ログインหนึ่งจอมมารถือกำเนิดจากโคลนตม ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก พร้อมทำลายทุกสิ่งอย่างเลือดเย็น กับอีกหนึ่งเมล็ดพันธุ์ถูกชะตากำหนดให้เป็นผู้กำจัดเภทภัยจึงตกเป็นเป้าหมาย ชีวิตมีอันตรายอย่างเลี่ยงไม่ได้
もっと見るถึงอย่างนั้นแล้ว บางครั้งกงจื่อเย่กลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ แม้เมื่อครู่จะเป็นน้ำตาจระเข้แต่เวลานี้กลับเป็นน้ำตาที่หลั่งออกมาจากส่วนลึกในใจ“โอ๊ะ...” เทพดาราประหลาดใจขมวดคิ้วเล็กน้อยที่สัมผัสได้ถึงความเศร้าจริง ๆ ของเขา กระซิบถามด้วยความห่วงใยว่า “ข้าจะทำอย่างไรกับจอมมารที่จิตใจอ่อนไหวง่ายเพียงเพราะกลัวว่าข้าจะไม่รักดีหนอ”“ข้า...”นางเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างแผ่วเบา เห็นแบบนี้แล้วอยากแกล้งคืนบ้างแต่สุดท้ายต้องยอมใจอ่อนทุกที“จื่อเย่” น้ำเสียงหวานเรียกจอมมาร “ตราบใดที่แก่นวิญญาณของข้ายังคงอยู่ ข้าสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”“รักข้าหรือไม่ ลู่ชิง”“อืม รักเจ้ามารน้อยทั้งสองด้วย” นางปลอบโยนเขาพลางลูบแผ่นหลังเขาราวกับปลอบใจเด็กน้อย“รักข้ามากกว่าเจ้ามารน้อยนิดหนึ่งได้หรือไม่”“มารปีศาจคิดกันอย่างนี้หรือ” สวีลู่ชิงแกล้งถามเพราะปกติแล้วบิดามารดามักจะรักลูกกว่าผู้ใด แต่นางรู้อยู่แก่ใจว่าผู้ที่ต้องการความรักของนางมากกว่าใครคงจะเป็นเขาผู้นี้“อืม” จอมมารพยักหน้ายอมรับ “เมื่อถึงเวลาอีนั่ว ลี่เซียนและสวีซือจะมีคู่แห่งโชคชะตาอยู่เคียงข้าง เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”“เมื่อครู่ยังห้ามไม่ให้ลู
จอมมารพาสวีลู่ชิงกลับมายังดินแดนสุญญตาที่เวลานี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นบ้านของเราอย่างที่เขาพูด ที่รกร้างกว้างใหญ่แต่เดิมไม่มีอะไรอยู่ข้างในนั้นเลย กลับมาครั้งนี้สวีลู่ชิงได้เห็นว่าเรือนไม้หลังใหญ่สองชั้นลอยโดดเด่นอยู่ใจกลาง ดอกจื่อเถิงสีม่วงขาวเลื้อยประดับห้อยระย้าสวยงามยิ่งนักพื้นน้ำโดยรอบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าระยิบระยับ และหากท้องฟ้าสดใสถูกแทนที่ด้วยจันทรา ผืนฟ้าก็จะเต็มไปด้วยละอองดาวกงจื่อเย่เนรมิตสรรพสิ่งขึ้นมาเพื่อรอต้อนรับนางกลับมายังที่ที่เป็นบ้านของเราดินแดนตรงกลางระหว่างภพมารกับภพสวรรค์ บ้านที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันชั่วนิรันดร์“อีนั่ว ข้าฝากให้เจ้าดูแลไข่ใบนั้นให้ดี ยังจำได้หรือไม่” จอมมารถามบุตรชายเพราะเห็นเขามักจะพาลี่เซียนเที่ยวเล่นกับเทพจันทรา หายไปทางโน้นที ทางนี้ทีอยู่ร่ำไป“จำได้ขอรับ” มารน้อยพยักหน้าแล้วบอกอีกว่า “นางกำลังหลับใหล ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล”“อืม เจ้ารู้แล้วหรือว่าเป็นมังกรตัวเมีย” เจ้าตัวเลิกคิ้วด้วยความสงสัย นึกไว้แล้วว่าอีนั่วมีพลังบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้ว่าไข่ใบใหญ่นั้นเป็นไข่มังกร“มังกรผู้หญิงต่างหากเล่า” เจ้าเด็กน้อยแย้งขึ้นมาทันใด “เพียงแต่ว่า
ความกังวลใจหนึ่งเดียวของเขาถูกคลายออกไปในวาระสุดท้ายของชีวิตพอดิบพอดี จอมมารกอดนางอันเป็นที่รักเอาไว้พลางกระซิบบอก “ข้ารักเจ้าลู่ชิง”หญิงสาวซบใบหน้าในอ้อมแขนคนรักพลันได้ยินเสียงหัวใจของกงจื่อเย่เต้นช้าลงเรื่อย ๆ รู้สึกเศร้าอีกครั้งแต่พยายามไม่แสดงออกมาเพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วง“ข้าไปตามหมอมาได้หรือไม่ จื่อเย่”“ข้าอยากอยู่กับเจ้าลู่ชิง” เขาไม่ยอมปล่อยนางและยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม “หากข้าไม่อยู่แล้ว อย่ามีผู้ใด ข้าขอร้อง”“...” เจ้าตัวสะอื้นไห้พูดไม่ออกทั้งคู่นั่งอยู่อย่างนั้นตามลำพัง ฟังเสียงสายลมที่พัดผ่านมาในฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกไม้สีชมพูปลิวมาตามทาง โปรยปรายลงมาจากฟ้าราวกับต้องการเอ่ยคำลากงจื่อเย่ไอเป็นเลือดมากขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดจากสวีลู่ชิงเพราะไม่อยากให้นางเห็นเขาสภาพนั้น“จื่อเย่ ข้า...”“...” ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วเบาไปเรื่อย ๆ“ข้ารักเจ้า จื่อเย่” นางพึมพำบอกเขา “ข้ารักเจ้า”จอมมารยิ้มได้เพราะคำบอกรักของนางเหมือนเป็นยาชั้นดีที่ทำให้เขาลืมว่ากำลังเจ็บปวด ก่อนจะรวบรวมแรงฮึดครั้งสุดท้ายเพื่อบอกนางว่า “ข้ารักเจ้ามากกว่าผู้ใด สวีลู่ชิง ภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”หนึ่งลมหายใจส
นับตั้งแต่การจากไปของบุตรสาว สวีลู่ชิงตกอยู่ในความเศร้าสร้อย ความรู้สึกของนางในเวลานี้เหมือนกระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่หลงลืมไปแล้ว สัมผัสได้เพียงว่าครั้งหนึ่งนางคงเคยสูญเสียลูกไปในช่วงเวลานี้กงจื่อเย่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลนางไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่สามีเป็นอย่างดีเพื่อให้นางข้ามผ่านความเจ็บปวดครั้งนี้ไปให้ได้หญิงสาวเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของคนข้างกาย เอ่ยพึมพำว่า “ลูกสาวของเราคงจะสุขสบายดีอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่หรือไม่”สามีของนางจึงตอบอย่างมั่นใจ “อืม ลูกสาวของเรากำลังเล่นสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ของนาง ไม่มีเรื่องใดให้เจ้าต้องกังวลเลยลู่ชิง”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว “เจ้าช่างสรรหาคำปลอบใจได้แปลกยิ่งนัก ลี่เซียนกำลังเล่นกับเพื่อนใหม่อย่างนั้นหรือ”กงจื่อเย่ไม่ได้พูดคำโป้ปดอันใดเพราะเวลานี้นางกำลังนั่งพูดคุยเจื้อยแจ้วกับหานเยว่ เทพจันทราที่เป็นสหายเพียงคนเดียวของอีนั่ว“เชื่อใจข้าเถอะนะลู่ชิง สักวันหนึ่งเราต้องได้เจอกับลูกอีกครั้งอย่างแน่นอน” เขากุมมือนางไว้แล้วจูบหลังมืออย่างแผ่วเบาสวีลู่ชิงรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป นางจึงกล่าวกับเขาว่า “จื่อเย่ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่”“.
แม้จอมมารจะคิดหลายอย่างอยู่ในหัวแต่เวลานี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ดีนักเพราะเขาต้องใช้โอกาสนี้พาสวีลู่ชิงหนีจากหอเยว่ส่างก่อนที่จะถูกใครจับได้ใครหล
คืนนั้น เรื่องราวการประลองรวมถึงผลแพ้ชนะถูกเล่าลือไปทั่วทั้งเมืองแต่ละคนกระจายข่าวได้เร็วยิ่งกว่าสิ่งใด อีกทั้งยังพูดคุยถึงเหตุการณ์เหล่านี้อย่างสนุกสนานอีกด้วย
เดิมทีกงจื่อเย่มักคอยจับตามองสวีลู่ชิงและบุตรชายทุกค่ำคืนอยู่แล้วพอได้เห็นนางกับลูกชายจึงนึกถึงวันวานที่ผ่านมา แม้อยากเข้าไปกอดทั้งคู่มากแค่ไหนกลับต้องอดใจไว้
หลังจากได้ฟังเรื่องราวอันน่าเศร้าสลดของกงอีนั่วแล้วสวีลู่ชิงเกิดความสงสารคุณชายตัวน้อยขึ้นมาทันใดที่เขาสูญเสียทั้งมารดาและบิดาไปตั้งแต่อายุยังน้อย











