All Chapters of แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย: Chapter 1721 - Chapter 1730

1737 Chapters

บทที่ 1721

ถานไถเหยี่ยนเกิดที่ภูเขาเทียนเหมิน และเติบโตที่ภูเขาเทียนเหมินโลกของเขาไม่ได้กว้างใหญ่ มียอดเขาหนึ่งแห่ง และประตูขึ้นเขาหนึ่งบาน ที่ขังเขาไว้คนที่เขาเคารพนับถือที่สุดคือท่านปู่ท่านปู่เชี่ยวชาญกลยุทธ์ทางการทหาร วิชาการแพทย์ และวิชากลไก เป็นบุคคลที่มีความรู้มากที่สุดในตระกูลแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ท่านปู่มักจะมีสีหน้ากลัดกลุ้มอยู่ตลอดทั้งวัน ขังตัวเองอยู่ภายในเรือนเล็ก ๆ ไม่ยอมให้คนอื่นเข้าใกล้ถานไถเหยี่ยนมักรู้สึกว่า ในบ้านเงียบเหงาเกินไปท่านปู่เก็บตัวรักความสงบ ท่านพ่อหมกมุ่นอยู่กับวิชาการแพทย์ ท่านแม่มักจะออกไปแต่เช้าและกลับมาจนดึก ไปทอผ้าและเก็บพืชผลกับกลุ่มแม่หมอในตระกูลเขายังมีพี่สาวอีกหนึ่งคนพี่สาวอายุมากกว่าเขาห้าปี มีกลุ่มเพื่อนเล่นอยู่ข้างนอก และไม่ชอบอยู่บ้านทุกครั้งที่เขาอยากตามไปเล่นกับพี่สาว ก็จะถูกพี่สาวทิ้งให้อยู่บ้านถานไถเหยี่ยนจึงทำได้เพียงรออยู่ในบ้าน และนับมดอยู่ใต้ต้นไม้ในลานบ้านเด็กอายุเพียงห้าหกขวบ จึงรู้สึกว่าทุกวันช่างยาวนานเหลือเกินเขาไม่เข้าใจว่า เหตุใดดวงอาทิตย์ถึงมีขึ้นมีตก เหตุใดคนในตระกูลถึงอยากออกไปข้างนอกอยู่เสมอ เหตุใดคนถึงตัวสูงใหญ่
Read more

บทที่ 1722

เมื่อเอ่ยถึงบุตรชาย แววตาของหยวนซีเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยเหงาหงอยในดวงตาของนางมีน้ำตาเอ่อคลอถานไถเหยี่ยนกำลังจมอยู่กับความสงสัย จึงไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของหยวนซี“หรือว่าท่านไม่รักอาอวี้?“ก็เหมือนท่านแม่ที่รักแต่พี่หญิง ไม่รักข้า ออกไปข้างนอกไม่เคยพาข้าไปด้วยเลย”เมื่อพูดถึงเรื่องของตัวเอง ถานไถเหยี่ยนก็เปลี่ยนมาเงียบขรึมอีกครั้งหยวนซีส่ายหน้า“ไม่ใช่ ข้าย่อมรักลูกของข้า“เขาคือลูกที่ข้าเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด เป็นสมบัติล้ำค่าของข้า“เพียงแต่... ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้าทำได้เพียงต้องอยู่ห่างจากเขา“หากคนอื่นรู้ว่า เขาเป็นลูกชายของข้า เขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย“ข้าแค่อยากให้เขาเติบโตอย่างปลอดภัย เป็นเด็กที่มีความสุข และไร้ความกังวล”พูดจบ หยวนซีก็มีน้ำตาไหลลงมาเป็นสายจากหางตาถานไถเหยี่ยนยกมือน้อย ๆ ขึ้นมา แล้วเช็ดน้ำตาให้นาง“พี่หญิงหยวน ท่านเป็นแม่ของข้าได้หรือไม่?”เขาก็อยากถูกท่านแม่รักและห่วงใยเช่นนี้เหมือนกันหยวนซีลูบศีรษะของเขา พร้อมเอ่ยทีเล่นทีจริง“การเป็นลูกของข้า มันอันตรายมาก“จะมีคนมากมายที่คิดจะใช้ประโยชน์จากเจ้า และสังหารเจ้า“เช่นนี้ เจ้
Read more

บทที่ 1723

ถานไถเหยี่ยนไม่รู้ว่าตำรับยาอะไร หรือความร่ำรวยอะไรทั้งสิ้นเขาปฏิเสธแต่พี่สาวกลับไม่เชื่อฝ่ามือที่ตบลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็รับไว้ทั้งหมด โดยไม่กล้าหลบข้างหูเป็นเสียงด่าทอสาปแช่งอันร้ายกาจของพี่สาว“เจ้าตัวประหลาด! ก็เป็นเพราะเจ้า ในบ้านถึงไม่สงบ!“เจ้ายังไม่พูดความจริงอีก!“ข้ารู้สึกว่าเจ้าดูไม่ชอบมาพากลแต่แรกแล้ว! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ เจ้าแอบไปพบกับหญิงสาวผู้หนึ่งอยู่ตลอด กระบี่ชื่อหยวนของบรรพบุรุษ ก็เป็นเจ้าที่ขโมยไป!“เจ้าคนเนรคุณ! เจ้าจะนำอย่างอื่นไป ข้าไม่สนใจ แต่ตำรับยาของท่านปู่ เจ้าต้องมอบให้ข้าแต่โดยดี! นั่นเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของคนในตระกูลเรา มีมัน พวกเราถึงจะมั่งคั่งร่ำรวย พวกเราถึงจะไม่อดอยาก!”ถานไถจิ้งทำร้ายถานไถเหยี่ยนจนกระทั่งล้มลงไปนอนกับพื้น ถึงค่อย ๆ ใจเย็นลงนางยกตัวเขาขึ้นมา“เจ้าไม่พูดใช่หรือไม่! ข้าจะพาเจ้าไปส่งให้ท่านผู้นำตระกูลเดี๋ยวนี้!”ถานไถเหยี่ยนที่เพิ่งหายป่วย ก็ถูกพาตัวมาที่หอบรรพบุรุษหอบรรพบุรุษสร้างอยู่ภายในถ้ำ อากาศเย็นมากภายในจุดเทียนไขไว้มากมาย ให้ความรู้สึกวังเวงและลึกลับหลังจากถานไถเหยี่ยนปรับสายตาให้ชินกับแสงแล้ว ถึ
Read more

บทที่ 1724

หยวนซีไม่เคยลืมเด็กคนนั้นที่ภูเขาเทียนเหมินเช่นเดียวกับที่นางไม่เคยลืมบุตรชายคนแรกของตนเอง และไม่เคยลืม คนในครอบครัวของนางที่แคว้นตงซานนางออกจากแคว้นตงซาน เมื่อตอนอายุสิบห้าปีในเวลานั้นมหาเสนาบดีเหิงได้เสนอ “แผนกลยุทธ์สาวงาม” แล้วฮ่องเต้ทรงเห็นชอบ จึงส่งนางไปยังแคว้นหนานฉีท่านพ่อไม่อยากให้นางไปแต่นางรู้ดีว่า ไม่ช้าก็เร็วนางก็ต้องออกจากเรือน แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อฆ่าคนผู้นี้ หรือทำร้ายคนผู้นั้น แต่นางทำเพื่อค้นหาความลับของตระกูลตระกูลหยวนมีกระบี่เล่มหนึ่งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนางชื่นชอบการฝึกใช้อาวุธมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะชื่นชอบทักษะการหลอมกระบี่กระบี่ในเรือน นางก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นกระบี่เล่มนั้นราวกับมีพลังลึกลับบางอย่าง ที่บอกเล่าเรื่องราวเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพื่อจะค้นหาที่มาของมันให้ชัดเจน นางได้อ่านตำรามากมาย และสอบถามช่างอาวุโสด้านการทำกระบี่หลายคนในที่สุดนางก็แน่ใจว่า นั่นคือ——กระบี่คู่กายของฮ่องเต้ซวี่หยางแห่งต้าโจวเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน ชื่อว่า “ชื่อหยวน”จากนั้นก็เกิดคำถามใหม่ตามมากระบี่คู่กายที่ติดตัวฮ่องเต้ซวี่หยาง เหตุใดจึงกลายมาเป็นสมบัติประจำตระ
Read more

บทที่ 1725

หลังจากรู้ว่าตนเองถูกหลอก หยวนซีก็หนีไปจากเซียวเฉิงนางไม่อยากพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างสองแคว้นและนางก็ไม่อยากรู้ว่า เซียวเฉิงจะตามหานางหรือไม่ จะเสียใจที่หลอกนางหรือไม่รอจนนางสืบพบความลับของกระบี่ชื่อหยวนได้แล้ว นางก็จะกลับแคว้นตงซาน และจะไม่พบเขาอีกทว่า ก็มีเรื่องหนึ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นสองเดือนหลังจากที่นางหนีจากเซียวเฉิง นางพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ตอนแรกนางคิดจะกำจัดเด็กคนนั้นแต่เด็กคนนั้นทรหดอดทนเหลือเกิน ไม่ยอมหลุดออกมาสุดท้ายนางยังคงต้องเก็บเด็กคนนั้นไว้ และให้กำเนิดเขา ความเจ็บปวดจากการคลอด ทำให้นางคิดแต่จะตายเท่านั้นแต่แวบแรกที่เห็นเด็กคนนั้น นางก็สามารถมีชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้งตัวเล็ก ๆ แต่ร้องไห้เสียงดังเช่นนี้ ราวกับว่าทั้งใต้หล้าทำผิดต่อเขานางยิ้ม และตั้งชื่อให้เขาว่า “อวี้”อวี้ หมายถึงส่องแสงเด็กคนนี้ เปรียบเหมือนเป็นลำแสงที่ส่องผ่านเมฆหมอกแห่งความตาย มอบความหวังครั้งใหม่ให้กับนางผู้เป็นแม่เนื่องจากนางมีเงินใช้จ่ายเดินทางไม่มากนัก ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูลูก หลังจากเลี้ยงเขาได้สามเดือน จึงทำได้เพียงส่งลูกให้กับเซียวเฉิงใจของคนที่เป็นพ่อแม่ ต่าง
Read more

บทที่ 1726

เดิมทีหยวนซีคิดจะพาอาอวี้ไป แต่กลับถูกเซียวเฉิงขังไว้ในวังนางคิดจะหนีออกจากแคว้นหนานฉีนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยสำเร็จเลยเซียวเฉิงเข้าใจว่า ขอเพียงในใจของพวกเขามีกันและกัน ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างได้ถึงแม้รู้ดีว่านางจะนำพาหายนะมาให้ ก็ยินดีที่จะยอมแลกแต่นางกลับคิดว่า เซียวเฉิงอาจไม่ได้รักนางเท่าใดนัก เป็นเพียงความต้องการจะครอบครอง หรือกล่าวว่า ต้องการจะแสดงให้เห็นถึงอำนาจของเขา และแสดงให้เห็นว่าเขาไม่กลัวแผนการร้ายของแคว้นตงซานเขาเป็นคนทะนงตนอย่างไม่ต้องสงสัยในตอนแรก เขายังถือว่ามีความอดทนและความเอาใจใส่ต่อนางทว่าเมื่อนางขัดแย้งกับเขาในทุกเรื่อง ความอ่อนโยนที่เขาเหลือเพียงน้อยนิดก็ค่อย ๆ ย้ายไปที่คนอื่นนั่นสิเขามีสตรีมากมายเพียงนั้น จะเอาหัวใจทั้งดวงมาผูกไว้กับนางจริง ๆ ได้อย่างไรสิ่งที่หยวนซีเกลียดเขาที่สุดคือ ทั้งที่รู้ว่านางไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจเหล่านี้ แต่เซียวเฉิงก็ยังบังคับให้นางทำในสิ่งที่ฝืนใจแต่กลับกลายเป็นว่า นางก็ไม่อาจทำใจสังหารเขาได้จริง ๆเมื่อคนจากแคว้นบ้านเกิดมาพบนาง นางราวกับถูกบีบบังคับให้อยู่บนหน้าผาสูงชัน เดินหน้าค
Read more

บทที่ 1727

เสวียนหลิงเฟิงไม่เคยคำนวณอายุของตนเอง ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มานานเท่าใดแล้วเขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียร เข้าใจว่าตัวเองควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่ยินดีด้วยเรื่องของวัตถุ ไม่ทุกข์โศกด้วยเรื่องของตนเองครั้งสมัยยังหนุ่ม เขาได้รู้จักกับเซียวเฉิงการที่เขาสามารถบำเพ็ญเพียรในภูเขาหวูหยาได้ ก็เป็นความกรุณาจากการอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษของเซียวเฉิงตั้งแต่นั้นมาเขาก็ได้ครอบครองยอดเขาแห่งหนึ่ง และยังได้รับเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้พวกเขาได้มีบ้านอยู่แต่ภายหลังเขาถึงได้รู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่า ๆเดิมทีเขาสามารถบำเพ็ญเพียรในภูเขาได้อย่างสงบ แต่ถูกเซียวเฉิงยัดเยียด “ปัญหา” มาให้ จนรบกวนความก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียรคนแรกที่ถูกส่งมา คือเสียวอู่วันนั้น เป็นเซียวเฉิงในฐานะกษัตริย์ของแคว้น ที่อุ้มเสียวอู่มาที่ภูเขาหวูหยาด้วยตัวเองแม้เสวียนหลิงเฟิงจะรับเลี้ยงเด็กมาแล้วไม่น้อย แต่ไม่เคยมีเด็กทารกที่เพิ่งคลอดมาไม่นานการเลี้ยงเด็ก... เขาก็เป็นมือใหม่เช่นกัน!โดยเฉพาะเมื่อได้รู้จากปากของเซียวเฉิงว่า เสียวอู่เป็นสายเลือดของฮ่องเต้ เขายิ่งรู้สึกกดดันราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ทับลงมาเขารู้สึกหายใจไม่ออกแต
Read more

บทที่ 1728

เสวียนหลิงเฟิงยังจะทำอย่างไรได้? จึงได้แต่โน้มน้าวพวกเขา“วันส่งท้ายปีเก่า ครอบครัวควรอยู่พร้อมหน้า...”เซียวอวี้: “อาจารย์ เสด็จแม่ข้าจากไปหลายปีแล้ว”รุ่ยหลิน: “อาจารย์ ท่านพ่อข้าก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน”เสวียนหลิงเฟิงยกมือขึ้นกุมหน้าผากเขาไม่ควรพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดจริง ๆ“เช่นนั้นพวกเจ้า... จะไปที่หลุมศพ?”เมื่อเอ่ยคำพูดนี้ออกมา เขาเองยังรู้สึกว่าเหลวไหลมีใครไปหลุมศพในวันส่งท้ายปีเก่ากันเล่า?แต่ทั้งสามคนกลับเชื่อตามนั้นจริง เซียวอวี้เป็นครั้งแรกที่เห็นด้วย: “ข้าก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเสด็จแม่มานานแล้วจริง ๆ”รุ่ยหลินพยักหน้าอย่างแรง บนใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา เต็มไปด้วยความยกย่อง: “อาจารย์ ท่านยอดเยี่ยมจริง ๆ!”เสวียนหลิงเฟิง: ไม่ไม่ไม่ อาจารย์อย่างข้าก็พูดไปเรื่อยเปื่อย!ทว่า เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่า ที่พูดว่าไปหลุมศพนั้น ไม่ใช่ไปหน้าหลุมศพของญาติแต่ละคน แต่กำหนดให้เป็นที่ภูเขาหวูหยาเลย!!!วันส่งท้ายปีเก่าในวันนั้น เสวียนหลิงเฟิงลงมือทำอาหารจากผักป่าไว้เต็มโต๊ะแต่หันกลับไปดูอีกที บรรดาศิษย์ต่างไม่เห็นแม้แต่เงาแล้วศิษย์คนโตก็วิ่งมาบอกเขาว่า: “อาจารย์ อาจารย์! ศิษย์น้องเซีย
Read more

บทที่ 1729

ข้าคือม้ายูนนาน ผู้คนในโลกส่วนใหญ่ใช้ข้าขนส่งสินค้าข้าบรรทุกของได้ครั้งละหนึ่งถึงสองร้อยชั่ง และเดินทางได้วันละแปดสิบลี้แม้จะวิ่งไม่ได้เร็วเท่ากับม้าพันลี้ แต่ทั้งสี่ขาของข้าก็แข็งแรง เดินบนทางภูเขา ย่อมดีกว่าม้าพันลี้อย่างแน่นอนอ้อ มีอีกเรื่องที่ควรพูดถึงคือ ข้ายังเดินไปด้วยขับถ่ายไปด้วยได้ ช่วยประหยัดเวลาให้เจ้านายได้ไม่น้อยเลย!ท่านจะถามว่าเจ้านายข้าเป็นผู้ใดใช่หรือไม่?ในตอนแรก ข้าถูกแม่ทัพเมิ่งซื้อมาแล้วเขาก็มอบข้าให้กับเด็กหญิงเฟิ่งจิ่วเหยียนผู้นั้นครั้งแรกที่เห็นเด็กหญิงผู้นั้น ข้าประหลาดใจอย่างมาก จนพ่นลมหายใจออกทางรูจมูกเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะนำข้าไปใช้ทำอะไรได้?ความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ของข้า คงไม่หยุดอยู่แค่นี้กระมัง!ไม่เอานะ! ข้าไม่อยากเป็นแค่ม้ายูนนานธรรมดาที่ไม่มีความสามารถโดดเด่น!ตอนยังเด็ก แม่ม้าของข้าบอกข้าว่า การเป็นม้ายูนนาน คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือการขนส่งสินค้า ข้าตั้งใจว่า รอจนข้าโตขึ้น จะต้องบรรทุกของให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งร้อยชั่ง! ทว่าเด็กหญิงที่มัดผมเป็นปมสองข้างที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ หากดูจากสายตานางก็น่าจะหนักหกสิบเจ็ดสิบชั่งกร
Read more

บทที่ 1730

ข้าจี๋เฟิงได้สร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ ด้วยการร่วมกับเจ้านาย ช่วยชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เกือบจะกลายเป็นอาหารเด็กหนุ่มผู้นั้นหน้าตาหล่อเหลาจริง ๆ ช่างเหมือนกับข้าที่ดูดีในหมู่ม้าด้วยกันข้าเห็นเขาอ่อนแอเช่นนั้น จึงส่งสัญญาณให้เจ้านายพาเขาขึ้นหลังข้า ข้าสามารถบรรทุกของได้ถึงร้อยสองร้อยชั่งเลยนะ!ทว่า เด็กหนุ่มระวังตัวอย่างมากเขาดูเหมือนจะสงสัยพวกเรา ไม่ยอมไปกับพวกเรานิสัยของเจ้านายยังแย่กว่าข้าเสียอีกนางไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็ลากตัวเด็กหนุ่มไปทันทีข้าก้าวเท้าเดินตามพวกเขาไปตลอดทางนั้น สายตาของพวกผู้ประสบภัยที่มองมายังข้า ทำให้ข้ากลัวจนตัวสั่นข้าจึงตามเจ้านายไปติด ๆเมื่อมาถึงที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย เจ้านายก็หยิบขนมเกาลัดที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีมาตลอดทางออกมา——เป็นขนมที่ฮูหยินเมิ่งทำเองกับมือ ก่อนที่พวกเราจะออกเดินทางอ้อ ลืมบอกไปฮูหยินเมิ่งดีกับข้าอย่างมาก! ขนมเกาลัดนี้ ยังมีส่วนของข้าด้วยนะ!ทว่าในตอนนั้น ข้าได้แต่มองดู เจ้านายเอาส่วนที่เป็นของข้า ให้กับเด็กหนุ่มผู้นั้น!!!“ฮี้ฮี้!”ข้าส่งเสียงอย่างไม่พอใจเจ้านายเดินมาตรงหน้าและตบข้าไปหนึ่งที“จี๋เฟิง! อย่าส่งเ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status