Masukเขาที่เคยผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่กลับเสียอาการให้เด็กหน้าตาใส ๆ คนหนึ่ง คนที่ใครก็ว่าไร้เดียงสา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น เธอคนนี้คือ “เด็กเสี่ย”
Lihat lebih banyakติ๊ง
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนดังขึ้น ทำให้ดวงตาสวยละจากโปเจคเตอร์สไลด์การเรียนการสอนของอาจารย์ ก้มลงมองสนใจยังข้อความที่กำลังปรากฏจากป๊อบอัพข้อความ
ทันทีที่ได้อ่านข้อความที่ถูกส่งมาครบถ้วนใบหน้าสวยจิ้มลิ้มกลับมีแววตาที่เศร้าหมองลงทันที
“มีอะไรหรือเปล่าใบชา” นาเดียร์เอ่ยถามเพื่อนสาวอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้กับท่าทางนั่น
“พรุ่งนี้ก็ถึงวันที่อาหมอนัดแล้ว” เสียงหวานเอ่ย
“หาทันไหม ยืมเราก่อนได้นะ” นาเดียร์รับรู้ถึงความยากลำบากของเพื่อนสาวเอ่ยปากเพื่อจะช่วยเหลือ
“ไม่ เราจะไม่รบกวนนาเดียร์เด็ดขาด” เสียงหวานเอ่ยหนักแน่นเพราะเธอไม่อยากจะรบกวนใคร เธอต้องหามาได้ด้วยตัวเองเท่านั้นไม่ว่าจะต้องลำบากหรือยากเย็นเท่าไหร่ก็ตาม
“แล้วตอนนี้ใบชามีพอเหรอ?” เพื่อนสาวเอ่ยถามเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้
“ตอนนี้เราพอมี...” ใบชาตอบเพื่อนสาวไป แต่ทว่าเธอคิดได้อีกเรื่อง
“...เรื่องนั้น เสี่ยเขาว่าไงบ้างนาเดียร์” เพราะพี่สาวที่รู้จักของนาเดียร์ทำงานที่ผับ ใบชาจึงขอให้เธอช่วยหาเสี่ยที่ต้องการรับเลี้ยงเด็กให้
และเสี่ยที่นาเดียร์เสนอก็คือเสี่ยชยุตม์
ที่เธออยากทำงานเป็นเด็กเสี่ยเหตุผลเพราะงานนี้ได้เงินดี ถ้าเธอเป็นเด็กเสี่ยร่วมกับทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วยเธอก็จะมีเงินเพียงพอมารักษาพ่อ
“พี่โคลอี้บอกว่าเสี่ยไม่รับเลี้ยงเพิ่มแล้วหน่ะ” นาเดียร์มีน้ำเสียงเศร้าเสียดายแทนเพื่อนสาว
“แล้วมีคนอื่นอีกไหม” ใบชาคิดเพียงแค่ตอนนี้เป็นใครก็ได้
“มีก็มีนะ แต่ไม่มีใครดีเท่าเสี่ยชยุตม์ แล้ว” นาเดียร์เอ่ยบอก
“แล้วทำไมเสี่ยไม่รับเราเพิ่ม เราไม่ดีตรงไหน หรือเราไม่ตรงสเปกเสี่ย” ใบชาเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เสี่ยเขาชอบคนเป็นงาน ดูอย่างพี่ยูโกะกับพี่เอมิ” นาเดียร์ตอบกลับ
คนที่เธอกล่าวถึงเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกันกับพวกเธอและเป็นเด็กของเสี่ยชยุตม์ ด้วย
“พี่ทั้งสองคนเป็นเด็กของเสี่ยเหรอ?” ใบชาตาโตเพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
”อุ๊บ เราเผลอบอกไปเหรอเนี่ย” นาเดียร์ใช้ยกมือปิดปากทันทีที่เผลอพูดออกไป เพราะไม่มีใครรู้และน่าจะเป็นความลับของทั้งสอง
“เราไม่ปากโป้งหรอก อย่างนั้นเขาคงไม่ชอบเด็ก ๆ แบบเรา” ใบชาหน้างอเมื่อนึกถึงรุ่นพี่ทั้งสองที่รูปลักษณ์นั้นต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง
“หืมใบชาเด็กที่ไหนกัน นมเป็นนมโพกเป็นโพกเอวเป็นเอวขนาดนี้” นาเดียร์เอ่ยพูดให้เพื่อนมั่นใจ
จริงอยู่ที่รูปลักษณ์ใบชาต่างจากรุ่นพี่ทั้งสองคน
ใบชาออกไปทางน่ารักใส ๆ แต่ทรวดทรงรูปร่างก็ไม่แพ้รุ่นพี่ทั้งสอง ถ้าคนที่ชอบความน่ารักสดใสใบหน้าสวยจิ้มลิ้มต้องชอบใบชาแน่ ๆ
“เราคงดูเด็กน้อยเกิน” ใบชาเอ่ยพูดหน้าเศร้า เมื่อคิดว่าการอยากจะเป็นเด็กเสี่ยของเธอคงจบลงแล้ว
“งั้นคืนนี้เลิกงานไปหาคุณชยุตม์ กัน” เพื่อนแท้อย่างนาเดียร์ไม่ยอมแพ้
พร้อมซัพพอร์ตเพื่อนเสมอโดยการพาเธอไปให้เสี่ยเห็นตัวเป็น ๆ เพราะเธอมั่นใจว่าถ้าเสี่ยเห็นใบชาเสี่ยต้องชอบแน่ ๆ เพราะใบชาทั้งสวยน่ารักและมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามมาก ๆ เพราะคนค่อนมหาลัยก็แทบจะเคยมาจีบใบชาแล้วทั้งนั้น
“แล้วเราต้องทำยังไงบ้าง ต้องแต่งตัวแบบไหน?” ใบชาตื่นเต้นเมื่อมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ต้องทำอะไรเลย เดี๋ยวเราพาเธอไปหาพี่โคลอี้” โคลอี้ก็คือพี่ที่นาเดียร์รู้จักที่ทำงานอยู่ที่คลับ
“ไปอาบน้ำได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแต่ใบหน้าของเขายังไม่ละจากอกอวบคู่หน้ามือแกร่งก็พลางลูบไล้ที่ขาอ่อนจนกระโปรงพลีสเลิกขึ้นสูงแทบจะไม่ปกปิดขาเรียว“คุณก็ปล่อยหนูสิคะ” ใบชาเอ่ยบอกอย่าตะกุกตะกัก“สั่งฉันเหรอ” ใบหน้าหล่อละจากอกอวบเงยหน้าขึ้นมองสบตาหวาน“ก็คุณไม่ปล่อยหนู อีกอย่างคุณดูเหนื่อย ๆ นอนพักไปก่อนนะคะใบชาขอไปอาบน้ำก่อน” ใบชาอธิบายอย่างไร้เดียงสา และคิดว่าเขาคงเดินทางมาเหนื่อยมาก ๆ หลังจากที่สังเกตุมาเพราะเอาแต่ซุกหน้ากอดเธอนิ่ง“อือ ฉันเหนื่อยมาก ๆ แต่เธอช่วยฉันให้หายเหนื่อยได้นะใบชา” ชยุตม์ ยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรออก“เดี๋ยวคืนนี้ใบชานวดให้นะคะ” นวดที่เธอหมายถึงคือนวดจริง ๆ“แต่ฉันต้องการเดี๋ยวนี้” แต่สิ่งที่เขาต้องการนั้นกลับเป็นอีกอย่างที่ลึกซึ้งกว่าไม่รอช้าแขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กในท่าเจ้าสาวเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำในทันที“คะ คุณทำอะไรคะ” ใบชาตาโตตกใจ แขนเรียวรีบคล้องคอแกร่งเพราะกลัวตก“ก็พาเธอไปอาบน้ำไง แล้วก็…นวดให้ฉันด้วย” รอบยิ้มร้ายเผยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางก้มกระซิบบอกที่ข้างแก้มนวลเมื่อมาถึงเขาก็วางเธอนั่งบนฝาชักโครก โดยที่ระดับใบหน้าสวยพอดีกับเป้านูนท
“หรือเธอไม่อยากได้” ชยุตม์ เลิกคิ้วถาม พร้อมกับใช้นิ้วแกร่งเขี่ยปรอยผมที่ปรกแก้มนวลเล่น“ใบชาว่ามันมากเกินไปค่ะ ใบชาเกรงใจ”“เกรงใจไม่เข้าเรื่อง” ฝ่ามือหนาลูบแก้มนวลอย่างหลงใหล ก่อนจะช้อนคางมนขึ้นเพื่อสบตา“แค่คุณเลี้ยงดูใบชาต่อเดือนแค่นั้นก็มากพอแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล“โคลอี้ไม่สอนเธอเลยหรือไง ว่าช่วงที่ฉันกำลังหลงเธอให้เธอรีบกอบโกย”ใบชาแก้มแดง เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่เมื่อกี้ เขาพูดว่ากำลังหลงเธออยู่ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะกลับมาเจอกันได้อยู่ใกล้กันแบบนี้เป็นครั้งที่สองเอง“สอนค่ะ แต่ใบชาไม่อยากทำอย่างนั้น ใบชาแค่…””ต้องการเงิน” เขารู้ดีถึงเรื่องนี้“ค่ะ””แล้วที่ฉันให้ไม่พอหรือไงเธอถึงต้องทำงานเสริม” ได้โอกาสเขาจึงเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้“ใบชาต้องเก็บเงินไว้เยอะ ๆ ค่ะ เพราะว่าพ่อใบชากำลังป่วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาการจะทรุดอีก ต้องใช้เงินรักษาพ่ออีกเยอะค่ะ” เธอเอ่ยบอกอย่างไม่ลังเล และไม่คิดจะปิดบัง“จะใช้อีกเมื่อไหร่ เท่าไหร่ก็บอกฉันมา” ได้ฟังเหตุผลเขาก็สงสารขึ้นมาทันทีเพราะใบชาเป็นเด็กคนแรกของเขาที่เลือกทำแบบนี้ ไม่ใช่เหตุผลเพื่อตัวเอง เด็กตัวแค่นี้แต่แบกความรับผิดชอบใหญ
“รู้ดีนักนะเรื่องคนอื่นเนี้ย” ชยุตม์ หรี่เสียงจ้องสบสายตาคืนอย่างไม่สะทกสะท้าน“กูพี่มึง เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้” เนมจ้องมองลึกในสายตาน้องชายปกติเขาไม่เคยสนใจไปรับไปส่งเด็กคนไหนแบบใบชาเพราะเขารู้นิสัยน้องชายดี อย่างมากก็แค่ไปหาพวกเด็ก ๆ ที่คอนโดในเฉพาะเวลาที่ต้องการแต่สำหรับใบชา ถึงขนาดไปรับที่มหาลัยและพามาที่นี่ มันเป็นเรื่องแปลกเพราะชยุตม์ ไม่เคยเอาเวลาที่เขาคิดว่ามีค่าให้หมดไปกับเด็กคนไหน“มีอะไรอีกไหม กูจะรีบทำงาน” ชยุตม์ ละจากสายตาคมที่กำลังรู้ทันเขามากกว่าที่เขารู้ทันตัวเองเสียอีก กลับมาจ้องอ่านยังเอกสารตรงหน้าดังเดิม“รีบไปไหนว่ะเสี่ย เด็กไม่หนีมึงไปไหนหรอก” รอยยิ้มร้ายยกยิ้ม ก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟากลาง“ใบชามีทำงานพาร์ทไทม์ต่อ เวลากูมีน้อยพอใจมึงยัง” เขาเอ่ยบอกหมดเปลือก ส่งสายตาดุหงุดหงิดออย่างจริงจังให้กับพี่ชายไปหนึ่งทีห่างกันแค่ปีเดียวแค่มองตาก็รู้ไปถึงไส้ถึงพุงกันไปหมด ชยุตม์ จึงไม่คิดจะกั๊กหรือปิดบังอะไร“มึงเลี้ยงเด็กเดือนเท่าไหร่ เด็กยังต้องไปหาทำงานอีกเนี้ย ไอ้เสี่ยขี้งก” เนมขมวดคิ้วสงสัยเอ่ยถามพร้อมตำหนิ“สามหมื่นก็ไม่น้อย” ชยุตม์ เอ่ยบอกเสียงแผ่วแม้ปากจะบอกออกไป
ใบหน้าสวยตั้งใจหันมามองเขา ยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็ถูกมือแกร่งโน้มรั้งท้ายทอยเข้าหน้าใบหน้าที่ยื่นมาพร้อมกับริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวใบชาตาโตตกใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเผยอปากปล่อยให้ร้อนเข้ามาดูดดึงช่วงชิมเรียวลิ้นหวานของเธออย่างตามใจจากเนิบช้า ค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้นเขารู้ตัวว่าโหยหาริมฝีปากนุ่มและรสจูบอันแสนหวานจากคนตัวเล็กมาตลอดสามเดือนจากวันนั้นวันแรกและวันสุดท้ายที่ผับ เขาก็เอาแต่นึกถึงรสสัมผัสและกลิ่นกายหอมของใบชาอยู่ตลอด“ไฟเขียวแล้วค่ะ” ใบชาผละริมฝีปากออกมือเล็กดันอกแกร่งให้ถอยห่างชยุตม์ ที่ได้สติก็หันมาขับรถต่อ หัวใจของเขาเต้นแรง ทั้งรู้ว่าคิดถึงแต่เมื่อได้สัมผัสมันอีกครั้งยิ่งโหยหาและต้องการแทบจะหยุดไม่อยู่“ฉันต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับก่อน เย็น ๆ ค่อยออกไปหาอะไรทานกัน”“หนูแล้วแต่คุณชยุตม์ ค่ะ ตะ แต่ว่าสองทุ่มหนูมีทำงานพาร์ทไทม์ต่อนะคะ” ใบชาเอ่ยบอกเสียงอ่อนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“ค่อยว่ากัน” ชยุตม์ หันมาตอบก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าไปยังผับ@Moonlight Club“หนูขอแวะไปหาพี่โคลอี้ได้ไหมคะ” เมื่อเข้ามาด้านในผับใบชาก็เกิดอยากเข้าไปหาโคลอี้จึงเอ่ยปากขอ“แล้วอย่าเ