All Chapters of จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค: Chapter 161 - Chapter 170

170 Chapters

160

จิงซิงอี้คิดตาม แล้วก็หัวเราะออกมา “มันก็เลยสอดคล้องกับที่คุณปู่ของคุณตาพูดถึงสำนักแพทย์ฉางซานใช่มั้ยครับ”“พอพูดแล้วตาก็เลยนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้นั่นละ ที่แท้หลายอย่างก็มีความเชื่อมโยงกัน”“แล้วผมกับใต้เท้าจิงเซียวในยุคนั้นละครับ เราเป็นอะไรกัน” จิงซิงอี้กลับมายังคำถามที่เขาสงสัยมานาน “ที่ผมไม่เข้าใจอีก ก็คือ หลงซิงเหยียนเป็นอะไรกับผมกันแน่!” “เจ้าบอกว่า หลงซิงเหยียนกับเจ้ามีหน้าตาคล้ายกันอย่างนั้นใช่มั้ย”จิงซิงอี้พยักหน้า “เหมือนมากจนคนนึกว่าพวกเราเป็นพ่อลูกกัน ฮ่าๆๆ” แต่แล้วเขาก็ชะงัก สีหน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนจากตลกขบขันกลายมาเป็นตกใจ เขาพูดด้วยเสียงสั่นนิดๆว่า“อย่าบอกนะว่า..ผมก็คือหลงซิงเหยียน!!”แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธความคิดนี้ทันที “แต่ผมก็อยู่ที่นั่นด้วย ผมเลี้ยงเด็กคนนี้มาตั้งแต่เด็ก จะมีคนสองคนอยู่ในเวลาเดียวกันได้ยังไงครับ!!” จิงเซียวไม่แน่ใจเช่นกันเมื่อคิดอย่างไรก็ยังไม่ได้คำตอบ พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะพักเรื่องนี้เอาไว้
Read more

161

 จิงซิงอี้พยักหน้า “ได้ครับ” และหันไปบอกเจี่ยเหรินว่า “ผมจะเริ่มรักษาแล้วนะ”จากนั้นก็ใส่ถุงมือ และนำเข็มออกมาจากห่อพลาสติก ก่อนจะเริ่มต้นรักษา เขาบอกกับหลิวชุนว่า“อาการของท่านนายพลเป็นอาการแบบทัวเจิ้ง เกิดการแยกของอินและหยาง ทำให้คนป่วยหมดสติฉับพลัน ชี่อวัยวะภายในหมดกำลังด้วย แขนขาจึงอ่อนแรง และกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่อยู่  ลมหายใจยังแผ่วอย่างที่เห็น ลิ้นอ่อนแรง พอจับชีพจรแล้วจะพบว่าลอยกระจายด้วย”จิงซิงอี้พลิกคนไข้ให้นอนตะแคง เขาฝังเข็มบริเวณท้ายทอยและคอส่วนบน เพื่อให้หลอดเลือดขยายตัวและไปเลี้ยงสมองได้ เขาฝังเข็มต่อที่ข้อเท้าด้านหลัง และบริเวณหน้าแข้ง จากนนั้นก็บอกกับหลิวชุนว่า “เมื่อคนไข้รู้สึกตัว ผมจะรมยารักษาให้อีก”เมื่อฝังเข็มตามจุดต่างๆแล้ว สัก 15-20 นาทีต่อมา พวกเขาได้ยินเสียงหายใจเข้าแรงๆ ของคนไข้ นายพลเติ้งค่อยๆ ลืมตาขึ้น แต่แววตายังเลื่อนลอย จิงซิงอี้เริ่มต้นนวดที่จุดไป่ฮุ่ย บริเวณรอยบุ๋มกลางศีรษะประมาณ 10 นาที เพื่อช่วยให้สมองปลอดโปร่ง จากนั้นจึงถอนเข็มออกและพลิ
Read more

162

เม่ยหลิงฟงรีบเดินเข้าไปหาเติ้งซินเผิง และสัมผัสใบหน้าของเขาด้วยความห่วงใย  พร้อมกับสอบถามอาการ ในขณะที่ลูกชายทั้งสอง คือ เติ้งเว่ย และเติ้งหลุน ยืนมองด้วยสีหน้าห่วงใยอยู่ข้างเตียง ทั้งสองคนเป็นทหารเหมือนกับพ่อ        เมื่อพวกเขาหันไปเห็นจิงซิงอี้กับเจี่ยเหรินที่นั่งอยู่มุมห้อง พวกเขาก็ชะงักและทำหน้าไม่พอใจ หลิวชุนรีบพูดขึ้นว่า “คุณนายครับ ทั้งสองท่านคือ คุณหมอจิงซิงอี้และผู้ช่วย คือ คุณเจี่ยเหรินครับ”เม่ยหลิงฟงพูดขึ้นมาว่า “ขอโทษนะคะคุณหมอ พวกเราขอพูดคุยกันเฉพาะคนในครอบครัวได้มั้ยคะ”แต่จิงซิงอี้กลับตอบหน้าตาเฉยว่า “เชิญคุยเลยครับ ผมจะนั่งทำงานอยู่ตรงนี้เอง ไม่รบกวนพวกคุณหรอก”ทั้งเติ้งซินเผิงและหลิวชุนสบตากัน จากนั้นหลิวชุนซึ่งรู้จักนายของตนดี จึงรีบพูดว่า “คุณหมอจะต้องคอยสังเกตอาการของท่านอย่างใกล้ชิดครับ เชิญคุณนายกับคุณชายคุยกับท่านได้เลยครับ” จากนั้น เขาก็รีบถอยออกมายืนที่ประตูเมื่อเป็นเช่นนั้น และสามีของตนเองก็ยังเห็นด้วย ครอบครัวของท่านนายพลจึงต้องพูดค
Read more

163

เมื่อได้ผลการทดลอง ทั้งสองคนก็ขอบคุณหยางซือฮุยและช่วยเขาจ่ายค่าทดลอง รวมไปถึงค่าใช้อุปกรณ์ที่คลินิก ถึงแม้ว่าหยางซือฮุยจะปฏิเสธ แต่จิงซิงอี้ก็พูดว่า คนไข้ของเขามีเงินเยอะ ไม่ต้องเกรงใจ เขาจึงยอมรับเงินไป  จากนั้นจิงซิงอี้ก็โทรศัพท์หาคนขับรถให้มารับ และเดินทางกลับไปยังวิลล่าของเติ้งซินเผิง        อย่างไรก็ตาม ในคืนวันนั้น ทุกคนก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเติ้งซินเผิงซึ่งมีอาการดีขึ้น กลับอาเจียนออกมากลางดึก และอาการเหมือนจะถอยหลังลงอีก หลิวชุนวิ่งมาตามจิงซิงอี้ พวกเขารีบวิ่งไปที่ห้องของเติ้งซินเผิง และพบหมอต้าเป็ง กำลังปฐมพยาบาลเขาอยู่จิงซิงอี้ไม่มีเวลามาสนใจว่าต้าเป็งมาทำอะไร เขารีบเดินเข้าไปและบอกให้ทุกคนถอยออกไปยืนห่างๆ เขาใช้หูฟัง ฟังเสียงหัวใจและการหายใจ จากนั้นก็จับชีพจร จิงซิงอี้หันไปหาเจี่ยเหรินที่ยื่นกล่องใส่เข็มที่ฆ่าเชื้อแล้วมาให้อย่างรู้ทันจิงซิงอี้เริ่มฝังเข็มที่จุดเน่ยกวานบริเวณข้อมือด้านใน และกระตุ้นเข็มเบาๆ เพื่อควบคุมการอาเจียน จากนั้นก็ควบคุมการเต้นของหัวใจ ด้วยการฝังเข็มที่จุดเซินเหมิน บริเวณรอยพับข้อมือด้
Read more

164

จิงซิงอี้รักษาเติ้งซินเผิงอยู่ประมาณเกือบหนึ่งเดือน เมื่อพบว่าอาการคงที่แล้ว เขาจึงเดินทางกลับพร้อมกับเจี่ยเหริน แต่จะเดินทางมาติดตามอาการทุกเดือน ซึ่งการมารักษาในครั้งนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่หลายไปในกลุ่มนายทหารชั้นสูงและวงการอื่นๆ เพราะรักษาอาการป่วยหนักจนไม่มีหวังของเติ้งซินเผิงให้กลับมาดีขึ้นได้ และยังค้นพบสาเหตุของโรคที่ซับซ้อน จนตามหาคนที่วางแผนได้ได้อีก เขาจึงมีบุญคุณกับแม่ทัพเติ้งซินเผิงยิ่งขึ้นไปอีกนอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังช่วยแนะนำการดูแลสุขภาพและผิวพรรณให้กับเม่ยหลิงฟงด้วย ก่อนที่เขาจะกลับ เขาบอกเธอว่า “คุณนายครับ ผมจะส่งครีมบำรุงผิวสำหรับลดริ้วรอยและช่วยให้ผิวนุ่มนวลเปล่งปลั่งมาให้นะครับ ขอให้คุณนายใช้ตามที่แนะนำ มันจะช่วยปรับปรุงสภาพผิวให้ดีขึ้น"คุณนายตั้งใจฟัง เพราะเธอเชื่อถือจิงซิงอี้อย่างเต็มที่แล้ว “ใช้แล้วจะดีขึ้นจริงๆเลยหรือจ๊ะหมอจิง” เธอถามอย่างมีความหวังจิงซิงอี้พยักหน้า “ครีมชุดนี้ผมใส่ตัวยาสมุนไพรเป็นพิเศษ เป็นสูตรเฉพาะที่ผมคิดค้นให้คุณนายครับ ไม่ได้วางขายทั่วไป”เมื่อได้ยิน เธอจึงดีใจมาก หลังจากที่
Read more

165

        อย่างไรก็ตาม เขากับเจี่ยเหรินเริ่มรู้สึกว่าตนเองคงไม่สามารถรับมือกับคนไข้ขนาดนี้ได้แล้ว เขาจึงต้องออกกฎใหม่   ให้มีการรับรักษาคนไข้ตามนัดเท่านั้น  โดยนัดคิวล่วงหน้า และถ้าไม่มาตามวันเวลานัด ก็จะข้ามคิวไป คนไข้ต้องมานัดคิวใหม่อีกครั้ง และจะรับรักษาแค่วันละไม่เกิน 30 คน ส่วนคนไข้ฉุกเฉิน จะต้องเป็นรายที่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่เช่นนั้น เขาจะไม่ลัดคิวให้เด็ดขาด แต่จิงซิงอี้ก็ได้หมายเหตุเอาไว้ว่า ควรจะไปพบแพทย์แผนปัจจุบันที่โรงพยาบาลอื่นจะดีกว่า เพราะแพทย์จีนใช้เวลารักษานาน ไม่เหมาะสมกับกรณีฉุกเฉินนัก        จิงซิงอี้จึงคุยกับเจี่ยเหรินตอนกินข้าวกลางวันด้วยกันว่า “ผมว่าพวกเราต้องรับสมัครหมอใหม่มาช่วยแล้วล่ะ ผมไม่ไหวแล้ว ใกล้ตายเต็มที”        เจี่ยเหรินหัวเราะแห้งๆ “ผมก็อยากให้มีคนมาช่วยด้วยครับ ผมแทบจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบแล้ว”        “นั่นสิ ถึงผมจะเป็นหมอ ผมก็มีอย่างอื่นที
Read more

166

วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในบ้านหมอจิง มาประชุมกันเพื่อพูดคุยเรื่องการสร้างโรงพยาบาล ที่จะเป็นโครงการใหญ่ของพวกเขา และเป็นรากฐานของสำนักแพทย์ฉางซาน พวกเขาทั้งสี่คน จะร่วมลงทุนและทำงานไปด้วยกันที่นี่ พวกเขาเชิญซูเคอเข้าร่วมการประชุมด้วย เพราะตอนนี้เขาขยับหน้าที่มาเป็นผู้จัดการทั่วไปแล้ว จิงซิงอี้อธิบายแผนการสร้างโรงพยาบาล โดยใช้โปรเจคเตอร์ขนาดเล็กฉายไปบนผนังเรียบสีขาวในห้องทำงานของจิงเซียว และอธิบายว่า “หลังจากที่พวกเราคุยกันมาหลายครั้งแล้ว ก็มาถึงข้อสรุปในวันนี้นะครับ ตอนนี้ เราจะสร้างโรงพยาบาลขนาด 3 ชั้นบนพื้นที่ว่างใกล้ลานกิจกรรมที่ผมซื้อเอาไว้ ชั้นแรกจะเป็นแผนกผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉิน ชั้นสองเป็นหอผู้ป่วยในที่มี 10 เตียง และมีห้องพิเศษอีกประมาณ 4 ห้อง  ส่วนชั้นสามจะเป็นห้องประชุมและสำนักงานกับห้องพักของหมอ นางพยาบาล กับเจ้าหน้าที่"ชุนเฉิงถามว่า “แล้วศูนย์พักฟื้นผู้สูงอายุล่ะ”จิงซิงอี้ยิ้ม “ผมว่าน่าจะเป็นแผนระยะที่สอง เมื่อเราได้เงินทุนมาพอแล้ว เราจะสร้างอาคารแยกเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่จริงผมต้องการจะสร้างอาคารอีกหนึ่งหลัง
Read more

167

วิธีคิดของตู้หว่านจิง เป็นเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเขาคิดว่าควรจะลงทุนซื้อที่ตั้งแต่ยังราคาถูกจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะขายที่ให้ง่ายๆวันหนึ่ง จิงซิงอี้คุยกับผู้ใหญ่บ้านหวังคุนและเตือนเขาว่า “ผมอยากให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเตือนชาวบ้านว่า อย่าปล่อยขายที่ดินจนหมดนะครับ โดยเฉพาะคนนอกที่มาเก็งกำไร เพราะเป็นการตัดโอกาสการพัฒนาในอนาคตของพวกเรา”ชาวบ้านที่อยากจะทำธุรกิจและทำการเกษตรในอนาคต ก็จะไม่มีที่เหลือแล้ว เพราะตนเองขายที่ให้คนนอกไปจนหมด เมื่อคิดอยากทำธุรกิจก็ต้องไปเช่าหรือซื้อจากคนอื่นอีก และคนนอกที่มาซื้อที่ มักซื้อไว้เพื่อทำกำไร แต่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ชาวบ้านจิงซิงอี้บอกว่า “ผมอยากให้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเป็นพวกเรามากกว่า ไม่ใช่คนแปลกหน้า ที่แค่ต้องการจะมาเที่ยวเป็นบางฤดูกาลเหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ตอนนี้ แล้วตอนนี้ พวกเราก็มีช่องทางหากินแล้ว ทั้งการทำธุรกิจเอง หรืออย่างน้อยก็ยังปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เองได้ เป็นการรับประกันว่า พวกเขาจะยังมีกินมีใช้ ต่อให้ลูกหลายตกงานกลับมา ก็ยังมีที่ดินไว้ทำกิน”ผ
Read more

168

        เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต่อมานั้น เป็นภาพชีวิตของแต่ละคนที่เขาผูกพันด้วย เขาเห็นโม่หยวนหลิงที่ยุติอาการโศกเศร้าเพราะคำพูดของใต้เท้าเปา และกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ รวมไปถึงใต้เท้าจิงเซียว เหมือนกับทั้งสองคน เข้าใจในความหมายของใต้เท้าเปาเจิง ที่ว่าจิงซิงอี้กลับไปยังโลกเดิมของเขาแล้ว        ภาพที่เขาเห็นต่อมา คือ การที่โม่หยวนหลิงขอให้จิงเซียวและใต้เท้าเปาเจิง เข้ามาช่วยดูแลโรงเรียนและโรงพยาบาล เพื่อสืบทอดสำนักแพทย์ฉางซานต่อไป ในขณะที่ลูกศิษย์รุ่นแรกกลายมาเป็นกำลังหลักในการทำงาน และเป็นอาจารย์คอยสอนนักเรียนรุ่นหลัง สำนักแพทย์ฉางซานยังคงเดินหน้าต่อไป ตามเส้นทางที่จิงซิงอี้วางเอาไว้ และในช่วงปีหลังๆ จิงเซียวลาออกจากการเป็นผู้อำนวยการสำนักแพทย์หลวง และมาดูแลโรงเรียนกับโรงพยาบาลอย่างเต็มตัว        ในขณะที่โม่หยวนหลิง ซัวซีเว่ย ลั่วปิง เจี่ยหยวน ยังคงสานต่อธุรกิจสมุนไพรของจิงซิงอี้ และช่วยงานจิงเซียว เพื่อดำเนินรอยตามเจตนารมณ์ของจิงซิงอี้ 
Read more

169 (จบบริบูรณ์)

จิงซิงอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขามองไปรอบๆ ตัว และพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขา ที่หมู่บ้านจูเจียว ตอนนี้ในห้องยังมืดอยู่ แต่ก็เริ่มมีแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาทางกระจกหน้าต่าง ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเช้ามืดแล้วเขานอนนิ่งๆ เพื่อทบทวนความฝันที่เกิดขึ้น เขาได้ย้อนกลับไปยุคซ่งเหนืออีกครั้ง ได้เห็นเหตุการณ์หลังจากที่เขาตกหน้าผา  ได้เห็นชีวิตของคนสำคัญในชีวิตของเขา และที่สำคัญ ได้เห็นแล้วว่า เขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับแพทย์หลวงจิงเซียวในยุคนั้นพระเจ้าได้ให้โอกาสเขากลับไปอำลาคนที่อยู่ข้างหลัง ผ่านทางความฝัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดคุยและแสดงตัวตนได้ แต่เขาก็ดีใจมาก ที่ได้เห็นว่าคนที่เขารักและห่วงใยทุกคน ยังอยู่ดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขายังคงรักษาความฝันของเขาเอาไว้ ด้วยการสืบทอดโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลฉางซานสิ่งที่ทำให้เขาตกใจและประหลาดใจมากที่สุด ก็คือ เขาไม่ใช่หลงซิงเหยียนข้ามเวลามา แต่เขาคือลูกชายของหลงซิงเหยียนนั่นเอง!ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ตัวเขาเองในวัยผู้ใหญ่ เป็นคนย้อนยุคกลับไปและก็เป็นคนพาตัวเองในวัยเด็ก ข้ามเวลาจากซ่งเหนือมาอยู่ในยุคอนาคต
Read more
PREV
1
...
121314151617
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status