Semua Bab เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส: Bab 151 - Bab 160

171 Bab

บทที่ 150 ความสุขของเสี่ยวผิงจือ

ยามเช้าของเมืองไฮ่หยางมีสีฟ้าอ่อนปนทอง เสียงคลื่นซัดฝั่งดังสม่ำเสมอราวกับหัวใจของเมือง เสี่ยวผิงจือในวัยสิบหกปีมักเป็นคนแรก ๆ ที่เปิดประตูหลังร้านเหลาอาหารอันผิง เขาชอบช่วงเวลาที่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เพราะมันเงียบพอให้ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองและชัดพอให้รับรู้ว่า วันนี้จะเป็นอีกวันที่เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายเมื่อก่อนเสี่ยวผิงจือเป็นเพียงเด็กตัวเล็กในวังหลวง คอยถือของ วิ่งส่งข่าว และยืนเงียบ ๆ อยู่ตามมุมเสา เขาเรียนรู้เร็วว่าในวังนั้น เสียงหัวเราะต้องเบา คำพูดต้องสั้น และสายตาต้องต่ำ แต่หัวใจของเด็กหนุ่มไม่เคยหยุดฝัน เขาอยากวิ่งให้สุดแรง อยากหัวเราะให้เต็มเสียง อยากทำสิ่งใดสักอย่างที่ไม่ใช่เพียงตามคำสั่งไฮ่หยางให้สิ่งนั้นแก่เขาทันทีที่เหลาอาหารอันผิงเปิดกิจการ เสี่ยวผิงจือก็กลายเป็นแรงงานหลักอย่างภาคภูมิ เขาฝึกจัดโต๊ะให้ตรงมุม วางตะเกียบให้เสมอกัน เรียนรู้การยิ้มต้อนรับลูกค้าด้วยแววตาจริงใจ ไม่ใช่รอยยิ้มตามมารยาทแบบในวัง“เสี่ยวผิงจือ โต๊ะหน้าต่างเพิ่มชาร้อนหนึ่งกา!” หลิงเซียงหลิงเซียงเอ่ยจากในครัว“รับทราบ! ขอรับ” เสี่ยวผิงจือเขาตอบเสียงใสวิ่งฉับไวอย่างกระตือรือร้น ทุกครั้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-12
Baca selengkapnya

บทที่ 151 ความสุขของซินเหมย

ยามรุ่งสางของเมืองไฮ่หยางแสงแรกของวันค่อย ๆ ทาบลงบนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบ ซินเหมยมักตื่นก่อนใครเสมอ ไม่ใช่เพราะกลัวทำงานพลาดเหมือนครั้งอยู่ในวัง แต่เพราะหัวใจของเด็กสาววัยสิบหกปีเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เริ่มต้นวันใหม่ครั้งหนึ่งซินเหมยเป็นเพียงนางกำนัลรุ่นเยาว์ในวังหลวง หน้าที่ของนางคือก้มหน้า รับคำสั่งและทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด เสียงฝีเท้าต้องเบา ลมหายใจต้องแผ่วความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงการถูกตำหนิอย่างรุนแรง ชีวิตในกำแพงสูงนั้นงดงามแต่เย็นชานางไม่เคยลืมคืนที่นั่งซักผ้าใต้แสงจันทร์ มือเล็ก ๆ แดงช้ำเพราะน้ำเย็น แต่ก็ยังต้องฝืนทำต่อไป เสียงหัวเราะในวังไม่ใช่ของนาง และความฝันก็เป็นสิ่งที่ไม่มีพื้นที่ให้เติบโตกระทั่งวันที่ได้ติดตามองค์หญิงออกจากวังมายังไฮ่หยาง ชีวิตของซินเหมยก็เริ่มเปลี่ยนไปเมืองริมทะเลแห่งนี้ไม่มีเสียงกระซิบลับหลัง ไม่มีสายตาคมกริบของผู้คุมกฎ มีเพียงกลิ่นไอทะเลเสียงคลื่นและผู้คนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ซินเหมยจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินเสียงองค์หญิงหัวเราะอย่างเต็มเสียง นางถึงกับชะงักเพราะไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะเช่นนั้นในวังมาก่อนตั้งแต่นั้นมาซินเ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-13
Baca selengkapnya

บทที่ 152 ความสุขของจูซิง

แสงรุ่งอรุณของเมืองไฮ่หยางทอดตัวเหนือผืนน้ำทะเลสีคราม คลื่นเล็ก ๆ ซัดกระทบฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวเสียงลมหายใจของธรรมชาติ จูซิงยืนอยู่ริมหน้าต่างไม้ของเรือนหลังเล็ก สูดลมหายใจลึก ๆ ให้กลิ่นเค็มจาง ๆ ของทะเลซึมเข้าสู่หัวใจ เด็กสาววัยสิบหกปีผู้นี้เคยคิดว่า ชีวิตของตนจะไม่มีวันได้ยืนมองขอบฟ้ากว้างไกลเช่นนี้ในอดีตจูซิงเป็นเพียงนางกำนัลรุ่นเยาว์ในวังหลวง หน้าที่ของนางคือก้มหน้าเงียบ ๆ รับคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ถาม ไม่แสดงความเห็น และไม่ควรมีตัวตนโดดเด่นเกินไป ชีวิตในกำแพงสูงงดงามราวภาพวาด แต่เย็นเยียบดั่งหินอ่อน เสียงฝีเท้าต้องเบาคำพูดต้องสั้นรอยยิ้มต้องพอดีจูซิงเรียนรู้เร็วว่าการอยู่รอดในวังคือการไม่ทำให้ใครสังเกตเห็นมากเกินไป แต่หัวใจของเด็กสาวไม่เคยหยุดเต้นแรงเมื่อนึกถึงโลกภายนอก นางชอบแอบมองท้องฟ้าเหนือกำแพงวัง จินตนาการถึงทะเลที่ไม่เคยเห็นและลมที่พัดได้อย่างอิสระ กระทั่งวันที่ได้ติดตามองค์หญิงออกจากวังชีวิตของจูซิงก็พลิกผันไฮ่หยางไม่เหมือนสถานที่ใดที่นางเคยรู้จัก เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลแห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของชาวบ้าน กลิ่นอาหารจากครัวเรือน และแสงแดดที่อบอุ่นโดยไม่แบ่งชนชั้น ว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-13
Baca selengkapnya

บทที่ 153 เข้าปีที่ 7 และมีข่าวลือสงครามระหว่างแคว้น

เข้าสู่ปีที่เจ็ดแห่งการพำนักอยู่เมืองไฮ่หยาง ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนมาครบเจ็ดรอบ คลื่นทะเลยังคงซัดฝั่งอย่างสม่ำเสมอ แต่หัวใจของผู้คนกลับไม่สงบดังเดิม ลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดเอาข่าวลือบางอย่างมาพร้อมกัน ข่าวลือเรื่องสงครามระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นเหลียวแรกเริ่ม ข่าวนั้นเป็นเพียงเสียงกระซิบจากพ่อค้าที่เดินทางไกล บอกว่าแนวชายแดนทางเหนือมีการเคลื่อนไหวของทหารผิดปกติ กองเสบียงถูกลำเลียงมากกว่าปกติ และแม่ทัพฝ่ายเว่ยถูกเรียกเข้าวังหลวงอย่างเร่งด่วน ผู้คนในตลาดยังคงหัวเราะเหมือนเดิม แต่รอยยิ้มเริ่มมีเงาบางอย่างเจือปนไฮ่หยางแม้จะเป็นเมืองริมทะเลอันห่างไกลจากแนวรบ แต่ไม่มีที่ใดในใต้หล้าจะปลอดภัยจากผลของสงครามได้จริง หากเว่ยกับเหลียวปะทะกัน การค้า การขนส่งและเส้นทางทะเลอาจถูกกระทบ ในเรือนหลังเล็กขององค์หญิงบรรยากาศเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยามค่ำคืนที่เคยนั่งล้อมวงสนทนาอย่างผ่อนคลาย บัดนี้มีช่วงเงียบงันยาวนานขึ้น เมื่อมีใครเอ่ยถึงคำว่าชายแดนหรือกองทัพมู่เทียนหลางนิ่งฟังข่าวจากพ่อค้าเรือสินค้า สีหน้าสงบแต่แววตาเข้มลึกกว่าเดิม เขาเคยผ่านสนามรบ เคยได้ยินเสียงม้าศึกและกลิ่นคาวเลือด ข่าวลือเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลต
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-13
Baca selengkapnya

บทที่ 154 สงครามวันแรก

รุ่งอรุณวันแรกของสงครามมาถึงโดยไม่มีเสียงเตือนล่วงหน้า ท้องฟ้าเหนือชายแดนระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นเหลียวหม่นมัวราวรับรู้ชะตากรรมของผู้คน เสียงกลองศึกดังสะท้อนทั่วค่ายทหารแคว้นเว่ย หนักแน่น ชัดเจน และไม่อาจหวนกลับสงครามได้เริ่มต้นแล้วกองทัพแคว้นแคว้นเว่ยเคลื่อนพลตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง ธงสีดำปักตรามังกรโบกสะบัดรับลมหนาวเหนือ ผืนธงหลายร้อยผืนเรียงรายดุจคลื่นเหล็กที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งเบื้องหน้า ม้าเหยียบพื้นดินแห้งกรังเกิดเสียงกระทบสม่ำเสมอ ทหารนับหมื่นจัดแถวแน่นขนัดจนพื้นดินสั่นสะเทือนกลางขบวนทัพนั้น บุรุษชราผู้หนึ่งนั่งบนหลังม้าศึกสีเทาเงิน ท่วงท่าตั้งตรงสายตาคมกริบแม้ผ่านกาลเวลามาหลายสิบปี เขาคือแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟง ท่านตาขององค์หญิงและเป็นเสาหลักของกองทัพแคว้นเว่ยมานานกว่าสามทศวรรษเกาเฉียวฟงไม่ใช่แม่ทัพที่อาศัยเพียงพละกำลัง หากแต่เป็นผู้วางกลศึกอย่างสุขุม รอบคอบ และเด็ดขาด รอยแผลเป็นบนใบหน้าและแขนซ้ายเป็นพยานถึงสนามรบนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้แม้อายุล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา แต่แววตายังคงเฉียบคมดั่งเหยี่ยวเขามองไปยังแนวเขตแดนที่อยู่ไกลออกไป ที่ซึ่งธงของแคว้นเหลียวเริ่มปรากฏให้เห็นราง ๆ เหนือเนิน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-14
Baca selengkapnya

บทที่ 155 สงครามวันที่สอง

รุ่งอรุณของวันที่สองมาถึงพร้อมหมอกบางเหนือทุ่งรบ กลิ่นคาวเลือดจากเมื่อวานยังคงลอยปะปนกับไอเย็นของยามเช้า พื้นดินที่ถูกเหยียบย่ำเต็มไปด้วยรอยม้าและคราบสีเข้มที่ยังไม่ทันจางค่ายทัพแคว้นเว่ยตื่นก่อนแสงแรก กลองศึกดังต่ำ ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เตือนให้ทุกคนตระหนักว่าวันนี้จะหนักหนากว่าเมื่อวาน แม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟงยืนอยู่หน้าแผนที่ผืนใหญ่ สีหน้าสงบนิ่งแม้ดวงตาแดงล้าจากการไม่ได้นอนเต็มที่ ข้างกายเขา บุรุษหนุ่มร่างสูงในชุดเกราะสีดำสนิทกำลังคุกเข่าแสดงความเคารพเขาคือเกาฟานหวง บุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่ ผู้ได้รับสมญา “ขุนศึกผู้เยือกเย็นแห่งทิศเหนือ” ต่างจากบิดาที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน เกาฟานหวงอยู่ในวัยกำลังแข็งแรง ใบหน้าคมเข้มไร้อารมณ์ ดวงตาลึกดุจผิวน้ำแข็งที่ไม่สะท้อนความหวั่นไหว เขาไม่ใช่คนพูดมาก แต่ทุกคำสั่งของเขาชัดเจนและแม่นยำ“วันนี้ ข้าจะเป็นผู้นำทัพหน้า” ฟานหวงเขากล่าวสั้น ๆ เกาเฉียวฟงมองบุตรชายเนิ่นนาน ก่อนพยักหน้า “อย่าประมาท” เพียงสองคำแต่หนักแน่นกว่าคำใดแผนของแคว้นเว่ยในวันนี้แตกต่างจากวันแรก เมื่อวานเป็นการทดสอบกำลัง แต่วันนี้คือการจู่โจมเต็มรูปแบบ เกาฟานหวงเสนอให้แบ่งกองกำลังเป
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-14
Baca selengkapnya

บทที่ 156 สงครามวันที่สาม

รุ่งอรุณของวันที่สามมาถึงพร้อมท้องฟ้าสีเทาหม่น เมฆหนาทึบเคลื่อนต่ำเหนือทุ่งรบ ราวกับธรรมชาติเองก็รับรู้ถึงความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งสองวันที่ผ่านมากองทัพแคว้นเว่ยภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟง และเกาฟานหวง บุตรชายคนโต ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ฝ่ายเหลียวอย่างหนัก กำลังพลของเหลียวถูกทำลายไปจำนวนมาก ขวัญกำลังใจสั่นคลอนแต่ศัตรูที่บาดเจ็บย่อมดุร้ายกว่าเดิม ในค่ายแคว้นเว่ยเช้าวันนี้บรรยากาศเงียบผิดปกติ ทหารต่างตรวจอาวุธของตนอย่างละเอียด ไม่มีเสียงพูดคุยไร้สาระมีเพียงเสียงลับคมดาบและปรับสายธนูหน้าค่ายบุรุษหนุ่มอีกผู้หนึ่งยืนอยู่เคียงข้างแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟง เขาคือเกาฟานถงบุตรชายคนรอง หากเกาฟานหวงคือ “ขุนศึกผู้เยือกเย็นแห่งทิศเหนือ” เกาฟานถงก็คือ “พายุเหล็กแห่งทิศตะวันตก”ต่างจากพี่ชายที่สุขุม เยือกเย็น เกาฟานถงมีประกายไฟในดวงตา รูปร่างสูงสง่า ไหล่กว้าง แผ่นอกแข็งแรง ใบหน้าคมคายแต่แฝงความดุดันโดยธรรมชาติ เขาเป็นนักรบที่เติบโตท่ามกลางสนามฝึกหนักหน่วง ชำนาญการศึกม้าเร็วและการโจมตีทะลวงแนววันนี้เขาคุกเข่าต่อหน้าบิดา“ท่านพ่อ วันนี้ให้ข้านำทัพหน้า” ฟานถงเกาเฉียวฟงมองบุตรชายคนรอ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-14
Baca selengkapnya

บทที่ 157 สงครามวันที่สี่

รุ่งอรุณวันที่สี่ของสงครามระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นเหลียว มาถึงพร้อมสายลมหนาวที่พัดกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่เหนือทุ่งรบ ดินแดนชายแดนซึ่งเคยเป็นเพียงทุ่งหญ้ากว้างไกล บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเกือกม้า รอยล้อรถศึก และหลุมศพตื้น ๆ ของผู้ล้มตายสามวันที่ผ่านมา กองทัพแคว้นเว่ยภายใต้การบัญชาการของตระกูลเกาได้สร้างแรงสั่นสะเทือนแก่เหลียวอย่างหนัก วันแรกแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟงเปิดแนวรบอย่างสง่างาม วันที่สองเกาฟานหวง บุตรชายคนโต ทำลายขวัญศัตรูด้วยกลศึกเยือกเย็น วันที่สามเกาฟานถง บุตรชายคนรอง บุกทะลวงจนข้าศึกเสียกระบวนทัพเกินครึ่ง และวันนี้ วันที่สี่ ธงม้าศึกสีแดงเพลิงของกองม้าเหยี่ยวเหนือโบกสะบัดท่ามกลางแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้า ผู้นำทัพคือ เกาฟานอี้บุตรชายคนที่สามของแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟงขุนพลผู้มีชื่อเสียงเรื่องเสียงหัวเราะกังวานและความเร็วราวสายลมหากผู้ใดพบเขานอกสนามรบจะยากเชื่อว่าเขาคือแม่ทัพผู้ผ่านศึก เกาฟานอี้มีดวงตาคมสดใส รอยยิ้มมักประดับบนใบหน้าเขามักกล่าวกับทหารก่อนออกรบว่า“หากเราต้องตาย ก็จงตายอย่างคนหัวเราะได้ ไม่ใช่คนที่หวาดกลัว” ฟานอี้ทหารกองม้าของเขาจึงมีขวัญกำลังใจสูงเสมอพวกเขาเชื่อในความเร็
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-15
Baca selengkapnya

บทที่ 158 สงครามวันที่ห้า

รุ่งสางของวันที่ห้าท้องฟ้าเหนือชายแดนระหว่างแคว้นเว่ยและแคว้นเหลียวปกคลุมด้วยเมฆต่ำสีหม่น ราวกับสวรรค์เองก็เหนื่อยล้ากับการนองเลือดติดต่อกันหลายวัน ลมหนาวพัดผ่านค่ายทหารเสียงธงกระทบเสาไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอสี่วันที่ผ่านมากองทัพแคว้นเว่ยภายใต้การนำของตระกูลเกาได้บดขยี้กำลังหลักของเหลียวอย่างต่อเนื่อง แต่แม่ทัพใหญ่รู้ดีศัตรูที่บาดเจ็บคือศัตรูที่อันตรายที่สุด วันนี้ผู้บัญชาการทัพคือแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟง ชายชราแต่ยังสง่างามผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนเคียงข้างเขามิใช่บุตรที่ขึ้นนำทัพแนวหน้า หากแต่เป็นบุตรชายคนเล็กเกาฟานอัน ผู้ได้รับการกล่าวขานว่า “สืบสายเลือดแห่งปัญญาและยุทธศิลป์”หากเกาฟานหวงคือความเยือกเย็น เกาฟานถงคือความเด็ดขาด เกาฟานอี้คือสายลมแห่งสนามม้า เกาฟานอันคือกระดานหมากที่มองเห็นสิบก้าวล่วงหน้า เขาไม่สูงใหญ่เท่าพี่ ๆ ไม่หัวเราะเสียงดังไม่ขี่ม้าทะยานนำหน้า แต่ดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับอ่านชั้นเมฆบนฟ้าแล้วรู้ว่าพรุ่งนี้ฝนจะตกหรือไม่ ตั้งแต่วัยเยาว์เขาเรียนตำราพิชัยสงคราม ศึกษาภูมิประเทศ ดาราศาสตร์ การคำนวณเสบียงแม่ทัพใหญ่เคยกล่าวว่า“ในสี่พี่น้อง คนที่ข้ากลัวที่สุด ไม่ใช่คนที่ดาบเร็
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-15
Baca selengkapnya

บทที่ 159 ศึกวันสุดท้ายชัยชนะของแคว้นเว่ย

รุ่งอรุณของวันสุดท้ายมาถึงอย่างเงียบงันผิดปกติ หมอกหนาปกคลุมทุ่งรบที่ผ่านการนองเลือดมาหลายวัน กลิ่นควันไฟและเหล็กไหม้ยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ เสียงลมพัดผ่านธงศึกดังแผ่วเบา ราวกับฟ้าดินกำลังกลั้นลมหายใจกองทัพแคว้นเว่ยตั้งกระบวนอย่างมั่นคง ด้านหน้าแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟงยืนสง่างามบนหลังม้า เบื้องหลังบุตรชายทั้งสี่กระจายกำลังประจำตำแหน่งของตน วันนี้มิใช่เพียงศึกเพื่อชัยชนะแต่คือศึกตัดสินชะตาสองแคว้นแคว้นเหลียวเองก็เดิมพันทุกสิ่งเช่นกัน หลังความพ่ายแพ้ต่อเนื่องเหลียวตัดสินใจรวบรวมกำลังที่เหลือทั้งหมดเข้าสู่สนามรบ แม่ทัพใหญ่แห่งเหลียวออกมาด้วยตนเอง เคียงข้างคือองค์รัชทายาทผู้สวมเกราะทองอร่าม ดวงตาเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นการปรากฏตัวของรัชทายาทมิใช่เพียงเพื่อบัญชาการ แต่เพื่อปลุกขวัญทหารหากวันนี้พ่ายแพ้ เหลียวจะสูญเสียทั้งศักดิ์ศรีและอนาคต เสียงกลองศึกของเหลียวดังกึกก้อง กองทัพเคลื่อนตัวเป็นรูปกระบวนหอกสามชั้นตั้งใจทะลวงแนวแคว้นเว่ยให้แตกในครั้งเดียวเมื่อแตรแคว้นเว่ยเป่าโต้สนามรบระเบิดด้วยเสียงเหล็กกระทบกัน เกาฟานหวงนำทัพหนักต้านแนวหอก เกาฟานถงคุมปีกซ้าย เกาฟานอี้นำกองม้าโอบด้านขวา เกาฟานอ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-15
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
131415161718
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status