Semua Bab เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส: Bab 131 - Bab 140

171 Bab

บทที่ 130 ภัยหนาวครั้งประวัติศาสตร์

หลังการกวาดล้างสำนักโคมดำ แคว้นเว่ยเหมือนผู้ป่วยที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ บ้านเมืองสงบลงถนนหนทางกลับมามีผู้คน เสียงพ่อค้าเสียงเด็กเล่นดังขึ้นอีกครั้ง ราชสำนักพยายามฟื้นฟูความเชื่อมั่น ฮ่องเต้จิ้งอู่ลดทหารประจำการ เพิ่มการค้าขายและฟื้นการเก็บภาษีอย่างระมัดระวังหนึ่งปีเป็นเวลาสั้นเกินไปสำหรับแผลลึกจากการกบฏและการนองเลือด แต่ก็ยาวพอให้ผู้คนเริ่มหวังว่า ความทุกข์อาจจบลงแล้ว ทว่าฟ้าดินไม่เคยปรานีมนุษย์ ฤดูใบไม้ร่วงปีนั้นลมเหนือมาเร็วผิดปกติ หิมะโปรยปรายตั้งแต่เดือนที่ไม่ควรมี แม่น้ำเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง นกอพยพบินต่ำสัตว์ป่าเคลื่อนลงจากภูเขาชาวบ้านเริ่มกระซิบกันคำว่าภัยหนาว เริ่มดังขึ้นอีกครั้งคำที่ปรากฏในบันทึกโบราณเพียงไม่กี่หน้า แต่ทุกครั้งที่ปรากฏ มันหมายถึงความอดอยากและความตายหลิงเซียงยืนอยู่ในสวนจวน ลมหอบไอเย็นพัดผ่านผิว นางก้มมองใบไม้ที่ยังไม่ร่วงดี แต่ปลายใบกลับไหม้จากความหนาว ภาพนี้ไม่ใช่ภาพของปีปกติ ในความทรงจำจากประวัติศาสตร์เดิม ภัยหนาวครั้งใหญ่ควรจะมาอีกหลายปีให้หลัง ไม่ใช่ตอนนี้แต่โลกใบนี้โลกที่ประวัติศาสตร์เริ่มเบี่ยงเบน ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าบันทึกไม่ใช่คำพยากรณ์“หากเรารอใ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-24
Baca selengkapnya

บทที่ 131 เริ่มต้นใหม่ที่ไฮ่หยาง

ฤดูหนาวอันโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมหิมะสุดท้ายที่ละลายกลายเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ไหลลงสู่คูเมือง แคว้นเว่ยยังคงยืนอยู่ไดไม่ใช่เพราะอำนาจของบัลลังก์เพียงอย่างเดียว หากเพราะการมองไกลของคนไม่กี่คน หลิงเซียงยืนมองท้องฟ้ายามเช้า สีฟ้าใสสะอาดราวกับฟ้าดินเพิ่งถูกชำระล้าง นางควรจะโล่งใจควรจะภูมิใจ แต่หัวใจกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด“ทุกอย่างจบแล้ว…จริงหรือ” หลิงเซียงคำถามนั้นวนเวียนอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางเดินอยู่ท่ามกลางเงาอำนาจ เงาความตาย และเงาของประวัติศาสตร์ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่นางเคยรู้ โลกใบนี้เปลี่ยนไปแล้วและตัวนางเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ความสงบที่ได้มาในตอนนี้ มิได้ทำให้หลิงเซียงอยากยึดติดกับวังหลวงอีกต่อไป ตรงกันข้ามมันทำให้นางอยากจากไปมู่เทียนหลางกลับจากการตรวจแนวคลังหลวงในยามบ่าย แววตาเขาอ่อนล้ากว่าที่เคย แต่ไร้ความตึงเครียดแบบแม่ทัพในสนามรบ เขาเห็นหลิงเซียงกำลังจัดตำราบนโต๊ะ ไม่ใช่เอกสารราชสำนักหากเป็นหนังสือเกษตร การค้า และแผนที่ชายฝั่ง เขาไม่ถามเพียงยืนมองเงียบ ๆ“ท่านคิดเหมือนข้าหรือไม่” หลิงเซียงหลิงเซียงเอ่ยในที่สุดมู่เทียนหลางพยักหน้า“ตั้งแต่ภัยหนาวผ่านไป ข้าก็รู้ว่าเราคว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-25
Baca selengkapnya

บทที่ 132 เหลาอาหารอันผิง

เช้าวันนั้น เมืองไฮ่หยางยังคงคลุมด้วยหมอกบางจากลมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังแผ่วอยู่ไกล ๆ ราวกับเตือนว่าโลกยังเคลื่อนไหวต่อไป แม้ความสูญเสียจะยังฝังลึกอยู่ในหัวใจผู้คน กลางถนนสายหลักใกล้ท่าเรือเก่า มีอาคารไม้สองชั้นหลังหนึ่งตั้งตระหง่าน ป้ายผ้าไหมสีแดงเข้มแขวนอยู่เหนือประตูตัวอักษรสีทองเขียนอย่างสง่างาม “เหลาอาหารอันผิง”ชื่อที่ไม่ได้มาจากความทะเยอทะยาน แต่จากคำอธิษฐานง่ายที่สุดของผู้ผ่านพายุเลือด ขอเพียงแผ่นดินสงบขอเพียงผู้คนอิ่มท้อง หลิงเซียงยืนอยู่หน้าร้านชุดเรียบสีอ่อน ไม่ใช่ฉลองพระองค์ไม่ใช่เครื่องทรงขององค์หญิง หากเป็นเสื้อผ้าสตรีสามัญชนที่ตัดเย็บอย่างประณีต นางปล่อยผมครึ่งหนึ่งเกล้าอีกครึ่งหนึ่งอย่างเรียบง่าย นางมองดูป้ายร้านอยู่นานหัวใจเต้นแผ่วแต่หนักแน่น“ข้าไม่ได้เปิดเหลาอาหารเพื่อชื่อเสียง ข้าเปิดเพื่อให้คนที่ยังมีชีวิต…ได้มีแรงมีชีวิตต่อไป” เทียนหลางมู่เทียนหลางยืนอยู่ข้างนางวันนี้เขาไม่ได้มีอำนาจ ไม่ได้พกดาบคู่กายเพียงเสื้อคลุมสีเข้ม ผูกผมเรียบ ชายผู้เคยผ่านสนามรบมองร้านอาหารเล็ก ๆ นี้ ด้วยแววตาอ่อนโยนกว่าที่เคยมีมาตลอดชีวิต“เจ้ารู้หรือไม่” เทียนหลางเขากล่าวเสียงต่ำ“สน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-01
Baca selengkapnya

บทที่ 133 ความสุขของมู่เทียนหลาง

มู่เทียนหลางเคยคิดว่าชีวิตของตนถูกเขียนไว้แล้วตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จักคำว่าเลือก ดาบคือชะตาสนามรบคือบ้านคำสั่งคือทิศทาง และความรักเป็นเพียงสิ่งที่ไม่ควรหวัง แต่เช้าวันหนึ่งเมื่อเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่งเบา ๆ กลิ่นเกลือผสมกลิ่นควันไฟจากครัวเล็ก และเสียงหัวเราะของหญิงคนหนึ่งดังลอดหน้าต่างไม้เขาจึงรู้ว่าชีวิตที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นที่นี่ เมืองไฮ่หยางไม่เหมือนเมืองหลวงไม่มีเสียงกลองยาม ไม่มีฝีเท้าทหาร ไม่มีเงาอำนาจทอดทับทุกลมหายใจ ที่นี่เวลาเดินช้ากว่าและผู้คนไม่ถามว่าเขาเป็นใคร เคยฆ่าใครหรือรับใช้ผู้ใดพวกเขาเพียงถามว่า“วันนี้จะเปิดเหลาอาหารยามใด”“ปลาเข้าฝั่งหรือยัง”“คุณชายชอบกินเค็มหรือหวาน”คำถามธรรมดาแต่กลับทำให้หัวใจเขาอุ่นกว่าคำสรรเสริญใด ๆ ในวัง มู่เทียนหลางยืนอยู่หน้าประตูเหลาอาหาร มองหลิงเซียงง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ เส้นผมถูกรวบหลวม ๆ แขนเสื้อพับขึ้น มือที่เคยถือพัดในตำหนักวันนี้จับมีดอย่างมั่นคง“เจ้าไม่เหนื่อยหรือ” เทียนหลางเขาเคยถามหลิงเซียงเพียงยิ้มรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืน“เหนื่อยสิแต่เป็นความเหนื่อยที่รู้ว่าถ้าพัก เดี๋ยวก็หาย” หลิงเซียงประโยคนั้นแทงลึกกว่าอาวุธใดในชี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-02
Baca selengkapnya

บทที่ 134 เข้าปีที่ 5

เข้าปีที่ห้าแล้วที่หมิวใช้ชีวิตอยู่ในร่างของหลิงเซียง บางวันนางแทบลืมไปแล้วว่าชีวิตนี้เคยไม่ใช่ของตนเอง ยามเช้าในเมืองไฮ่หยางยังเหมือนเดิม เสียงคลื่น กลิ่นเกลือ เสียงคนเรียกกันหน้าตลาด ทุกอย่างคุ้นเคยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ หมิวยืนมองเงาสะท้อนของตนในอ่างน้ำ ใบหน้านั้นคือหลิงเซียง แต่ดวงตาไม่ใช่เด็กสาวจากโลกนี้อีกต่อไป ห้าปีที่ผ่านมานางไม่ได้แสดงเป็นหลิงเซียงอีกแล้ว นางใช้ชีวิตแทนหลิงเซียงอย่างแท้จริง ความทรงจำจากโลกเดิมเลือนรางลง ชื่อคน ถนน เสียงรถ เหมือนฝันที่จางหายเมื่อยามตื่นแต่ความทรงจำของโลกนี้กลับชัดเจนขึ้นทุกวัน เลือด การเมือง ความตาย และความรัก มู่เทียนหลางยืนอยู่ไม่ไกล กำลังผูกเชือกเรือให้ชาวประมงภาพนั้นทำให้หมิวหรือหลิงเซียงยิ้มบาง ๆ ในโลกเดิม นางไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้ลึกขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะยอมอยู่ในโลกที่ไม่ได้เลือก เพียงเพราะคนคนหนึ่ง บางคืนหมิวยังถามตัวเองอยู่เงียบ ๆ ถ้าหลิงเซียงตัวจริงยังมีชีวิตอยู่นางจะพอใจไหม…กับชีวิตแบบนี้แต่ทุกเช้าเมื่อเหลาอาหารเปิด เมื่อผู้คนอิ่มท้อง เมื่อมู่เทียนหลางหันมายิ้มให้ คำถามนั้นก็เงียบไปเอง บางทีการที่หมิวมาอยู่ในร่างนี้ อาจไม่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-03
Baca selengkapnya

บทที่ 135 ต้มยำกุ้งเมนูขึ้นชื่อ

ต้มยำกุ้งเมนูขึ้นชื่อของเหลาอาหารอันผิง ต้มยำกุ้งไม่ใช่เพียงเมนูหนึ่งในสารบัญอาหารของเหลาอันผิง หากคือชื่อที่ถูกเอ่ยถึงเป็นลำดับแรกเสมอ เมื่อผู้คนกล่าวขานถึงเหลาเล็ก ๆ ริมสายน้ำแห่งนี้ และยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต่างรู้กันดีว่า ต้มยำกุ้งทุกชามที่ถูกยกออกจากครัว ล้วนผ่านมือของหลิงเซียงด้วยตนเอง ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีการฝากมือให้ศิษย์หรือพ่อครัวคนใด แม้ในวันที่แขกแน่นเหลา แม้ในวันที่ไฟในครัวแทบไม่เคยดับหลิงเซียงเคยกล่าวไว้เพียงประโยคเดียว เมื่อมีคนถามว่าทำไมต้องเหนื่อยลงมือเองทุกชาม“ต้มยำกุ้งของอันผิง ถ้าไม่ใช่มือข้า ก็ไม่ควรใช้ชื่อนี้” หลิงเซียงคำพูดนั้นมิใช่ความหยิ่งผยอง หากเป็นคำสัตย์ของคนที่ผูกชีวิต จิตใจและความทรงจำทั้งหมดไว้กับหม้อดินใบหนึ่ง ตั้งแต่ยามรุ่งอรุณเหลาอาหารอันผิงยังไม่เปิดประตูรับแขก กลิ่นสมุนไพรสดก็เริ่มลอยอ้อยอิ่งอยู่ในลานหลังครัว หลิงเซียงจะเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไป มือเรียวขาวแต่แข็งแรงคุ้นเคยกับมีดและเขียงยิ่งกว่าพู่กันหรือเครื่องประดับใด ๆ นางจะเริ่มจากการคัดเลือกวัตถุดิบด้วยตนเอง กุ้งแม่น้ำต้องสด เปลือกใส เนื้อแน่น หัวยังเต็มไปด้วยมันสีทอง ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ตะไค
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-04
Baca selengkapnya

บทที่ 136 กะเพราที่เดียวในเมืองไฮ่หยาง

กะเพราหนึ่งเดียวในเมืองไฮ่หยาง เป็นอีกเมนูขึ้นชื่อของเหลาอาหารอันผิง ในเมืองไฮ่หยางเมืองท่าที่ผู้คนคุ้นชินกับอาหารรสละมุน กลมกล่อม และไม่จัดจ้านจนเกินงาม มีอาหารอยู่หนึ่งจานที่ผู้คนกล่าวขานด้วยน้ำเสียงทั้งแปลกใจและหลงใหล นั่นคือกะเพราของเหลาอาหารอันผิง อาหารจานเดียวที่ดูเรียบง่าย หากกลับกลายเป็นเมนูที่ไม่มีผู้ใดลอกเลียนได้ และไม่มีเหลาใดในเมืองนี้กล้าทำตาม ผู้คนจึงเรียกมันว่า “กะเพราหนึ่งเดียวในเมืองไฮ่หยาง”กะเพราของเหลาอาหารอันผิงไม่ได้เป็นเพียงอาหาร หากเป็นบททดสอบ เป็นคำประกาศ และเป็นตัวตนของครัวแห่งนี้พอ ๆ กับต้มยำกุ้ง หากต้มยำกุ้งคือหัวใจ กะเพราคือวิญญาณที่เร่าร้อนของเหลาอันผิงตั้งแต่วันแรกที่เหลาเปิดประตู มีเสียงคัดค้านมากมาย กะเพราเป็นอาหารรสจัด เผ็ดร้อน หยาบในสายตาของคนเมืองไฮ่หยาง ไม่เหมาะจะอยู่บนโต๊ะเดียวกับอาหารชั้นสูง หลายคนเตือนหลิงเซียงว่า หากนำกะเพรามาขาย อาจทำให้ภาพลักษณ์ของเหลาเสียหาย หลิงเซียงเพียงยิ้มแล้วกล่าวอย่างเรียบง่ายว่า “ถ้าไม่มีอาหารที่ซื่อสัตย์ต่อไฟและใจ ก็ไม่ควรเรียกว่าเหลาอาหารอันผิง” หลิงเซียงตั้งแต่นั้นมากะเพราจานนี้ก็ถือกำเนิดขึ้น กะเพราของเหลาอันผิ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-04
Baca selengkapnya

บทที่ 137 ด้วยความคิดถึงน้องสาวของท่านอ๋องสาม

ท่านอ๋องสามจิ้งหาวเดินทางสู่เมืองไฮ่หยาง ยามราตรีในเมืองหลวงสงบเงียบ แสงโคมในจวนอ๋องสามดับลงไปทีละดวง เหลือเพียงแสงจันทร์สีเงินที่ทอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้องทรงงาน ชายหนุ่มในอาภรณ์เรียบง่ายนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ เขาคือจิ้งหาว ท่านอ๋องสามแห่งราชวงศ์ ผู้ซึ่งผู้คนภายนอกมองว่าเด็ดขาด สุขุม และไม่เคยปล่อยให้อารมณ์ส่วนตัวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจแต่ในค่ำคืนนี้ใต้แสงจันทร์นั้นหัวใจของเขาไม่สงบนัก บนโต๊ะมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่เดียวดาย ตัวอักษรเป็นลายมือที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าผู้ใด ลายมือของน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาหลิงเซียงจิ้งหาวอ่านจดหมายฉบับนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะจำเนื้อความได้ทุกคำนางเขียนถึงเมืองไฮ่หยาง ถึงเหลาอาหารอันผิง ถึงอาหารที่นางตั้งใจทำด้วยมือตนเอง และถึงชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมาย ไม่มีถ้อยคำใดเอ่ยถึงความคิดถึงแต่ทุกบรรทัดกลับเต็มไปด้วยมัน“ท่านพี่สบายดีหรือไม่” หลิงเซียงเพียงประโยคสั้น ๆ นี้ ก็ทำให้จิ้งหาวเผลอกำมือแน่น เขาคิดถึงน้องสาวเหลือเกิน ตั้งแต่หลิงเซียงเลือกออกจากวัง ออกไปใช้ชีวิตในเมืองไฮ่หยาง จิ้งหาวในฐานะอ๋องย่อมไม่อาจไปมาหาสู่ได้ตามใจ แม้จะมีเหตุผลทางกา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-05
Baca selengkapnya

บทที่ 138 ความห่วงใยไม่เคยหมด

องค์รัชทายาทจิ้งไฉมิใช่ผู้ที่แสดงอารมณ์ออกมาตรงไปตรงมาตั้งแต่วัยเยาว์ พระองค์ถูกสอนให้ควบคุบสีหน้าควบคุมคำพูดและควบคุมหัวใจ เพราะตำแหน่งรัชทายาทไม่อนุญาตให้รู้สึกมากเกินไป แต่มีข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของพระองค์ องค์หญิงหลิงเซียง นางมิใช่น้องสาวร่วมพระมารดา แต่ในหัวใจของจิ้งไฉนางคือน้องสาวเพียงคนเดียวที่เขายอมยกเกราะ ยอมวางตำแหน่งและยอมอ่อนแอให้ ตั้งแต่วันที่หลิงเซียงยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กล้าดึงแขนเสื้อของเขากลางตำหนักหลวงถามด้วยแววตาซื่อ ๆ ว่า“พี่ชาย เหนื่อยหรือไม่”คำถามนั้นฝังอยู่ในหัวใจของจิ้งไฉมาจนถึงวันนี้หลังเหตุการณ์วังหลวงสั่นคลอน หลังอำนาจมืดเริ่มเคลื่อนไหวองค์รัชทายาทคือผู้แรกที่ตระหนักว่าหลิงเซียงไม่อาจอยู่ในศูนย์กลางอำนาจได้อีก แต่การผลักนางออกไปจากวัง ไม่ใช่การทอดทิ้งหากคือการปกป้องในระยะไกล ตั้งแต่วันที่หลิงเซียงออกจากเมืองหลวง คำสั่งลับสามชุดถูกส่งออกไปโดยไม่ผ่านสภาขุนนาง จัดตั้งหน่วยเงาพิเศษแยกจากกององครักษ์หลวง ไม่ขึ้นตรงต่อแม่ทัพไม่ขึ้นตรงต่ออ๋องใดขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาทเพียงผู้เดียวสั่งให้เฝ้าดูเหลาอาหารอันผิงโดยไม่ให้ผู้ใดรู้ว่ามีราชสำนักเกี่ยวข้อ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-05
Baca selengkapnya

บทที่ 139 ปีที่หกของการมีชีวิตอยู่

ปีที่หกของการมีชีวิตอยู่ของหมิวในร่างของหลิงเซียง เข้าปีที่หกแล้ว นับตั้งแต่วันที่หมิวลืมตาขึ้นมาในร่างของหลิงเซียง หกปียาวนานพอจะทำให้ความตื่นตระหนกเลือนหายสั้นเกินไปจะลืมว่าเขาเคยเป็นใคร แต่ยาวพอให้เขาเรียกโลกใบนี้ว่าบ้านจากความไม่เชื่อสู่ความเคยชินในปีแรกหมิวใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาเขาจะยกมือขึ้นมามองนิ้วเรียว ผิวขาว เสียงหัวใจที่เต้นในอกเล็กกว่าที่เคย เขาเคยคิดว่านี่คือความฝันหรือไม่ก็เป็นการลงโทษจากอะไรสักอย่างที่เขาไม่เข้าใจ แต่โลกใบนี้ไม่ยอมปล่อยให้เขาหลอกตัวเองได้นาน เพราะมันมีชีวิตเกินกว่าจะเป็นความฝัน มีลมหนาวที่กัดผิวมีควันไฟที่ทำให้แสบตามีคนที่หัวเราะ ร้องไห้ โกรธ และรัก มีความหิวความหิวที่ต้องการอาหารจริง ๆ ไม่ใช่ภาพลวงสิ่งแรกที่ทำให้หมิวยอมรับโลกใบนี้ สิ่งที่ศึกษามาและอยากเปลี่ยนชะตาของแคว้นเว่ยไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนรักความถูกต้อง แต่เพราะถ้าไม่เปลี่ยนเขาก็อยู่ไม่ได้ และการทำอาหารในโลกนึกยังคงเหมือนโลกเดิมที่จากมา ไฟยังคงร้อน เกลือยังคงเค็ม พริกยังคงเผ็ด น้ำตาลยังคงหวาน ในวันที่หมิวจับมีดครั้งแรกด้วยมือของหลิงเซียง เขาสั่นไม่ใช่เพราะกลัวบาดแต่เพราะ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-06
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
1213141516
...
18
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status