All Chapters of จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค: Chapter 111 - Chapter 120

170 Chapters

110

จิงซิงอี้กับเจี่ยหยวนกลับถึงบ้านในเวลาค่ำแล้ว  เขากินข้าวเย็น และเล่าให้โม่หยวนหลิงและซัวซีเว่ยฟังคร่าวๆ จากนั้นก็เข้าไปในโรงสมุนไพร เขาจุดตะเกียงน้ำมัน นั่งลงที่โต๊ะทำงาน วางตัวอย่างเศษผ้าลงอย่างระมัดระวัง รวมไปถึงตัวอย่างเลือดของคนตายที่เขานำมาด้วย เขากางสมุดจดบันทึกข้อมูลสำคัญที่ได้จากการชันสูตรวันนี้เอาไว้เขาให้เจี่ยหยวนมาคอยช่วยงาน โดยทั้งสองคนสวมถุงมือหนังป้องกันพิษ และเริ่มวิเคราะห์ตัวอย่าง เขาใช้ตาเปล่าสังเกตอย่างพินิจพิเคราะห์ บางครั้งก็ใช้แผ่นควอตซ์ใสเจียระไนแทนแว่นขยาย เขาได้หินนี้มาจากกงซุนเช่อ  และบางครั้งจะทดสอบส่วนผสมด้วยน้ำ น้ำมัน และน้ำส้มสายชูเพื่อหาปฏิกิริยา เขานึกถึงเครื่องมือทันสมัยในห้องปฏิบัติการที่มีในโลกอนาคต ตัวเขาในตอนนี้ต้องใช้แค่เครื่องมือแบบโบราณ กับน้ำยาที่ผลิตจากธรรมชาติ แต่เขาก็รู้สึกถึงความท้าทายและต้องการจะเอาชนะข้อจำกัดให้ได้เขาจดบันทึกข้อมูลที่ค้นพบลงในกระดาษ ถึงตอนนี้จะยังได้ไม่ครบ แต่ก็เริ่มมองเห็นส่วนประกอบของยาพิษ ที่สามารถออกฤทธิ์และทำลายเนื้อเยื่อของคนตายได้บ้างแล้ว เขาคิดว่า พรุ่งนี้จะออกไปหาสมุนไพรที่น่าจะออกฤทธิ
Read more

111

ชายที่อยู่หลังประตูนึกออกทันที เขาเป็นพ่อค้าที่ร้านนี้เอง เขาจึงรู้ดีว่าใครเป็นใครที่นี่ และชื่อเสียงของจิงซิงอี้ในการเป็นหมออายุน้อยก็แพร่หลายไปทั่วจิงซิงอี้พูดขึ้นมาว่า “เพื่อนของท่านเสียเลือดมาก และอาจจะช้ำในด้วย ท่านรีบพาเขาไปนอนบนเตียง ข้าจะรักษาให้เบื้องต้นก่อน”พวกเขาไม่มีทางเลือก จึงพาชายที่บาดเจ็บไปนอนบนเตียงหลังร้าน จากนั้นเจ้าของร้านก็เดินไปปิดร้านทันทีจิงซิงอี้ตรวจชีพจรของคนเจ็บและสำรวจบาดแผล จากนั้น เขาก็สอบถามอาการ และตรวจที่ช่องท้องของเขา โชคดีที่อวัยวะภายในไม่เป็นอะไร จิงซิงอี้จึงเริ่มต้นรักษาด้วยการฝังเข็มห้ามเลือด เขาบอกให้เจ้าของร้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อย่างไม่วางใจ ให้ไปต้มน้ำ และเตรียมผ้าสะอาดมาด้วยเมื่อได้มาทั้งหมดแล้ว เขาจึงเริ่มทำความสะอาดบาดแผล และสั่งให้เจ้าของร้านหาสมุนไพรตามที่เขาบอกมา โชคดีที่มีอยู่ในร้านแล้ว เขาโรยยาลงไปบนแผลและพันผ้า จากนั้นจึงสั่งให้ต้มยาห้ามเลือดและบำรุงชี่กับเลือดให้ชายที่บาดเจ็บกินเจ้าของร้านสังเกตเห็นความคล่องแคล่วในการรักษาของจิงซิงอี้และอาการของเพื่อนก็ดีขึ้นจริง ตอนนี้คนเจ็บนอนหลับ
Read more

112

อีก 2-3 อาทิตย์ต่อมา ที่โรงหมอฉางซานของจิงซิงอี้ เขากำลังสอนให้เจี่ยหยวนอ่านหนังสือ ตอนนี้เจี่ยหยวนสามารถอ่านประโยคง่ายๆ และเขียนได้บ้างแล้ว จิงซิงอี้ไม่ได้สอนให้เขาพึ่งพาผู้สอนอย่างเดียว แต่ให้เขาฝึกแสวงหาความรู้ด้วยตนเองลั่วปิงยังพาลูกชายของเขาที่มีอายุ 12-13 ปี มาเป็นเพื่อนกับเจี่ยหยวน  เด็กทั้งสองมักมาเล่นด้วยกันในยามว่าง จิงซิงอี้ไม่ได้ให้เจี่ยหยวนคอยติดตามเขาตลอดเวลา บางครั้งเขาใช้เวลาอยู่คนเดียวเพื่อทำงาน และบางครั้งก็เดินเล่น ช่วงนี้เขาจะปล่อยให้เจี่ยหยวนออกไปสร้างความสนิทสนมกับเด็กคนอื่นด้วยสำหรับลั่วปิงเอง เขาได้เรียนรู้วิธีการรักษาโรคจากการดูจิงซิงอี้รักษา ถึงแม้ว่าเขาจะรักษาอยู่หลังฉากไม้กั้น แต่ลั่วปิงก็จะได้ยินเขาพูดและซักถามอาการ เพราะจิงซิงอี้จะอธิบายทุกอย่างให้คนไข้เข้าใจ ทำให้คนไข้ประทับใจมาก เมื่อรักษาเสร็จ ถ้าไม่มีคนไข้มาก เขาจะลุกมาดูลั่วปิงจัดยาตามใบสั่ง และอธิบายให้คนไข้ฟังอีกครั้งลั่วปิงรู้สึกว่าการมาช่วยจิงซิงอี้ที่นี่  ทำให้เขาได้ความรู้มากกว่าที่เขาเรียนรู้จากการทำงานที่ตระกูลลั่ว ถึงแม้ว่าเขาจะมีสถานะสูงกว่าคนงานทั่วไป เพ
Read more

113

นายหน้าเดินข้ามคูน้ำพาพวกเขาเข้าไป เขาไขกุญแจประตูรั้ว ลั่วปิงและเจี่ยหยวนที่ตามมาด้วยมองไปรอบๆ เจี่ยหยวนยังเด็กมีความกลัวนิดๆ แต่เมื่อเห็นจิงซิงอี้ที่เด็กกว่าเขา ไม่มีทีท่าสะทกสะท้านอะไร เขาจึงรวบรวมความกล้าและเดินตามไปติดๆ เมื่อเดินผ่านลานหน้าบ้านที่เงียบสงัด ต้นไม้ยืนต้นใบหนาครึ้มปลูกอยู่บริเวณนี้ นายหน้าพาพวกเขาไปหน้าบ้าน และไขกุญแจประตูบ้านเข้าไป บ้านหลังนี้มีสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโถง มีห้องนอน 2 ห้อง ด้านหลังเป็นครัวและห้องน้ำ เมื่อเดินขึ้นไปชั้นบน จะมีห้องนอน 4 ห้อง มีห้องนอนใหญ่อยู่ด้านหน้าบ้าน และห้องนอนเล็กกว่าอีก 2 ห้องอยู่ติดกับหลังบ้าน ด้านหลัง มีบ้านหลังเล็กอีกหนึ่งหลัง สามารถใช้เป็นบ้านรับรองแขกหรือให้คนรับใช้อยู่ได้จิงซิงอี้พึงพอใจมาก ที่นี่มีหลายห้อง เวลาโม่หยวนหลิงกับซัวซีเว่ยมาเยี่ยมจะได้มีห้องของตัวเอง และยังมีลานหน้าบ้านที่ทำให้เขานึกถึงบ้านของตัวเองตอนที่อยู่กับจิงเซียว เขาใช้พื้นที่ตรงนี้ปลูกพืชและสมุนไพรได้บางส่วน และยังมีพื้นที่สวนหลังบ้านให้ปลูกสมุนไพรและทำโรงงานผลิตสมุนไพรได้อีกด้วย จิงซิงอี้กำลังคิดว่า หน้าบ้านสามารถเปิดโรงหมอฉางซาน
Read more

114

ในอีก 2-3 อาทิตย์ต่อมา ทั้งจิงซิงอี้และลั่วปิงต่างก็วุ่นวายกับการติดต่อหาคนมาซ่อมแซมตกแต่งบ้าน และสร้างโรงหมอที่หน้าบ้าน เจี่ยหยวนเดินทางกลับบ้านไปบอกโม่หยวนหลิงและซัวซีเว่ย พร้อมกับถือโอกาสกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ด้วยเมื่อรู้ข่าว โม่หยวนหลิงและซัวซีเว่ยจึงรีบเดินทางมาหา และช่วยจิงซิงอี้ทำธุระต่างๆ ซัวซีเว่ยเป็นคนลงมือซ่อมแซมและก่อสร้างโรงผลิตสมุนไพรเอง เขารู้ว่าจิงซิงอี้ต้องการอะไรจิงซิงอี้ไปคุยกับลั่วเป่ย และแจ้งว่าเขาจะย้ายไปอยู่ที่เขตเมืองชั้นนอก และจะเปิดโรงหมอที่นั่นด้วย ลั่วเป่ยเสียดายมาก แต่เขาก็รู้ว่าคนมารักษากับจิงซิงอี้เพิ่ม คนไข้มานั่งรออยู่หน้าร้าน กีดขวางการจราจร และไม่ดีกับคนป่วยที่ต้องมานั่งตากแดดตากลม ที่แถวกลางเมืองก็มีราคาแพงเกินกว่าที่จิงซิงอี้จะซื้อเองได้จิงซิงอี้ขอบคุณลั่วเป่ยที่ช่วยสนับสนุนเขา ทั้งสองยังทำธุรกิจร่วมกันอยู่ตามเดิม ลั่วเป่ยจะยังคงแนะนำคนไข้ให้ไปรักษา และจิงซิงอี้จะสั่งซื้อสมุนไพรจากเขาเป็นหลัก และจะทำยาสมุนไพรของเขาเองมาขายที่ร้านของลั่วเป่ย ในตอนนี้ ยาสมุนไพรของจิงซิงอี้ได้รับความนิยมมากขึ้น มีคนสั่งซื้อเข้ามามากมาย จึงเป็นอีก
Read more

115

โม่หยวนหลิงเชิญทุกคนกินอาการกลางวันร่วมกัน นางเดินนำพวกเขาไปที่โต๊ะอาหาร 2 ตัวที่ตั้งข้างบ่อน้ำหน้า ด้านหนึ่งเป็นผู้ใหญ่นั่ง และอีกด้านเป็นของเด็กๆ        พวกเขาเชิญกงซุนเช่อนั่งหัวโต๊ะ จั่นเจาอยู่ขวามือ จิงซิงอี้นั่งซ้ายมือ จากนั้นเป็นลั่วเป่ย จี่หลิวนั่ง ซัวซีเว่ย โม่หยวนหลิง ลั่วปิง และเด็กอีก 3 คน        โม่หยวนหลิงทำอาหารหลายอย่างมาเสิร์ฟ และยังมีอาหารแปลกตาบางอย่างที่พวกเขาไม่เคยเห็น  นางบอกทุกคนว่าเป็นสูตรของจิงซิงอี้ อาหารจานแรกเป็นเกี๊ยวห่อไส้กุ้ง และมีน้ำซุปใส่ถ้วยให้แต่ละคน บางคนจะกินเกี๊ยวจิ้มกับซีอิ๊ว หรือใส่ลงไปในน้ำซุปทำเกี๊ยวน้ำก็ได้จากนั้นนางกับ ซัวซีเว่ย ลั่วปิง และเจี่ยหยวน ช่วยกันเสิร์ฟข้าวกับอาหาร จิงซิงอี้บอกให้เสิร์ฟทุกอย่างให้ครบ แล้วมานั่งกินด้วยกันเลย เขาไม่ชอบพิธีรีตองมาก จานต่อมา คือ กุ้งผัดผงกะหรี่ ที่นี่หาอาหารทะเลยาก จิงซิงอี้จึงใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อสดหวานแทน จากนั้นก็เป็นซุปเยื่อไผ่ ต้มไก่ดำใส่สมุนไพรจีน ปลานึ่งซีอิ๊ว และข้าวผัดไข่ใส่ผักต่างๆ ทุกคนก้มห
Read more

116

แล้วก็มาถึงวันแรกของการเปิด “สำนักแพทย์ฉางซาน” คนไข้หลายคน บ้างนั่งรถลาก บ้างเดินมา ตามเส้นทางที่มีป้ายปักเอาไว้เป็นระยะ  จิงซิงอี้วาดแผนที่ของโรงหมอแปะเอาไว้ที่ประตูร้านเดิม ทำให้คนไข้สามารถตามป้ายมาได้        พวกเขาเดินทางมาตามถนนที่เงียบสงบ ปูด้วยหินกรวด มีบ้านอยู่สองข้างทางประปรายและเรือกสวนไร่นาสลับกันไป ในที่สุดก็มาถึงหน้าโรงหมอชั้นเดียว ที่เปิดประตูสองด้านออกกว้าง หน้าโรงหมอมีเพิงไม้กั้นลมฝนเอาไว้ ภายในมีเก้าอี้และโต๊ะสำหรับนั่งรออยู่ 5-6 ตัว บนโต๊ะมีกา ถ้วยชา และเตาต้มน้ำอยู่ข้างๆ บนโต๊ะยังมีถาดใส่ขนมแห้งเอาไว้สำหรับคนไข้         ภายในโรงหมอแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนหน้าเป็นเคาเตอร์จ่ายยาและสอบถามนัดหมาย โดยมีลั่วปิงเป็นคนดูแล ด้านหลังของเขาและฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นเก็บสมุนไพรขนาดใหญ่ชิดผนัง ถัดเข้าไปข้างในมีห้อง 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยทางเดินที่ทะลุประตูออกไปสู่ลานข้างหลังห้องทั้งสองฝั่งแบ่งออกเป็นห้องตรวจโรค 2 ห้อง ห้องแรกเป็นของจิงซิงอี้ และอีกห้องเป็นของจี่หลิว อีกฝั
Read more

117

วันนี้เมื่อปิดโรงหมอแล้ว พวกเขาแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปเตรียมตัว จิงซิงอี้ขอให้อี้หนิงช่วยดูแลบ้านและสวน ซึ่งอี้หนิงก็รับปากแข็งขันว่าไม่ต้องห่วง จิงซิงอี้จึงวางใจและเริ่มจัดเตรียมข้าวของที่จะต้องใช้ เขานำน้ำส้มสายชูที่หมักเอาไว้ ติดตัวไปเพื่อใช้ทำความสะอาดทั่วไปด้วย และเตรียมนำเหล้าไปด้วยเพื่อใช้ในการทำความสะอาดบาดแผลและเครื่องมือจิงซิงอี้สั่งทำเข็มเย็บแผลและเส้นไหมจากตัวไหมในการเย็บแผลไว้นานแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเย็บแผลใคร เขายังไม่พบคนไข้ที่มาพบด้วยอาการบาดเจ็บแบบนี้ เหมือนที่เคยเจอตอนรักษาจั่นเจาและท่านอ๋องเจิ้น แต่เขาก็เตรียมเอาไปด้วย สำหรับยาชานั้น เขานำกานพลูแห้งติดตัวไปเพื่อใช้ผสมกับเหล้า เพื่อทำเป็นยาชาเฉพาะที่คืนนั้น กว่าจะนอนก็ดึกมากแล้ว เพราะต้องเตรียมทั้งยา อุปกรณ์การแพทย์ เสื้อผ้าของใช้ และยังมีอาหารแห้งต่างๆ ที่โม่หยวนหลิงกับเขาช่วยกันทำเก็บเอาไว้ เมื่อเรียบร้อยแล้ว เขาตรวจของทั้งหมดตามรายการอีกครั้ง แล้วจึงเข้านอนเช้ามืดวันรุ่งขึ้น หลายฝ่ายก็ออกเดินทางไปพร้อมกัน ทั้งทหารจากส่วนกลาง ข้าราชการสังกัดโยธาธิการที่นำเจ้าหน้าที่และคนงานไปช่วยขุดรื้อซาก
Read more

118 (จบเล่ม 3)

        จิงซิงอี้รู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ การลำเลียงคนไข้มาที่เต็นท์เป็นเรื่องยาก เขาอาจจะต้องปฐมพยาบาลและรักษาคนเจ็บที่จุดเกิดเหตุทันที เมื่อลั่วปิงเห็นเขาออกไปกับเจี่ยหยวน ก็วิ่งตามออกมาพร้อมกับหิ้วข้าวของที่จำเป็นมาด้วย ถึงแม้จิงซิงอี้จะเป็นหมอ เขาไม่สามารถปล่อยให้เด็กสิบกว่าขวบออกไปเจออันตรายได้        พวกเขารีบเดินไปตามเสียงร้องของคน จนมาถึงถนนเส้นหนึ่งที่มีดินและหินถล่มลงมากอง ทหารและชาวบ้านที่มีเลือดเปื้อนเสื้อผ้าพยายามช่วยกันขุดกองดินหิน เพื่อช่วยชีวิตคนที่ติดอยู่ภายใน        จิงซิงอี้เห็นกลุ่มแพทย์หลวง 2-3 คนในชุดสีขาว กุ๊นขอบคอ แขนและอกเสื้อด้วยสีน้ำเงิน กำลังช่วยคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ข้างถนน        เขารีบเดินไปอีกด้านที่มีคนเจ็บนอนร้องครวญครางอยู่ คนเจ็บคนแรกที่เดินเข้าไปหา เป็นชายชราอายุประมาณ 60 กว่าปี ร่างกายของเขามีเลือดเปื้อนและที่ขามีเลือดไหลซึมเป็นวงกว้าง ที่นอนอยู่ไม่ห่างกันเป็นหญิงคนหนึ่งที่นอนหมดสติอยู
Read more

119 (เล่ม 4)

        “เสี่ยวอี้ ตื่นเถอะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว”  จิงซิงอี้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเรียก เมื่อลืมตาขึ้น ก็พบว่าคนอื่นในทีมเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมานั่งเช่นกันเฉินปินปินมาตามให้พวกเขาไปกินอาหารเย็น “ท่านหมอ อาหารเย็นเสร็จแล้ว ขอเชิญไปที่โรงครัวได้เลยขอรับ”ทุกคนลุกขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก่อนจะไปกินข้าว พวกเขาเดินไปดูอาการของคนเจ็บที่เตียง เมื่อเห็นว่าทุกคนปลอดภัยแล้ว จึงเดินไปด้วยกันในเต็นท์ที่ตั้งเป็นโรงครัว มีแม่ครัวพ่อครัวจากทางการและชาวบ้านมาช่วยกันทำอาหาร พวกเขาได้อาหารเย็นเป็นซาลาเปาไส้ถั่วดำคนละสองลูก จิงซิงอี้มองซาลาเปาแห้งๆ ในมือแล้วก็ถอนหายใจ ผู้ใหญ่ที่มาด้วยต่างมองเขาด้วยความสงสาร ทุกคนรู้ว่าในสภาพวิกฤติแบบนี้ อาหารหายากมาก และทางการก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอ ตอนนี้ทุกคนจึงต้องกินเพื่อประทังชีวิตไปก่อน แต่พวกเขาก็รู้เช่นกันว่าจิงซิงอี้ทำงานหนักมาก และเขายังเป็นเด็กอยู่ อาหารแบบนี้จึงไม่เพียงพอกับร่างกายอย่างแน่นอน   ลั่วเป่ยยกซาลาเปาให้ “เสี่ยวอี้ มาเอาของพี่ไปกินนะ
Read more
PREV
1
...
1011121314
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status