บททั้งหมดของ กลรักร้ายเสด็จอาเล็ก: บทที่ 51 - บทที่ 60

100

บทที่ 51

หลิวชิงซวี่ยืนกอดอกมองเขา เอ่ยเยาะเย้ยว่า “คนตายเจ้ายังไม่กลัว ยังจะกลัวของพรรค์นี้อีกหรือ?”ใบหน้าของโจวหยวนไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง ราวกับถูกสูบเลือดออกไปจนหมดตัว ร่างกายได้แต่สั่นเทาไม่หยุดหลิวชิงซวี่ไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป จึงออกคำสั่งกับทหารโดยตรง “เอาพวกหนูตาย แมลงตายพวกนี้ยัดใส่ปากเขาให้หมด! ให้จุกตายไปเลยยิ่งดี!”ตราบาปที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของนางเกิดจากเจ้าสารเลวผู้นี้ ดังนั้นอย่าได้โทษที่นางจะย้อนรอยสนองคืนบ้างก็แล้วกัน!“ไม่...” โจวหยวนตกใจจนหน้าตาบิดเบี้ยว แต่ทว่ามือเท้าและลำตัวถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา เขาทำได้เพียงดิ้นรนสุดชีวิต พยายามจะหนีการลงโทษอันวิปริตนี้ในตะกร้าไม้ไผ่นั้นเต็มไปด้วยสรรพสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกจับมาตามคำสั่งของหลิวชิงซวี่ ไม่เพียงมีหนูและแมลง ยังมีตะขาบและแมงป่องอีกมากมาย บางตัวยังไม่ตายสนิทดี ยังคงขยับยั้วเยี้ยไปมาอยู่ข้างในอย่าว่าแต่ให้คนกินเลย เพียงแค่เห็นก็ทำเอาหนังศีรษะชาหนึบแล้วทหารนายนั้นยังไม่กล้าลงมือ ได้แต่มองหลิวชิงซวี่อย่างขวัญหนีดีฝ่อจนกระทั่งสายตาอันเย็นเยียบสายหนึ่งพุ่งตรงมาที่เขา เขาเผลอเหลือบไปมองทางเยี่ยนซื่อหยวนโดยสัญชาตญาณ ร่า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 52

หลังจากจัดการโจวหยวนและพรรคพวกเสร็จ หลิวชิงซวี่ก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ นับตั้งแต่ข้ามภพมาครึ่งปีเศษ นางไม่เคยรู้สึกสะใจเช่นนี้มาก่อน พลอยทำให้สายตาที่มองท่านซื่อดูชื่นมื่นขึ้นไปด้วยครั้งนี้ต้องขอบคุณเขาจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะท่านผู้ตรวจการหลงซิงติดค้างหนี้บุญคุณเขา ต่อให้นางจะมีความกล้าไปแก้แค้นพวกโจวหยวน ก็คงไม่มีทางจบลงอย่างสะใจเช่นนี้แน่หลังทรมานคนจนหนำใจ เสมียนผู้หนึ่งก็เชิญนางและเยี่ยนซื่อหยวนไปยังเรือนพักแห่งหนึ่ง โดยบอกว่าเป็นที่ที่ใต้เท้าเสิ่นจัดเตรียมไว้ให้“ใต้เท้าเสิ่นเกรงใจเกินไปแล้ว พวกเราจะกล้ารบกวนได้อย่างไร?” หลิวชิงซวี่มองสำรวจไปรอบ ๆ ในใจนั้นลิงโลด แต่ปากก็ยังไม่ลืมกล่าววาจาเกรงอกเกรงใจตามมารยาท“ฮูหยินไม่ต้องเกรงใจขอรับ ต้องการสิ่งใดเรียกใช้ได้ทันที ใต้เท้าของข้ามาอย่างเร่งรีบ ไม่อาจจัดเตรียมการต้อนรับพวกท่านไว้ล่วงหน้าอย่างดี หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ขอฮูหยินโปรดให้อภัยด้วยขอรับ” เสมียนจั่วค้อมกายกล่าวอย่างนอบน้อมที่สุดเมื่อเทียบกับอ๋องเจินที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้เขารู้สึกว่าพระชายาอ๋องเจินผู้นี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าไม่ว่าอย่างไรต้องประจบเอา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53

จากนั้นนางก็สั่งให้สาวใช้นำข้าวของทั้งหมดเข้าไปวางไว้ในห้อง แล้วให้พวกนางออกไปห้องพักกว้างขวางมาก ทั้งยังมีห้องอาบน้ำเชื่อมต่ออยู่ด้านใน ภายในอบอวลไปด้วยไอน้ำร้อน เดิมทีหลิวชิงซวี่ยังรู้สึกเกร็งอยู่บ้าง แต่พอเห็นน้ำร้อนในถังไม้ใบใหญ่ ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหลายก็มลายหายไปทันที นางรีบเปลื้องผ้าแล้วกระโดดลงไปแช่ในน้ำร้อนนางไม่ได้อาบน้ำอย่างสบายเนื้อสบายตัวเช่นนี้มานานมากแล้ว!“สบายหรือไม่?” จู่ ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“ว้าย!” นางอุทานด้วยความตกใจ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีผู้ชายอยู่อีกคน จึงรีบมุดตัวลงไปในน้ำด้วยความอับอาย โผล่มาเพียงแค่ศีรษะ หันกลับไปถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือด “รู้หรือไม่ว่าคนตกใจจนตายได้นะ? รีบไปนอนบนเตียงเดี๋ยวนี้ อย่ามารบกวนข้าอาบน้ำ!”แต่พอพูดจบ ใบหูของนางก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีพูดราวกับว่าประเดี๋ยวนางจะไปทำอะไรอย่างนั้นแหละ...“ข้าเองก็ไม่ได้อาบน้ำมานานแล้วเหมือนกัน” เยี่ยนซื่อหยวนพูดพลางปลดสายคาดเอวออก“ท่านกล้าเข้ามาหรือ!” หลิวชิงซวี่จ้องเขม็งไปที่มือของเขา ตวาดเสียงสูงอย่างข่มขู่ อาบน้ำด้วยกันสองคน ให้คนโง่เดาก็รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54

ในเมื่ออยู่ด้วยกัน เรื่องที่นางตามหากระจกเฟิ่งหยางไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องรู้ ดังนั้นเรื่องนี้นางจึงไม่คิดจะปิดบังเขาร่างที่นั่งตัวตรงของเยี่ยนซื่อหยวนเกร็งค้างอย่างผิดธรรมชาติ เขาเปิดเปลือกตาขึ้น นัยน์ตาลึกล้ำและเย็นเยียบจับจ้องไปที่นาง “เจ้าจะเอากระจกเฟิ่งหยางไปทำไม?”หลิวชิงซวี่ไม่ได้สังเกตเห็นอาการผิดปกติเพียงชั่วครู่ของเขา ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่น้ำเสียงย้อนถามของเขา นางลอบยินดีในใจ รีบคว้ามือเขาแล้วถามว่า “ท่านเคยเห็นหรือ? งั้นท่านรู้ไหมว่าของสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน?”เยี่ยนซื่อหยวนหรี่ตาลง แววตายิ่งลึกล้ำเย็นชา “เล่าลือกันว่ากระจกเฟิ่งหยางคือกุญแจไขขุมทรัพย์ ผู้ได้ครอบครองกระจกจะได้ครอบครองขุมทรัพย์ มีความมั่งคั่งร่ำรวยเทียบเท่าแคว้น หรือว่าเจ้าก็เพื่อตามหาขุมทรัพย์เช่นกัน?”หลิวชิงซวี่ชะงักงัน จากนั้นกะพริบตาปริบๆ กล่าวอย่างสงสัยใคร่รู้ “เจ้านั่นมันก็แค่กระจกอาถรรพ์บานหนึ่ง ไปเกี่ยวพันกับขุมทรัพย์ได้ยังไง?”“กระจกอาถรรพ์?” มองดูสีหน้าสงสัยของนาง แววตาเยี่ยนซื่อหยวนฉายแววซับซ้อน “ใครบอกเจ้าว่ากระจกเฟิ่งหยางเป็นกระจกอาถรรพ์?”“ข้าเคยเห็นกับตาตัวเอง มันก็คือกระจกอาถรรพ์บานหนึ่ง มีคว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 55

หลังจากตัดสินใจบอกความลับกับเขา นางก็เล่าเรื่องการตายของหลิวชิงซวี่และเรื่องที่นางกลายมาเป็นหลิวชิงซวี่ได้อย่างไรให้เขาฟังรวดเดียวจนจบสุดท้าย เพราะกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อ นางจึงรับรองกับเขาอย่างจริงจัง “ข้าสาบานว่าทุกคำที่พูดเป็นความจริง กระจกเฟิ่งหยางบานนั้นพาข้ามาที่นี่จริง ๆ ข้าตามหากระจกเฟิ่งหยางไม่ได้หวังสมบัติ แต่แค่อยากให้มันส่งข้ากลับไปเท่านั้น”“เจ้าจะไปจากที่นี่หรือ?” เยี่ยนซื่อหยวนจ้องมองนางด้วยแววตาหนักอึ้ง ราวกับมีใครมาบีบคอเขาไว้ น้ำเสียงแข็งกระด้างนั้นสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุม“แน่นอนสิ! ที่นี่ไม่ใช่บ้านข้าเสียหน่อย นอกจากต้องอาศัยคนอื่นอยู่แล้ว ยังต้องคอยระวังคนชั่วลอบกัดไปทั่ว” หลิวชิงซวี่รู้ว่าเขากำลังตกตะลึง ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรนางก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ขอเพียงเขาไม่มองนางเป็นตัวประหลาด นางก็ไม่รังเกียจที่จะเล่าให้ฟังมากกว่านี้ “ข้าโตมาที่ฝั่งโน้น ได้รับการศึกษาจากฝั่งโน้น ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่ดีเลยสักนิด แต่ถ้ามีโอกาสได้กลับไป ข้าย่อมอยากกลับไปแน่”เยี่ยนซื่อหยวนผุดลุกขึ้นพรวดพราด“ข้าแค่เคยได้ยินชื่อกระจกเฟิ่งหยาง แต่ไม่เคยเห็น และไม่รู้ว่าจะไปตามห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 56

ภายในเมืองมีทหารเดินลาดตระเวนอยู่เต็มไปหมด หลังจากหลิวชิงซวี่เหาะออกจากเรือนพักแล้วก็ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ถนน แต่กลับลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ จนออกจากตัวเมืองมาได้ทว่า สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือ ความเร็วของใครบางคนกลับรวดเร็วยิ่งกว่านางเสียอีกนางจ้องมองร่างที่ยืนตระหง่านขวางอยู่ตรงทางแยก ถลึงตาใส่เขาราวกับเผชิญหน้าศัตรูคู่อาฆาต “ท่าน... ท่านจะทำอะไร?”เดิมทีเยี่ยนซื่อหยวนก็โกรธจะตายอยู่แล้ว พอเห็นนางทำท่าเหมือนเห็นศัตรูเช่นนี้ ก็แทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความช้ำใน“หนีทำไม?” น้ำเสียงเย็นชาแข็งกร้าวแทบจะลอดออกมาจากไรฟัน“อยากหนีก็หนีสิ” เมื่อแน่ใจว่ารอบกายไร้ผู้คน หลิวชิงซวี่ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แผ่นหลังยืดตรงขึ้น มีแค่เขาคนเดียว แถมยังรู้ว่ากำลังภายในเขายังฟื้นฟูไม่เต็มที่ นางย่อมไม่กลัวเขาอยู่แล้ว“ทำไมต้องหนี?” เยี่ยนซื่อหยวนหน้าเขียวคล้ำเดินตรงเข้าไปหานาง เพียงเพราะเขาไม่รู้เบาะแสของกระจกเฟิ่งหยาง นางก็ไม่เอาเขาแล้วหรือ?“ไม่หนีแล้วจะให้รอท่านมาจับตัวหรือไง?” หลิวชิงซวี่ขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ“จับเจ้า?” ฝีเท้าของเยี่ยนซื่อหยวนชะงัก นัยน์ตาเย็นชาฉายแววไม่เข้าใจวูบหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 57

“ถ้าเจ้าเป็นปีศาจ คนที่ควรหนีก็ควรจะเป็นข้าสิ!”“...”วาจาทีเล่นทีจริงของเขาทำเอานางพูดไม่ออก ขณะที่นางกำลังจะบอกให้เขาลุกออกไป เขาก็ตรึงใบหน้าของนางไว้ บังคับให้นางสบตาเขาใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ เอ่ยถามเสียงแข็งกระด้าง “เหตุใดไม่เชื่อใจข้า?”“ข้า...” คำถามง่าย ๆ เพียงประโยคเดียวกลับทำเอาหลิวชิงซวี่ไปไม่เป็น“หรือในใจเจ้า ข้าไม่น่าเชื่อถือถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” เขาถามคาดคั้นอีกครั้ง คล้ายต้องการให้นางให้คำตอบที่ชัดเจนออกมาให้ได้หลิวชิงซวี่กัดริมฝีปาก ขนตายาวงอนหนาทิ้งตัวลง ปิดบังความสับสนวุ่นวายในแววตาในแคว้นอวี้เยี่ยนแห่งนี้ นางจะเชื่อใจใครได้? จะกล้าเชื่อใจใครได้?แม้แต่เขา นางก็จัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘เชื่อใจชั่วคราว’ เท่านั้น หากเขามีเจตนาไม่ดีหรือมุ่งหวังผลประโยชน์เหมือนคนตระกูลหลิวและองค์รัชทายาท นางก็จะตัดความสัมพันธ์กับเขาอย่างไม่ปรานีเช่นกัน“พูดสิ!” ความเงียบของนางทำให้เยี่ยนซื่อหยวนไม่พอใจถึงขีดสุด เขาบีบปลายคางนาง ทั้งยังจงใจออกแรงเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนหลิวชิงซวี่ลืมตาขึ้น นัยน์ตาดำขลับประสานกับสายตาที่เปี่ยมด้วยโทสะของเขา นางย้อนถามกลับไปว่า “ท่านไม่กลัวข้าหรือ?
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 58

“...” หลิวชิงซวี่ก้มหน้าลงเพราะนางไม่รู้จะพูดอะไรดีเยี่ยนซื่อหยวนอุ้มนางขึ้น เมื่อเห็นนางยังคงเงียบ เขาจึงลอบกลอกตาไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะช่วยเจ้าตามหากระจกเฟิ่งหยาง แต่ก่อนที่จะหาเจอ เจ้าอย่าได้คิดจะทิ้งข้าไปไหน!”หาบ้าหาบอน่ะสิ!เขาขอสาบานเลยว่า ชาตินี้กระจกเฟิ่งหยางจะไม่มีวันได้เผยโฉมออกมาอีก!ดวงตาของหลิวชิงซวี่เป็นประกายขึ้นมา แต่พอเงยหน้าสบกับนัยน์ตาลึกล้ำเย็นเยียบของเขา นางก็รีบก้มหน้าลงอีกครั้งจะว่ารู้สึกผิด ก็แน่นอนอยู่แล้วนางขอให้เขาช่วยหาของ แล้วจากนั้นก็จะทิ้งเขาไป หากนางยังทำท่าดีใจต่อหน้าเขาได้ ก็คงจะดูไม่ใช่คนเกินไปแล้วนางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ปรับสีหน้าเป็นจริงจัง “ท่านไม่กลัวข้าจริงๆ หรือ?”เยี่ยนซื่อหยวนหยุดเดินโครงหน้าหล่อเหลาที่เคยแข็งกระด้างพลันอ่อนโยนลง ไม่เพียงสีหน้าจะดูนุ่มนวลขึ้น แม้แต่ในแววตายังเจือรอยยิ้มจางๆ “ข้ากลับสงสัยเรื่องราวทางบ้านเมืองของเจ้ามากกว่า หากเจ้าเต็มใจ ก็เล่าให้ข้าฟังให้มากหน่อยเถิด”คำขอนี้...หลิวชิงซวี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน “ได้สิ ขอแค่ท่านไม่กลัว ท่านอยากฟังเรื่องอะไรข้าจะเล่าให้ฟังทุกอย่างเลย”ถือซะว่าเป็นค่าตอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 59

สองมือที่ทิ้งลงข้างกายของเยี่ยนหรงซีกำแน่นขึ้นอย่างเงียบงันเขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเสด็จอาเล็กของเขาจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องเสด็จย่า...ช่างต่ำช้านัก!ต่อหน้าเสด็จพ่อ เขาที่เป็นถึงรัชทายาทอาจจะมีน้ำหนักอยู่บ้าง แต่ต่อหน้าเสด็จย่าแล้ว หลานชายคนโตอย่างเขาเมื่อเทียบกับเสด็จอาเล็ก เสด็จย่ามักจะลำเอียงเข้าข้างเสด็จอาเล็กเสมอ!ครั้งนี้เพื่อเรื่องของเสด็จอาเล็กกับหลิวชิงซวี่ เสด็จย่าถึงกับกดดันเสด็จแม่ของเขา เขายอมรับหลิวหยวนอินได้ แต่กลืนความแค้นนี้ไม่ลงจริง ๆ!......จวนแม่ทัพชั่วครู่ที่ได้รับราชโองการ หลิวหยวนอินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า แทบไม่อยากจะเชื่อว่าองค์รัชทายาทจะยอมตัดใจจากหลิวชิงซวี่แล้วเปลี่ยนมาแต่งงานกับนางแทน!“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่เจ้าคะ? องค์รัชทายาทจะแต่งกับข้าจริง ๆ หรือ?” ถึงแม้จะเป็นเพียงพระชายารองขององค์รัชทายาท แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับนางในตอนนี้ มีท่านพ่อและจวนแม่ทัพคอยหนุนหลัง รอให้นางได้แต่งเข้าตำหนักบูรพา ตำแหน่งพระชายาเอกย่อมตกเป็นของนางไม่ช้าก็เร็ว!“คราวนี้พอใจแล้วใช่หรือไม่?” หลิวจิ่งอู่เอ่ยหยอกล้อนางด้วยรอยยิ้ม“ท่านพ่อ...” หลิวหยวนอินเขย่าแขนเสื้อเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 60

พอกลับมาถึงเรือนหลังเล็กที่ใต้เท้าผู้ว่าการจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อป้าพันเห็นเนื้อตัวของพวกเขาสกปรกมอมแมมก็มิได้ซักไซ้ไต่ถาม เพียงสั่งคนให้ต้มน้ำร้อนยกเข้ามาในห้องอีกครั้งคราวนี้ถึงคราวที่เยี่ยนซื่อหยวนต้องอาบน้ำบ้างพอเขาเอ่ยปาก หลิวชิงซวี่ไหนเลยจะกล้าแย่ง ย่อมยอมให้เขาอาบก่อนอย่างว่าง่ายแต่เยี่ยนซื่อหยวนกลับอ้างอาการบาดเจ็บที่ตัว ให้ช่วยขัดตัวให้เขาเพื่อกระจกเฟิ่งหยางบานนั้น หลิวชิงซวี่จึงยอมทุ่มสุดตัว ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่สนิทแนบชิดที่สุดพวกเขาก็ทำกันมาแล้ว นางไม่กลัวว่าจะเป็นตากุ้งยิงหรอกก่อนเขาจะลงน้ำ นางได้ตรวจดูบาดแผลของเขาเป็นพิเศษ สะเก็ดแผลหลุดลอกไปเกือบหมดแล้ว แม้ผิวหนังที่งอกขึ้นมาใหม่จะยังแดงๆ อยู่ แต่ก็สามารถโดนน้ำได้แล้ว“ท่านรีบหน่อยเถอะ อย่าแช่น้ำนานนัก” หลังจากดูแผลที่เอวเขาเสร็จ นางก็เงยหน้าขึ้นเตือนทันใดนั้นก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับที่ร้อนแรงเป็นประกายเยี่ยนซื่อหยวนตวัดแขนโอบเอวนาง รวบเข้าหาตัว ก้มหน้าลงเป่าลมร้อนข้างหูนาง “ถ้ารอไม่ไหว จะอาบพร้อมกับข้าเลยดีหรือไม่ หืม?”คำว่า ‘หืม’ คำนี้ทั้งทุ้มต่ำและแหบพร่า เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนบางอย่าง ราวกับหมาป่า
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
45678
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status