แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: เจ้าตัวแสบ
ยามที่อวิ๋นเจาฟื้นตื่นขึ้นมา สายลมพัดกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรยปลิวเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ตกลงข้างถ้วยยาที่ว่างเปล่าใบนั้นตรงข้างเตียง

ประตูถูกผลักเปิดออก

เซียวจิ่งเหยียนั่งลงข้างเตียง

เขาดูซูบผอมลงไปเล็กน้อย ใต้ตามีรอยคล้ำชัดเจน คาดว่าคงจะไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว

เขาจ้องมองนาง หวังจะกุมมือของนางเอาไว้ ทว่ายามที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนหลังมือของนาง นางกลับหดมือหนีกลับเข้าไปในผ้าห่มทันที

นิ้วมือของเขาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะชักกลับคืนมา

"หมอหลวงบอกว่า ร่างกายของเจ้าจำเป็นต้องได้รับการบำรุงดูแล" น้ำเสียงของเขาเบาหวิว "พักฟื้นสักครึ่งปีหรือหนึ่งปี เดี๋ยวก็ค่อยๆ ดีขึ้นเอง"

อวิ๋นเจาไม่ได้ขานรับ

เขาเอ่ยเสริมอีกว่า "วันข้างหน้า...เรายังสามารถมีลูกด้วยกันได้อีก"

อวิ๋นเจาหันหน้าหนี

เซียวจิ่งเหยียนจ้องมองดวงหน้าด้านข้างที่ขาวซีดของนาง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง คำพูดมากมายที่เขาเก็บไว้ตลอดสามวันสามคืนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียง กลับเหมือนมีบางอย่างอุดอยู่

เขาเว้นจังหวะไป เสียงต่ำกว่าเดิม "รอให้เรื่องราวนจบสิ้นลง บุญคุณความแค้นระหว่างข้ากับชิงหลานก็ถือว่าชดใช้ให้จนหมดสิ้นแล้ว หลังจากนี้ตัวนางก็คือนาง ตัวเจ้าก็คือเจ้า"

เขาจ้องมองดวงหน้าด้านข้างของนางที่ยังคงไม่ยอมหันกลับมา แล้วเอ่ยอย่างช้าๆ ว่า

"วันข้างหน้า เรามาเริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ เถิด"

อวิ๋นเจาไม่ได้หันหลังกลับมามอง

นางมองกลีบดอกไห่ถังที่กำลังจะร่วงจากขอบหน้าต่าง แล้วคิดว่า

ใช้ชีวิตกันดี ๆ งั้นหรือ

แบบไหนกันที่เรียกว่าการใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ

คือการนอนเคียงข้างกันทุกค่ำคืน คือการปรนนิบัติตามเวลาเช้าเย็น คือการครองคู่กับเขาจนแก่เฒ่าผมขาวโพลน และมีลูกหลานรายล้อมรุมล้อมงั้นหรือ?

หรือยังคงเป็นเหมือนดังเช่นวันวาน ที่นางถูกกักขังเอาไว้ในเรือนหลัง ทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลขสามและเลขเจ็ดต้องถูกกรีดเลือดสามจอก ส่วนตัวเขาคอยวางแผนบงการอยู่ราชสำนักส่วนหน้า ปกป้องบุตรสาวของอาจารย์ผู้มีพระคุณให้ปลอดภัยและแข็งแรงดี?

นางไม่รู้เลยจริงๆ

นางเพียงแค่เหนื่อยแล้ว

บานหน้าต่างสั่นสะเทือน ลูกธนูสีดำสนิทพุ่งฝ่าอากาศมาพร้อมแรงลม แล้วปักเข้ากับเสาไม้ด้วยเสียงดัง “ฉึก”

ปลายธนูยังสั่นไหว ที่ก้านธนูมีผ้าไหมสีขาวผูกติดอยู่

เซียวจิ่งเหยียนลุกขึ้นทันที ยืนขวางหน้าเตียง เอียงหูฟังความเคลื่อนไหวอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าภายนอกหน้าต่างมีเพียงเสียงลมพัดผ่านตามปกติในปลายฤดูใบไม้ผลิ และเสียงนกร้องที่แว่วดังมาจากที่ไกลๆ

เขาดึงลูกธนูออก แล้วแกะผ้าไหมออก

เดิมทีอวิ๋นเจาไม่ได้สนใจจะมอง

นางหมดความสนใจต่อทุกสิ่งบนโลกนี้แล้ว

ทว่าหางตาของนาง กลับเหลือบไปเห็นสีของผ้าไหมผืนนั้นเข้า

มันเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ไม่มีอักษรใดประดับอยู่ มีเพียงตรงขอบที่ปักลวดลายกิ่งเหมยหมึกจางๆ เอาไว้กิ่งหนึ่ง

นั่นเป็นลวดลายที่มารดาของนางใช้เป็นประจำ

นางรีบลุกพรวดขึ้น กระโดดลงจากเตียงทั้งที่ยังเท้าเปล่า

หัวเข่ากระแทกพื้นอิฐเย็นแข็ง ทว่านางไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด นางพุ่งไปไปหาเซียวจิ่งเหยียน คว้าแล้วแย่งผ้าไหมม้วนนั้นมา

คลี่มันออก

มีเพียงตัวอักษรแถวเดียวเท่านั้น

ลายมือโย้เย้บิดเบี้ยว มันคือลายมือสุดท้ายที่ท่านแม่ทิ้งไว้ก่อนตาย ยามที่นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้จนมือไม่อาจจับพู่กันได้มั่นคงอีกต่อไป

"เจาเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วง แม่จะไปหาพ่อของเจ้าแล้ว"

อวิ๋นเจาคุกเข่าอยู่บนพื้น

นางกวาดสายตามองอักษรแถวนั้นรอบหนึ่ง สองรอบ สามรอบ

ท่านพ่อของนางสิ้นชีพไปแล้วถึงสิบแปดปี

ท่านแม่เหลือนางเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียว

ท่านแม่เคยบอกไว้ว่าจะรอให้นางกลับบ้าน

ท่านแม่เคยบอกว่า ถ้ารวมเงินได้มากพอแล้ว จะมารับนางกลับไป จะทำบัวลอยน้ำขิงต้มเหล้าหมักดอกกุ้ยฮวาของโปรดให้กิน และจะปลูกดอกจื่อเถิงที่นางเคยรบเร้าอยากได้ตอนเด็กๆ ไว้ในสวน

อวิ๋นเจาบีบผ้าไหมผืนบางม้วนนั้นไว้แน่น ข้อต่อนิ้วมือกลายเป็นสีขาวโพลน

เซียวจิ่งเหยียนก้มตัวลงจะช่วยพยุงนาง

"อวิ๋นเจา"

ทว่ามือของนางกลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้

"ท่านเคยรับปากกับข้าไว้แล้ว"

"ท่านเคยสัญญากับข้าว่าหากข้าทำตามที่ท่านต้องการ ท่านจะไม่ทำร้ายท่านแม่ของข้า"

ลูกกระเดือกของเซียวจิ่งเหยียนขยับขึ้นลง

"ข้าส่งคนไปสืบเรื่องนี้แล้ว"

"ท่านเคยรับปากกับข้าไว้แล้ว!"

นางเงยหน้าขึ้นมา

บนใบหน้าแผ่นนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาไหลนอง

"ท่านบอกว่าหากข้ายอมเข้าวังแทนนาง ท่านจะรับรองความปลอดภัยตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของท่านแม่"

"ท่านบอกว่าขอเพียงข้าเชื่อฟังฟังความ ท่านย่อมไม่มีวันแตะต้องนาง"

"ท่านบอกว่า..."

เซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าลงตรงหน้านาง

เป็นครั้งแรกที่เขามองนางใกล้ถึงเพียงนี้

"ข้าจะให้คำอธิบายแก่เจ้าอย่างแน่นอน" เขาได้ยินเสียงของตนเอง "คนที่ทำร้ายท่านแม่ของเจ้า ข้าจะสืบสวนหาความจริงให้ถึงที่สุด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม"

เขาหยุดชะงักลง

อวิ๋นเจาจ้องมองเขา

"ทั้งที่ท่านก็รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นใคร"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 27

    มันเป็นเพียงโต๊ะสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง กับข้าวสี่จาน และเหล้าอุ่นอีกหนึ่งกาเซียวจิ่งเหยียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของนางโดยมีระยะห่างคั่นกลางอยู่สามฉื่ออวิ๋นเจาหยิบกาสุราขึ้นมานางรินเหล้าให้เขาจนเต็มจอกเซียวจิ่งเหยียนมองดูเหล้าจอกนั้นเขายกจอกเหล้าขึ้นมาแล้วมองดูนาง "องค์หญิง สามปีมานี้เป็นกระหม่อมที่ทำผิดต่อองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ"เขาหยุดเว้นจังหวะไปเล็กน้อย"หากชาติหน้ามีจริง"เขามองดูนางหยาดน้ำตาหยดหนึ่งที่หางตา ในที่สุดก็ร่วงหล่นลงมา"กระหม่อมยินดีจะเกิดเป็นวัวเป็นควายให้องค์หญิง เพื่อชดใช้หนี้ที่ติดค้างในชาตินี้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี"อวิ๋นเจาก็จ้องมองเขา มองดูหยาดน้ำตาที่หางตาของเขาคู่นั้นนี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่นางรู้จักเขา ที่ได้เห็นเขาร้องไห้ที่แท้คนเช่นเขาก็ร้องไห้เป็นเหมือนกันที่แท้ยามที่เขาร้องไห้ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไปเลยนางค่อยๆ ยกจอกสุราตรงหน้าตนเองขึ้นเบาๆ"ท่านไม่ต้องรอถึงชาติหน้าหรอก" นางเอ่ยเซียวจิ่งเหยียนมองดูนาง"เมื่อไม่กี่วันก่อน ฝ่าบาททรงบอกข้า" นางเอ่ย "ว่าความดีความชอบของท่านสูงส่งจนสั่นคลอนราชบัลลังก์"รูม่านตาของเ

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 26

    "ท่านไม่เห็น"อวิ๋นเจาเอ่ยทวนคำพูดของเขาเบา ๆนางยิ้มบาง "ใช่ ท่านมักจะมองไม่เห็นอยู่เสมอ"เซียวจิ่งเหยียนมองดูนางทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนท่าทางรีบร้อนเกินไป หัวเข่าจึงกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะไม้พะยูง ส่งเสียงทึบหนักดังอึดอัดขึ้นมาคำหนึ่งเขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อสิ่งนั้นคือมีดสั้นเล่มหนึ่งเซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าลงตรงหน้านางเขาหลุบตาลงนิ้วมือที่กำด้ามมีดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว"วันที่แปดเดือนสิบสอง ปีหย่งเหอที่สอง""คืนวันแต่งงาน""กระหม่อมมิได้เปิดผ้าคลุมหน้าขององค์หญิง กระหม่อมวาจาสามหาว กระหม่อม"เขายกมือขึ้นคมมีดกกรีดผ่านกลางฝ่ามือรอยเลือดค่อยๆ แผ่กว้าง เลือดไหลตามรอยฝ่ามือ แล้วหยดลงบนชุดคลุมน้ำเงินเข้มของเขาอวิ๋นเจามองดูรอยเลือดแดงฉานนั้น ขนตาของนางสั่นไหวไปเบาๆ"ตั้งแต่เดือนแรกของปีหย่งเหอที่สามเป็นต้นมา ทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลขสามและเลขเจ็ดของทุกเดือน กระหม่อมสั่งให้คนมากรีดเลือดขององค์หญิง"คมมีดกกรีดลงไปอีกครั้งเกิดเป็นรอยแผลเลือดหลั่งรอยที่สอง..."เดือนหก ปีหย่งเหอที่สาม วันคล้ายวันเกิดขององค์หญิง กระหม่อมมิได้อยู่ร่วมโต๊ะเสวยกับองค์หญิง""เดือนเ

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 25

    เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ด้านนอกสวนซวงหัวเป็นเวลาเจ็ดวันวันแรก เขายืนอยู่ใต้ต้นหลิว ตั้งแต่ยามเช้าตรู่จนถึงยามเที่ยงวันนางไม่ได้ออกมาให้อาหารปลาวันที่สอง เขายืนอยู่ด้านนอกประตูวงเดือน ตั้งแต่ยามยามเช้าจนถึงยามบ่ายแก่ๆ ตะเกียงตรงหน้าต่างของนางไม่เคยจุดขึ้นเลยวันที่สาม หิมะตกแล้ว เขายืนอยู่ท่ามกลางหิมะ บนหัวไหล่มีหิมะทับถมหนาราวหนึ่งนิ้ว ขันทีเข้ามาเกลี้ยกล่อม ทว่าเขาไม่ขานรับวันที่สี่ วันที่ห้า วันที่หกวันที่เจ็ด ในที่สุดนางก็ยอมพบเขาภายในห้องอบอุ่นของสวนซวงหัว ถ่านเงินกำลังลุกไหม้ ไออุ่นอันอบอวลช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวให้สิ้นไปอวิ๋นเจานั่งอยู่ริมหน้าต่าง ในมือถือม้วนตำราเล่มหนึ่ง ชุดวังหลวงสีเหลืองอ่อนถูกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกเงิน ยิ่งขับให้ใบหน้าของนางขาวผ่องและสงบนิ่งนางได้ยินเสียงฝีเท้า แต่ไม่ได้เงยหน้าเซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ด้านในประตูเขาซูบผอมลงไปมาก"กระหม่อมกราบทูลบังคมพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"เขาคุกเข่าลงอวิ๋นเจาพลิกตำราไปอีกหน้าหนึ่ง"ท่านราชครูมีธุระอันใด"เซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ทอดสายตามองชายเสื้อพระองค์ที่ทิ้งตัวลงมาเขามีคำพ

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 24

    หลังจากคืนนั้น บางสิ่งบางอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบยามที่เสิ่นเจามาหา นางไม่ได้เพียงแค่นั่งให้อาหารปลาอยู่ข้างสระน้ำอีกต่อไปนางเริ่มเอ่ยถามเขาถึงตำราโบราณเหล่านั้นที่เรียบเรียงในสำนักจี๋เสียน ถามว่าตำราเล่มใดน่าสนใจ เล่มใดเข้าใจยาก และเล่มใดที่อ่านแล้วชวนให้วางตำราลงพร้อมกับถอนหายใจยาวเขาจึงเริ่มนำตำรามาให้นางวันแรกเป็นม้วนตำรา 《คัมภีร์ขุนเขาและมหาสมุทร》ในวัยเยาว์นางเคยฟังแม่บุญธรรมเล่าเรื่องนกจิงเว่ยถมทะเลและควาฟู่ไล่ตามดวงอาทิตย์ ทว่าไม่เคยได้อ่านจากต้นฉบับเลยสักครั้ง เขาช่วยวงรูปภาพพวกภูตผีปีศาจและอสุรกายในนั้นไว้ให้ ทั้งยังใช้พู่กันตัวอักษรเล็กจดบันทึกที่มาที่ไปอย่างละเอียดไว้ที่ขอบหน้ากระดาษวันที่สองเป็นตำรา 《คัมภีร์กวีนิพนธ์》 ซึ่งเย็บเล่มแยกตามหมวดหมู่ ทั้งบทเพลงพื้นบ้าน บทเพลงราชสำนัก และบทสรรเสริญ โดยเขาแนะนำให้นางเริ่มต้นอ่านจากหมวดกวีนิพนธ์พื้นบ้านก่อน นางบอกว่าตอนเด็ก ๆ ท่านแม่เคยสอนบทกวีร้องเรียกคู่กวนกวนจวีจิว เขาจึงเปิดไปที่หน้านั้น ปลายนิ้วแตะลงบนตัวอักษรทั้งแปดคำที่ว่า "ยอดหญิงงามละมุน สุภาพชนล้วนปรารถนาคู่เคียง" แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า ประโยคนี้ไม่ใคร่ด

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 23

    ครั้งแรกที่อวิ๋นเจาได้พบกับเสิ่นเจา คือริมสระบัวเรือนซวงหัวยามนั้นเป็นปลายเดือนเจ็ด ไอแดดฤดูร้อนกำลังแผ่ซ่าน ดอกบัวในสระไท่เย่บานสะพรั่งจนถึงช่วงสุดท้ายแล้วนางมาให้อาหารปลาในยามเช้าตรู่และกลับในยามเช้าของทุกวัน จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คนทั่วทั้งวังต่างรู้ดีวันนั้นนางยังคงยืนอยู่ข้างสระน้ำตามปกติ ค่อย ๆ โปรยอาหารปลาในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวลงไปทีละกำมือผิวน้ำจากการแย่งอาหารของฝูงปลาหลีฮื้อทำให้เงาบัวทั่วทั้งสระแตกกระจาย นางเหม่อมองวงคลื่นที่แผ่ขยายออกไปเป็นวง ๆ จนตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วครู่จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังนางหันหน้ากลับไปใต้เงาต้นหลิว มีชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่เขาสวมชุดลำลองสีขาวนวลราวแสงจันทร์ ที่เอวห้อยจี้หยกสีเขียวเอาไว้ แสงแดดส่องลอดผ่านช่องว่างของกิ่งต้นหลิว ทอดเงาสว่างมืดสลับกันลงบนใบหน้า เผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่งดงามยิ่งนักเมื่อเขาเห็นนางหันกลับมา เขาก็ดูจะประหลาดใจอยู่บ้างเช่นกันจากนั้นเขาจึงน้อมกายลงเล็กน้อย ประสานมือทำความเคารพ“กระหม่อมรบกวนองค์หญิงแล้ว”น้ำเสียงของเขาเป็นไปเช่นเดียวกับย่างก้าว ไม่เร่งไม่รีบ ทว่านุ่มนวล

  • ไห่ถังโรยรา สามปีที่สาย   บทที่ 22

    ในวันที่เซียวจิ่งเหยียนเดินทางกลับมาจากชายแดนเหนือ เมืองหลวงมีหิมะแรกของฤดูหนาวนี้โปรยปรายลงมาเขาฝ่ากองหิมะที่ทับถมกันบางๆ เข้าเมือง ยามที่กีบเท้าม้าย่ำผ่านประตูจูเชว่ หิมะก็ยังคงร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสายมันตกลงบนหัวไหล่ชุดเกราะเหล็กทมิฬ ตกลงบนรอยแผลเป็นจากคมลูกธนูที่เพิ่งผ่านตรงคิ้ว และตกลงบนเส้นผมจอนข้างขมับที่ไม่ได้รับการตัดมานานถึงสามเดือนเต็มก่อนจะละลายด้วยไออุ่นจากร่างกาย กลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ ไหลลงมาตามปลายคางทีละหยดเขาไม่รู้เลยว่าตนเองในเวลานี้ดูอิดโรยเพียงใดเขารู้เพียงแค่ว่าตนเองยังคงมีชีวิตอยู่เขายังกลับมาได้และเขายังมีโอกาสได้พบนางอีกครั้งศึกสงครามที่ภูเขาหลังจวีซวี่ ยามที่เขาเป็นผู้นำทัพบุกตะลุยเข้าสู่ค่ายกลของศัตรู ดาบโค้งของพวกซงหนูได้ฟันกระแทกจนเกราะไหล่ของเขาแตกกระจายลูกธนูเฉียดผ่านขั้วหัวใจของเขาไปเพียงนิด ทิ้งรอยแผลฉีกขาดลึกจนมองเห็นกระดูกไว้ตรงแขนยามที่หมอหลวงในกองทัพคุกเข่าลงภายในกระโจมเพื่อเย็บปากแผลให้เขา เลือดซึมทะลุผ้าป่านถึงสามชั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายในกระโจมต่างพากันคิดว่าเขาคงไม่อาจผ่านพ้นค่ำคืนนั้นไปได้แล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status