Short
ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย

ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย

By:  ขี่หอยทากซิ่งKumpleto
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
16Mga Kabanata
3.3Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมืองหลวงต้าเซี่ยมีเรื่องขบขันเล่าลือกันว่า เสิ่นจิงหลาน เทพสงครามหญิงแห่งต้าเซี่ย แต่งงานมาห้าปีแล้วแต่ยังคงเป็นสาวบริสุทธิ์ นั่นก็เพราะสามีของนางคือเซี่ยเสวียนจี้ ราชครูแห่งต้าเซี่ย กฎของบรรพชนตระกูลเซี่ยมีอยู่ว่า หากมีเรื่องสำคัญใดๆ ราชครูจะต้องเป็นผู้เสี่ยงทายด้วยตัวเอง ต้องได้ฤกษ์มงคลเท่านั้นถึงจะดำเนินการได้ มิฉะนั้นจะเกิดเภทภัยใหญ่หลวง เซี่ยเสวียนจี้เสี่ยงทายเพื่อจะเข้าหอกับเสิ่นจิงหลานมาแล้วถึงเก้าสิบแปดครั้ง แต่กลับไม่มีสักครั้งที่ได้ฤกษ์ดี ข่าวลือซุบซิบในเมืองหลวงจึงค่อยๆ แพร่สะพัดไปทั่ว “หรือว่าเสิ่นจิงหลานจะฆ่าคนมาเยอะเกินไป จนบรรพบุรุษตระกูลเซี่ยรับไม่ได้กันนะ!” “นั่นนะสิ เป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่ดันไปออกรบ ขลุกตัวอยู่กับผู้ชายเป็นฝูงในค่ายทหารทุกวี่ทุกวัน ป่านนี้คงแปดเปื้อนไปหมดแล้วมั้ง!” จนกระทั่งการเสี่ยงทายครั้งที่เก้าสิบเก้า เสิ่นจิงหลานถึงได้ตาสว่างว่าแท้จริงแล้วสามีที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน แอบเปลี่ยนคำทำนายจากดีเป็นร้ายมาตลอด เพียงเพื่อต้องการรักษาความบริสุทธิ์ของตนเองไว้ให้ซูเฉียนเยว่ ศิษย์น้องหญิงของเขา นางจึงบุกเข้าวังไปทูลขอพระราชทานอนุญาตหย่าขาด วันที่นางจากไป เซี่ยเสวียนจี้วิ่งตามหลังมาอ้อนวอนขอร้องไม่ให้นางไป “จิงหลาน ข้าเสี่ยงทายได้ฤกษ์มงคลแล้ว”

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเองก็มีสีหน้าท่าทางต่อนางแย่ลงเรื่อยๆ คำพูดคำจาก็ยิ่งไม่น่าฟัง

ทว่าเซี่ยเสวียนจี้กลับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจัดการกับข่าวลือเหล่านั้นทุกครั้ง หนำซ้ำยังลงโทษโบยตัวเองในศาลบรรพชนถึงเก้าสิบเก้าแส้ บีบจนฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่กล้าสร้างความลำบากใจให้นางอีก

ในการเสี่ยงทายครั้งที่เก้าสิบเก้า เสิ่นจิงหลานซ่อนเร้นกลิ่นอายหลบอยู่บนขื่อคานในศาลบรรพชน นางไม่อาจทนเห็นเซี่ยเสวียนจี้ต้องทนทุกข์เพราะนางได้อีกแล้ว ในมือกำเข็มเงินไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะซัดออกไปเพื่อเปลี่ยนทิศทางไม้ปวยให้กลายเป็นฤกษ์มงคลก่อนที่มันจะตกลงถึงพื้น

ภายในศาลบรรพชนจุดธูปควันลอยคลุ้ง แสงสลัวราง

เซี่ยเสวียนจี้ล้างมือชำระกายและจุดธูป หลังจากคุกเข่าโขกศีรษะต่อบรรพบุรุษแล้ว เขาก็เริ่มเสี่ยงทาย เสิ่นจิงหลานยังไม่ทันได้ลงมือ คำทำนายก็ปรากฏขึ้นเสียก่อน

คว่ำหนึ่ง หงายหนึ่ง เป็นฤกษ์มงคล

เมื่อเสิ่นจิงหลานเห็นคำทำนาย หินก้อนใหญ่ที่ทับถมอยู่ในใจมาเนิ่นนานก็ถูกยกออกไปเสียที นางเก็บเข็มเงินในมือ ใบหน้าเห่อร้อนแดงซ่าน เตรียมตัวลุกขึ้นจากไป

ทว่า เซี่ยเสวียนจี้กลับหยิบไม้ปวยขึ้นมาเสี่ยงทายใหม่อีกครั้ง เขาโยนติดต่อกันถึงห้าครั้ง และผลที่ได้ก็ยังคงเป็นคว่ำหนึ่งหงายหนึ่งอันเป็นฤกษ์มงคลทั้งสิ้น

เสิ่นจิงหลานที่อยู่บนขื่อคานมองดูภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

ก่อนจะเห็นเซี่ยเสวียนจี้ล้วงเอาภาพวาดใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ หญิงสาวในภาพกำลังวิ่งจับผีเสื้อ ดูไร้เดียงสาและสดใสร่าเริง

เขาจ้องมองภาพนั้นอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “อาเยว่ ยังเที่ยวเล่นโลกภายนอกไม่พออีกหรือ เจ้าไม่คิดถึงศิษย์พี่บ้างเลยหรือไร?”

เขาหันกลับไปจ้องมองไม้ปวยอยู่นาน ชะงักงันและเต็มไปด้วยความสับขนขัดแย้ง แต่ท้ายที่สุด เขาก็ยังคงก้มตัวลง จับไม้ปวยอันที่หงายอยู่พลิกคว่ำลงเบาๆ เปลี่ยนฤกษ์มงคลให้กลายเป็นฤกษ์ร้าย

ตอนที่ลุกขึ้น เขาก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ “อาเยว่ ข้าจะรอเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งที่หนึ่งร้อยข้าจะต้องให้คำตอบที่น่าพอใจกับจิงหลานอย่างแน่นอน”

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!

ราวกับถูกควันธูปรมตา ดวงตาของเสิ่นจิงหลานปวดแปลบจนหยาดน้ำตาไหลรินลงมา หยดลงตรงตำแหน่งที่เซี่ยเสวียนจี้เพิ่งยืนอยู่พอดิบพอดี

ประตูเปิดออกแล้วปิดลง เสียงของเซี่ยเสวียนจี้ดังขึ้นที่หน้าประตู

“เอาปะการังแดงที่ข้าเพิ่งได้มาไปมอบให้ฮูหยิน” บ่าวรับใช้คนสนิทเงียบไปชั่วขณะ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกี่ครา คนทั้งจวนต่างก็รู้ดีแก่ใจว่า นี่คงเสี่ยงทายได้ฤกษ์ร้ายอีกแล้ว

“ฮูหยินดีต่อพวกเรามาตลอด คงไม่ใช่ตัวกาลกิณีอะไรจริงๆ หรอกมั้ง?”

บ่าวรับใช้สองคนเดินกระซิบกระซาบกันจนลับตาไป

ภายในหัวของเสิ่นจิงหลานขาวโพลนสับสนไปหมด เมื่อได้สติกลับมาก็รู้สึกได้เพียงความเย็นเฉียบที่อาบไล้บนใบหน้า

ปากคนยาวก่วาปากกา ครั้งแรกคนอาจไม่ใส่ใจ ครั้งที่สองอาจบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ตั้งเก้าสิบเก้าครั้ง คนทั้งเมืองหลวงไม่มีใครจดจำเทพสงครามหญิงเสิ่นจิงหลานผู้ปกป้องเมืองหลวงและรบชนะเผ่าเป่ยตี้ได้อีกต่อไป มีเพียงตัวกาลกิณีเสิ่นจิงหลานเท่านั้น

ท้องฟ้าเทฝนลงมาอย่างหนัก เสิ่นจิงหลานเดินเหม่อลอยไร้จุดหมายอยู่บนถนน

ตระกูลเสิ่นปกป้องต้าเซี่ยมาหลายชั่วอายุคน บัดนี้บนโลกเหลือเพียงนางตัวคนเดียว ความน้อยเนื้อต่ำใจที่อัดอั้นอยู่เต็มอกกลับไร้หนทางจะระบาย

“ท่านแม่ทัพเสิ่น เหตุใดท่านถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียวเล่าขอรับ?” ร่มเก่าซอมซ่อคันหนึ่งกางบดบังหยาดฝนเหนือศีรษะของนาง

ตั้งแต่กลับมาที่เมืองหลวง นางก็ไม่ได้ยินคำเรียกขานว่า “ท่านแม่ทัพเสิ่น” มานานแล้ว

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปเบื้องหน้า นางถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเดินมาถึงประตูเสิ่นอู่โดยไม่รู้ตัว

ขุนพลรักษาประตูเสิ่นอู่คือนายทหารที่นางพาตัวกลับมาจากสมรภูมิรบเป่ยตี้ ดังนั้นเขาจึงยังคงเรียกขานนางว่าท่านแม่ทัพเสิ่น

“ข้าต้องการขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท”

ยามที่นางเดินออกมาจากห้องทรงพระอักษร ท้องฟ้าก็กลับมาปลอดโปล่งแล้ว ด้านหลังแว่วเสียงขันทีพูดคุยซุบซิบกัน

“ข้าหูฝาดไปหรือเปล่า? เมื่อครู่ฮูหยินเซี่ยขอให้ฝ่าบาทพระราชทานอนุญาตให้หย่าขาด และจะไปประจำการที่ชายแดนตลอดชีวิตงั้นหรือ ทะเลาะกับใต้เท้าราชครูมาหรืออย่างไร?”

“เจ้าต้องฟังผิดแน่ๆ คนทั้งเมืองหลวงใครบ้างไม่รู้ว่าฮูหยินเซี่ยรักใต้เท้าราชครูดั่งดวงใจ จะตัดใจหย่ากับเขาลงได้อย่างไร?”

“อืม ข้าคงฟังผิดไปจริงๆ เมื่อสิบปีก่อน ชายแดนพ่ายศึก ในราชสำนักไม่มีแม่ทัพให้ส่งไปได้อีก ตามกฎบรรพชน ราชครูจะต้องสละชีพเพื่อบวงสรวงขอความเมตตาจากสวรรค์ ปีนั้นฮูหยินเซี่ยเพิ่งจะอายุสิบสี่ อายุแค่เพียงนั้นแต่กลับเสนอตัวอาสาออกรบ ทนทุกข์ทรมานอยู่ชายแดนถึงห้าปี รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด รบชนะเผ่าเป่ยตี้ถึงได้แลกชีวิตของราชครูกลับคืนมาได้”

“นั่นนะสิ ใครบ้างในเมืองหลวงไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนเป็นคู่ยวนหยางที่รักใคร่กลมเกลียวกันราวกับเทพเซียน ยังจำงานแต่งเมื่อห้าปีก่อนของพวกเขาได้อยู่เลย สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองหลวง จัดงานเลี้ยงฉลองต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือนเต็ม จนป่านนี้ในห้องข้ายังเก็บเมล็ดแตงโมทองคำที่ใต้เท้าราชครูหว่านแจกตอนนั้นไว้อยู่เลย สามปีก่อน สายลับเป่ยตี้ลอบวางยาพิษฮูหยิน ราชครูไม่สนใจเสียงคัดค้านใช้เลือดจากหัวใจถึงเจ็ดชามเต็มถึงดึงชีวิตฮุหยินกลับคืนมาจากมือพญามัจจุราชได้สำเร็จ เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ข้าได้ยินมาว่าหลานชายของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยล่วงเกินฮูหยินเซี่ย ราชครูก็ไม่ไว้หน้าตัวเอง สั่งประหารคนผู้นั้นทิ้งทันที ซ้ำยังลั่นวาจาว่าใครกล้านินทาว่าร้ายฮูหยินเซี่ยลับหลัง มีโทษประหารสถานเดียว”

เมื่อได้ฟังคำวิจารณ์ของเหล่าขันที เสิ่นจิงหลานก็กระตุกมุมปาก แววตาเย้ยหยันฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ

ใช่สิ ใครๆ ต่างก็รู้ว่านางกับเซี่ยเสวียนจี้เป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กันมากแค่ไหน

เติบโตมาด้วยกันจนเกิดเป็นความผูกพันที่สามารถฝากฝังชีวิตให้แก่กันได้ ห้าปีที่ชายแดน ก็ได้จดหมายที่เปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงใยจากเขาทีละฉบับๆ นี่แหละ ที่เป็นพลังต่อนางให้ยืนหยัดสู้ต่อไปได้

ใครจะไปคิด ว่าในช่วงห้าปีที่นางต้องหลั่งเลือดเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเขา เขากลับไปตกหลุมรักศิษย์น้องหญิงที่ตัวเองเก็บมาเลี้ยงเสียแล้ว

นางยังจำได้ดี ตอนที่เขาส่งจดหมายมาบอกเล่าเรื่องนี้ให้นางรู้

‘บังเอิญได้ศิษย์น้องหญิงมาคนหนึ่ง หน้าตาคล้ายคลึงกับจิงหลานมาก นางต้องตกระกำลำบากอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ ทำให้ข้านึกถึงความยากลำบากของเจ้าที่ชายแดน ปวดใจราวกับจะแตกสลาย ขอให้เจ้าปลอดภัย ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่เมืองหลวงเสมอ’

นับแต่นั้นมา ในจดหมายที่ทั้งสองโต้ตอบกัน ก็มีชื่อของคนคนหนึ่งเพิ่มเข้ามา...ซูเฉียนเยว่

‘วันนี้ข้าสอนอาเยว่นั่งสมาธิ นางกลับหลับไปเสียได้’

‘อาเยว่นี่อยู่นิ่งๆ ไม่ได้เลยจริงๆ ตาก็จ้องหนังสือหรอกนะ แต่ใจลอยไปถึงแผงขายขนมนอกกำแพงนู่นแล้ว’

……

ไม่ใช่ว่านางไม่เคยสงสัย แต่ตอนที่เพิ่งกลับมาถึง เซี่ยเสวียนจี้ก็หอบสินสอดสิบลี้มาสู่ขอนาง ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความคะนึงหาและรักใคร่ลึกซึ้ง ความเคลือบแคลงสงสัยในใจนางจึงค่อยๆ มลายหายไป

จนกระทั่งวันนี้ นางถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคอยรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้ศิษย์น้องหญิงของตัวเองมาตลอด ปล่อยให้นางต้องตกลงไปในวังวนของข่าวลือสาดเสียเทเสียครั้งแล้วครั้งเล่า

“ในฐานะราชครูแห่งต้าเซี่ย ตลอดชีวิตนี้ไม่อาจก้าวออกจากเมืองหลวง หากเจ้าตัดสินใจจะไปประจำการที่ชายแดนตลอดชีวิต เช่นนั้นชาตินี้พวกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก ห้าวันให้หลังจะมีการประกาศราชโองการพระราชทานการหย่า หากเจ้าเปลี่ยนใจ มาหาเราได้ทุกเมื่อ”

เมื่อนึกถึงคำตรัสของฝ่าบาทก่อนจากมา เสิ่นจิงหลานก็ทอดสายตามองไปทางจวนราชครู ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงแผ่ว “ไม่มีคำว่าเสียใจเพคะ!”

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
16 Kabanata
บทที่ 1
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเองก็มีสีหน้าท่าทางต่อนางแย่ลงเรื่อยๆ คำพูดคำจาก็ยิ่งไม่น่าฟัง ทว่าเซี่ยเสวียนจี้กลับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจัดการกับข่าวลือเหล่านั้นทุกครั้ง หนำซ้ำยังลงโทษโบยตัวเองในศาลบรรพชนถึงเก้าสิบเก้าแส้ บีบจนฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่กล้าสร้างความลำบากใจให้นางอีก ในการเสี่ยงทายครั้งที่เก้าสิบเก้า เสิ่นจิงหลานซ่อนเร้นกลิ่นอายหลบอยู่บนขื่อคานในศาลบรรพชน นางไม่อาจทนเห็นเซี่ยเสวียนจี้ต้องทนทุกข์เพราะนางได้อีกแล้ว ในมือกำเข็มเงินไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะซัดออกไปเพื่อเปลี่ยนทิศทางไม้ปวยให้กลายเป็นฤกษ์มงคลก่อนที่มันจะตกลงถึงพื้น ภายในศาลบรรพชนจุดธูปควันลอยคลุ้ง แสงสลัวราง เซี่ยเสวียนจี้ล้างมือชำระกายและจุดธูป หลังจากคุกเข่าโขกศีรษะต่อบรรพบุรุษแล้ว เขาก็เริ่มเสี่ยงทาย เสิ่นจิงหลานยังไม่ทันได้ลงมือ คำทำนายก็ปรากฏขึ้นเสียก่อน คว่ำหนึ่ง หงายหนึ่ง เป็นฤกษ์มงคลเมื่อเสิ่นจิงหลานเห็นคำทำนาย หินก้อนใหญ่ที่ทับถมอยู่ในใจมาเนิ่นนานก็ถูกยกออกไปเสียที นางเก็บเข็มเงินในมือ ใบหน้าเห่อร้อนแดงซ่าน เตรียมตัวลุกขึ้นจากไป ทว่า เซี่ยเสวียนจี้กลับหยิบไม้ปวยขึ้นมาเสี่ยงทายใหม่อีกครั้ง เขาโยนติดต่อกันถ
Magbasa pa
บทที่ 2
เสิ่นจิงหลานก้าวเข้ามาในลานเรือน ความหนาวเหน็บของสายฝนซึมลึกทะลุเสื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก มวยผมที่หนักอึ้งหลุดลุ่ยแนบชิดติดกับลำคอไป๋จื่อมองเห็นมาแต่ไกล จึงรีบร้องบอกเข้าไปในห้องโถงด้านในด้วยความดีใจ “ฮูหยินกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!” สิ้นเสียง ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านใน เซี่ยเสวียนจี้ก้าวพรวดเดียวออกมา รวบตัวนางเข้าไปกอดไว้แน่นไออุ่นจากกายเขาส่งผ่านเสื้อผ้าที่เปียกชื้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและปวดใจ “เจ้าไปไหนมา เหตุใดถึงได้เปียกปอนดูไม่ได้เช่นนี้? รีบตามข้าเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเถิด ระวังจะจับไข้เอาได้”“ไม่เป็นไร” นางตอบเสียงแผ่ว น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่นใดๆ พลางผละออกจากอ้อมอกของเขาอย่างช้าๆ “ข้าเข้าวังมา” เซี่ยเสวียนจี้ดูเหมือนมีเรื่องในใจ จึงไม่ได้ซักไซ้ต่อว่านางเข้าวังไปทำไม เพียงแต่ร้องสั่งให้สาวใช้รีบไปต้มน้ำร้อน แล้วหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดผมให้นาง เขาเอื้อมมือจะช่วยถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกให้ เสิ่นจิงหลานถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่งงานมาห้าปีไม่เคยเข้าหอ เซี่ยเสวียนจี้รักษาระยะห่างระหว่างชายหญิงอย่างเคร่งครัดมาตลอด การใกล้ชิดกันเพี
Magbasa pa
บทที่ 3
เซี่ยเสวียนจี้มีสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ ทว่าน้ำหนักมือที่จับนางไว้กลับเผยให้เห็นถึงความปีติยินดีในยามนี้เสิ่นจิงหลานนับเลขในใจเงียบๆ หนึ่ง สอง สาม...ท้ายที่สุดเมื่อนับถึงสาม มือของนางก็ถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็ว เซี่ยเสวียนจี้มีสีหน้ารู้สึกผิดเต็มประดา “จิงหลาน จู่ๆ ก็มีงานราชการด่วน ข้าจัดการเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปรับเจ้าที่เรือนท่านแม่ทันที” พูดจบเขาก็ไม่รอให้เสิ่นจิงหลานตอบรับ พาคนเดินจ้ำอ้าวออกไปนอกจวนอย่างเร่งรีบ เบื้องหน้าราวกับมีม่านหมอกบางๆ บดบัง แผ่นหลังของเซี่ยเสวียนจี้เลือนรางลงเรื่อยๆ เมื่อมาถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็ถูกพาตัวไปยังห้องพระเล็กโดยตรง ตั้งแต่เซี่ยเสวียนจี้สั่งประหารหลานชายเพียงคนเดียวของบ้านเดิมฮูหยินผู้เฒ่า โทษฐานที่ล่วงเกินนางต่อหน้าธารกำนัล เสิ่นจิงหลานก็ไม่ได้พบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าอีกเลย คัมภีร์เล่มหนาและกระดาษถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ เสิ่นจิงหลานคุกเข่าลงเตรียมคัดลอกพระสูตรอย่างคุ้นชิน ทว่ากลับพบว่าครั้งนี้ไม่มีการเตรียมน้ำหมึกไว้ให้เสียงแหลมบาดหูของฉินมามาดังขึ้น “ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่า เป็นเพราะเจ้าก่อกรรมทำเข็ญฆ่าคนไว้มากเกินไปแน่ๆ ถึงได้เสี
Magbasa pa
บทที่ 4
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ ห้องอาหารจวนราชครูอาหารเช้ารสเลิศจัดวางเรียงรายเต็มโต๊ะ เซี่ยเสวียนจี้กำลังคีบผักใบเขียวอ่อนวางใส่ชามของซูเฉียนเยว่อย่างใจเย็น พลางเอ่ยกล่อมเสียงนุ่มให้นางกินผักให้มากหน่อย ซูเฉียนเยว่เบ้ปากอย่างแง่งอน ทว่าสายตากลับหันไปมองเสิ่นจิงหลานที่เอาแต่ก้มหน้ากินโจ๊กเปล่าอยู่อีกฝั่ง รอยยิ้มไร้เดียงสาสว่างไสวผุดขึ้นบนใบหน้า“พี่สะใภ้อย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ ศิษย์พี่ดูแลข้าจนชินแล้ว เขายังชอบทำเหมือนข้าเป็นเด็กไม่รู้จักโตอยู่เรื่อยเลย” น้ำเสียงของนางดูไร้เดียงสา ก่อนจะหันไปมองเซี่ยเสวียนจี้ด้วยท่าทีแง่งอนกึ่งออดอ้อน “ศิษย์พี่ อย่ามัวแต่ดูแลข้าสิ คีบกับข้าวให้พี่สะใภ้บ้างสิเจ้าคะ” เมื่อเซี่ยเสวียนจี้ได้ยินดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างจนใจทว่าเปี่ยมไปด้วยความตามใจ เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกซูเฉียนเยว่เบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ท่วงท่าดูคุ้นเคยและสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง“พี่สะใภ้ของเจ้าเป็นถึงแม่ทัพที่ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแถมยังเข้มแข็งปานนั้น จะต้องให้ข้าดูแลอะไรอีก กลับเป็นเจ้าเสียอีก รอนแรมอยู่ข้างนอกมาตั้งหลายปี ผอมลงไปตั้งเยอะ คงไม่ได้ดูแลตัวเองให้ดีล่ะส
Magbasa pa
บทที่ 5
ริมสระน้ำ อาหารปลาถูกโปรยปรายลงไป ดึงดูดฝูงปลาหลีฮื้อให้แย่งกันกระโดดขึ้นเหนือน้ำจนเกิดเสียงดังเซ็งแซ่“พี่สะใภ้ช่างอารมณ์ดีเสียจริงนะเจ้าคะ”เสิ่นจิงหลานไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงแค่ฟังจากเสียงฝีเท้าก็รู้ว่าเป็นซูเฉียนเยว่ นางเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่าของผู้ชนะอย่างช้าๆ มาหยุดยืนอยู่ข้างกายเสิ่นจิงหลาน น้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าอาบไปด้วยยาพิษ“พี่สะใภ้สมกับเป็นแม่ทัพหญิงที่เคยผ่านสมรภูมิรบมาจริงๆ รู้ความจริงถึงขนาดนั้นแล้ว ยังอุตส่าห์มีกะจิตกะใจมายืนให้อาหารปลาหน้าตาเฉยอยู่อีก” เสิ่นจิงหลานช้อนตาขึ้น ปรายตามองนางอย่างเรียบเฉย ที่แท้นางก็รู้เรื่องนั้นมาตั้งนานแล้ว“เจ้าต้องการอะไร?”รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเฉียนเยว่ยิ่งสว่างไสว และยิ่งเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ “แน่นอนว่า ย่อมต้องขอให้พี่สะใภ้คืนตำแหน่งที่เดิมทีไม่ใช่ของท่าน กลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงน่ะสิเจ้าคะ หากไม่ใช่เพราะปีนั้นข้าหนีไปด้วยความน้อยใจ มีหรือที่ตำแหน่งฮูหยินราชครูนี้ จะตกมาถึงหัวเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งพิงอย่างท่านได้?” เด็กกำพร้า?คำสองคำนี้ราวกับมีดสั้นที่แหลมคมที่สุด ทิ่มแทงทะลุบาดแผลที่ลึกที่สุดในใจนางอย่างแม่นยำ ย้อนกลั
Magbasa pa
บทที่ 6
วันต่อมา อำนาจการดูแลจวนราชครูก็ถูกส่งมอบให้ซูเฉียนเยว่อย่างเปิดเผย เซี่ยเสวียนจี้กับซูเฉียนเยว่ยิ่งทำตัวติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันในจวนอย่างโจ่งแจ้ง ท่าทางสนิทสนมแนบชิด ข่าวลือเรื่องที่นางเป็นตัวกาลกิณีแพร่สะพัดไปทั่วอย่างหนักหน่วง นางรู้ดีว่านี่คือการที่เซี่ยเสวียนจี้กำลังบีบบังคับนาง ไป๋จื่อโกรธจนขอบตาแดงก่ำ ทว่าเสิ่นจิงหลานกลับสงบนิ่งผิดปกติ นางเพียงแค่เช็ดกระบี่ประจำกายเงียบๆ ยังไงซะอีกไม่กี่วันนางก็จะจากไป ชาตินี้ไม่กลับมาอีกแล้วจนกระทั่งบ่าวชราที่เฝ้าจวนเก่าตระกูลเสิ่นวิ่งกระหืดกระหอบล้มลุกคลุกคลานเข้ามา น้ำตาอาบหน้า “คุณหนู แย่แล้วขอรับ มีคน มีคนอยู่ที่หน้าหลุมศพท่านแม่ทัพเฒ่า” เสิ่นจิงหลานหัวใจกระตุกวาบ ควบม้าห้อตะบึงไปยังชานเมืองสายฝนปะปนกับโคลนตม ภาพตรงหน้าทำเอาเลือดในกายของนางไหลย้อนกลับในพริบตาป้ายหลุมศพของท่านพ่อถูกทุบจนแหลกละเอียด เลือดสุนัขดำสกปรกสาดกระเซ็นไปทั่ว ชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมหลายคนกำลังหัวเราะเยาะ พลางกวัดแกว่งแส้ที่ชุ่มไปด้วยเลือดสุนัขเฆี่ยนตีและเหยียบย่ำโครงกระดูกของท่านพ่อที่จมอยู่ในโคลน“ตี! ตีให้ข้าแรงๆ เลี้ยงตัวกาลกิณีออกมาทำร้ายผู้คน ตายไ
Magbasa pa
บทที่ 7
พรุ่งนี้ก็คือวันที่เสิ่นจิงหลานจะจากไป และก็เป็นวันที่เซี่ยเสวียนจี้จะแต่งภรรยาเอกร่วมเข้ามา เสิ่นจิงหลานนั่งอยู่ในห้องที่ว่างเปล่า ด้านหน้าของนางมีหีบใบใหญ่สองใบวางอยู่ ด้านในเต็มไปด้วยของขวัญที่เซี่ยเสวียนจี้เคยมอบให้นางตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลองป๋องแป๋งธรรมดาๆ ในตอนเด็ก ปิ่นปักผมตอนถึงวัยปักปิ่น มีดสั้นก่อนออกรบ เครื่องประดับและชาดทาปากหลังแต่งงาน นางโยนของขวัญเหล่านั้นลงในเตาไฟ ไม่นานนักก็ถูกเผาจนมอดไหม้ไปหมดสิ้น ในมือของนางเหลือเพียงกล่องไม้จันทน์อันประณีตเพียงใบเดียว ด้านในอัดแน่นไปด้วยจดหมายที่เซี่ยเสวียนจี้เขียนถึงนางตลอดห้าปีที่อยู่ชายแดน จากช่วงแรกที่ได้รับทุกวัน จนกระทั่งตอนหลังต้องรอหลายเดือนกว่าจะได้รับจดหมายที่มีข้อความเพียงไม่กี่คำ นางโยนมันลงเตาไฟทีละฉบับๆ สายลมพัดเอาเถ้าถ่านปลิวว่อน ร่วงหล่นกระจัดกระจายไปทั่วทิศ“เจ้ากำลังเผาอะไรอยู่?” เซี่ยเสวียนจี้ว่าที่เจ้าบ่าวปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้“ไม่มีอะไร ก็แค่ของเก่าที่ไม่เอาแล้ว” เสิ่นจิงหลานไม่ได้มองเขา น้ำเสียงราวกับล่องลอยมาจากความว่างเปล่า เซี่ยเสวียนจี้เองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
Magbasa pa
บทที่ 8
ภายในโถงประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสว่างไสว แขกเหรื่อมาร่วมงานกันเนืองแน่น เซี่ยเสวียนจี้จูงมือซูเฉียนเยว่เดินทอดน่องมาบนพรมทอ ลานสองข้างทางมีสาวใช้คอยโปรยกลีบดอกไม้ใส่บ่าวสาวไม่ขาดสาย“บ่าวสาวควงคู่ ครองรักนิรันดร์!” ผู้ประกอบพิธีร้องตะโกนอวยพรดังก้อง เสียงแสดงความยินดีดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั้งโถง สองแก้มของซูเฉียนเยว่แดงระเรื่อ ความสุขเอ่อล้นทะลัก เสิ่นจิงหลานเป็นเทพสงครามหญิงแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ต้องยอมให้นางแต่งเข้าประตูมาอยู่ดี นายหญิงแห่งจวนราชครูนี้ ต้องเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นมีแขกที่ช่างสังเกตกระซิบกระซาบกันเสียงเบา “ดูสิ งานแต่งใหญ่โตปานนี้ แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกับฮูหยินเซี่ยกลับไม่โผล่หน้ามาเลย นี่มันเป็นขั้นตอนการรับอนุชัดๆ”เมื่อถึงขั้นตอนที่สองกราบไหว้ฟ้าดิน แขกทั้งงานต่างก็เริ่มรู้สึกตัว ซูเฉียนเยว่หน้าถอดสีทันที นางกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก แล้วตวาดสั่งเสียงกร้าว “ยังไม่รีบไปเชิญฮูหยินผู้เฒ่าออกมาอีก!” ตอนนี้เอง เซี่ยเสวียนจี้ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าท่านแม่กับเสิ่นจิงหลานดูเหมือนจะไม่ปรากฏตัวออกมาเลย ลางสังหรณ์ใจคอไม่ดีสายหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจไม่ยอมจางหา
Magbasa pa
บทที่ 9
แผ่นหินสีเขียวบนถนนในวังหลวงแผ่ซ่านความหนาวเหน็บ เซี่ยเสวียนจี้คุกเข่าอยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว เหล่านางกำนัลขันทีที่เดินผ่านไปมาต่างซุบซิบนินทากัน “ราชครูดึงดันจะแต่งศิษย์น้องของตัวเองเข้ามาเป็นภรรยาเอกร่วมจนบีบให้ท่านแม่ทัพเสิ่นต้องจากไป ตอนนี้กลับมาขอร้องให้ฝ่าบาททรงเรียกคืนราชโองการหย่าขาด ช่างเหลวไหลสิ้นดี......” คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นราวกับเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจเขา ความรู้สึกนับหมื่นพันตีรวนขึ้นมา ท้ายที่สุดก็กลั่นตัวกลายเป็นคำว่า “เสียใจ” อันหนักอึ้งหวงกงกง ขันทีคนสนิทข้างกายฮ่องเต้กางร่มเดินเข้ามา ในแววตาของเซี่ยเสวียนจี้ก็ปรากฏประกายแห่งความหวังขึ้นมาทันที “หวงกงกง ขอร้องล่ะ ให้ข้าได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทสักครั้งเถิด” หยาดฝนร่วงหล่นลงมาตามขอบร่มเป็นสาย “ฝ่าบาททรงรับสั่งให้บ่าวชรามาถามท่านราชครูเรื่องหนึ่ง หากท่านตอบได้ ก็สามารถเข้าเฝ้าฝ่าบาทได้ขอรับ”“ฝ่าบาททรงถามว่า เซี่ยเสวียนจี้ เจ้ายังจำคำสาบานที่ให้ไว้ตอนที่มาขอพระราชทานสมรสกับเสิ่นจิงหลานเมื่อหลายปีก่อนได้หรือไม่?” เซี่ยเสวียนจี้ชะงักงันอยู่กับที่ ปีนั้นในใจเขามีเพียงความคิดที่อยากจะใช้งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่บีบให้ซูเฉียนเ
Magbasa pa
บทที่ 10
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเห็นแสงไฟสว่างโรจน์มาจากเรือนของเซี่ยเสวียนจี้ ท้ายที่สุดด้วยความห่วงใยลูกชายจึงรีบรุดมา นึกไม่ถึงเลยว่า เพิ่งจะมาถึงหน้าประตู กลับได้ยินความลับอันน่าตกตะลึงเช่นนี้เข้านางใช้ไม้เท้าพยุงร่างเดินงกๆ เงิ่นๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยเสวียนจี้ “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านฟังข้าอธิบายก่อนสิเจ้าคะ” ซูเฉียนเยว่พยายามจะเข้ามาขวางฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย ทว่ากลับถูกนางใช้ไม้เท้าฟาดกระเด็นไปด้านข้างนางจ้องมองเซี่ยเสวียนจี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ “เรื่องที่นางพูดเมื่อครู่ เป็นความจริงหรือไม่” เซี่ยเสวียนจี้หลบตาด้วยความละอายใจ ภายใต้สายตาคาดคั้นของมารดา เขาจำใจกัดฟันตอบออกไป “เป็น... เป็นความจริงขอรับ!”“เพียะ!” ฝ่ามือตบฉาดลงบนใบหน้าของเซี่ยเสวียนจี้อย่างแรง“เซี่ยเสวียนจี้ เจ้าทำกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นถึงเทพสงครามแห่งต้าเซี่ย แต่เจ้ากลับใช้ฤกษ์ร้ายเก้าสิบเก้าครั้งนั่นมาหยามเกียรตินาง เหยียบย่ำให้นางกลายเป็นตัวกาลกิณีที่มือเปื้อนเลือด”“นางคือน้องสาวที่เติบโตเคียงข้างเจ้ามาตั้งแต่เด็ก เป็นผู้มีพระคุณที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเจ้าในยามวิกฤต จิตใจเจ้าทำด้วยอะไรถึงได้โหดเหี้ยมเช่นนี้!”
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status