Semua Bab เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส: Bab 161 - Bab 170

171 Bab

บทที่ 160 หลังชัยชนะความยินดีของแคว้นเว่ย

เมื่อข่าวชัยชนะในศึกวันสุดท้ายส่งถึงเมืองหลวงแคว้นเว่ย เสียงระฆังใหญ่หน้าประตูเมืองก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ตามธรรมเนียมที่ใช้เฉพาะยามได้รับชัยชนะสำคัญ เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วตรอกซอกซอย ปลุกผู้คนให้หยุดมือจากงานในเช้าวันนั้น แล้วเงยหน้ามองฟ้าอย่างไม่ได้นัดหมาย จากร้านค้าในตลาด ไปจนถึงบ้านเรือนสามัญชน ผู้คนต่างถามคำถามเดียวกัน“จริงหรือ”“ชนะแล้วหรือ”เมื่อประกาศราชสำนักถูกอ่านกลางลานหน้าศาลาว่าการ ยืนยันว่ากองทัพแคว้นเว่ยสามารถสังหารแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหลียวและองค์รัชทายาทได้อย่างเด็ดขาด เสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องราวกับคลื่นซัดฝั่ง ผู้คนก้มกราบฟ้าดินบางคนร้องไห้บางคนหัวเราะ บางคนเพียงยืนนิ่งเพราะยังไม่เชื่อว่าความหวาดหวั่นที่เกาะกินหัวใจมาหลายเดือนจะจบลงแล้วความยินดีที่ผสมด้วยน้ำตา แม้ชัยชนะจะทำให้เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยสีสัน ธงผ้าแดงถูกนำมาผูกหน้าบ้าน ร้านค้าลดราคาสินค้าเพื่อเฉลิมฉลอง โรงน้ำชาต้มสุราฟรีให้ทหารผ่านศึก แต่ในความยินดีนั้นก็มีเงาแห่งความสูญเสียหลายครอบครัวเดินไปที่ศาลบรรพชน จุดธูปบอกกล่าวผู้จากไป หลายบ้านยังแขวนผ้าขาวหน้าประตู เพราะบุตรชายหรือสามีไม่อาจกลับมา ราชสำนักจ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-16
Baca selengkapnya

บทที่ 161 ตระกูลเกากลับเมืองหลวง

หลังการลงนามสัญญาสงบศึกระหว่างเว่ยกับเหลียวผ่านพ้นไปได้หนึ่งเดือน ชายแดนที่เคยเต็มไปด้วยควันไฟและเสียงกลองศึกก็ค่อย ๆ เงียบสงบลง ด่านหน้าที่เคยตึงเครียดเริ่มลดกำลังพล เส้นทางการค้าค่อย ๆ เปิดอีกครั้ง ข่าวสารจากหัวเมืองเหนือส่งมายังเมืองหลวงอย่างสม่ำเสมอว่า ไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากฝ่ายเหลียว เมื่อความมั่นคงกลับคืน ราชสำนักจึงเห็นว่า ถึงเวลาปรับกำลังทัพให้เหมาะสมกับสันติภาพ เช้าวันหนึ่ง ณ ท้องพระโรงหลวง เสียงขันทีประกาศพระบรมราชโองการของ ฮ่องเต้จิ้งอู่ดังกังวานไปทั่วตำหนัก พระบรมราชโองการเรียกคืนตระกูลเกากลับสู่เมืองหลวง“ด้วยฟ้าดินเป็นพยาน สงครามได้ยุติลงแล้ว ชายแดนเหนือสงบมั่นคง กองทัพได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมเกียรติเพื่อรักษาความสมดุลแห่งแผ่นดิน และให้ราชสำนักได้อาศัยสติปัญญาและกำลังของผู้มีคุณความดีเราจึงมีพระบรมราชโองการให้…” จิ้งอู่พระสุรเสียงหยุดชั่วครู่ ก่อนขันทีจะอ่านต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำให้ แม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟง กลับมาประจำการ ณ เมืองหลวง ทำหน้าที่เสนาบดีกลาโหม และที่ปรึกษาสูงสุดฝ่ายทหารให้ เกาฟานหวง บุตรชายคนโต กลับมารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระนครให้ เกาฟาน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-17
Baca selengkapnya

บทที่ 162 กลับตระกูลเกา

ข่าวการกลับมาของตระกูลเกาเดินทางถึงตำหนักของหลิงเซียงในยามสาย ขณะที่นางกำลังนั่งคัดตำรับอาหารใหม่อยู่ข้างหน้าต่าง แสงแดดอ่อนส่องกระทบกระดาษขาว เสียงนกร้องแผ่วเบา ทุกอย่างดูสงบ…จนกระทั่งสาวใช้รีบวิ่งเข้ามา ใบหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น“ฮูหยินเพคะ! มีข่าวจากหน้าประตูเมือง ท่านแม่ทัพใหญ่และคุณชายทั้งหลายกลับถึงเมืองหลวงแล้ว!” หม่ากูกูพู่กันในมือหลิงเซียงหยุดค้าง หมึกหยดหนึ่งซึมลงบนกระดาษโดยที่นางไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงราวกับกลองศึกในอดีต แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดหวั่น หากเป็นเพราะความดีใจที่แทบกลั้นไม่อยู่“จริงหรือ…” หลิงเซียงเสียงของนางสั่นเล็กน้อย “ท่านตา…ปลอดภัยดีใช่หรือไม่” หลิงเซียง“ปลอดภัยดี... ทั้งท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านลุงทั้งสี่ และคุณชายทั้งแปด ล้วนเดินทางกลับมาพร้อมหน้า” หม่ากูกูเพียงได้ยินคำว่า “พร้อมหน้า” ดวงตาของหลิงเซียงก็รื้นด้วยน้ำตา ความกังวลที่เก็บซ่อนไว้ลึกที่สุดตลอดช่วงสงครามพลันคลายลงราวกับหิมะละลายความคิดถึงที่ไม่เคยจาง ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แม้หลิงเซียงจะแสดงออกอย่างเข้มแข็งต่อหน้าผู้อื่น แต่ในยามค่ำคืน นางมักยืนมองทิศเหนือจากระเบียงตำหนัก เฝ้าภาวนาให้ท้อง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-17
Baca selengkapnya

บทที่ 163 วันไหว้พระจันทร์

ค่ำคืนวันไหว้พระจันทร์ของเมืองไฮ่หยางมาถึงพร้อมสายลมเย็นจากทะเล ท้องฟ้าใสกระจ่างราวกับถูกชะล้างด้วยแสงเงินของจันทรา ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือผืนน้ำ คลื่นสะท้อนแสงระยิบระยับราวผืนผ้าไหมที่ปักด้วยเกล็ดเงิน ทั้งเมืองถูกแต่งแต้มด้วยโคมไฟสีแดง ทอง และส้มแขวนเรียงรายตามชายคาเรือน ถนนหินโบราณสว่างไสวราวกับเส้นทางแห่งแสงเมืองไฮ่หยางเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรือง บ้านเรือนตั้งเรียงลดหลั่นตามแนวชายฝั่ง เมื่อถึงเทศกาลนี้ทุกครอบครัวจะทำความสะอาดบ้าน ประดับกระดาษตัดลายดอกเหมยและกระต่ายหยก บนโต๊ะบูชากลางลานจะวางผลไม้ตามฤดูกาลสาลี่ แอปเปิล ทับทิม และเผือกนึ่งหอมกรุ่น ขนมไหว้พระจันทร์ทรงกลมวางเรียงอย่างประณีต เปลือกสีทองอร่าม สลักลวดลายเมฆและดอกบัว สื่อถึงความสมบูรณ์พร้อมและการกลับมาพบกันของครอบครัวตั้งแต่ยามเย็นผู้คนก็เริ่มออกมารวมตัวกันที่ลานกว้างหน้าศาลเจ้าประจำเมือง เด็ก ๆ วิ่งถือโคมรูปปลาคาร์พ กระต่าย และดอกบัว เสียงหัวเราะใสกังวานผสมกับเสียงกลองที่เริ่มบรรเลงจังหวะเปิดงาน ร้านค้าชั่วคราวตั้งเรียงรายสองข้างทาง กลิ่นเกาลัดคั่ว น้ำตาลไหม้ และชาหอมลอยคลุ้งไปทั่ว ผู้เฒ่านั่งล้อมวงเล่นหมากรุกจีน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-18
Baca selengkapnya

บทที่ 164 ท่านอ๋องห้ามาเมืองไฮ่หยาง

ค่ำคืนหนึ่งก่อนถึงวันไหว้พระจันทร์ไม่นาน ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกแต่งแต้มด้วยแสงดาวพราวระยับ ภายในตำหนักด้านตะวันตก ชายหนุ่มในชุดสามัญชนสีเทาเข้มกำลังยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เขาถอดเครื่องประดับล้ำค่าออกทีละชิ้น เหลือเพียงปิ่นเงินธรรมดาปักรวบผมอย่างเรียบง่ายบุรุษผู้นั้นคือท่านอ๋องห้าจิ้งเซียนพระโอรสลำดับที่ห้าแห่งราชสกุล ผู้เป็นที่เลื่องลือในเรื่องความสุขุม สุขุมจนบางครั้งดูเงียบขรึมเกินวัย แต่ในค่ำคืนนี้ แววตาของเขากลับมีประกายซุกซนซ่อนอยู่“เตรียมม้าไว้เงียบ ๆ อย่าให้ใครรู้” จิ้งเซียนเขากล่าวกับองครักษ์คนสนิทเสียงเบา“พระองค์จะเสด็จไปไหนพะยะค่ะ”“ไปชิมอาหารที่เมืองไฮ่หยาง เหลาอาหารอันผิง” จิ้งเซียนองครักษ์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจในทันที เมืองไฮ่หยางเมืองท่าทางใต้ที่ลมทะเลพัดเย็นตลอดปี และเป็นสถานที่ที่หลิงเซียง น้องสาวต่างมารดาของเขากำลังดูแลกิจการเหลาอาหารอันผิงด้วยตนเองข่าวเล่าลือในเมืองหลวงกล่าวขานว่า ฝีมือทำอาหารของหลิงเซียงไม่แพ้พ่อครัวหลวง แม้จะเป็นองค์หญิง แต่กลับลงมือปรุงด้วยตนเองตั้งแต่เลือกวัตถุดิบจนถึงชิมรสขั้นสุดท้าย ท่านอ๋องห้าได้ยินคำชมเหล่านั้นมาหลายครั้ง จน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-19
Baca selengkapnya

บทที่ 165 ท่านอ๋องหกมาเมืองไฮ่หยาง

ข่าวการเดินทางลับของท่านอ๋องห้าไปเมืองไฮ่หยางมิได้แพร่สะพัดในราชสำนักอย่างเป็นทางการ ทว่ากำแพงวังสูงเพียงใดก็ไม่อาจกั้นบทสนทนาระหว่างพี่น้องได้ ค่ำวันหนึ่งในตำหนักด้านตะวันออก ท่านอ๋องหกจิ้งตงกำลังนั่งอ่านรายงานการคลัง เมื่อท่านอ๋องห้าเดินเข้ามาโดยมิได้นัดหมาย สีหน้าเรียบเฉยตามเคยแต่แววตากลับมีประกายแปลกไป “พี่ห้า ดูท่านอารมณ์ดีนัก” จิ้งตง จิ้งตงเงยหน้าขึ้น พลางวางพู่กัน “อารมณ์ดีหรือ” จิ้งตง อ๋องห้ายกถ้วยชา “บางทีอาจเพราะได้กินอาหารดี ๆ” จิ้งเซียน “อาหารดี ๆ” จิ้งตง จิ้งตงเลิกคิ้ว “ในวังยังมีสิ่งใดที่ท่านเห็นว่าดีไม่พอหรือ” จิ้งเซียน อ๋องห้าหัวเราะเบา ๆ แล้วเล่าเรื่องการเดินทางไปเมืองไฮ่หยางอย่างไม่ปิดบัง ตั้งแต่การปลอมตัวเป็นสามัญชน การนั่งโต๊ะมุมหน้าต่าง จนถึงรสปลานึ่งซีอิ๊วที่นุ่มละลายและซุปเห็ดหอมที่ลึกซึ้งเกินคาด “เจ้าควรได้ลอง” จิ้งเซียน เขาสรุปสั้น ๆ “อาหารของหลิงเซียง…มิใช่เพียงอร่อย แต่มีหัวใจ” จิ้งเซียน คำว่ามีหัวใจทำให้จิ้งตงนิ่งไป ในสายตาผู้คนเขาเป็นอ๋องผู้สุขุม รอบคอบ และมีความสามารถด้านการบริหาร แต่ลึกลงไป เขามักรู้สึกว่าชีวิตในวังเต็มไปด้ว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-20
Baca selengkapnya

บทที่ 166 ท่านอ๋องเจ็ดเสด็จเงียบ ๆ

ยามอรุณเพิ่งคลี่ม่านหมอกสีเงินเหนือหลังคาวังหลวง แสงแดดอ่อนแรกสาดกระทบกระเบื้องเคลือบสีหยกเป็นประกาย ทว่าภายในตำหนักด้านทิศตะวันตกกลับมีเงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันท่านอ๋องเจ็ดจิ้งซวนผู้คนในราชสำนักเรียกขานว่า ท่านอ๋องเจ็ดกำลังยืนมองแผนที่บนโต๊ะไม้จันทน์ เส้นทางจากเมืองหลวงไปยังเมืองไฮ่หยางถูกขีดเส้นบาง ๆ ด้วยหมึกสีดำ ไม่มีตราประจำพระองค์ ไม่มีขบวนรถม้าหรูหรา มีเพียงเครื่องหมายเล็ก ๆ ที่เขาวาดเอง การเดินทางครั้งนี้เขาจะไปแบบเงียบ ๆ มิใช่ในฐานะอ๋องผู้สูงศักดิ์ หากแต่เป็นเพียงพ่อค้าเครื่องหอมผู้หนึ่งนับตั้งแต่หลิงเซียง น้องสาวคนเล็กของเขา ตัดสินใจออกจากเมืองหลวงไปใช้ชีวิตที่ไฮ่หยาง เปิดเหลาอาหารเล็ก ๆ ร่วมกับสามีอย่างมู่เทียนหลาง ข่าวคราวของนางก็ลอยมาตามลมบ้างเป็นครั้งคราว บ้างก็จากจดหมายที่เขาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลิงเซียงเขียนว่า “พี่เจ็ด ข้าสบายดี ที่นี่มีลมทะเล กลิ่นเกลือ และผู้คนเรียบง่าย ข้าทำอาหารเอง ยกถาดเอง หัวเราะเอง… ข้ารู้สึกเหมือนเป็นคนธรรมดาอย่างแท้จริง”จิ้งซวนยามอ่านจดหมายนั้น รอยยิ้มบางเบาเคยผุดขึ้นบนริมฝีปาก แต่ในใจกลับปวดแปลบ น้องสาวที่เคยสวมอาภรณ์แพรไหม นั่งอ่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-21
Baca selengkapnya

บทที่ 167 งานเลี้ยงหมูกะทะ และท่านอ๋องแปดจิ้งซี

ลมทะเลยามค่ำพัดเอื่อยผ่านตรอกหินของเมืองไฮ่หยาง กลิ่นเกลืออ่อน ๆ ปะปนกับกลิ่นถ่านไม้ที่เริ่มติดไฟทีละเตา เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากลานกว้างหลัง เหลาอาหารอันผิง โคมกระดาษสีส้มอุ่นแขวนเรียงเป็นแถว แสงไฟไหวระริกสะท้อนผิวโต๊ะไม้ยาวที่ตั้งเรียงรอแขกเหรื่อคืนนี้ไม่ใช่งานเทศกาลใหญ่โต หากเป็นงานเลี้ยงหมูกะทะที่ทุกคนรอคอย และเป็นเมนูใหม่ของเหลาอาหารอันผิงอีกด้วย ตั้งแต่บ่ายหลิงเซียงกับคนของร้านช่วยกันจัดเตรียมอย่างขะมักเขม้น หมูสามชั้นถูกหั่นบางจนเห็นชั้นเนื้อสลับมันอย่างสวยงาม เนื้อสันคอหมักพริกไทยดำกับกระเทียมจนหอมฟุ้ง หมูหมักซอสหวานเค็มสูตรลับถูกคลุกเคล้าด้วยงาขาวคั่วใหม่ ๆ จัดเรียงใส่ถาดไม้ไผ่เป็นระเบียบผักสดกองโตถูกล้างจนหยดน้ำใสเกาะใบผักกาดขาว คะน้า เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ฟักทอง วุ้นเส้น เต้าหู้ไข่ และข้าวโพดอ่อน ทุกอย่างถูกจัดวางรอบโต๊ะน้ำจิ้มที่ตั้งชามเรียงรายชามน้ำจิ้มสีแดงสดส่งกลิ่นเผ็ดหอมจากพริกขี้หนูตำละเอียด กระเทียมสับ และน้ำมะนาวคั้นสด บางชามเพิ่มเต้าเจี้ยวให้เข้มข้น บางชามเติมงาคั่วหอมกรุ่นเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติเมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ผู้คนในละแวกตลาดก็ทยอยกันมา เสียงทักทายดัง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-22
Baca selengkapnya

บทที่ 168 โซ่ทองคล้องใจ

สามเดือนหลังจากคืนงานเลี้ยงหมูกะทะที่เหลาอาหารอันผิง เมืองไฮ่หยางก็เข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มตัว ลมทะเลพัดอ่อนลง กลิ่นเค็มเจือจางด้วยกลิ่นดอกไม้ป่าที่บานตามเนินเขา เช้าตรู่วันหนึ่ง หลิงเซียงตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกแปลกประหลาดในร่างกาย มิใช่ความเจ็บปวด หากเป็นความเวียนศีรษะเบา ๆ คลื่นไส้จาง ๆ จนต้องนั่งนิ่งอยู่ขอบเตียง มู่เทียนหลางที่กำลังแต่งตัวเตรียมออกไปตลาด เหลือบเห็นสีหน้าของนางก็รีบเข้ามาประคอง“ไม่สบายหรือ” เทียนหลางหลิงเซียงส่ายหน้าเบา ๆ แต่ยกมือกุมท้องโดยไม่รู้ตัว“แค่… เหม็นกลิ่นน้ำมันหน่อย ๆ เท่านั้น” หลิงเซียงกลิ่นน้ำมันทั้งที่เมื่อวานยังยืนผัดอาหารหน้าเตาได้ทั้งวัน มู่เทียนหลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ความคิดบางอย่างแล่นผ่านแววตาคมเข้มของเขาสองวันต่อมาอาการคลื่นไส้ยังไม่หาย อีกทั้งหลิงเซียงเริ่มง่วงง่าย เหนื่อยเร็วทั้งที่งานในร้านไม่ได้หนักกว่าปกติ เหมยซานที่แวะมาช่วยเตรียมวัตถุดิบ มองนางอย่างจับผิดก่อนหัวเราะเบา ๆ“หรือว่า… จะมีข่าวดี” หลิงเซียงหลิงเซียงชะงักหัวใจเต้นแรงอย่างไม่คาดคิด มู่เทียนหลางไม่รอช้ารีบเชิญหมอเฒ่าประจำย่านตลาดมาตรวจ หมอเฒ่านั่งลงจับชีพจรอย่างตั้งใจ นิ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-23
Baca selengkapnya

บทที่ 169 คุณชายน้อยและคุณหนูเล็ก

ฤดูฝนมาเยือนเมืองไฮ่หยางพร้อมสายลมชื้นจากทะเล เมฆสีเทาอ่อนลอยต่ำเหนือหลังคากระเบื้องของเหลาอาหารอันผิง คลื่นซัดฝั่งเป็นจังหวะหนักแน่นกว่าทุกวัน ราวกับธรรมชาติกำลังรอคอยบางสิ่ง ในเรือนหลังเล็กด้านหลังร้าน หลิงเซียงนั่งพิงหมอน ผ้าบางคลุมท้องที่อุ้มน้ำหนักชีวิตถึงเก้าเดือนเต็ม ใบหน้าของนางอ่อนล้าแต่เปล่งประกาย ดวงตาอ่อนโยนจับจ้องหน้าต่างที่เปิดรับลมฝน มู่เทียนหลางนั่งอยู่ข้างกายมือใหญ่ของเขากุมมือนางแน่นโดยไม่รู้ตัว“วันนี้ลมแรงนัก” เทียนหลางหลิงเซียงยิ้มบาง “เด็กน้อยคงอยากออกมาดูโลกแล้ว” หลิงเซียงราวกับคำพูดนั้นเป็นลาง ทันใดนั้นเองความปวดหน่วงลึกในท้องก็แล่นวาบขึ้น หลิงเซียงขมวดคิ้วมือกำผ้าห่มแน่น“ท่านพี่…” หลิงเซียงเสียงเรียกแผ่วแต่สั่น“เริ่มแล้วหรือ” เทียนหลางคำตอบไม่จำเป็นความปวดระลอกที่สองมาเร็วและแรงกว่าเดิม หมอตำแยที่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าถูกเรียกเข้ามาอย่างเร่งด่วน เหมยซานและสตรีในตลาดอีกสองคนรีบมาช่วยจัดเตรียมน้ำร้อน ผ้าสะอาด และสมุนไพรหอมเพื่อให้ห้องอบอวลด้วยกลิ่นผ่อนคลายฝนเริ่มตกลงมาเบา ๆ เคาะหลังคาเป็นจังหวะสม่ำเสม ในห้องคลอดแสงตะเกียงส่องสว่างสลัว หมอตำแยจับชีพจร ฟังเส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-24
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
131415161718
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status