All Chapters of เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส: Chapter 141 - Chapter 150

171 Chapters

บทที่ 140 ความสุขของเฟิงหวง

จากคมดาบสู่ถาดอาหารจากสนามรบสู่เหลาอาหารอันผิง เมืองไฮ่หยางยามเช้า ไม่เคยปลุกเฟิงหวงด้วยเสียงโลหะ ไม่มีเสียงเกราะกระทบ ไม่มีเสียงฝีเท้าทหาร ไม่มีคำสั่งสั้นเฉียบที่บอกว่าฆ่าหรือตาย มีเพียงเสียงไก่ขันเสียงลมพัดผ่านหลังคากระเบื้อง และกลิ่นข้าวสวยที่หุงจากครัวเรือนรอบเมืองทุกเช้าเฟิงหวงจะตื่นก่อนแสงแรก ไม่ใช่เพราะนิสัยทหาร แต่เพราะร่างกายของเขาคุ้นเคยกับการตื่นเพื่อเฝ้าดูความปลอดภัยของทุกคนในจวนและเหลาอาหารอันผิง ต่างกันเพียงครั้งนี้เขาเฝ้าชีวิตไม่ใช่เฝ้าความตายมือที่เคยจับดาบมือของเฟิงหวงเต็มไปด้วยรอยแผล บางแผลเป็นรอยฟันดาบบางแผลเป็นรอยไฟ บางแผลเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากใคร มือคู่นี้เคยจับดาบแน่นจนเลือดซึม เคยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนตอนคมเหล็กปะทะกระดูกเคยชินกับความหนักเคยคุ้นกับการไม่ลังเลในอดีตถ้ามีใครยื่นถาดอาหารให้เขา เขาจะระวังว่ามันมีพิษหรือไม่ โลกของเขาในวันนั้นมีคำตอบเพียงสองแบบรอดหรือตาย วันที่ดาบไม่อยู่ในมือวันที่เฟิงหวงมาถึงเมืองไฮ่หยางเขาไม่ได้พกดาบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากแต่เพราะเขาอยากรู้ว่าโลกจะปฏิบัติกับเขาอย่างไร หากเขาไม่ถืออาวุธเขาเดินเข้ามาในเมือง ในเสื้อผ้าธรรมดาไม่มีสั
last updateLast Updated : 2026-02-06
Read more

บทที่ 141 ท่านอ๋องสี่กับเมนูต้มข่าไก่ของเขา

สายฝนโปรยบาง ๆ เหนือเมืองไฮ่หยาง เม็ดฝนตกกระทบถนนหินเป็นจังหวะสม่ำเสมออากาศชื้นเย็น กลิ่นทะเลลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นอาหารจากร้านรวงสองข้างทาง ชายสองคนในชุดพ่อค้าธรรมดาเดินเคียงกันมาเสื้อผ้าไม่หรูหรา รองเท้าเปื้อนโคลนเล็กน้อยหากแต่ท่าทางกลับไม่ใช่ของคนสามัญคนหนึ่งเดินนำฝีเท้ามั่นคงสายตาสงบ อีกคนเดินตามครึ่งก้าวคอยมองซ้ายขวาโดยไม่รู้ตัว เป็นความเคยชินของผู้ที่ผ่านการอารักขามานานปี ไม่มีผู้ใดรู้ว่าชายผู้นั้นคือท่านอ๋องสี่จิ้งฉีแห่งแคว้นเว่ย และผู้ติดตามคือองครักษ์ส่วนพระองค์ ที่วันนี้ยอมถอดยศถอดชื่อเพื่อทำสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียวเพราะคิดถึงน้องสาวป้ายไม้หน้าร้านแกว่งไกวเบา ๆ ทตัวอักษรสี่ตัวเขียนด้วยพู่กันเรียบง่าย “เหลาอาหารอันผิง” ท่านอ๋องสี่หยุดยืนมองป้ายนั้นเนิ่นนานกว่าที่ควรจะเป็น“เหลาอาหารอันผิง…” จิ้งฉีเขาพึมพำเบา ๆ คำที่หมายถึงความสงบคำที่น้องสาวของเขาเลือกเป็นชีวิต องครักษ์เหลือบมองไม่เอ่ยถามเพราะรู้ดีว่าความเงียบในตอนนี้คือสิ่งที่เจ้านายต้องการมากที่สุด เมื่อก้าวเข้าไปในร้านเสียงพูดคุยของลูกค้าดังขึ้น กลิ่นอาหารร้อน ๆ ลอยเข้ามาแตะปลายจมูกเป็นกลิ่นที่ไม่ซับซ้อนไม่โอ่อ่า แต่กลับท
last updateLast Updated : 2026-02-07
Read more

บทที่ 142 เฉิงห่าวกับหน้าที่ใหม่ของเขา

เฉิงห่าวจากองครักษ์แห่งราชสำนัก สู่แห่งความสงบของเมือวงไฮ่หยาง หากย้อนกลับไปเมื่อปีสองปีก่อน ชื่อของเฉิงห่าว เคยเป็นเพียงเงาที่ยืนอยู่ด้านหลังองค์หญิงหลิงเซียง องครักษ์ที่ไม่ชอบทำตัวโดดเด่น หน้าที่เดียวของเขาคือคุ้มกันองค์หญิงหลิงเซียงปลอดภัยคุ้มกันทุกลมหายใจคุ้มกันทุกย่างก้าวคุ้มกันแม้กระทั่งความเงียบงันในยามค่ำคืน เขาคือองครักษ์รักษ์ตำแหน่งที่ไม่ได้มาจากสายเลือดหรือยศศักดิ์ หากแต่มาจากความไว้วางใจสูงสุดเฉิงห่าวไม่เคยถามว่าทำไมไม่เคยสงสัยว่าควรหรือไม่คำสั่งเดียวในชีวิตเขาคือปกป้อง แต่เมื่อราชสำนักเปลี่ยนเมื่ออำนาจหมุนเวียนเมื่อองค์หญิงหลิงเซียงเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ เขาเองก็ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตังเอง แต่ก็ยังไม่ทิ้งองค์หญิงไปไหนวันที่ขบวนมุ่งหน้าออกจากเมืองหลวง เฉิงห่าวอยู่ท้ายสุดไม่ใช่เพราะตำแหน่ง แต่เพราะเขาต้องแน่ใจว่าอดีตจะไม่ไล่ตามมา เขามองกำแพงเมืองสูงตระหง่านเป็นครั้งสุดท้าย กำแพงที่เขาเคยเฝ้าเคยเดินลาดตระเวนเคยคิดว่านั่นคือโลกทั้งใบเมื่อก้าวพ้นประตูเมืองเขารู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็นองครักษ์ของวังอีกต่อไป แต่เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง คำว่าคนธรรมดา ฟังดูง่าย แต่สำหรับคนที่ทั้งชี
last updateLast Updated : 2026-02-08
Read more

บทที่ 143 เหลาอาหารอันผิงกับสองผู้คุ้มกัน

ยามเย็นของเมืองไฮ่หยางอบอวลด้วยกลิ่นอาหาร เหลาอาหารอันผิงแน่นขนัดกว่าทุกวัน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงช้อนกระทบถ้วยดังระงม เฉิงห่าวยืนอยู่ตรงมุมร้านตามปกติแผ่นหลังตรง สายตากวาดมองผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นเพียงคนเฝ้าร้านธรรมดา แต่ในความนิ่งนั้นเขาเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่ทันสังเกต ชายสี่คนเสื้อผ้าเก่าสีหม่นดวงตาแข็งกระด้างกลิ่นสุราหึ่งติดตัว พวกมันไม่ได้นั่งไม่สั่งอาหาร ไม่แม้แต่จะมองรายชื่ออาหารในเทียบ สายตาของพวกมันมองคนเฉิงห่าวขยับตัวเล็กน้อยก้าวออกจากเงาเสา ยืนในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงโต๊ะกลางร้านได้ภายในไม่กี่ก้าว หนึ่งในอันธพาลหัวเราะเสียงดังเอามือเคาะโต๊ะลูกค้าคนอื่นอย่างจงใจ“ร้านดังนักนี่”เสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้น“แต่ดูแล้ว…ไม่น่าจะมีคนคุ้มกันเท่าไร”เด็กในร้านต่างก็พากันชะงัก หลิงเซียงที่อยู่ในครัวยังต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันที่นางจะพูดเฉิงห่าวก็ก้าวออกมา“ถ้าจะกินอาหาร เชิญนั่ง” เฉิงห่าวเสียงเขาเรียบไม่ดังไม่แข็งกร้าว“ถ้าไม่…ก็เชิญออกจากร้าน” เฟิงหวงอันธพาลทั้งสี่หันมาพร้อมกันสายตาประเมินชายร่างสูงตรงหน้า“เจ้าคิดว่าเจ้าสองคนเป็นใคร”หนึ่งในนั้นยิ้มเยาะ“แค่
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more

บทที่ 144 ร้านของข้าน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ

สายลมทะเลยามบ่ายพัดเอื่อย เหลาอาหารอันผิงแน่นไปด้วยลูกค้า เสียงพูดคุยจอแจไม่ขาดสาย หลิงเซียงกำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์มือเช็ดถ้วยสีหน้าสงบเหมือนทุกวัน จนกระทั่งนางได้ยินบทสนทนาหนึ่ง“ร้านนี้ปลอดภัยจริง ๆ”ชายวัยกลางคนพูดกับเพื่อน“ตั้งแต่วันนั้น ไม่เห็นพวกอันธพาลมาป้วนเปี้ยนอีกเลย”“ก็แน่นอนสิ”อีกคนหัวเราะเบา ๆ“ใครจะกล้ามา ในเมื่อมี สองคนนั้น อยู่”หลิงเซียงชะงักมือเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ“สองคนนั้น”นางไม่ได้ถามออกไปแต่หัวใจเริ่มสงสัย หญิงชราคนหนึ่งที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ เอ่ยเสริม เสียงเหมือนเล่าเรื่องชวนขนลุก“ได้ยินว่าแค่สบตาก็ขาสั่นแล้ว คนหนึ่งนิ่งเหมือนภูเขา อีกคนยิ้มเหมือนไม่มีอะไร…แต่ฆ่าคนมาไม่รู้กี่ครั้ง”หลิงเซียงเกือบทำถ้วยหลุดมือนางเผลอมองไปหน้าร้าน เฉิงห่าวกำลังยืนพิงเสาท่าทางเรียบง่ายเหมือนชาวบ้านธรรมดาที่สุด จากนั้นมองเข้าไปในครัวด้านข้างเฟิงหวงกำลังช่วยยกถาด คุยกับเด็กในร้านด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ภาพสองภาพนั้นไม่เข้ากับคำว่าน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย ช่วงเย็นเมื่อร้านเริ่มซาลงหลิงเซียงเรียกเด็กเสิร์ฟคนหนึ่งมาใกล้ ๆ“ข้าถามอะไรหน่อย” หลิงเซียงนางเอ่ยเสียงเบา“ทำไมช่วงนี้…พ
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more

บทที่ 145 มู่เทียนหลางไปจ่ายตลาด

เมื่อข่าวไปถึงหูมู่เทียนหลาง ยามค่ำเมืองไฮ่หยางสงบกว่าทุกวัน จวนหลังเล็กใกล้ชายฝั่งมีแสงตะเกียงส่องลอดหน้าต่างออกมาเป็นริ้ว มู่เทียนหลางนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้กำลังตรวจบัญชีเสบียงที่ส่งเข้าคลังเมือง สีหน้าเรียบท่าทีไม่เร่งร้อนเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านนอก“ท่านขอรับ”บ่าวคนสนิทเอ่ย“มีเรื่องจากตลาดกลางเมือง”มู่เทียนหลางวางพู่กันเงยหน้าขึ้น“ว่ามา” เทียนหลางบ่าวคนสนิทลังเลเล็กน้อยก่อนจะรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“เมื่อสองวันก่อนมีอันธพาลจากเมืองใต้สามคน ลองหาเรื่องเหลาอาหารอันผิงแล้ว…หายไปจากเมือง”คำว่าหายไปถูกเน้นชัดมู่เทียนหลางไม่แสดงสีหน้าตกใจเพียงพยักหน้าเบา ๆ“ไม่มีผู้บาดเจ็บ” เทียนหลาง เขาถาม“ไม่มีขอรับ ไม่มีศพ ไม่มีการร้องเรียนคนในเมืองพูดกันว่า พวกนั้นรีบออกจากไฮ่หยางตั้งแต่คืนนั้น”ความเงียบครู่หนึ่งปกคลุมห้ององครักษ์อดไม่ได้เอ่ยต่อด้วยความกังวล“ท่านคิดว่า…ควรเข้าไปจัดการหรือไม่ขอรับ เกรงว่าจะเกิดเรื่องบานปลาย”มู่เทียนหลางยิ้มบางรอยยิ้มที่ไม่ได้มีมานานนัก“ไม่จำเป็น” เทียนหลางบ่าวคนสนิทชะงัก“ไม่จำเป็นหรือขอรับ”มู่เทียนหลางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองแสงไฟจากท่าเรือไกล
last updateLast Updated : 2026-02-10
Read more

บทที่ 146 อาหารจานแรกที่มู่เทียนหลางทำได้ด้วยตัวเอง

ยามเย็นของเมืองไฮ่หยางอบอวลด้วยกลิ่นควันไฟอ่อน ๆ จากครัวเรือนสองฝั่งถนน เสียงพ่อค้าเก็บแผง เสียงชามกระทบกันเบา ๆ จากร้านอาหารที่ยังไม่ปิด ทำให้ตรอกเล็กหลังร้านของหลิงเซียงดูมีชีวิตอย่างประหลาดครัวเล็กด้านหลังร้านยังอุ่นอยู่ เตาไฟถูกลดให้เหลือเพียงเปลวต่ำ ๆ แต่กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวไว้ตั้งแต่บ่ายยังลอยอวลไม่จาง หลิงเซียงยืนพิงเสาไม้ มือกอดอก ดวงตาใสจับจ้องร่างสูงใหญ่ที่ยืนงงอยู่หน้าชุดเครื่องครัว มู่เทียนหลางผู้เคยมีความเพียบพร้อม กำลังถือทัพพีไม้ด้วยท่าทางระมัดระวังยิ่งกว่าถือดาบในสนามรบ“ท่าน…จับมันเหมือนจะไปออกรบกับกระทะเชียวหรือเจ้าค่ะ” หลิงเซียงเสียงหลิงเซียงกลั้นหัวเราะไม่อยู่มู่เทียนหลางไอเบา ๆ หนึ่งที สีหน้าเคร่งขรึมโดยไม่จำเป็น“ข้ากำลังศึกษาอาวุธใหม่และตำราใหม่ ต้องระวังเป็นธรรมดา” เทียนหลางหลิงเซียงหัวเราะออกมาจริง ๆ คราวนี้ นางก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปจัดท่าทางให้เขา“อาวุธในครัวไม่กัดคนหรอกเจ้าค่ะ แต่อาจทำให้ไหม้ได้ถ้าท่านใจร้อนเกินไป” หลิงเซียงมือเล็กแตะที่ข้อมือเขาอย่างแผ่วเบา มู่เทียนหลางชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำพูด แต่เพราะสัมผัส ในสนามรบหรือท้องพระโรง เขา
last updateLast Updated : 2026-02-10
Read more

บทที่ 147 ความสุขของไป๋กงกง

ยามสายของเมืองไฮ่หยางอบอุ่นกว่าที่เมืองหลวงเสมอ ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ พาไอเกลือบางเบาลอยเข้ามาปะทะระเบียงไม้ของเหลาอาหารอันผิง เสียงผู้คนหัวเราะ เสียงช้อนกระทบชาม และกลิ่นอาหารหอมกรุ่น ล้วนเป็นเสียงและกลิ่นที่ไป๋กงกงไม่เคยคิดว่าชีวิตบั้นปลายของตนจะได้คุ้นชินในวัยหกสิบปีเส้นผมของเขาขาวโพลนจนแทบไม่มีสีดำหลงเหลือ หลังตรงที่เคยยืนรับราชโองการในท้องพระโรงยาวนานหลายสิบปี บัดนี้โค้งลงเล็กน้อยตามกาลเวลา มือที่เคยถือพัดหยกและคทารับสั่ง วันนี้ถือเพียงไม้เท้าไม้ไผ่เรียบง่าย แต่แววตายังคงฉลาดหลักแหลม เพียงแต่ความคมกริบในอดีตแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเมื่อครั้งยังอยู่ในวังหลวงไป๋กงกงคือเงาที่เงียบงันของราชสำนัก รู้ทุกความลับเห็นทุกเล่ห์เหลี่ยม ได้ยินทุกเสียงกระซิบหลังม่านผ้าไหมเขาอยู่รอดมาถึงวัยนี้ได้ เพราะรู้ว่าเมื่อใดควรพูดและเมื่อใดควรเงียบ แต่ชีวิตเช่นนั้นแม้จะมั่นคงกลับไม่เคยเรียกว่า มีความสุขจนกระทั่งองค์หญิงหลิงเซียงหรือหมิวในวิญญาณที่เขารู้เพียงว่า นางเปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นคนที่อบอุ่นมีชีวิตชีวา และกล้าหาญอย่างประหลาด ได้ออกจากวังมาสร้างชีวิตใหม่ที่ไฮ่หยางวันแรกที่ไป๋กงกงเดินทางมาถึงเมือ
last updateLast Updated : 2026-02-11
Read more

บทที่ 148 ความสุขของหม่ากูกู

ยามเช้าในเมืองไฮ่หยางมักเริ่มต้นด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งและกลิ่นหอมของข้าวต้มที่ลอยออกมาจากครัวเหลาอาหารอันผิง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ทาบลงบนกระเบื้องหลังคาเป็นสีทองนวล งดงามและสงบเกินกว่าจะเชื่อว่าโลกใบเดียวกันนี้เคยเต็มไปด้วยการแย่งชิงและเลือดเนื้อหม่ากูกูในวัยห้าสิบแปดปี ยืนอยู่หน้าครัวมือหนึ่งถือกระบวย อีกมือหนึ่งคอยจัดผ้ากันเปื้อนให้กระชับ รอยย่นที่หางตาและหน้าผากบอกเล่ากาลเวลาที่ผ่านพ้น แต่ดวงตาของนางยังคงแจ่มใส และวันนี้มันเปล่งประกายด้วยความสุขที่ไม่ต้องซ่อนเร้นครั้งหนึ่งหม่ากูกูคือแม่นมและคนสนิทขององค์หญิงหลิงเซียงในวังหลวง นางเฝ้ามองเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เติบโตท่ามกลางกำแพงสูงและกฎเกณฑ์เข้มงวด เฝ้าปลอบยามร้องไห้ เฝ้าเตือนยามดื้อรั้น และเฝ้ากังวลยามพายุการเมืองโหมกระหน่ำในวังหลังนั้นทุกก้าวต้องระวัง ทุกคำพูดต้องคิดให้ถี่ถ้วน แม้แต่รอยยิ้มก็อาจกลายเป็นดาบได้ในสายตาผู้อื่น หม่ากูกูอยู่รอดมาได้เพราะความสุขุมและความภักดี แต่ในใจลึก ๆ นางรู้ดีว่า ชีวิตเช่นนั้นมิใช่ชีวิตที่สงบเมื่อองค์หญิงตัดสินใจออกจากเมืองหลวง มาสร้างชีวิตใหม่ที่เมืองไฮ่หยาง หม่ากูกูมิลังเลแม้แต่น้อย นางขอเดินทางมาด้วย
last updateLast Updated : 2026-02-11
Read more

บทที่ 149 ความสุขของเสี่ยวถังจือ

เสี่ยวถังจือในวัยสิบหกปีมักตื่นก่อนฟ้าสางเสมอ ไม่ใช่เพราะหน้าที่บังคับ หากแต่เพราะหัวใจของเขาตื่นเต้นกับทุกวันใหม่ที่เมืองไฮ่หยาง แสงแรกของอรุณจะค่อย ๆ ทาบลงบนผิวน้ำทะเล เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังสม่ำเสมอราวบทเพลงกล่อมเมืองทั้งเมืองให้ตื่นขึ้นอย่างอ่อนโยน เสี่ยวถังจือชอบยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสองของเหลาอาหารอันผิง สูดลมหายใจลึก ๆ ให้ไอเกลือทะเลเติมเต็มปอด เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตของเด็กหนุ่มอย่างตนจะได้มีวันที่สงบและอบอุ่นเช่นนี้ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเพียงเด็กติดตามในวังหลวง วิ่งวุ่นทำตามคำสั่งผู้ใหญ่ระวังคำพูดระวังสายตา และระวังแม้แต่ความคิดของตนเอง วังหลวงสวยงาม ทว่าเต็มไปด้วยความเงียบที่กดทับหัวใจแต่ที่ไฮ่หยาง ทุกอย่างต่างออกไปที่นี่มีเสียงหัวเราะ มีเสียงเรียกชื่อเขาดัง ๆ โดยไม่ต้องเติมคำราชาศัพท์ มีงานให้ทำด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว“เสี่ยวถังจือ! รีบมาช่วยยกผักเร็วเข้า” หลิงเซียงเสียงหลิงเซียงดังมาจากครัว เด็กหนุ่มรีบวิ่งลงบันไดแทบจะก้าวไม่ทัน หัวเราะรับคำอย่างกระตือรือร้น“มาแล้วขอรับ!” เสี่ยวถังจือคำว่าขอรับของเขาในวันนี้ ไม่ได้หนักอึ้งเหมือนเมื่อก่อน แต่เต็มไปด้วยความ
last updateLast Updated : 2026-02-12
Read more
PREV
1
...
131415161718
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status