Semua Bab จิงซิงอี้ แพทย์จีน 2 ยุค: Bab 11 - Bab 20

170 Bab

11

เมื่อถึงเวลาเที่ยง ลั่วเยี่ยนพาจิงซิงอี้ออกไปกินข้าวกลางวัน เขาถามเด็กชายว่า คุณตาอยู่ไหน เด็กน้อยตอบว่า ชั้น 6 ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้ว่า ชั้นนี้เป็นห้องพักสำหรับคนไข้ VIPเขาพาจิงซิงอี้ขึ้นลิฟท์ เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 6  ก็พบเคาเตอร์พยาบาลตรงหน้าลิฟท์ เมื่อพยาบาลที่เข้าเวรเห็นว่าเป็นลั่วเยี่ยนจึงยิ้มให้ และถามว่าเขามาตรวจคนไข้คนไหน ลั่วเยี่ยนชี้ไปที่เด็กชายและตอบว่า เขาพาเด็กมาหาญาติเมื่อพยาบาลเห็นจิงซิงอี้ เธอทำหน้าแปลกใจ เพราะไม่แน่ใจว่าเด็กชายเป็นญาติของคนไข้ห้องไหน จิงซิงอี้บอกว่า เขามากับคุณหมอจิงเซียว พยาบาลอีกคนหนึ่งซึ่งเข้าเวรมาตั้งแต่เมื่อคืน จึงบอกว่า        “คุณหมอจีนจิงเซียวไงเธอ คุณหมอมาเมื่อวานตอนเย็น แล้วก็มาตอนเช้าอีกที เธอเพิ่งมาเข้าเวรตอนเช้าก็เลยไม่รู้ ”จากนั้น พยาบาลคนที่สองจึงพาพวกเขาไปที่ห้องซ้ายมือสุดเมื่อไปถึงหน้าห้อง เธอเคาะประตู เดินเข้าไปในห้องเพื่อแจ้งคนไข้ สักพักเธอจึงพาลั่วเยี่ยนและจิงซิงอี้เดินเข้าไปภายในห้องขนาดใหญ่ พวกเขาเห็นคนไข้ชายวัยกลางคนหน้าตาดี ดูภูมิฐานมีอำนาจ อา
Baca selengkapnya

12

ลั่วเยี่ยนมองจิงซิงอี้กินบะหมี่ และถามจิงเซียวด้วยความสนใจ ว่า เด็กชายเรียนการแพทย์แผนจีน ตั้งแต่ยังเด็กขนาดนี้เลยหรือจิงเซียวยิ้มและมองหลานชายด้วยความเอ็นดู เขาอธิบายว่า เด็กชายสนใจแพทย์แผนจีนมาตั้งแต่สามขวบ ทั้งการเตรียมสมุนไพร และการเรียนรู้จากการดูเขารักษาคนไข้เมื่อรู้ว่าจิงซิงอี้สนใจการแพทย์จริง เขาจึงเริ่มต้นถ่ายทอดความรู้ให้ ในวันปกติเด็กชายจะไปโรงเรียน และตอนเย็นรวมไปถึงวันเสาร์อาทิตย์ หลังจากทำการบ้านแล้ว เขาจะมาเรียนวิชาแพทย์แผนจีนกับจิงเซียวจิงซิงอี้ยังเด็ก เขาจึงไม่ได้สอนทฤษฎีมาก แต่ให้เด็กชายได้เห็นได้อยู่ใกล้ชิด จนซึมซาบเข้าไปเองการรักษาด้วยแพทย์จีนนั้น มีประวัติยาวนานมาหลายร้อยปี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นต่อรุ่น โดยเฉพาะในครอบครัวของแพทย์จีนที่มีความเชี่ยวชาญการรักษาด้านต่างๆ จนกระทั่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 มีการนำแพทย์แผนจีนเข้าสู่ระบบสาธารณสุขของจีน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์มีการก่อตั้งวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย รวมไปถึงหลักสูตรแพทย์แผนจีนที่ได้รับการรับรองจ
Baca selengkapnya

13

เมื่อลั่วเยี่ยนมีโอกาสได้ค้นหาข้อมูลของจิงเซียวจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแพทย์ จึงได้รู้ว่าจิงเซียวเป็นแพทย์จีนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจและคนมีชื่อเสียง ต่างอยากจะรักษากับเขา แต่โอกาสที่เขาจะตอบรับกลับยากมาก โดยเฉพาะในช่วงหลัง ที่เขามักจะเก็บตัวและอุทิศเวลาไปกับการค้นคว้าเรื่องสมุนไพร  และการดูแลจิงซิงอี้จิงเซียวไม่ได้รักษาเฉพาะคนมีชื่อเสียงเท่านั้น หากเขาพอใจและมีโอกาส เขาจะรักษาชาวบ้านทั่วไปและสัตว์ต่างๆที่พบเจอระหว่างการเดินทาง มีทั้งรักษาฟรีและคิดเงิน  ถ้าเขาไม่พอใจ ต่อให้ทุ่มเงินเท่าไหร่ก็ไม่ไปรักษา ซึ่งจิงซิงอี้ก็สืบทอดลักษณะนิสัยแบบนี้มาด้วยเช่นกันหลังจากนั้น ลั่วเยี่ยนก็ได้มีโอกาสพบกับสองตาหลานอีกหลายครั้ง และจิงซิงอี้ก็มักจะเดินตามลั่วเยี่ยนไปไหนมาไหนด้วย จิงเซียวจึงมีโอกาสได้สังเกตนิสัยใจคอของหมอหนุ่มคนนี้ลั่วเยี่ยนรู้สึกทึ่งกับฝีมือในการรักษาโรคของจิงเซียว ที่เขาเห็นจากโรงพยาบาล และในตอนที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานของคุณปู่ที่เลี้ยงเขามา จนคุณปู่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเมื่อเห็นความมหัศจรรย์ของแพ
Baca selengkapnya

14

ตอนบ่ายวันนั้น จิงเซียวได้รับโทรศัพท์ เชิญให้เขาไปรักษาคนไข้บางคน แต่เขาปฏิเสธไปแต่ในอีก 2-3 ชั่วโมงต่อมา ก็มีรถเบนท์เลย์สีดำคันใหญ่มาจอดอยู่หน้าบ้าน คนขับรถรีบวิ่งลงมาเปิดประตูหลัง โดยมีชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานก้าวออกมาจากรถ และกดกริ่งหน้าบ้านของจิงเซียว เมื่อแม่บ้านเดินมาเปิดประตู ก็พบชายวัยกลางคนหน้าตาดี อายุประมาณ 35 ปี เขาบอกเธอว่า เขาเป็นหลานชายของจิงเซียว ชื่อ จิงเฉิงอู่ และอยากจะมาพบกับคุณอาจิงเซียวแม่บ้านจึงพาเขาเดินเข้าไปในห้องหลังบ้าน ซึ่งจิงเซียว ลั่วเยี่ยนและจิงซิงอี้นั่งทำงานอยู่  จิงเฉิงอู่ทักทายจิงเซียวจิงเซียวพาจิงเฉิงอู่ออกไปคุยที่ห้องรับแขก หลังจากนั้นอีกสักพัก ลั่วเยี่ยนได้ยินเสียงเปิดปิดประตูหน้าบ้าน และเสียงรถขับออกไปจิงเซียวเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขาพูดกับจิงซิงอี้และลั่วเยี่ยนว่า เขาจะต้องเดินทางไปปักกิ่ง เพื่อรักษาอาการของพี่ชาย และต้องใช้เวลาหลายวัน เขาจึงถามจิงซิงอี้ว่า อยากจะไปด้วยหรือไม่ เด็กชายขมวดคิ้วและถามว่า  “คุณตาคนนั้นเหรอครับ”    
Baca selengkapnya

15

ยังมีเหตุการณ์อีกมากมายในภายหลัง ที่ทำให้จิงซิงอี้ จิงเซียว และลั่วเยี่ยน มีความสนิทสนมใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะลั่วเยี่ยนที่รักจิงซิงอี้เหมือนทั้งน้องชายและลูกชาย เพราะวัยที่ห่างกันถึง 20 กว่าปีจิงซิงอี้หยุดคิดเรื่องของลั่วเยี่ยน เขาเตรียมสมุนไพรสำหรับถุงหอมเสร็จแล้ว และจะเอาไปบรรจุใส่ถุงที่คลินิกในวันพรุ่งนี้ เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีคนไข้มาหรือไม่ เวลาว่างของเขาจึงมีมากเนื่องจากหมู่บ้านเจียวจูมีขนาดเล็ก ชื่อเสียงของคลินิกก็ยังไม่เป็นที่รู้จัก การที่จะให้มีลูกค้าจากภายนอกมาหา จึงต้องใช้เวลานาน จิงซิงอี้จึงหาทางที่จะทำการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาในขณะที่เขากำลังเก็บอุปกรณ์ทำถุงสมุนไพรลงกล่องอยู่นั้น  เขาก็รู้สึกว่ามีตัวอะไรดึงขากางเกง เมื่อก้มลงมองจึงพบว่าเป็นเจ้าลูกสุนัขจิ้งจอกยืนเกาะขาของเขา มันคงจะวิ่งมาจากห้องที่แม่ของมันนอนรักษาตัวเมื่อชายหนุ่มก้มลงมอง มันก็ส่งเสียงเห่าเบาๆ และวิ่งพาเขาไปที่ประตู เหมือนจะชวนให้ตามไปจิงซิงอี้จึงเดินตามมันไปที่ห้อง และพบแม่สุนัขจิ้งจอกลุกขึ้นยืน และกินน้ำในถ้วยอยู่ มันมองเขาอย่างระแวง แต่ก็ไม่มีท่าทีดุร้าย เหม
Baca selengkapnya

16

เช้ามืดของวันต่อมา จิงซิงอี้ตื่นขึ้นมาออกกำลังกายตามปกติ ด้วยการวิ่งขึ้นเนินเขาหลังบ้านเมื่อเขาเดินไปที่ประตูหลังบ้าน เจ้าจิ้งจอกตัวเล็กก็วิ่งมาพันแข้งพันขาของเขาอย่างดีใจ เขาพยายามไล่ให้มันกลับเข้าไป มันก็ไม่ยอม ชายหนุ่มจึงออกวิ่งโดยมีเจ้าตัวเล็กวิ่งตามไปด้วยอากาศยามเช้าสดชื่นและเย็นสบาย ทำให้ไม่เหนื่อยมาก เมื่อวิ่งไปได้ครึ่งชั่วโมง เขาสังเกตเห็นเจ้าตัวเล็กเริ่มวิ่งบ้างเดินบ้าง และสุดท้ายหยุดนั่งหอบอยู่กับที่ขากลับเขาจึงต้องเป็นฝ่ายอุ้มมันกลับบ้าน เมื่อไปถึงบ้าน ก็เห็นจิงเซียวกำลังรำไทชี่อยู่กลางลานบ้าน เขาทักทายชายชรา ปล่อยเจ้าตัวเล็กลงพื้น มันก็รีบวิ่งไปหาชายชราทันที จิงซิงอี้ส่ายหน้าเมื่อเห็นการรู้จักเอาตัวรอดของมัน เขาเดินไปล้างมือในครัวเพื่อทำอาหารเช้า   วันนี้เขาเลือกทำเส้นบะหมี่เอง จิงซิงอี้เริ่มต้นนวดแป้งสาลีโฮลวีท ใส่ไข่และผักโขมลงไปในแป้ง จากนั้นก็รีดและตัดเป็นเส้น คลี่เส้นออกและลวกเส้นในน้ำเดือดจนนุ่มเหนียวจากนั้น เขานำน้ำซุปไก่และผักที่เตรียมเอาไว้มาต้มในหม้อ เขาเติมไก่ต้มฉีก แครอท และกวางตุ้งลงไป และเหลือไก่ต้มเอาไ
Baca selengkapnya

17

เมื่อมาถึงร้านก็เป็นเวลา 8.30 น.แล้ว เขาเปิดประตูร้าน แขวนป้ายเปิดทำการ ทำความสะอาดคลินิก และจัดเตรียมอุปกรณ์ในระหว่างที่คนไข้ยังไม่มา เขาเริ่มนำอุปกรณ์ทำถุงสมุนไพรออกมาทำต่อ ทั้งการบรรจุ ติดสติกเกอร์ที่อยู่และคิวอาร์โค้ด เมื่อเสร็จแล้วจึงเรียงลงกล่องเพื่อนำไปแจก และส่วนที่เหลือนำมาจัดเรียงบนเคาเตอร์เพื่อขายที่ร้านเมื่อทำเสร็จ เขาใช้คอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลและจัดทำแผนธุรกิจคลินิก ทั้งการโฆษณาคลินิก การทำแปลงสมุนไพรหลังบ้าน การผลิตสินค้าสมุนไพร และการสร้างร้านค้าออนไลน์เพื่อขายสมุนไพรและยาสำเร็จรูปเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านไปจนเกือบ 11 โมงเช้า เขาตั้งใจว่าถ้าอีกครึ่งชั่วโมงยังไม่มีใครมา จะขี่จักรยานกลับบ้านเพื่อไปทำอาหารกลางวันในระหว่างที่เขากำลังปิดคอมพิวเตอร์นั้น เสียงประตูเปิดและกระดิ่งไฟฟ้าที่ประตูก็ดังขึ้นมา ซ่งฮ่าวเทียนที่ขายนมแพะให้เมื่อวาน ก็เดินเข้ามาหาจิงซิงอี้อย่างร้อนใจและพูดว่า“หมอจิง! ช่วยไปดูอายี่ที่บ้านให้ได้มั้ย เขาปวดหัวเข่าตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ลุกไม่ไหวแล้ว!”จิงซิงอี้สอบถามอาการเพิ่มเติม จากนั้นจึงคว้ากล่อ
Baca selengkapnya

18

จิงซิงอี้เล่นกับเจ้าตัวเล็ก และเช็คแผลแม่สุนัขจิ้งจอกก่อนออกจากบ้านไปคลินิก เขาเดินไปเปิดประตูเล็กหลังบ้าน เพื่อให้พวกมันเดินเข้าออกได้ เพราะสังเกตเห็นแล้วว่าแผลของแม่จิ้งจอกเริ่มดีขึ้นเขาไม่แน่ใจว่ามันจะอยากอยู่จนแผลหาย เพราะมันคือสัตว์ป่า ถ้ากักขังเอาไว้ มันอาจจะกัดคนได้ช่วงบ่ายนี้เขาต้องเดินกลับไปคลินิก เพราะตอนที่มาตรวจป้าซ่ง เขาซ้อนรถมากับลุงซ่ง จึงทิ้งจักรยานไว้ที่คลินิกในระหว่างที่เดินไปตามถนนนั้น เขาก็พบเสี่ยวหลง เด็กหนุ่มที่ช่วยพาคู่สามีภรรยานักธุรกิจมารักษากับเขาเสี่ยวหลงขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่านมา เขาจึงอาสาพาจิงซิงอี้ไปส่งในระหว่างทาง เด็กหนุ่มเล่าเรื่องนี่โน่นให้เขาฟัง และเล่าเรื่องตัวเองว่า เขาจบแค่ชั้นมัธยมต้น ไม่ได้ไปเรียนต่อเพราะอยากจะทำสวนอยู่บ้าน หลายคนมองว่าเขาบ้า เพราะคนส่วนใหญ่จะเลือกเข้าเรียนต่อหรือไปทำงานในเมืองใหญ่ เพื่อให้ได้ชีวิตที่ดีกว่าแต่เสี่ยวหลงไม่ชอบการแข่งขัน เขาไม่อยากทิ้งปู่ย่าและพ่อแม่เอาไว้ที่นี่ และเขาเองก็ไม่ได้ฉลาดเฉลียวอะไร ถึงเรียนจบมา ก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำงานในบริษัทใหญ่เหมือนคนอื่นหรือเปล่า และคง
Baca selengkapnya

19

เขาใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงหมู่บ้านข้างๆ ที่ชื่อว่าหมู่บ้านจินหมิง ที่นี่เจริญกว่าหมู่บ้านเจียวจูของเขามากมาย เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ และถนนใหญ่ที่ตรงไปตัวเมืองได้ที่หน้าหมู่บ้าน มีพื้นที่ทำธุรกิจขนาดใหญ่ มีทั้งตลาดสด โรงเรียนประถมและมัธยมขนาดเล็ก ร้านค้าแบบดั้งเดิมและแบบทันสมัย และยังมีคลินิกแพทย์แผนปัจจุบันทั้งของคนและของสัตว์จิงซิงอี้จอดรถเอาไว้ข้างสนามเด็กเล่น เขามาถึงที่นี่ก็เป็นเวลาสี่โมงเย็นกว่าแล้ว คนในหมู่บ้านและจากที่อื่นมาที่นี่เพื่อมาซื้อของและทำกิจกรรมต่างๆ ขวักไขว่ วันนี้ยังเป็นวันเสาร์ด้วย จึงมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายพาหลานมาเล่นที่สนามเด็กเล่น บางคนก็มาออกกำลังกายและพูดคุยสังสันท์กันจิงซิงอี้มองไปรอบๆ เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งโต๊ะ จากนั้นจึงเขายกโต๊ะ เก้าอี้และป้ายจากท้ายรถ มาตั้งตรงจุดที่มีคนเดินผ่านไปมา และมองเห็นเด่นชัดบางคนก็คิดว่าเขามาตั้งโต๊ะขายของ บางคนคิดว่าเขามาตั้งโต๊ะดูดวง บางคนก็คิดว่าหน้าตาดีแบบนี้ คงมาร้องเพลงเปิดหมวกหรือเต้นแบบที่วัยรุ่นในเมืองชอบทำกัน แต่เมื่อเห็นป้ายที่เขาวางเ
Baca selengkapnya

20

หญิงสาวตอบว่า “ยังไม่เคยมีเลยค่ะ”จิงซิงอี้จึงอธิบายว่า “คนไข้มีภาวะมีบุตรยากครับ ในทางแพทย์แผนจีน มักเกิดจากไตพร่อง ชี่ของตับอุดตัน และภาวะอื่นๆผมวินิจฉัยโรคตอนนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีข้อมูลมากพอ โดยเฉพาะกับผู้หญิง คนไข้จะต้องอัลตร้าซาวด์ที่ช่องท้อง มดลูก และรังไข่ แล้วก็ตรวจฮอร์โมนเพศด้วยทั้งหมดนี้ต้องไปทำที่โรงพยาบาล แล้วค่อยนำผลการตรวจมาให้ผมวินิจฉัยอีกครั้ง ไม่ใช่แค่คนไข้ สามีของคนไข้ก็ต้องตรวจร่างกายด้วยเหมือนกัน”หญิงสาวหน้าเสีย เธออยากจะรู้ผลตอนนี้เลย จิงซิงอี้เข้าใจดีว่าเธอคิดอย่างไร เขาจึงอธิบายต่อว่า“หมอจีนไม่ใช่หมอเทวดาเหมือนในหนังนะครับ ที่จะบอกอาการได้ทุกอย่าง การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วย จะยิ่งทำให้การรักษาแม่นยำมากขึ้นถ้าเราอยู่ในยุคโบราณที่ไม่มีเครื่องเอ็กซเรย์ ผมก็คงจะรักษาให้ แต่ตอนนี้เรามีเครื่องมือที่ช่วยให้เรารักษาโรคได้ตรงจุด เราก็ควรจะใช้มันร่วมไปด้วย แล้วผมก็เป็นแพทย์จีนที่ใช้วิธีการรักษาร่วมกับแผนปัจจุบันด้วยครับ”หญิงสาวรู้สึกเชื่อถือหมอหนุ่มคนนี้มากขึ้นจากการพูดตรงๆ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
...
17
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status