเนื่องจ๋า... ทำไมเก่งแบบนี้ โอว... ซี้ด... ทำไม... โอว...” เนื่องยิ้มไม่ตอบแต่กลับประคองเต้าอวบอัดทั้งสองข้างและซุกหน้าลงไปคลุกเคล้าพร้อมกับแอ่นอัดดุ้นยาวใส่ร่องฉ่ำน้ำไปด้วย นั่นยิ่งทำให้พะยอมนั่งไม่ติดดุ้น หล่อนขยับตัวขึ้นลงตามแรงกระแทก ปากก็ร่ำร้องถึงความเสียดเสียวที่ได้รับไม่หยุด “อ้า... ซี้ด... เก่งเหลือเกิน... โอว... พ่อเนื่องจ๋า... โอว...” “พี่พะยอมชอบไหมจ๊ะ” เนื่องถามขณะแลบลิ้นละเอียดยอดอกสีสดที่แข็งสู้ปากสู้ลิ้น “ชอบจ้ะ ชอบ... อื้อ... พ่อเนื่องจ๋า... พี่ชอบ ซี้ด...” “ผัวก็ชอบ ผัวอยากให้เมียมีความสุข” เสียงกระเส่าตอบกลับและก็เห็นรอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของพะยอม พร้อมกับตอบรับว่าหล่อนสุขมาก ก่อนที่พะยอมจะวางทาบฝ่ามือที่บ่าของเขาและเป็นฝ่ายควบขี่เขาเอง “อ้า... อ้า... ผัวขา... อ้า... โอว... เมียสุข...” “ผัวก็สุข โอว...” “ซี้ด... โอว... เมียสุข... อ้า... โอว...โอว... อ๊ายยยยย...” พะยอมกรีดร้องร่างเกร็งกระตุกร่อง
‘พ่อเนื่องมีจะไปธุระที่ไหนหรือไม่ พี่จะคอยช่วยดูแลแม่มะลิให้’ “ก็ว่าจะไปหาตลาดท้ายน้ำแห่งใหม่น่ะจ้ะพี่” เพราะทำใจให้ไปส่งตลาดท้ายน้ำของเถ้าแก่ย้งไม่ได้ ไม่อยากไปเห็นหน้าตาไอ้คนชั่ว แม้เถ้าแก่ย้งจะไม่เกี่ยวโดยตรงแต่ก็เป็นคนต้นเรื่อง ถ้าเถ้าแก่ย้งไม่แนะนำ ไอ้พระอรรถก็คงไม่มีปัญญาเอาสิ่งนั้นมาใช้ ‘ไปส่งที่เดิมก็ได้นะ นางโหงพรายน่ะมันมาบอกว่า ไอ้เถ้าแก่ย้งไล่ปล้ำเมียเล็กๆ จนตกบ้านพิกลพิการไปแล้ว เมียมันก็เลยมาเป็นคนเหยียบหัวเรือแทน ไม่มีใครรู้เรื่องพ่อเนื่องกับแม่มะลิหรอกนะ เรื่องชั่วๆ ของพวกมันน่ะปิดกันมิด พ่อเนื่องไปส่งเสียที่เดิม ไปมาบ้านจะได้สะดวก อีกทั้งก็มีลูกค้าขาประจำอยู่มากนี่นา ช่วงนี้ของในเรือกสวนก็มากมายจะได้เร่งให้คนงานเก็บหาลงเรือ’ เนื่องฟังอย่างตั้งใจ ยิ้มน้อยๆ ที่นวลใส่ใจเขาไปทุกเรื่องและทำราวกับว่ามีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆ แต่เมื่อได้ฟังชะตากรรมของเถ้าแก่ย้งก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงอีกคน แต่ยังไม่ทันเอ่ยปาก พี่นวลก็บอกเสียก่อน ‘ส่วนไอ้คุณพระนั่น ก็บ้าบอ ไล่ปล้ำเมีย ไล่ปล้ำบ่าวไพร่ทุกวัน จนอีคุณหญิงเมียม
เนื่องพยักหน้า กำมือแน่นกัดปากตัวเองจนเจ็บ เพื่อฟังสิ่งที่ตามั่นจะพูดต่อให้จบ นั่นคือ พระอรรถป้ายน้ำมันพรายไปทั่วทั้งตัวของมะลิ เพื่อหวังให้มะลิหลงมันจนหัวปักหัวปำปรนเปรอรสสวาทให้มันเพียงคนเดียว แต่พระอรรถกลับดูดเลียกลืนกินทุกหยาดน้ำที่หยดออกจากตัวมะลิ นั่นจึงทำให้แทนที่มะลิจะหลงพระอรรถฝ่ายเดียว กลับกลายเป็นพระอรรถก็หลงมะลิจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น คนทั้งคู่จะเสพสังวาสกันทั้งวันทั้งคืน แทบไม่กินไม่นอน จนกว่าจะมีใครคนใดคนหนึ่งหมดแรงตายไปเสียก่อน “ตอนนี้ไอ้คงมันกำลังแก้ของ แต่มันแก้ไม่ได้หรอก” “ทำไมแก้ไม่ได้จ๊ะตา อาจารย์คงเป็นคนทำก็ต้องแก้ได้สิ” ‘ไม่ได้หรอกพ่อเนื่อง เพราะตอนนี้... แม่มะลิมีระดู แล้วไอ้คุณพระมันไปดูดเลีย ของที่ไอ้คงมันลงไว้เลยเสื่อมหมด อีโหงพรายตัวนั้นมันเป็นเจ้าของน้ำมันพราย มันก็ย้อนไปจัดการไอ้คง’ “แล้วฉันต้องทำยังไง ให้ฉันรอเฉยแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ ถ้ามันทำร้ายมะลิ” “ตาจะไปรับมะลิให้เอง พ่อเนื่องไปรอที่วัด ไปแจ้งท่านสมภารไว้ เราจะไปทำพิธีล้างอาถรรพ์กันที่นั่น ทำให้ดีที่สุดนะพ่อเนื่อง เชื่
แค่เหยียบย่างขึ้นมาบนเรือนกลิ่นคาวคลุ้งเหม็นจัดก็โชยมา คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน สีหน้ามีแววกังวลสุดๆ หากไม่ใช่คนที่เคยใช้สิ่งนี้มาก่อนก็อาจไม่รับรู้ถึงกลิ่นนี้ แต่เพราะเขาคุ้นเคยและใช้มาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ละหนที่ใช้ก็เพียงให้ได้เมีย จากนั้นผู้หญิงที่ตกเป็นเมียเขาแล้วก็เหมือนตกกระไดพลอยโจนต้องยินยอมเป็นเมียเขาแต่โดยดี ไม่มีการใช้งานสิ่งนั้นซ้ำอีก แต่กลิ่นที่คละคลุ้งนี้ดั่งจะฟ้องว่า ‘น้ำมันพราย’ ขวดนั้นถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคนคนเดียวกัน และจำเพาะว่าของอาถรรพ์ราวจะรุนแรงขึ้นอีกเท่าตัว เชิดพาเถ้าแก่ย้งเดินมาที่หน้าห้อง ที่ด้านนอกนั้นมีถาดอาหารหลากหลายอย่างที่พร่องไปเล็กน้อย ทว่าเสียงหอบหายใจจากคนด้านในที่ดังเล็ดลอดออกมาไม่ได้เล็กน้อยเลย เดาได้โดยไม่ต้องเห็นภาพว่าคนด้านในกำลังเสพสังวาสกันอย่างถึงพริกถึงขิง “ไอ้เชิด... มึงไม่บอกนายมึงเหรอ” “บอกแล้วขอรับเถ้าแก่ อาจารย์คงก็ย้ำนักย้ำหนา แต่... คุณพระท่าน” เชิดทอดถอนใจก่อนจะค่อยๆ ผลักบานประตูให้เปิดออก กลิ่นคละคลุ้งรุนแรงกว่าเดิมพุ่งมาปะทะ นั่นทำให้เถ้าแก่ย้งต้องเบ้หน้







