Semua Bab เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส: Bab 111 - Bab 120

171 Bab

บทที่ 110 เข้าปีที่ 4

ตอนนี้ก็เข้าปีที่สี่แล้วที่หลิงเซียงยังคงมีชีวิตรอดอยู่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการที่ได้ออกไปอยู่ที่จวนตระกูลมู่อย่างถาวร เพราะมู่เทียนหลางมีผลงานเด่นในการกวาดล้างกบฏในครั้งนี้ รางวัลที่ขอก็คือขออนุญาตให้หลิงเซียงอยู่ที่จสนตระกูลมู่อย่างถาวร เพื่อว่าในอนาคตบ้านเมืองสงบจะได้พาย้ายไปสร้างครอบครัวที่เมืองไฮ่หยางโดยง่าย แต่หลิงเซียงกลับรูสึกว่าเงาร้ายครั้งนี้ยังไม่จบ นางคิดว่าสำนักเงารัตติกาลกับซูเหวินอี้นั้นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานนี้เท่านั้น คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดต้องอยู่ไหนวังหลังแต่แน่ ๆ เพราะวังหลังเป็นที่ที่คนคิดไม่ถึงว่าจะมีเงาร้ายซ่อนอยู่ถึงหลิงเซียงพำนักอยู่ในแคว้นเว่ยเข้าสู่ปีที่สี่แล้ว หากนับเวลาที่แท้จริงนางผ่านฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูฝนของแคว้นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ชื่อของนางค่อย ๆ เลือนหายจากกระแสการเมืองและข่าวลือในแผ่นดินอื่น เหลือเพียงหญิงสาวผู้หนึ่งที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในดินแดนที่ไม่เรียกร้องอดีตของนางกลับคืน และในช่วงเวลาเกือบหกเดือนที่ผ่านมา หลิงเซียงได้อาศัยอยู่ในจวนตระกูลมู่ จวนใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเว่ยนัก เป็นช่วงเวลาที่นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแสน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-12
Baca selengkapnya

บทที่ 111 ข่าวจากวังหลัง

สายฝนโปรยบาง ๆ ในยามบ่ายของแคว้นเว่ย ละอองฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของจวนตระกูลหลี่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงนั้นเคยทำให้หลิงเซียงรู้สึกสงบ แต่ในวันนี้ หัวใจของนางกลับไหวสะเทือนอย่างไม่มีเหตุผลราวกับรับรู้ล่วงหน้าว่าข่าวร้ายกำลังจะมาถึงหลิงเซียงนั่งอยู่ในเรือนด้านใน กำลังคัดแยกสมุนไพรแห้งลงในห่อผ้า กลิ่นหอมขมอ่อน ๆ ของรากไม้และใบหญ้าลอยคลุ้งอยู่รอบตัว นางทำงานด้วยความเคยชินมือเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงทว่าใจกลับล่องลอยเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากนอกเรือน ก่อนที่สาวใช้ของจวนจะยกม่านผ้าเข้ามา ใบหน้าของนางซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“องค์หญิงเพค่ะ…” ซินเหมยเอ่ยเสียงเบาแต่สั่น “เมื่อเช้าหม่อมฉันไปตลาดได้ยินข่าวจากววังหลวงมาเพค่ะ” ซินเหมยหลิงเซียงเงยหน้าขึ้น ชั่วขณะหนึ่งนางไม่พูดอะไร เพียงมองอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง ท่าทางนั้นทำให้สาวใช้ต้องกลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อ“วังหลัง…กำลังปั่นป่วนหนัก มีนางสนมผู้หนึ่ง…ถูกพบว่าเสียชีวิตในบ่อน้ำหลวงเพค่ะ” ซินเหมยมือของหลิงเซียงหยุดนิ่ง สมุนไพรในมือร่วงลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบา ๆ กลับดังชัดเจนในความเงียบ นางสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ความเย็นวาบแล่นผ่านสันห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-12
Baca selengkapnya

บทที่ 112 วังหลังมีผี

ข่าวลือเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงัน ก่อนจะแผ่ขยายราวหมอกยามราตรี ปกคลุมวังหลังทั้งแห่งโดยไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้ หลังเหตุการณ์พบร่างนางสนมผู้หนึ่งเสียชีวิตในบ่อน้ำหลวงผ่านไปเพียงไม่กี่วัน วังหลวงภายนอกยังคงปิดเงียบ ราชโองการห้ามแพร่ข่าวถูกประกาศอย่างเด็ดขาด ทว่าภายในกำแพงสูงของวังหลัง ความเงียบกลับยิ่งน่าหวาดหวั่นกว่าเสียงเอะอะใด ๆ เพราะในความเงียบนั้นมีบางสิ่งกำลังก่อตัวคืนแรกเกิดขึ้นในยามสาม เสียงน้ำดัง จ๋อม แผ่วเบาจากทิศทางบ่อน้ำหลวง ขันทีเฝ้ายามหันไปมอง เห็นผิวน้ำกระเพื่อม ทั้งที่ลมสงบ ดวงจันทร์ครึ่งดวงสะท้อนบนผิวน้ำบิดเบี้ยวราวกับมีเงาผู้ใดขยับอยู่ใต้นั้น ขันทีผู้นั้นไม่กล้าเข้าใกล้ เขาเพียงยืนนิ่ง ตัวสั่น มือเย็นเฉียบ และเมื่อผิวน้ำกลับสู่ความสงบ เขาจึงรีบหนีไปโดยไม่หันหลังกลับ รุ่งเช้าข่าวแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วในหมู่นางใน“เมื่อคืนมีคนเห็นเงาผู้หญิงผมยาวยืนอยู่ข้างบ่อน้ำ”“ได้ยินเสียงร้องไห้แผ่ว ๆ เหมือนคนกลั้นสะอื้น”“มีรอยเท้าเปียกน้ำทอดยาวจากบ่อน้ำไปถึงตำหนักร้าง แต่ไม่มีใครอยู่”ไม่มีใครเอ่ยชื่อแต่ทุกคนรู้ตรงกันว่าเป็นนางสนมผู้นั้น ตำหนักที่นางเคยพำนักถูกปิดตาย ประตูไม้เก่าถูกผน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-13
Baca selengkapnya

บทที่ 113 ซูอี้ผิง

ยามรุ่งสางของวันนั้น ฟ้าเหนือวังหลวงหม่นมัวผิดปกติ เมฆสีเทาหนักอึ้งกดทับหลังคากระเบื้องจนบรรยากาศเย็นเยียบ ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูหนาว ระฆังยามเช้ายังไม่ทันดัง เสียงกรีดร้องของนางในคนหนึ่งก็ดังก้องขึ้นจากทิศทางบ่อน้ำหลวง แหวกความเงียบงันของวังหลังออกเป็นเสี่ยง ๆ“มีคน…มีคนตาย!”เสียงนั้นสั่นเครือ เต็มไปด้วยความตระหนก จนขันทีและนางในใกล้เคียงรีบวิ่งตามกันไป เมื่อมาถึงบ่อน้ำหลวง ทุกคนก็ต้องหยุดชะงัก ภาพตรงหน้าทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวเข้าใกล้ร่างของหญิงผู้หนึ่งลอยคว่ำอยู่ในน้ำ ผมยาวดำแผ่กระจายรอบศีรษะราวสาหร่าย เสื้อผ้าสีซีดแนบชิดร่างอย่างไร้ชีวิต ใบหน้าขาวซีดจนแทบกลืนไปกับผิวน้ำ นางถูกดึงขึ้นมาอย่างระมัดระวัง และในวินาทีนั้นเอง หลายคนก็รู้ทันทีว่า ชผู้ตายคือใคร ซูอี้ผิง อดีตพระสนมที่ถูกปลดยศ และถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็นข่าวแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าสายลม วังหลังที่เพิ่งเริ่มสงบหลังเหตุการณ์ผีนางสนมก่อนหน้า กลับปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง ความหวาดกลัวแทรกซึมเข้าไปในทุกตำหนัก เพราะบ่อน้ำหลวงสถานที่เดียวกันได้คร่าชีวิตหญิงจากวังหลังอีกคนไม่มีใครเข้าใจว่า ซูอี้ผิงออกมาจากตำหนักเย็นได้อย่างไร ประตูตำหน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-13
Baca selengkapnya

บทที่ 114 ผีซูอี้ผิง

ข่าวผีของซูอี้ผิงเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงัน แต่ไม่นานก็แผ่กระจายราวไฟลามทุ่ง กลืนกินวังหลังทั้งแห่งจนไม่มีผู้ใดอาจทำเป็นไม่รับรู้ได้อีกต่อไป ราวกับความตายของนางไม่ได้จบลงในบ่อน้ำหลวง หากเพิ่งเปิดม่านสู่บางสิ่งที่มืดลึกกว่าเดิมในคืนที่สามหลังการฝังศพ ลมหนาวพัดแรงผิดฤดูกาล เมฆบดบังจันทร์จนมืดมิด วังหลังเงียบงันอย่างผิดปกติ ขันทีเฝ้ายามคนหนึ่งซึ่งเดินตรวจตราตามปกติ หยุดฝีเท้าลงกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงหยดน้ำ ติ๋ง…ติ๋ง… ดังมาจากทิศทางบ่อน้ำหลวงทั้งที่ฝนไม่ได้ตกเมื่อเขาหันไปมองผิวน้ำในบ่อกระเพื่อมเบา ๆ เงาสะท้อนของต้นหลิวบิดเบี้ยว และในเงานั้น เขาเห็นร่างหญิงผู้หนึ่งยืนอยู่ริมบ่อ เสื้อผ้าสีซีด ผมยาวดำสยายปิดใบหน้า ร่างนั้นไม่ขยับ ไม่ส่งเสียง เพียงยืนอยู่เงียบ ๆ ขันทีผู้นั้นตัวแข็งรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกบีบรัด เมื่อเขากระพริบตาอีกครั้ง ร่างนั้นก็หายไป เหลือเพียงผิวน้ำที่กลับสู่ความสงบนิ่ง แต่ในอากาศกลับเย็นเยียบกว่าก่อนหน้า เขาหนีออกจากที่นั่นโดยไม่หันกลับไปมองอีก รุ่งเช้าข่าวแพร่สะพัดในหมู่นางในอย่างรวดเร็ว“มีคนเห็นอดีตพระสนมซูอี้ผิงข้างบ่อน้ำ”“นางยังไม่ไป นางกลับมาแล้ว”“นางในตำหนักตะวัน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-14
Baca selengkapnya

บทที่ 115 ศพฮองเฮา

หลังจากการตายอย่างเป็นปริศนาของ ซูอี้ผิงในบ่อน้ำหลวงผ่านไปได้หนึ่งเดือนเต็ม ข่าวลือเรื่องผี วิญญาณอาฆาต และคำสาปแห่งวังหลวงยังไม่จางหาย ตรงกันข้ามกลับยิ่งทวีความรุนแรง ราวกับเงามืดที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านทองคำเริ่มขยับตัวอีกครั้งวังหลังที่เคยสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหวาดผวา ยามค่ำคืนไม่มีใครกล้าเดินลำพัง เสียงน้ำหยด เสียงลมพัดผ่านต้นหลิว ล้วนทำให้เหล่านางกำนัลสะดุ้งราวได้ยินเสียงคร่ำครวญจากวิญญาณที่ยังไม่ไปเกิดฮองเฮาลู่เหย่ทรงเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวลือเหล่านั้นมากที่สุด นับแต่ซูอี้ผิงสิ้นชีวิตนางทรงถูกครหาว่าเป็นผู้มีส่วนรู้เห็น บ้างก็กล่าวว่านางคือผู้สั่งกำจัด บ้างก็กล่าวว่านางถูกคำสาปจากดวงวิญญาณของซูอี้ผิงแม้ฮ่องเต้จิ้งอู่จะทรงสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องผีในวังหลัง แต่คำสั่งของฮ่องเต้ไม่อาจปิดปากความหวาดกลัวในใจผู้คนได้คืนหนึ่งฟ้าครึ้มไร้แสงดาว ลมเย็นพัดแรงผิดฤดูกาล บริเวณบ่อน้ำหลวงสถานที่ที่ซูอี้ผิงจบชีวิต กลับมีทหารเวรยามได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อม ทั้งที่ยามนั้นไร้ผู้ใดอยู่ใกล้ เสียงนั้นไม่ใช่เพียงน้ำกระทบผิวน้ำธรรมดา หากคล้ายร่างของใครบาง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-14
Baca selengkapnya

บทที่ 116 ความชั่วร้ายยังไม่จางหาย

หลังการสิ้นพระชนม์อย่างเป็นปริศนาของฮองเฮาลู่เหย่ วังหลังไม่เคยกลับคืนสู่ความสงบอีกเลย ราวกับบ่อน้ำหลวงได้กลายเป็นปากทางของความตาย และเงามืดที่ซ่อนตัวอยู่ในกำแพงวังเริ่มออกล่าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายหรืออำนาจใดในช่วงสองเดือนถัดมา เรื่องที่ผู้คนหวาดกลัวที่สุดกลับกลายเป็นความจริง ทุก ๆ สองอาทิตย์ จะต้องมีนางกำนัลหรือนางสนมตายหนึ่งศพไม่ว่าจะพยายามตรวจตราเข้มงวดแค่ไหนก้ยังคงมีคนไปตายที่บ่อน้ำหลวงอยู่ดี ศพแรกหลังฮองเฮาลู่เหย่จากไป เป็นนางกำนัลตำหนักเหยียนซีถูกพบแขวนคอตายในห้องเก็บผ้า ลิ้นจุกปากดวงตาถลนราวเห็นภาพน่าสยดสยองก่อนตายข้างกายมีรอยน้ำหยด ทั้งที่ห้องนั้นอยู่ห่างจากแหล่งน้ำหลายร้อยก้าวกรมอาญาลงความเห็นว่าฆ่าตัวตายแต่ไม่มีใครเชื่อ สองอาทิตย์ต่อมาศพที่สองถูกพบในสวนหลังตำหนักจื่ออวิ๋น นางสนมชั้นต่ำผู้หนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้ต้นหลิว ร่างแห้งซีดเหมือนถูกแช่น้ำนานหลายวัน ทั้งที่บ่อน้ำใกล้ที่สุดอยู่ไกลออกไป ตามร่างของนางไม่มีบาดแผล ไม่มีพิษมีเพียงคราบโคลนใต้เล็บ ราวกับดิ้นรนหนีบางสิ่งที่มองไม่เห็น ข่าวลือเริ่มแพร่กระจายรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์วังหลัง ผู้คนกระซิบกันว่า“ซูอี้ผิง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-15
Baca selengkapnya

บทที่ 117 ลอบสังหารฉินไทเฮา

ยามรุ่งสางของวันที่ฟ้าหม่นหมองผิดฤดูกาล วังหลังยังคงปกคลุมด้วยความเงียบงันอันน่าหวาดหวั่น นับตั้งแต่เงามรณะเริ่มคร่าชีวิตนางกำนัลและนางสนมทุก ๆ สองอาทิตย์ ผู้คนในวังหลวงต่างใช้ชีวิตราวกับเดินอยู่บนคมมีด ไม่มีใครมั่นใจได้ว่าตนจะเป็นศพถัดไปหรือไม่ในท่ามกลางความหวาดกลัวนั้น ผู้ที่ยังคงดำรงอยู่เหนือพายุข่าวลือและอำนาจมืดทั้งปวง มีเพียงผู้เดียวฉินไทเฮานางคือเสาหลักแห่งราชสำนัก ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายรัชสมัย เคยเห็นฮองเฮาถูกปลด ฮ่องเต้ถูกโค่น และกบฏถูกประหารนับไม่ถ้วน แม้จะเกษียณจากการว่าราชการ แต่นามของฉินไทเฮายังคงทำให้ขุนนางและผู้มีอำนาจลับต้องเกรงใจทว่าในคืนหนึ่งคืนที่พระจันทร์ถูกเมฆดำบดบังแม้แต่ไทเฮาก็มิอาจหลีกหนีเงามรณะได้ คืนนั้นฉินไทเฮาทรงประทับอยู่ในตำหนักซื่ออัน ตำหนักเก่าที่รายล้อมด้วยต้นสนสูงและกำแพงหนา พระองค์ทรงปลีกวิเวก งดรับผู้ใดเข้าเฝ้า หลังทรงทราบข่าวการตายของนางกำนัลรายล่าสุด“คนชั่วนี้…ไม่เลือกคนจริง ๆ ” ฉินไทเฮาไทเฮาตรัสกับนางกำนัลคนสนิท เสียงเรียบแต่แฝงด้วยความกังวล เมื่อยามสามผ่านไปลมหนาวพัดแรง ไฟตะเกียงในตำหนักสั่นไหวฉินไทเฮาทรงลุกขึ้นจะเสด็จไปทรงพักผ่อน ในวิน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-15
Baca selengkapnya

บทที่ 118 วังหลังยังคงอันตราย

หลังการลอบสังหารฉินไทเฮา ล้มเหลววังหลวงมิได้กลับคืนสู่ความสงบ หากกลับยิ่งตึงเครียดราวสายพิณที่ถูกขึงจนสุด เงามรณะซึ่งเคยเดินอย่างเงียบงัน บัดนี้เปลี่ยนจังหวะการล่า จากการฟาดฟันผู้มีอำนาจสูงสุด มาเป็นการเชือดเฉือนคนรอบข้างเช้าเย็นและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเดิมราวกับคนร้ายต้องการบอกทุกคนว่าเมื่อฆ่าเสาหลักไม่ได้ ก็จะโค่นฐานรากให้พังแทน ตำหนักซื่ออันที่ประทับของฉินไทเฮากลายเป็นสถานที่ต้องห้ามในยามค่ำคืน แม้จะเพิ่มองครักษ์ขึ้นสามเท่า ตั้งเวรยามทุกยี่สิบก้าว และติดโคมไฟสว่างไสวตลอดทางเดิน แต่ความตายก็ยังเล็ดลอดเข้ามาได้ ศพแรกหลังเหตุลอบสังหารถูกพบเพียงสามวันถัดมาขันทีชรานามว่าหลิวเต๋อผู้รับใช้ฉินไทเฮามากว่าสามสิบปี ถูกพบเสียชีวิตในห้องเก็บชา ร่างนั่งพิงผนังราวกับหลับใหล แต่เมื่อแพทย์หลวงตรวจดู กลับพบว่าหลอดลมถูกตัดอย่างประณีต ไม่มีเสียงดิ้นรนไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ที่พื้นมีหยดน้ำสามหยดทั้งที่ห้องนั้นแห้งสนิทข่าวนี้ทำให้นางกำนัลในตำหนักซื่ออันแตกตื่น หลายคนร้องไห้ บางคนขอถอนตัวออกจากการรับใช้ แม้รู้ดีว่าการขอออกในยามนี้เท่ากับยอมรับว่าตนรู้มากเกินไป ฉินไทเฮาทรงฟังรายงานด้วยสีหน้าสงบ แต่ปลายนิ้วท
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-16
Baca selengkapnya

บทที่ 119 สำนักโคมดำ

เงาร้ายที่ฉินไทเฮากล่าวถึงในคืนนั้น มิใช่เพียงถ้อยคำคลุมเครือของสตรีชราผู้ผ่านการเมืองวังมานาน หากคือชื่อที่ควรถูกฝังไปพร้อมกาลเวลาสำนักโคมดำ ชื่อที่แม้แต่ขุนนางอาวุโสยังไม่กล้าเอ่ย ชื่อที่ไม่ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์ แต่ถูกจารึกไว้ในเลือดและความลับของราชวงศ์เว่ยสำนักโคมดำถือกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลต้นของราชวงศ์เว่ย เมื่อบ้านเมืองเพิ่งรวมแผ่นดินได้ไม่นาน ภายนอกดูสงบ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวทางชาติพันธุ์ หนึ่งในนั้นคือเผ่าคานาชนเผ่าทางตะวันตก ผู้เชี่ยวชาญพิษ การลอบสังหารและข่าวกรองเพื่อผูกมิตรฮ่องเต้ในสมัยนั้นทรงรับสตรีจากเผ่าคานาเข้าวัง นางมีนามว่าเยว่หลัน นางงดงาม สุขุม และเฉลียวฉลาด ได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็นพระสนมอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ราชสำนักไม่รู้คือเยว่หลัน มิได้เข้าวังมาเพื่อเป็นสนม นางเข้ามาเพื่อทำลายแคว้นเว่ยจากภายในภายใต้ตำหนักที่ประดับโคมสีดำในยามค่ำคืน เยว่หลันรวบรวมผู้ภักดีต่อเผ่าคานาขันที นางกำนัล พ่อค้าแม้แต่ขุนนางระดับล่าง นางสร้างเครือข่ายลับที่เรียกว่าสำนักโคมดำ โคมหมายถึงแสง ดำหมายถึงเงา แสงที่นำทางเงาที่กลืนกิน สมาชิกของสำนักโคมดำจะสวมโคมดำขนาดเล็กเป็นสัญลั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-16
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
1011121314
...
18
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status