บททั้งหมดของ เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง: บทที่ 111 - บทที่ 120

205

ตอนที่ 111

ตอนที่ 111 หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว พวกเขาย้ายไปคุยกันที่ห้องทำงาน โดยมีแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน เฟิงหลี่เฉียง และหลี่จิว เข้าร่วมพูดคุยแม่ทัพเจิ้งยกมือขึ้นประสานและถามอ๋องแห่งโจวด้วยความสุภาพแต่จริงจังว่า “ฝ่าบาท เพื่อไม่ให้เสียเวลา กระหม่อมขอประทานอนุญาตถามคำถามพะยะค่ะ”องค์ชายจูซูพยักหน้า และพูดอย่างมีเมตตาว่า “เสี่ยวฉาน เจ้าถามข้ามาได้เลย”“กระหม่อมทราบมาว่า ใต้เท้าจ้วงเหยียนได้พบกับพระองค์เมื่อเดือนที่แล้ว” แม่ทัพเจิ้งถามตรงๆ โดยไม่รีรอตามลักษณะนิสัยของเขาจูซูยิ้มและตอบตามตรงเช่นกัน “ใช่ พวกเราพบกัน เจ้าคงอยากรู้ใช่ไหมว่าเรื่องอะไร”เมื่อเห็นขุนนางทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกัน เขาจึงเล่าว่า “ข้าจะไม่ปิดบัง เจ้าก็รู้ว่า ในตอนนี้ ส่านซีกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ประชาชนอดอยาก ข้ายังเป็นเจ้าครองแคว้นนี้ ที่ไม่เพียงแค่ต้องเก็บภาษีมาใช้เอง ยังต้องส่งบางส่วนให้ราชสำนัก ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะทรงมีพระเมตตาให้ข้าเก็บภาษีไว้ใช้เอง แต่ตอนนี้ แค่ใช้เองก็ยังไม่เพียงพอ สถานการณ์
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 112

ตอนที่ 112 เมื่อได้สมุดจดรายละเอียด พร้อมภาพวาดของผู้ว่าเฟิงที่มีฝีมือในระดับแนวหน้า รวมไปถึงการดูร่องรอยที่หลงเหลือจากศพ แม่ทัพเจิ้งเฉิงฉานจึงสรุปในที่สุดว่า “เป็นรอยดาบจากผู้เชี่ยวชาญการใช้ดาบ..”แล้วเขาก็สั่งให้ลูกน้องไปที่ค่ายทหาร และไปหาดาบที่น่าจะใกล้เคียงที่สุดมา พร้อมกับสั่งให้นำหนังหมูแผ่นใหญ่มาด้วย ตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าแม่ทัพเจิ้งกำลังจะทำอะไร แม่ทัพหนุ่มใช้ดาบต้องสงสัยหลายเล่ม และฟันลงไปที่เนื้อหมูที่ถูกพันเอาไว้กับเสาไม้หลายต้น ให้คล้ายกับคอและร่างกายของคนตาย  และอธิบายให้เฟิงหลี่เฉียงฟังทุกครั้งที่ลงมือฟัน พวกเขาช่วยกันดูร่องรอยที่สาธิต พร้อมกับเปรียบเทียบกับบาดแผลจริงของผู้ตาย จนมาถึงดาบเล่มสุดท้ายที่เป็นดาบจากมองโกล เมื่อแม่ทัพเจิ้งฟันลงไปบนเนื้อหมู และนำมาเปรียบเทียบกับศพ ทุกคนก็ตื่นเต้น เพราะรอยดาบที่ได้นั้น ใกล้เคียงกับที่พบบนศพมาก!เจิ้งเฉิงฉานอธิบายว่า “บาดแผลนั้น เป็นแผลกว้างที่ปากแผล แต่ลึกเข้าไปในเนื้อ ตรงตามลักษณะดาบโค้งของชาวมองโกล ท่านดูตรงสันดาบ ที่ถูกตีให้มีสันหนาที่ด้านหลัง ส่ว
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 113

ตอนที่ 113 ในที่สุด พวกเขาจึงเดินทางไปด้วยกัน ส่วนชายขาวบ้านอีกสองคนแยกตัวออกไป อาฮุยย้ายไปนั่งกับคนขับรถม้าด้านหน้า โดยมีเฟิงหลี่เฉียง หลี่จิว และจูจ้านชเวขี่ม้าไปข้างๆ เพื่อพูดคุยด้วย คนอื่นปล่อยให้ผู้ว่าฯเฟิงรับมือกับเด็กหนุ่มคนนี้เอง บางคนที่ยังไม่เคยร่วมผจญภัยกับผู้ว่าเฟิงมาก่อน ต่างมหัศจรรย์ใจ ที่เห็นเขาเปลี่ยนบุคลิกลักษณะได้แนบเนียนราวกับเป็นคนละคน ทุกคนจึงช่วยกันเล่นตามบทไป ตอนนี้เขาสวมบทบาทเป็นพ่อค้า ชื่อ หลี่เฉียง ผู้ว่าเฟิงยังแบ่งขนมที่เขานำมาด้วยให้กับเด็กหนุ่มอาฮุยกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยและพูดคุยไปด้วย “ท่านอยากมาค้าขายที่ชายแดน หรือว่าอยากจะทำอะไรล่ะ”พ่อค้าหลี่เฉียงทำท่าปรึกษา “ข้าอยากดูลู่ทางก่อน ข้าค้าขายเกลือกับผ้าอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็อยากจะได้แร่จากภูเขาแถวนี้ไปขายให้กับพ่อค้าที่อยู่ทางตะวันออกน่ะ”เด็กหนุ่มทำหน้าสนใจ “แร่อะไรหรือ”“ได้หมดล่ะ ทางภาคตะวันออกขาดคลนแร่หลายอย่าง ข้าอยากจะได้พวกเหล็ก ทองแดง เงิน แล้วก็ทอง!”ประโยคหลังเขาพูดอย่างชัดเจน และมองหน้า
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 114

ตอนที่ 114 เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนแต่งตัวรัดกุม และจัดเตรียมน้ำกับอาหาร ขณะนี้อากาศเริ่มหนาวเย็น การเดินทางไปยังหุบเขาจึงยิ่งหนาวกว่าปกติ พวกเขาเตรียมเสื้อผ้าที่ใช้ป้องกันความหนาวไปด้วย และเผื่อจะต้องค้างคืนที่นั่นในระหว่างที่กำลังเตรียมของ คนของหลี่จิวก็นำจดหมายมาส่ง ในนั้นเขียนว่า เขาจะไปสืบเกี่ยวกับคนที่อยู่เบื้องหลังของเหมืองทอง และให้กลุ่มของเฟิงหลี่เฉียงเก็บรวบรวมข้อมูลของเหมืองทองคำมาให้มากที่สุด ถึงหลี่จิวจะไม่ได้พูดอะไร แต่ผู้ว่าเฟิงก็รู้ว่า อีกฝ่ายต้องการจะใช้ความดีความชอบตรงนี้ ในการสร้างความไว้วางพระทัยให้กับฮ่องเต้หย่งเล่อ ซึ่งถ้าเป็นคนอื่น คงจะไม่พอใจที่ถูกแย่งผลงาน แต่เฟิงหลี่เฉียงไม่ได้สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาจึงยินดีจะร่วมมือกับอีกฝ่ายขบวนของนายอำเภอและเฟิงหลี่เฉียงออกเดินทางแต่เช้า พวกเขาเดินทางไปยังที่ราบสูง ซึ่งแนวเขาสูงทอดยาวไปทั่ว สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านทุ่งหญ้าและซอกเขามาตลอดทาง ขบวนของพวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกด้วยม้ามองโกเลีย ที่ชำนาญการเดินทางบนพื้นที่แบบนี้ เมื่อเดินทางไกลออกไปมากขึ้น ทิวทัศน์รอบด้านก
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 115

ตอนที่ 115 เมื่อทาสคนอื่นเห็นว่าพวกเขารู้จักกัน จึงปล่อยนางเอาไว้ และเดินออกไป พี่สาวของลู่เหยาหลง คือ ลู่เหยาลี่ ตอนนี้มีอายุ 17-18 ปี ใบหน้าของนางซูบผอม ผมเผ้าแห้งกรัง มือหยาบกร้าน แววตาหมองเศร้า ร่างกายมีร่องรอยถูกเฆี่ยนตี ถึงนางจะอาบน้ำและใส่เสื้อผ้าสะอาดเพื่อมาช่วยยกอาหาร แต่ความทรุดโทรมก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนลู่เหยาลี่เล่าเรื่องของตัวเองว่า นางถูกขายมาเป็นทาสพร้อมกับกับพ่อและแม่ พ่อของนางเสียชีวิตในระหว่างทางมาชายแดน ส่วนแม่กับนางถูกส่งมาทำงานใช้แรงงานเป็นทาสที่นี่ ทุกคนรู้ว่า ว่านางจะต้องผ่านชีวิตที่บัดซบมามากมาย และในตอนนี้ แม่ของนางสุขภาพทรุดโทรมและถูกเฆี่ยนตีอย่างหนัก ถ้าครั้งนี้ไม่มีใครช่วย นางคงจะไม่รอดชีวิตแน่นอนกลุ่มของเฟิงหลี่เฉียงสงสารชะตาชีวิตของตระกูลลู่ ในขณะที่องค์ชายจูจ้านชเวไม่เคยสนใจชีวิตของทาสและชาวบ้าน จนเมื่อเขาเดินทางมากับคณะของเฟิงหลี่เฉียง ที่ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ และช่วงระยะเวลาที่เดินทางมาด้วยกันนี้ เขาได้พูดคุยกับลู่เหยาหลงมากขึ้น เพราะวัยใกล้เคียงกัน และยังคุยกันถึงวีรกรรมที่ผ่านมาของเฟิงหลี่เฉียง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 116

ตอนที่ 116 ในคฤหาสน์เก่าแก่สร้างจากอิฐและหิน กลุ่มของเฟิงหลี่เฉียงนั่งอยู่บนพรมเปอร์เซียเก่าแก่ ตรงข้ามกับเขา คือ หม่าซีอวี่ หัวหน้าเผ่าหุยวัย 45 ปี ท่าทางของเขาดุดันและมีใบหน้าเฉยเมยตลอดการสนทนา เขาพูดภาษาฮั่นได้ การสนทนาจึงไม่ลำบากมาก รอบตัวของเขามีผู้ช่วย ผู้อาวุโส และองครักษ์ระวังภัยอยู่ใกล้ๆ“ท่านหัวหน้าเผ่า ข้ามาที่นี่เพื่อต้องการแลกเปลี่ยนสินค้า เพื่อนำไปขายที่หลานโจว” เฟิงหลี่เฉียงเริ่มต้นการเจรจา เขายังคงใช้ตัวตนเดิมเหมือนตอนไปสืบคดีเหมืองทองที่เหอเจิ้งอีกฝ่ายใช้ดวงตาคมกริบจ้องมองพ่อค้าหนุ่ม  มือข้างหนึ่งลูบเคราสีเทา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หลายปีมานี้ ราชสำนักส่งคนมาที่นี่มากมาย บ้างก็มาค้าขาย บ้างก็มาสอดแนม”จางไห่เฟิงที่นั่งอยู่ข้างเฟิงหลี่เฉียงเริ่มขมวดคิ้ว เพราะผู้นำเผ่าแสดงท่าที่ไม่ไว้วางใจชัดเจน เขาจึงเริ่มมองหาทางหนีทีไล่ หากเกิดการจู่โจม แต่เฟิงหลี่เฉียงยังคงมีท่าทางนิ่งสงบ“ข้ามาค้าขายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น” อินเฉินหรือผู้ว่าเฟิงยังคงพูดต่อโดยไม่สนใ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 117

ตอนที่ 117 แม่ทัพหลิวกวงรายงานถึงการค้นหานักฆ่า ที่ฆ่าหญิงสาวผู้นั้น “ข้าส่งคนออกไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของคนหลายกลุ่ม พวกที่น่าสงสัยจะขึ้นไปบนเขาที่นอกเมือง แล้วก็หายตัวไปหลายวัน บางครั้งก็ลงมาภายในวันนั้น ที่นั่นมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นหนาทึบทำให้มองไม่ชัดว่ามีการสร้างบ้านและค่ายอยู่บนนั้นหรือไม่ แต่ข้าให้คนเฝ้ารออยู่นาน จนในที่สุด พวกนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว”หลิวกวงเล่าต่อว่า ในตอนแรก พวกเขาเฝ้าอยู่นานก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหว คิดว่าน่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในคืนวันหนึ่ง พวกเขาเห็นแสงไฟและควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาไม่นาน และได้ยินเสียงสั่งการให้รีบดับไฟลอยลงมาแว่วๆ“พวกเขาดับไฟอย่างรวดเร็ว ถ้าพวกข้าไม่อดทนเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาคงไม่เห็นอย่างแน่นอน” หลิวกวงสรุป “ข้ามั่นใจว่ามีคนอยู่บนนั้น และอีก 2-3 วันต่อมา ก็มีชาวบ้านเดินทางมาที่นี่ บางครั้งคนเดียว บางครั้งมาด้วยกันเป็นกลุ่ม เหมือนกับมาหาของป่าล่าสัตว์ ถึงแม้จะลงมาพร้อมกับของในตะกร้า แต่บางคนก็หายไปเลย ข้าจึงมั่นใจแล้วว่า บนนั้นเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มที่พวกเราสงสัย&r
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 118

ตอนที่ 118 ในอีก 2 อาทิตย์ต่อมา ขบวนพ่อค้าขนทองคำก็เดินทางมาถึงหลานโจว พวกเขาพบกับกลุ่มของเฟิงหลี่เฉียงที่บ้านนอกเมือง โดยในตอนแรกนั้น พวกเขายังคงค้าขายกันตามปกติ ซึ่งก็มีการสั่งซื้อทองอีก ครั้งนี้ให้เป็นแม่ทัพหลิวกวงออกหน้าเป็นผู้สั่งซื้อบ้าง ทำให้คนของนายอำเภอไว้ใจ พวกเขาใช้เวลาให้ตายใจอยู่นี้ประมาณสามครั้ง จากนั้นจึงมีการจับกุมขบวนขนทอง เพื่อให้มีหลักฐานมัดตัว และนำไปขังไว้ที่ค่ายทหารของแม่ทัพหลิวกวง เพื่อป้องกันไม่ให้สายลับส่งข้อมูลกลับไปยังนายอำเภอเฉาเว่ยตง และเครือข่ายคนอื่น เมื่อจัดการเรื่องของเหมืองทองได้แล้ว ก็มาถึงคราวของตระกูลจ้วงบ้าง เฟิงหลี่เฉียงและคนอื่นไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไรออกมานานนับเดือน ทำให้คนบ้านจ้วงคิดว่า ผู้ว่าที่ยังเด็กคนนี้ คงจะถึงทางตัน สืบหาข้อมูลไม่ได้ และคงไม่กล้าแตะต้องพวกของตนเอง พวกเขาจึงเริ่มลดการระวังตัวลง ประกอบกับการที่เห็นองค์ชายจูจ้านชเวเดินทางกลับไปยังแคว้นจ้าวเงียบๆ พวกเขาจึงคิดว่า ฝ่ายของผู้ว่าเฟิงคงจะถอดใจแล้ว แต่ใครจะคิดว่า หลังจากที่มีการวางแผนและเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว เฟิงหลี่เฉียงสั่
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 119

ตอนที่ 119 ในบ่ายวันหนึ่ง หลังจากจัดการกับทุกอย่างเรียบร้อยไปแล้ว เฟิงหลี่เฉียงนั่งพักดื่มชาและกินขนมอยู่ที่ศาลากลางน้ำ ที่บ้านพักนอกเมือง เขารู้สึกเหนื่อยมาก เพราะต้องตื่นแต่เช้า กลับบ้านดึกทุกวัน ทั้งยังต้องสอบสวนนักโทษ และเขียนรายงานส่งกลับไปยังเมืองหลวง เฟิงหลี่เฉียงจึงนึกได้ว่า ไม่ได้พบกับแม่และน้องสาวมานานนับเดือน จึงตัดสินใจกลับบ้าน และพักผ่อนกินลมชมวิวอยู่ที่สวนในบ้านอย่างสบายอารมณ์อยู่นานนับอาทิตย์ช่วงเช้าวันหนึ่ง เฟิงหลี่อิงเดินมาถามเขายิ้มๆว่า “พี่ใหญ่ ท่านจะกินข้าวเช้าหรือยัง”เฟิงหลี่เฉียงมองน้องสาวที่เขาไม่เห็นมานาน และพยักหน้า นางจึงหันไปบอกสาวใช้ที่ยืนรออยู่ดานหลัง “ไปยกอาหารมาได้แล้ว”ที่จริงทุกคนกินข้าวเช้าแล้ว มีเพียงผู้ว่าเฟิงที่ตื่นสาย และยังไม่ได้กินข้าวเพียงคนเดียวทั้งสองลุกขึ้นเดินเล่น และเดินไปทางสวนสมุนไพรขนาดใหญ่หลังบ้าน ชายหนุ่มถามน้องสาวของเขาว่า “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรจะให้พี่ช่วยไหม”“ข้าก็เรื่อยๆเจ้าค่ะ ทำงานเหมือนกับตอนที่อยู่จางเย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 120

ตอนที่ 120 ตอนนี้ ผู้ปกครองกานซูทั้งสามคน คือ เฟิงหลี่เฉียง เจิ้งเฉิงฉาน และหลี่จิว ได้สร้างผลงานที่ทำให้ฮ่องเต้หย่งเล่อพอพระทัย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเหลือให้น้องชาย ลูกชาย และหลานชายของพระองค์รอดพ้นจากการถูกใส่ร้ายแล้ว พวกเขายังสืบพบการเคลื่อนไหวของมองโกล และที่สำคัญ ยังค้นพบเหมืองทองคำ ที่ทำให้สถานการณ์การเงินในท้องพระคลังดีขึ้นอย่างมาก ทั้งสามคนจึงได้รับการปูนบำเหน็จ เมื่อเฟิงหลี่เฉียงขอเงินสนับสนุนการเตรียมอาหารและของใช้จำเป็นในฤดูหนาวนี้ ทั้งยังขอให้ส่งไปช่วยชาวหุย อุยกูร์ และทิเบตที่อยู่ตามเขตปกครองพิเศษ เพื่อบรรเทาทุกข์และความไม่พอใจของชนกลุ่มน้อย และจัดเตรียมไว้เผื่อมีการรบ ฮ่องเต้หย่งเล่อเข้าใจเจตนาของเขา และยินดีพระราชทานให้ตามคำขอ ฮ่องเต้และผู้ว่าเฟิงหลี่เฉียงจึงมีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือในกลุ่มของชนกลุ่มน้อยอย่างมากนอกจากนี้ แผนการของขุนนางจากเน่ยเก๋อและคนอื่น ที่ต้องการจะส่งข้าหลวงตรวจการจากเมืองหลวงมาเพื่อจับผิดทั้งเฟิงหลี่เฉียง เจิ้งเฉิงฉาน และหลี่จิว ก็ถูกฮ่องเต้หย่งเล่อปัดตกไปทันที และยังสั่งลงโทษกลุ่มขุ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1011121314
...
21
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status