บททั้งหมดของ หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก: บทที่ 21 - บทที่ 30

31

๒๐ โชคชะตาที่เปลี่ยนไป

ณ จวนสกุลจู้จู้ฮูหยินย่อมเลี้ยงดูบุตรสาวมากับมือด้วยตนเองย่อมรู้สึกใจหายไม่น้อยที่จู้ซูเหยียนแต่งงานออกเรือน ทั้งรู้สึกเป็นห่วงและกังวลใจว่าจะมีผู้ใดรักใคร่เอ็นดูบุตรสาวได้เท่ามารดาบ้างแต่ทว่าพอจู้ฮูหยินเห็นบุตรสาวกลับจวนมาด้วยใบหน้า อิ่มเอมเบิกบานใจเช่นนี้ก็พลันคล้ายความหนักอึ้งลงไปได้บ้าง“ท่านแม่…” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นเจื้อยแจ้ว จู้ซูเหยียนลงจากรถม้ามาก่อนจะวิ่งเข้าโผล่กอดมารดาด้วยความคิดถึงมิต่างจากเด็กสามขวบที่ต้องจากบ้านไปนัยน์ตาเมล็ดซิางพลันสั่นระริกเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำสีใสจู้ฮูหยินเองก็เก็บความรู้สึกตื้นตันเช่นนี้เอาไว้ไม่ได้ก็พลันร้องไห้ออกมา “อึก!...โตจนปานนี้แล้วยังร้องไห้อีกหรือ”จู้ซูเหยียนผละออกมา พอเห็นใบหน้าของมารดาที่หลั่งน้ำตาของมาก็พลันหัวเราะคิกคักออกมา “ท่านเล่า…โตจนบุตรสาวออกเรือนแล้วยังร้องไห้อีกหรือไร”“เจ้าเด็กคนนี้นี่!” จู้ฮูหยินถลึงมองตาขวางใบหน้าของจู้ซูเหยียนระบายยิ้มกว้างออกมาอย่าง“เพราะข้าเป็นบุตรสาวท่านย่อมต้องเหมือนท่านอย่างไร” น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาประจบประแจ้ง จู้ซูเหยียนยังคงกอดมารดาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยท่าทางคล้ายเด็กน้อยที่กำลังออดอ้อนอยู่จู้ฮู
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-07
อ่านเพิ่มเติม

๒๑ สามีภรรยารักใคร่

คืนที่ผ่านมาจู้ซูเหยียนและมู่เซี่ยหยางนอนอยู่ที่จวนสกุลจู้ ภายหลังจากทางมื้อเช้าเสร็จสิ้นแล้วก็พลันถึงเวลาที่จะต้องกลับแล้ว ใบหน้าของจู้ซูเหยียนหมองคล้ำขอบตาดำเล็กน้อย คล้ายคนนอนไม่ค่อยหลับนางยกมือปิดปากหาวครั้งแล้วครั้งเล่าจู้ฮูหยินพอเห็นท่าทางของบุตรสาวแล้วก็พลันหัวเราะร่อออกมา “มิใช่ว่าเจ้าเข้าเรือนนอนไปตั้งแต่ปลายยามโหย่วมิใช่หรือจู้ซูเหยียน” (เวลา 17.00 – 19.00 น.)จู้ซูเหยียนชะงักก่อนจะปรายมองมารดาตาปริบๆ “…”นางถูกมู่เซี่ยหยางกลั่นแกล้งตวัดแขนโอบกอดรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกและอึดอัดไม่น้อย ไม่ว่าจะพยายามขัดขืนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์มิหนำซ้ำยังถูกเขากอดรัดแน่นกว่าเดิมท่าทางอ้ำอึ้งของบุตรสาวเช่นนี้ยิ่งทำให้จู้ฮูหยินคิดไปในทางอื่น และพอนางปรายสายตามองมู่เซี่ยหยางที่ใบหน้าอิ่มเอมอารมณ์ดีนั้นก็พลันกระจ่างแจ้งทันทีจู้ฮูหยินหัวเราะออกมาไม่หยุดคาดว่าอีกไม่นานคงมีข่าวดีแล้วกระมัง…จู้ซูเหยียนมองเห็นแล้วพลันขมวดคิ้วมุ่นด้วยท่าทางงุนงงไม่เข้าใจก่อนจะชะงักไม่ครู่หนึ่ง…น้ำเสียงหวานร้องด้วยความตกใจ “ท่านแม่!...” นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเบิกกว้างเกรงว่ามารดาคงไม่ได้นึกถึงเรื่องเช่นนั้นอยู่กระมังจู้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-08
อ่านเพิ่มเติม

๒๒ สายไปแล้ว

ณ จวนสกุลมู่บรรยากาศภายในจวนยามนี้อึมครึมและหม่นหมองคล้ายกับมีกลุ่มเมฆดำปกคลุมลอยอยู่ข้างบนพิธีศพของจู้ซูเหยียนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเพียงสามวันเท่านั้น ท่ามกลางความโศกเศร้าของเหล่าสาวใช้ที่ภักดีต่อนางทั้งสิ้นในวันที่จะนำร่างของจู้ซูเหยียนไปฝังกลบดินนั้น…กลางอากาศยามเช้านั้นยังแจ่มใสท้องฟ้าพลันปลอดโปร่ง ไร้เค้าลางของเมฆฝน ทว่าพอถึงตอนที่กำลังเตรียมขุดหลุมฝังศพนั้นจู่ๆ ท้องฟ้าพลันแปรปรวนมืดครึ้มลงในชั่วพริบตาก่อนที่จะมีพายุฝนห่าใหญ่กระหน่ำตกลงมา เสียงฟ้าร้องคำรามสะท้อนก้องไปเสมือนกับวันที่จู้ซูเหยียนสิ้นใจจากไปสายฝนกระหน่ำตกลงมาไม่หยุด ดินโคลนที่เปียกชื้นเหนียวเหนอะทำให้การขุดหลุมเป็นไปอย่างยากลำบาก ไม่นานนักกระแสลมเย็นยะเยือกก็พัดโชยมาเพิ่มความหนาวเหน็บจนทำให้เหล่าสาวใช้ที่ร่วมพิธีตัวสั่นระริกสุดท้าย…ร่างของจู้ซูเหยียนจึงยังคงอยู่ในโลงไม่ถูกฝังก่อนถูกหามกลับมายังจวนอีกครั้งเหล่าสาวใช้ต่างร้องไห้สะอึกสะอื้นจับใจ แม้กระทั่งในยามที่ฮูหยินสิ้นลมหายใจจากไปอย่างสงบแล้วสวรรค์ก็ยังไม่เมตตาและไม่ยอมปล่อยไปอีกหรือ…?พอวันต่อมานั้น…จู่ๆ โลงศพของจู้ซูเหยียนก็พลันหายไปเหล่าสาวใช้ต่างต
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-10
อ่านเพิ่มเติม

๒๓ สาบานต่อฟ้าดิน

ผ่านมาหลายสิบวันแล้ว แต่ทว่ามู่เซี่ยหยางกลับไม่มีท่าทีที่จะตีตัวออกห่างนางดั่งในชาติก่อนมิหนำซ้ำแล้วเสมือนว่ายิ่งนางถอยออกห่างไปหนึ่งก้าว…เขาก็พลันขยับเข้าใกล้อีกสามก้าวจู้ซูเหยียนยืนอยู่ข้างเตียงนานครู่หนึ่ง นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเพ่งมองบุรุษบนเตียงไม่วางตานางพลันถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เสมือนว่าเขายังไม่รู้ตัว ใบหน้าของจู้ซูเหยียนยิ่งขมวดคิ้วย่ำแย่อารมณ์ขุ่นมัวยิ่งกว่าเดิม“…”“ขึ้นเตียงมานอนได้แล้ว” น้ำเสียงทุ้มของมู่เซี่ยหยางเอ่ยมู่เซี่ยหยางเคลิบเคลิ้มกำลังจะหลับไปแล้วแต่ทว่ากลับต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนว่ามีดวงตาคู่หนึ่งเพ่งมองอยู่นับว่าอารมณ์ของสตรีผู้นี้แปรปรวนยิ่งกว่าอากาศช่างคาดเดาได้ยากยิ่งนักจู้ซูเหยียนยกมือกอดอก “ตื่นขึ้นมาคุยกับข้า”มู่เซี่ยหยางเห็นท่าทางเอาแต่ใจเช่นนี้ พลันส่ายหน้าทันที “ดึกดื่นปานนี้แล้ว หากมีเรื่องอันใดก็ค่อยเอาไว้คุยพรุ่งนี้เช้า”“ไม่ได้!”“…”“ข้าจะคุยตอนนี้” จู้ซูเหยียนเชิดใบหน้าขึ้นเอ่ยออกมาด้วยความเอาแต่ใจ นัยน์ตาเมล็ดซิ่งหรี่มองมู่เซี่ยหยางที่ยังคงนอนแน่นิ่งไม่ขยับกายใดๆเขาพลางเลิกคิ้วถาม “สำคัญเพียงนั้นเลยรึ”คาดว่าหากมู่เซี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-11
อ่านเพิ่มเติม

๒๔ ไม่มีทางเชื่อใจ

“เหอะ!”จู้ซูเหยียนแค่นเสียงออกมาอย่างเย้ยหยัน นัยน์ตาเมล็ดซิ่งปรายมองมู่เซี่ยหยางด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจครั้งหนึ่งนางหลงรักมู่เซี่ยหยางและเคยเชื่อเขาจนกลายเป็นสตรีที่โง่งมที่สุดในใต้หล้า...เรื่องเช่นนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่สองนางเอ่ยขึ้น “เชิญท่านตายลงโลงไปผู้เดียวเถิด”จู้ซูเหยียนแสดงออกมาชัดเจนว่าไม่อยากข้องเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้อีกแล้วแม้จะต้องตายลงโลงก็ไม่ขอฝังกลบดินร่วมกัน“…”“หลีกไปได้แล้ว” นางเอ่ยขึ้นทว่ามู่เซี่ยหยางกับยังคงยืนแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน จู้ซูเหยียนจึงเบนเบี่ยงตัวหลบเดินไปอีกทางแทนแต่ทว่ากลับต้องชะงักเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นของเขา “เจ้าเริ่มเป็นอื่นตั้งแต่เมื่อใดกันจู้ซูเหยียน” มู่เซี่ยหยาง กล่าวออกมาเสียงเรียบจู้ซูเหยียนหัวเราะเบาๆ อย่างเย้ยหยันก่อนจะปรายมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ท่านต่างหากมู่เซี่ยหยางที่เริ่มมีใจเป็นอื่น..”ณ จวนสกุลมู่“ท่านไม่เคยรักข้าเลย!”“…”“ไม่เคยรักเลยหรือมู่เซี่ยหยาง!” น้ำเสียงหวานตะโกนดังก้องไปทั่วบริเวณ แฝงความโกรธเคืองและความน้อยใจเอาไว้นัยน์ตาเมล็ดซิ่งสั่นระริกเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส จู้ซูเหยียนมองมู่เซี่ยหยางในอาภรณ์มงค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-13
อ่านเพิ่มเติม

๒๕ ความจริงกระจ่างแจ้ง

พอเห็นท่าทางของสตรีตรงหน้าผู้นี้โมโหเดือดดาลมิต่างจากน้ำต้มในกา ไป๋เจียวเหม่ยพลางยกมือปิดปากหัวเราะเยาะ สายตาปรายมองสตรีตรงหน้าอย่างดูแคลน นึกไม่ถึงว่าเรื่องเช่นนี้จะนำมาข่มขู่จู้ซูเหยียนได้“แท้จริงแล้วเจ้าต้องการอันใดกันแน่ไป๋เจียวเหม่ย”จู้ซูเหยียนขมวดคิ้วมุ่นปรายสายตามองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ…แท้จริงแล้วไป๋เจียวเหม่ยต้องการอันใดจากนางกันแน่หรือเพียงเพราะต้องการยั่วยวนโทสะเท่านั้นไป๋เจียวเหม่ยยังหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางพลางโบกมือส่ายหน้าไปมาท่าทางเหนื่อยหน่าย“ข้าเพียงนำข่าวลือในวังหลวงมาแจ้งให้เจ้าทราบเท่านั้น”จู้ซูเหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความรำคาญ ข่าวลือจากวังหลวงหรือข่าวลือจากลมปากของสตรีผู้นี้กันแน่ มีหรือนางจะเชื่อ… “เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบที่โง่งมจนเชื่อคำพูดของเจ้าเช่นนั้นหรือไป๋เจียวเหม่ย”ไป๋เจียวเหม่ยเลิกคิ้วถาม “เคยเชื่อมิใช่หรือ”คราวก่อนนั้นหากนางบอกว่าไปซ้าย...จู้ซูเหยียนก็เชื่อฟังเดินไปทางซ้ายโดยไร้ข้องกังหาและหากนางบอกว่าไปขวาแล้วจะดี มีหรือว่าสตรีโง่เขลาผู้นี้จะไม่หลงเชื่อ“ไป๋เจียวเหม่ย!” จู้ซูเหยียนกัดฟันกรอด ถลึงตามองด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-14
อ่านเพิ่มเติม

๒๖ เขาทำเพื่อนาง

ความรู้สึกของผู้อื่นหรือจะสำคัญเท่าภรรยา…หากนางทำผิดเขาก็จะหลับตาข้างหนึ่งเสแสร้งตาบอดมองไม่เห็นคิดว่าเป็นเรื่องถูกต้องมู่เซี่ยหยางยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม ในขณะที่จู้ซูเหยียรเดินไปล้มตัวนอนบนเตียงคลุมผ้าห่มปกปิดทั่วทั้งร่างทันทีเขามองเห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะโบกมือไล่สาวใช้ในเรือนให้ออกไปก่อนจะปิดประตูลงทันที ยามนี้จึงเหลือเพียงแค่เขาและนางเท่านั้น…มู่เซี่ยหยางเดินไปนั่งอยู่ข้างเตียง น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามออก มาอย่างอ่อนโยน “เป็นอันใดไปหรือ” “อย่ามายุ่งกับข้า!”“จู้ซูเหยียน…” เขากดเสียงทุ้มต่ำก่อนจะยื่นมือไปเลิกผ้าห่มออกแต่ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายชักดึงกลับทันที มู่เซี่ยหยางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ สตรีผู้นี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้จู้ซูเหยียนพูดเสียงอู้อี้ “ออกไปให้พ้น!”“เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่มิใช่หรือ” มู่เซี่ยหยางถามอย่างใจเย็น สายตามคมกริบมองก้อนผ้าห่มตรงหน้านิ่งๆจู้ซูเหยียนไม่มีทางยอมโผล่หน้าออกไปคุยกับบุรุษผู้นี้แน่ เดิมทีนั้นไม่ว่านางจะผิดถูกหรือไม่ มู่เซี่ยหยางไม่เคยถามไถ่เหตุผลว่าเพราะเหตุใดและทำไม เขาเอาแต่ด่าทอนางด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้ง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-16
อ่านเพิ่มเติม

๒๗ เส้นด้ายแดงยังคงอยู่

หานเฟิ่งยกน้ำชาขึ้นมาจิบพลางเหลือบสายตามองบุรุษตรงหน้าก่อนจะวางจอกน้ำชาลงพลางถอนหายใจออกมาแทน ท่าทางกลัดกลุ้มใจเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดมองเห็นแล้วก็คงคิดว่าคนผู้นี้ทะเลาะกับภรรยามาเป็นแน่“เปลี่ยนจากโรงเตี๊ยมเป็นหอคณิกาดีหรือไม่” หานเฟิ่งเลิกคิ้วเอ่ยถาม ดูแล้วบรรยากาศเช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะดื่มชานัก มิสู้เปลี่ยนเป็นสุราแรงคงจะดีไม่น้อย“ก่อนหน้านี้ข้าทำอันใดให้นางไม่พอใจกัน” จู่ๆ มู่เซี่ยหยางที่เอาแต่นั่งเงียบอยู่จึงพูดขึ้น ใบหน้าของเขาขมวดคิ้วท่าทางครุ่นคิดหนักเหตุใดนางถึงไม่เชื่อใจเขา…เช่นนี้แล้วเขาควรทำอย่างไรดีมู่เซี่ยหยางอดย้อนคิดกลับไปไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว มีสิ่งใดที่เขาทำลงไปโดยไม่รู้ตัวไม่นึกถึงความรู้สึกของนางหรือไม่แน่นอนว่าย่อมมี! ทว่าเหตุการณ์เหล่านั้นล้วนเกิดก่อนที่เขาจะร่วมกราบไหว้ฟ้าดินกับนางทั้งสิ้น“…”“ต้องทำอย่างไรนางถึงจะคุยกับข้า”น้ำเสียงทุ้มของมู่เซี่ยหยางที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับกำลังพึมพำพูดอยู่ในความคิดของตัวเอง ถ้อยคำที่นางเอ่ยออกมาเมื่อวานนี้ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาซ้ำๆ“พูดกับข้าหรือ…?” หานเฟิ่งเลิกคิ้วถามกลับ“ตรงนี้ยังมีผู้ใดอีกนอกจากเจ้า” ม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-16
อ่านเพิ่มเติม

๒๘ สะสางเรื่องที่ยังค้างคา

เมื่อมู่เซี่ยหยางเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา จู้ซูเหยียนพลันชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเขาโดยไม่อาจหลบเลี่ยง สีหน้าของนางฉายแววครุ่นคิดอย่างชัดเจน ราวกับกำลังชั่งใจว่าควรเชื่อคำพูดของบุรุษตรงหน้าหรือไม่“…”มู่เซี่ยหยางเพียงจ้องมองนางนิ่งๆ ไม่บุ่มบ่ามหรือทำอันใดให้นางต้องรู้สึกไม่ดีสายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งาม เห็นได้ชัดว่ายามนี่นางกำลังสับสนและลังเลไม่น้อย เขาเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “ดึกเพียงนี้แล้วดับตะเกียงนอนเถอะ”จู้ซูเหยียนขยับริมฝีปากพูด “มู่เซี่ยหยาง…” นางถอนพลางหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“หื้ม?”“ท่านและไป๋เจียวเหม่ยนั้น…” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ชั่งใจว่าควรจะเอ่ยถามออกมาหรือไม่ มือทั้งสองข้างกำแน่นก่อนจะรู้สึกว่ามีฝ่ามือหนาของเขามากอบกุมเอาไว้มู่เซี่ยหยางระบายยิ้มจางๆ เขาเข้าใจได้ว่านางกำลังจะพูดสิ่งใดออกมา “คุณหนูไป๋และข้าได้มีความสัมพันธ์อันใดกันทั้งสิ้น” หากไม่ใช่เพราะคุณหนูผู้นั้นเป็นสหายกับจู้ซูเหยียนมานาน เขาเองก็ไม่คิดจะข้องเกี่ยวมีเรื่องสตรีให้นางต้องรู้สึกลำบากใจเห็นได้ชัดว่าสายตาของจู้ซูเหยียนฉายแววความลังเลอย่างไรในอดีตคนทั้งคู่ก็เคยมีความสัม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-18
อ่านเพิ่มเติม

๒๙ สามีภรรยา

มู่เซี่ยหยางปรายสายตามองจู้ซูเหยียนนิ่งๆ ไม่พูดอันใดออกมาราวหนึ่งก้านธูป ฝ่ามือหนาพลางยกขึ้นลูบไล้เรือนผมนางด้วยความอ่อนโยน “ยังไม่ตื่นอีกหรือ”จู้ซูเหยียนส่ายหน้าก่อนจะซุกไซร้เข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ“ไม่” น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมางัวเงียเขาแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ มุมปากหนาโค้งยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยพูดออกมา “หากเป็นเช่นนี้เกรงว่ากิจการของสกุลมู่คงขาดทุนเสียแล้ว”เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงได้ขี้เซ้าเพียงนี้ ทั้งที่นอนหลับไปหลายชั่ว“สกุลมู่มีเพียงท่านทำงานอยู่ผู้เดียวหรือไร” นางพึมพำพูดเสียงอู้อี้อย่างเกียจคร้านไม่คิดจะลืมตาตื่นจากที่นอนพอจัดการสะสางเรื่องทุกอย่างแล้วสิ้นนั้นคล้ายกับว่าความรู้สึกหนักอึ้งในใจที่เสมือนถูกก้อนหินทับเอาไว้ถูกยกออกเสียที ยามนี้นางไม่มีเรื่องอันใดให้ต้องระแวงและกังวลใจอีกแล้วจากนี้นางขอใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างเกียจคร้านไม่ต้องมีเรื่องอันใดให้ต้องคิดหนักใจหน่อยเถอะนิ้วมือเรียวยาวพลันยกขึ้นมาเกลี่ยแก้มนวลของนางแผ่วเบาราวกับกำลังหยอกล้อ สายตาของมู่เซี่ยหยางที่มองนางล้วนเต็มไปด้วยความเอ็นดูไม่น้อยเหตุใดถึงคล้ายลูกแมวน้อยขี้เซ้านัก“อื้ออ…” จู้ซูเหยียนครางอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-20
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status