บททั้งหมดของ มารเร้นกายดับแสงดารา: บทที่ 71 - บทที่ 80

100

ตอนที่ 66 นายท่านน่าเวทนา

วันหนึ่งกงจื่อเย่ถูกใช้ให้ออกไปขนผักกับข้าวสารพร้อมกับทาสคนอื่น ๆ เขาจึงได้เห็นว่าสวีลู่ชิงกำลังเดินเล่นอยู่กับเจ้านายของเขา ท่าทีสนิทสนมและรอยยิ้มของนางทำให้เขาไม่พอใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าท่าทีเหล่านั้นควรมีให้แค่เขาจึงเผลอตรงลิ่วเข้าไปหาทั้งคู่ในทันทีมือข้างซ้ายเอื้อมจับแขนของนางพลันดวงตาเรียวงามหันขวับมามองด้วยความตกใจก่อนจะสะบัดมือออกคุณชายลั่วหมิงแสยะยิ้มแล้วถีบทาสชั้นต่ำกระเด็นไปชนแผงร้านค้าข้างทางอย่างไม่สบอารมณ์ที่เขากล้ามาแตะต้องสตรีว่าที่คู่หมั้น“ไอ้เดรัจฉาน วอนหาที่ตายรึ” เขาโพล่งออกมาทันควัน ไม่พูดเปล่าแต่เข้าไปกระทืบร่างทาสผู้นั้นระบายอารมณ์ต่อหน้าผู้คนในตลาดกงจื่อเย่ไม่เอามือบังใบหน้าหรือศีรษะแม้แต่น้อย ทิ้งตัวไร้เรี่ยวแรงปล่อยให้ถูกกระทำฝ่ายเดียวจนหัวแตกได้เลือดทาสในเรือนที่มาด้วยกันยืนนิ่งคิดว่าสมควรแล้วที่เขาโดนฝ่าเท้าของเจ้านาย ใครใช้ให้หาเรื่องเข้าตัวอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน ไม่รู้มันมีอะไรดีถึงได้ตายยากตายเย็นชาวบ้านละแวกนั้นได้แต่มองการกระทำของคุณชายสูงศักดิ์พลางซุบซิบกันจนกระทั่งคุณชายสวีขี่ม้าผ่านมาแถวนั้นพอดี”“คุณชายลั่วหมิง ได้โปรดใจเย็นก่อนเถอะ” เขาเอ่ยบอกคนต
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 67 รอดหรือไม่

บ่าวในเรือนไม่สนใจชีวิตของกงจื่อเย่เป็นทุนเดิมเพราะเขาคือทาสที่ถูกใต้เท้าลั่วซื้อตัวมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังให้คิดเป็นบุณคุณเสียด้วยซ้ำว่าถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือป่านนี้คงจะกลายเป็นศพฝังร่วมกับเชลยคนอื่น ๆ แล้วถึงแม้รอดพ้นคืนวันนั้นมาได้ แต่การที่เขาโดนกระทำอย่างทุกวันนี้ก็เหมือนตกนรกเสียยิ่งกว่าจนทำให้ทาสและบ่าวในเรือนคิดว่าหากเขาตายไปตั้งแต่ตอนนั้นคงจะดีคนที่มีชีวิตรอดมาเพื่อโดนทรมานแทบสิ้นลมจะอดทนทำไมนักหนาครั้งนี้คุณชายลั่วถูกสะเก็ดก้อนหินกระเด็นเข้าตาจึงพากันลืมไปเลยว่าเขาบาดเจ็บสิ้นสติอยู่ตรงนี้เพียงลำพังคุณชายสวีกวาดกองหิมะที่ปกคลุมออกแล้วตรวจร่างกายกงจื่อเย่คร่าว ๆ ลมหายใจรวยรินทำให้เขาคิดหนักว่าควรให้ความช่วยเหลือทาสในจวนสกุลลั่วอย่างไร“เอ่อ คุณชายสวีขอรับ” หนึ่งในบ่าวรับใช้สีหน้าเลิ่กลั่กไม่คิดว่าแขกคนสำคัญจะมาเห็นเหตุการณ์ในครั้งนี้“เกิดเรื่องอันใดถึงต้องถูกทำโทษรุนแรงมากเพียงนี้” เขาเอ่ยถามความจริงพลางคาดเดาคำตอบจากคนตรงหน้า“ข้าน้อยได้ยินเพียงว่ามันไปแตะต้องตัวคุณหนูสวี คุณชายลั่วหมิงจึงลงโทษขอรับ แต่มันไม่ยอมพูดเสียทีว่าจะไม่ทำอีก” เขาหันซ้ายหันขวากลัวว่าใครจะมาเห
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 68 อาการสาหัส

ทหารคนสนิทของคุณชายสวีตามบ่าวจวนสกุลลั่วไปติด ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว คล้อยหลังที่พวกเขาทิ้งร่างกงจื่อเย่ไว้กลางป่าแล้ว ทหารทั้งสองคนรีบเข้าไปจับชีพจรทันที“ยังไม่ตาย” ชายคนนั้นเอ่ยปากกับสหายที่มาด้วยกันอีกคน สายตากวาดมองทั่วทั้งร่างด้วยความเวทนาสงสาร “ช่วยข้าปฐมพยาบาลแล้วพาเขาไปที่นัดพบก่อน คุณชายคงจะสั่งให้หมอไปรอที่นั่นพอดี”ไม่นานนัก ทหารทั้งคู่ก็แบกร่างหายใจรวยรินมายังกระท่อมเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่อยู่รอบนอกก่อนจะเห็นว่าคุณชายสวียืนรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว“รีบเข้ามา” เขาตะโกนบอกลูกน้องใบหน้างามโผล่ออกมาดูเพราะได้ยินเสียงพี่ชาย สวีลู่ชิงหวังอยู่ตลอดเวลาว่าทาสผู้นั้นจะไม่เป็นอันใด นางไม่อยากให้เขาจบชีวิตเพราะนางเลยหลังจากหมอตรวจอาการและรักษาบาดแผลกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว จึงรายงานสถานการณ์ให้คุณชายสวีได้รู้“ข้าน้อยไม่เคยเจอผู้ใดทนความทรมานได้นานเช่นนี้มาก่อนเลย ตอนแรกที่เห็นสภาพของเขาก็คิดว่าอาจอยู่ไม่พ้นหนึ่งชั่วยามเสียด้วยซ้ำ...”“ท่านหมอ ช่วยเขาไม่ได้หรือเจ้าคะ หากต้องการยา สมุนไพร ข้าจะให้คนจัดหามาให้” สวีลู่ชิงรีบบอกคนตรงหน้า น้ำตาเอ่อคลอเบ้าจนบวมแดง ไม่เคยนึกเสียใจมากขนาดนี้มาก่อน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 69 ความห่วงใย

กิจวัตรประจำวันของสวีลู่ชิงยังเป็นเหมือนเดิม นางจัดการเรื่องภายในจวนสกุลสวีเรียบร้อยเมื่อใดมักหาเวลาว่างมาเยี่ยมเยียนกงจื่อเย่อยู่เสมอจนกระทั่งสิบสี่วันต่อมา ขณะที่กำลังพูดคุยกับร่างไร้สติ เปลือกตาของคนที่หลับใหลเริ่มกระพริบทีละนิด “เจ้า... เจ้า...” สวีลู่ชิงเห็นอย่างนั้นแล้วดีใจจนพูดไม่ออก นางจับมือของกงจื่อเย่เผลอเอ่ยปากไปว่า “เจ้าฟื้นแล้วจริง ๆ หรือ ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่” “น้ำ” เสียงกระซิบแหบแห้งทำให้สวีลู่ชิงรีบนำน้ำมาให้เขาดื่มโดยไม่รีรอ พยายามช้อนตัวคนตรงหน้าขึ้นมาแล้วป้อนน้ำจากถ้วยให้เขาดื่มด้วยตัวเอง ไม่ถือสาว่าเขาเป็นทาสที่ไม่สมควรให้ถูกเนื้อต้องตัว “ข้าจะรีบไปตามท่านหมอมาดูอาการ เจ้ารอก่อนนะ” นางบอกเขาแล้วเดินออกไปข้างนอกแต่ไม่เห็นใครจึงกลับเข้ามาตาม
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 70 รับผิดชอบทั้งชีวิต

วันนั้น สวีลู่ชิงกลับถึงจวนก่อนเวลานัดพบพอดี เมื่อคนเป็นพี่ชายเห็นสีหน้าหนักใจของนางก็คาดเดาได้ว่าความรู้สึกคงจะเปลี่ยนไปไม่น้อยจึงถามไถ่น้องสาวไปตามตรง หากมีหนทางใดช่วยเหลือได้ เขายอมทำทุกอย่างเพราะนางคือน้องสาวคนสำคัญ “คิดสิ่งใดอยู่หรือ” คุณชายสวีดึงแขนน้องสาวหลบมาที่มุมหนึ่งของจวน สายตามองคนตรงหน้ารอคำตอบ “...” “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าอยู่ข้างเจ้าเสมอ” น้ำเสียงอบอุ่นทำให้สวีลู่ชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้ว่าคนสกุลสวีจะถือกฎระเบียบและสิ่งที่สตรีควรปฏิบัติเป็นสำคัญ แต่พี่ชายของนางก็เป็นคนที่คิดไม่เหมือนผู้ใดจึงคอยหาทางหนีทีไล่ให้เอาไว้เสมอ “ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่าง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 71 ฝีมือของใคร 1/2

ช่วงจังหวะนั้น เสี่ยวมู่ถูกบ่าวสกุลลั่วกันออกมาไม่ให้เข้าไปวุ่นวายใกล้เจ้านายทั้งสอง สวีลู่ชิงจึงได้อยู่กับคุณชายลั่วตามลำพังอย่างเงียบ ๆครั้นเดินไปจนถึงพุ่มดอกไม้สีฟ้าแล้ว เขาชี้ให้นางดูพื้นดินข้างล่าง ดอกไม้จุดเล็ก ๆ พลิ้วไหวไปตามลมล่องลอยขึ้นฟ้า ทว่า มันไม่ใช่ดอกซือเมิ่งที่นางโปรดปรานบุรุษร่างสูงเข้าประชิดตัวนางเพื่อแต้มบุหงายั่วยวนแต่ไม่ทันได้ทำอย่างนั้น บ่าวสกุลลั่วกลับวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเจ้านายด้วยความกลัวสุดขีด“คุณชาย!” เสียงตะโกนของบ่าวคนหนึ่งทำให้เขาตกใจจนเผลอปล่อยขวดเล็ก ๆ หล่นพื้น “คุณชาย!”สวีลู่ชิงหรี่ตามองกลุ่มคนที่กำลังวิ่งมาทางนาง ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นจนกระทั่งได้ยินเสียงที่บอกว่า “งูขอรับ งูดำตัวใหญ่”คุณชายสกุลลั่วไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดใจเพราะบ่าวรับใช้พวกนั้นเคยเกรงกลัวสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้เสียเมื่อใด ครั้นได้เห็นเงาดำที่ไล่ตามหลังมาจึงเริ่มเข้าใจว่างูดำที่ว่าต่างจากสิ่งที่เขาเคยพบเจอยิ่งนักขนาดตัวของมันใหญ่โตกว่างูชนิดอื่น ๆ เกล็ดสีดำเงาเป็นมันแวววาวเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ดวงตาสีแดงฉานน่ากลัวราวกับเป็นปีศาจงูในเรื่องเล่าพื้นบ้านบุรุษผู้นี้อกสั่นขวัญแขวนไม่
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 71 ฝีมือของใคร 2/2

“เสี่ยวมู่ ตามหมอมารักษาเขาเดี๋ยวนี้”“เจ้าค่ะ” บ่าวตัวน้อยพยักหน้าแล้วรีบไปตามหมอคนเดิมที่เคยดูแลกงจื่อเย่เมื่อครั้งก่อนสวีลู่ชิงบอกให้ทหารที่เหลือช่วยกันแบกร่างของทาสหนุ่มกลับกระท่อมหลังเล็กนอกหมู่บ้าน กำชับเป็นอย่างดีว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้กับผู้ใดเด็ดขาดอีกทั้งยังรอฟังอาการของเขาอยู่ที่ด้านหน้ากระท่อมด้วยความกระวนกระวายใจไม่น้อย เมินเฉยข้อเท้าของตัวเองที่ยังคงเจ็บแปลบไม่คลายทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูจึงรีบถามไถ่อาการ “เขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”หมอคนเดิมถอนหายใจแล้วตอบว่า “โชคยังเข้าข้างที่งูนั่นไม่พ่นพิษขอรับ อาการบาดเจ็บที่อื่นมีเพียงแค่รอยคมเขี้ยวของมันกับบริเวณซี่โครงที่ถูกกระแทกจนช้ำใน ข้าน้อยจะจัดยาเอาไว้ให้ ดื่มวันละสามครั้งประมาณเจ็ดวันน่าจะกลับมาดีขึ้นขอรับ”“...”“ข้อเท้าของท่าน” เขาเอ่ยถามเพราะเห็นว่ามันกำลังเป็นรอยบวมแดงขึ้นมา“เอาไว้ก่อน ข้าจะเข้าไปดูเขาสักนิดก็ยังดี” สวีลู่ชิงตัดบทแล้วให้เสี่ยวมู่ไปช่วยท่านหมอเตรียมยาสำรองนางเดินกะเผลกมานั่งข้าง ๆ กงจื่อเย่ สายตาเป็นห่วงฉายแววได้ชัด ความรู้สึกที่นางมีต่อเขาเริ่มเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวทำให้จอมมารแอบยิ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 72 ยกเลิกหมั้นหมาย

สวีต้าเฟิงไม่ได้ลงมาตามจับหลานชายของตัวเองเพียงเท่านั้น แต่ยังมาเตือนกงจื่อเย่ผู้เป็นบิดาของมารน้อยด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนทุกครั้งจอมมารนิ่งเฉยเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการพูดเรื่องอะไร แต่มักทำหูทวนลมอยู่ร่ำไป คิดอยากทำตามใจตัวเองตามประสาเป็นทุนเดิม “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าอย่ายุ่งเกี่ยวกับโชคชะตาของนาง เหตุใดเจ้าถึงไม่ฟังข้าบ้างเล่า” เทพวายุพยายามข่มใจลดน้ำเสียงลงราวกับวอนขอให้อีกฝ่ายทำตามที่เขาบอก “เจ้ามาโทษข้าเรื่องอันใด ไม่เห็นหรือว่าข้าอยู่ในสภาพแทบพิการ ต่ำต้อย ไม่มีชื่อเสียงเงินทอง มิหนำซ้ำสุขภาพยังย่ำแย่ทรุดโทรมจะมีเวลาไปสร้างเรื่องอันใดให้เจ้าหนักใจอีก” กงจื่อเย่นิ่วหน้าพูดตามความจริง “ดาบเขี้ยวอสูรของเจ้าบินว่อนภพสวรรค์สร้างความแตกตื่นให้ผู้คนบนนั้นคิดว่าเจ้าจะยึดคร
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 73 เอ่ยคำรัก

ปิ่นหยกลายดอกโบตั๋นจึงปรากฏบนเรือนผมของคุณหนูสกุลสวีนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจ้าของดวงตาสีม่วงแดงมองคนตรงหน้าไม่วาง ยิ้มกว้างปลื้มใจที่นางรับของขวัญจากเขาไปราวกับรับความรักที่เขามีให้ไปด้วย สวีลู่ชิงรู้สึกได้ว่าคนผู้นั้นจริงใจกับนางมากแค่ไหน แม้จะให้สถานะเป็นเพียงสหายแต่ก็ยอมปักปิ่นให้เขาได้ชื่นใจ เวลานี้นางไม่เคยได้ออกไปเยี่ยมเขาที่นอกหมู่บ้านอีกเลย เพราะกงจื่อเย่มักแอบมาหานางในยามซวีทุก ๆ สองหรือสามวันเพื่อนำดอกซือเมิ่งสีฟ้าที่นางโปรดปรานมาให้ “ทำงานทั้งวันไม่เหนื่อยหรืออย่างไรจึงมาหาข้าถึงจวน” สวีลู่ชิงเอ่ยถามคนข้างกาย รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจทำงานมากแค่ไหนและพยายามมาหานางถึงที่นี่ทั้ง ๆ ที่เดินทางมายากลำบากนัก “ไม่เหนื่อยเลยขอรับ” เ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 74 ถูกใส่ร้าย

จากนั้นไม่นานใต้เท้าสวี ฮูหยินและสวีลู่ชิงถูกนำตัวออกมาจากจวน นางหันมองบ้านที่เคยอยู่ เวลานี้ผู้คนในนั้น บ่าวรับใช้ เสี่ยวมู่กำลังดิ้นรนบอกว่าตนเองไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ระหว่างถูกควบคุมตัวไปสอบสวน พวกเขาต้องเดินผ่านตลาดและหมู่บ้าน แม้จะเป็นสถานที่คุ้นเคยแต่ครั้งนี้ความรู้สึกนั้นกลับไม่เหมือนเดิมเพราะแววตาที่ชาวบ้านมองมากำลังกล่าวโทษว่าพวกเขาเป็นคนทรยศต่อบ้านเมือง สวีลู่ชิงเดินรั้งท้ายขบวนจึงตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่ายเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งขว้างสิ่งของเพื่อจะลงโทษนางให้สมกับความผิดที่ได้ทำ ทว่า ใครบางคนกลับพุ่งตัวเข้ามาโอบกอดนางไว้ไม่ยอมให้ของเหล่านั้นเฉียดร่างกายแม้เพียงเสี้ยว “คุณหนู” น้ำเสียงห่วงใยทำให้สวีรู้ชิงรู้สึกตัวว่าไม่ได้อยู่ในความฝัน &ldquo
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
5678910
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status