บททั้งหมดของ กลรักร้ายเสด็จอาเล็ก: บทที่ 31 - บทที่ 40

100

บทที่ 31

นางบอกซานเหนียงได้ว่าเห็นโจรขโมยศพ แต่หลังจากนั้นเล่า? ชาวบ้านย่อมต้องซักไซ้ถึงเบาะแสคนร้าย หากตอบไม่ได้ ไม่แคล้วอาจถูกคนในหมู่บ้านสงสัยว่าเป็นคนลงมือเสียเองกระมัง?“ซานเหนียง ส่งคนไปแจ้งทางการแล้วหรือไม่?”ซานเหนียงพยักหน้า “ส่งคนไปที่ตำบลแล้ว อีกไม่นานผู้ใหญ่บ้านคงพาคนมาเจ้าค่ะ” นางถอนหายใจ “แต่เรื่องเช่นนี้เกิดตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นว่าทางหมู่บ้านอูเจียจะสืบได้ความอะไร ครั้งนี้เกรงว่า...”ไกลออกไปมีเสียงคนเรียกซานเหนียง หญิงสาวจึงตะโกนขานรับ รีบกล่าวลาสองสามีภรรยา แล้ววิ่งตามไปพอซานเหนียงไปไกลแล้ว หลิวชิงซวี่จึงละสายตากลับมาเยี่ยนซื่อหยวนเอ่ยสีหน้าเรียบเฉย “เก็บสัมภาระเถอะ ได้เวลาเดินทางแล้ว”หลิวชิงซวี่ประหลาดใจ ไหนตกลงกันว่าจะพักรักษาแผลให้หายดีก่อนค่อยไปมิใช่หรือ?แต่พอตรองดู นางก็เข้าใจความคิดเขาหากหมู่บ้านแจ้งเรื่องโจรขโมยศพ เบื้องบนส่งคนลงมา ย่อมต้องตรวจสอบมาถึงตัวพวกนาง การตรวจสอบนี้ ต่อให้ไม่ถูกสงสัยว่าเป็นคนร้าย ก็จะทำให้ร่องรอยเปิดเผยสรุปสั้นๆ หากรั้นอยู่ต่อ ย่อมมีปัญหาตามมาจะว่าไป เทียบกับนายท่านซื่อที่ถูกศัตรูไล่ล่า นางรู้สึกว่าสถานการณ์ตนเองเหมือนระเบิดลูกใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 32

เมื่อรู้สึกว่ารสชาติใช้ได้ นางจึงคีบเนื้อให้นายท่านซื่อชิ้นหนึ่งพอเห็นว่านางมีของอร่อยยังนึกถึงตน นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำของเยี่ยนซื่อหยวนก็ทอประกายอ่อนโยนวูบหนึ่ง จู่ ๆ เขาก็หวนนึกถึงซาลาเปาเจครึ่งลูกกับโจ๊กครึ่งชามที่วัดซุ่นเหอ นางมีของกินเพียงน้อยนิดก็ยังแบ่งให้เขาครึ่งหนึ่ง ยามนั้นเขานึกรังเกียจยิ่ง ทว่ายามนี้กลับปรารถนาจะร่วมลิ้มรสกับนาง ต่อให้ต้องกินน้ำลายของนางก็ตาม...ในปากเคี้ยวชิ้นเนื้อ ในใจเปี่ยมล้นด้วยความอบอุ่นทว่าเคี้ยวไปได้ครู่หนึ่ง คิ้วเข้มพลันขมวดมุ่น จังหวะการเคี้ยวช้าลงโดยไม่รู้ตัว“อร่อยหรือไม่?” หลิวชิงซวี่ส่งยิ้มให้เขา พลางยื่นมือหมายจะยกจานหนี หากเขาคิดว่าไม่อร่อย ทั้งจานนี้จะได้ตกเป็นของนาง นางจะได้จัดการกินให้สำราญใจเยี่ยนซื่อหยวนมิได้เอ่ยปาก เพียงแต่รู้ทันความคิดเล็ก ๆ ของนาง เขาจึงยกมือขวางนางไว้ทันควัน แล้วเลื่อนชามหมี่แผ่นแป้งไปตรงหน้านางใบหน้าของหลิวชิงซวี่บึ้งตึงทันที หมายความว่าอย่างไร? คิดจะแย่งเนื้อนางกระนั้นหรือ?ขณะที่นางฮึดฮัดไม่ยินยอมและเตรียมจะแย่งคืน ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น “เจ้าอดอาหารมาหลายวัน ร่างกายยังอ่อนแอ ไม่ควรทานอาหารรสจัด”
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33

หลิวชิงซวี่ลอบชำเลืองมองเยี่ยนซื่อหยวนหลังสายตาสองคู่สบประสานกันชั่วครู่ นางก็ลุกขึ้นย่อกายคารวะแสดงความขอบคุณเถ้าแก่ด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านเถ้าแก่มากเจ้าค่ะ ไว้พวกเราสองสามีภรรยาหาเงินได้เมื่อไหร่ จักต้องตอบแทนบุญคุณท่านอย่างสุดซึ้งแม้ตัวตายอย่างแน่นอน”เมื่อเห็นพวกเขาน้อมรับความหวังดี เถ้าแก่ยิ่งทวีความกระตือรือร้น รีบไต่ถามชื่อแซ่และถิ่นฐานบ้านเกิดหลิวชิงซวี่เกือบจะอ้ำอึ้งตอบไม่ถูกนางรู้เพียงว่าคนผู้นี้ชื่อ 'อาซื่อ' และลูกน้องเรียกเขาว่า 'นายท่านซื่อ' ส่วนชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของเขานั้น จนป่านนี้นางก็ยังไม่รู้เคราะห์ดีที่สมองนางแล่นไว จึงยิ้มตอบไปว่า “สามีข้าชื่ออาซื่อ ส่วนข้าชื่อเสี้ยวเสี้ยวเจ้าค่ะ”เถ้าแก่รีบประสานมือคารวะนายท่านซื่อทันที “น้องอาซื่อ ข้าแซ่โจว นามว่าหยวน”เยี่ยนซื่อหยวนลุกขึ้นยืน ประสานมือตอบพลางเอ่ย “พี่โจว รบกวนท่านแล้ว”เรือนเล็กที่โจวหยวนกล่าวถึงอยู่ด้านหลังร้านบะหมี่แผ่นน้ำ มีเพียงกำแพงกั้นกลางระหว่างร้านกับเรือน ซึ่งกำแพงนั้นก็มิได้สูงนัก เพียงเขย่งปลายเท้าก็มองเห็นฝั่งตรงข้ามได้หลังจากพวกเขาทานจนอิ่มหนำ โจวหยวนก็ให้ลูกจ้างเฝ้าร้าน ส่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34

เขาจับสังเกตอะไรได้หรือเปล่า?ไม่หรอก เขาดูไม่ออกหรอกเยี่ยนซื่อหยวนเองก็จ้องมองนางตาไม่กะพริบเช่นกัน นัยน์ตาลุ่มลึกดุจหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ราวกับจะดูดกลืนนางเข้าไปทั้งตัวหลิวชิงซวี่รู้สึกร้อนตัวอยู่บ้าง เมื่อต้องสบตากับเขาตรง ๆ เช่นนี้ นางต้านทานรังสีอำมหิตของเขาไม่ไหวจริง ๆ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำท่าทางหยิ่งผยองไม่ยี่หระ “คนท่องยุทธภพ มีหรือจะไม่โดนคมดาบ? ชื่อเสียงเรียงนามก็แค่คำเรียกขาน ข้าอยากจะเรียกว่าหมา มันก็คือหมา”เยี่ยนซื่อหยวนอดขมวดคิ้วไม่ได้สองประโยคแรกยังพอฟังได้ แต่สองประโยคหลัง ไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ ถึงได้ด่าแม้กระทั่งตัวเอง!“ท่านซื่อ ข้าเหนื่อยแล้ว ของีบสักหน่อย ถ้าท่านไม่มีธุระอะไรก็ไปพักห้องข้างๆ เถอะ” หลิวชิงซวี่ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างไม่สำรวม กางแขนกางขาจองพื้นที่ไปกว่าค่อนเตียงเมื่อวานสถานที่ไม่เอื้ออำนวย จำต้องนอนเบียดกับเขาแต่วันนี้ไม่เหมือนกัน เตียงก็ใหญ่ ห้องหับก็มีเหลือเฟือ เรื่องอะไรนางจะต้องไปนอนร่วมผ้าห่มกับเขาอีก!มีหรือที่เยี่ยนซื่อหยวนจะไม่รู้ความคิดของนาง?แต่เขาใช่คนที่จะยอมถูกไล่ตะเพิดไปง่าย ๆ เสียเมื่อไหร่เขาก้มลงถอดรองเท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35

“...”“แล้วไอ้ผู้ชายเฮงซวยล่ะ?”“...”“นอกจากข้าแล้ว เจ้ายังอยากแต่งงานกับใครอีก?”“...”หลิวชิงซวี่อดไม่ได้ที่จะใช้สองมือยันแผงอกเขาไว้ แต่พอนางเริ่มลงมือ เยี่ยนซื่อหยวนก็รวบข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้ทันควัน พร้อมทั้งออกแรงบิดไพล่ไปด้านหลังหลิวชิงซวี่เริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาจริง ๆ แล้วแม้ว่านางจะไม่อยากยอมรับความสัมพันธ์ที่มีกับเขา แต่ก็ไม่ได้คิดอยากจะเป็นศัตรูกับเขาเช่นกันนางรู้ว่าเมื่อครู่พูดแรงเกินไป แต่นั่นก็เป็นเพราะเขานั่นแหละ ใครใช้ให้เขามาพูดจายั่วโมโหนางก่อน ไม่รู้หรือไงว่าผู้หญิงน่ะต้องคอยเอาอกเอาใจ แต่เขากลับมาต่อปากต่อคำกับนาง...“เจ็บ... ท่านเบา ๆ หน่อยได้ไหม... อ๊า...” จู่ ๆ นางก็ร้องครวญครางอย่างน่าสงสาร กะพริบตาปริบ ๆ พยายามบีบน้ำตาออกมาสักสองหยดผู้รู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์คือยอดคน เพื่อรักษาชีวิตรอด นางยืดได้หดได้เสมอกลิ่นอายความโหดเหี้ยมบนตัวชายหนุ่มไม่ได้ลดน้อยลง แววตายังคงเต็มไปด้วยการข่มขู่และอันตราย แต่แรงที่บีบข้อมือนางกลับคลายลงเล็กน้อยหลิวชิงซวี่สัมผัสได้ทันที จึงยิ่งแสร้งทำตัวอ่อนแอหนักกว่าเดิม “โอ๊ย ปวดท้อง ระดูข้าจะมาแล้ว!”ว่ากันว่าผู้ชายย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36

เพียงแต่เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ด้านนอกกลับไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใด ๆหลิวชิงซวี่เพิ่งจะสังเกตเห็นสภาพอันน่าขบขันราวกับตัวตลกของทั้งคู่ ความโกรธที่อัดอั้นไว้ทำท่าจะปะทุขึ้นมาอีกระลอกแต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ลงไม้ลงมือ ชายหนุ่มที่แนบชิดอยู่ก็โถมตัวกดร่างนางลงนอนราบ พร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะใบหน้าหล่อเหลาที่แผ่ไอเย็นยะเยือกขยายใหญ่ขึ้นเต็มตา ริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยของนางถูกปิดผนึกในชั่วพริบตา“อื้อ... อื้อ อือ...”เพลิงโทสะยังไม่ทันมอดดับ กลับต้องมาถูกเขาล่วงเกินซ้ำอีก มีหรือที่นางจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม?ทว่ายิ่งนางสะบัดหน้าขัดขืนอย่างสุดชีวิต คนบนร่างก็ยิ่งบดเบียดแนบแน่นขึ้นเท่านั้น การช่วงชิงระหว่างริมฝีปากและปลายลิ้นช่างดุดันราวกับโจรบุกปล้นหมู่บ้าน ทั้งเกรี้ยวกราดและไร้ความปรานี ให้ความรู้สึกราวกับจะสูบอากาศทั้งหมดออกจากร่างนาง หวังจะให้นางขาดใจตายเสียให้ได้ในท้ายที่สุด นางก็จำยอมสยบ ยุติการดิ้นรนขัดขืนเมื่อนางสงบลงอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มบนร่างจึงค่อย ๆ ผ่อนแรงลง และถอนริมฝีปากออกมาใบหน้าแนบชิด ปลายจมูกชนกัน แม้แต่ลมหายใจที่สูดดมเข้าไปก็ยังเป็นกลิ่นอาย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 37

แต่ดูไปดูมา นางก็ยังดูไม่ออกว่ามีปัญหาตรงไหน จนต้องขอคำชี้แนะจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม “ท่านซื่อ ท่านบอกว่าของมีปัญหา มันมีปัญหาตรงไหน?”“เนื้อนี้ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในคอก และก็ไม่เหมือนสัตว์ป่าในเขา” เยี่ยนซื่อหยวนจ้องมองชิ้นเนื้อสีขาวซีดในห่อกระดาษน้ำมันด้วยแววตาขรึมลึก น้ำเสียงแฝงความฉงนใจ“ท่านกินเนื้อมาเยอะหรือไง? ถึงได้มั่นใจขนาดนี้?” หลิวชิงซวี่ชำเลืองมองเขา ในสายตานาง เขาไม่ได้ทำตัวขรึมเท่หรอก แต่เป็นโรคขี้ระแวงเกินเหตุต่างหาก!“ข้าเดินทางรอนแรมไปทั่วตั้งแต่เด็ก อาหารเลิศรสก็เคยกิน สัตว์ป่าดุร้ายก็เคยล่า เพื่อความอยู่รอด แม้แต่กินเนื้อดิบ ๆ ก็เคยมาแล้ว ไม่กล้าคุยโวว่ามีประสบการณ์โชกโชน แต่ของพื้น ๆ ทั่วไปในโลกนี้ข้ายังพอแยกแยะได้” เยี่ยนซื่อหยวนตีหน้านิ่งกล่าวดูท่าทางเขาแล้ว เห็นชัดว่าไม่พอใจที่นางดูถูกเขา หลิวชิงซวี่อดหัวเราะไม่ได้ “จ้องหน้าข้าทำไม ข้าไม่ได้ว่าท่านวิสัยทัศน์คับแคบสักหน่อย!”เชื่อเขาเลยจริงๆ! เป็นผู้ชายอกสามศอก ทำไมถึงใจแคบขี้น้อยใจนักนะ!เยี่ยนซื่อหยวนตวัดสายตาเย็นชาใส่นาง “เจ้าไม่ใช่คุยโวว่ารอบรู้ดาราศาสตร์ภูมิศาสตร์ทำได้สารพัดหรอกหรือ? ไฉนถึงมางุนงงก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 38

“จะหนีทำไม? เขาคิดจะทำร้ายเรา เราไม่ควรจะคิดบัญชีกับเขาหน่อยหรือ?” หลิวชิงซวี่ขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วยนางไม่สนว่าโจวหยวนจะหวังปล้นทรัพย์หรือเอาชีวิต แต่ในเมื่อกล้าคิดร้ายกับพวกเขา เรื่องนี้ต้องไม่จบง่าย ๆ แน่!เยี่ยนซื่อหยวนปรายตามองนาง “ถ้าเราอยู่ ศัตรูอยู่ในที่ลับ เราอยู่ในที่แจ้ง แต่ถ้าเราไป ศัตรูจะอยู่ในที่แจ้ง เราจะอยู่ในที่ลับ เจ้าแน่ใจนะว่าจะอยู่?”เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวชิงซวี่ถึงเข้าใจความหมายของเขา จึงหัวเราะแห้ง ๆ ทันที “ข้านึกว่าท่านกลัวซะอีก!”ใบหน้าหล่อเหลาของเยี่ยนซื่อหยวนแผ่รังสีทะมึนขึ้นมาทันควันขณะที่เขายื่นมือจะคว้าข้อมือนาง จู่ ๆ หลิวชิงซวี่ก็ร้องเอ๊ะขึ้นมา แล้วก้มลงจ้องที่ขาโต๊ะนางบังเอิญสังเกตเห็นว่า บนพื้นผิวโต๊ะสีแดง ตรงมุมโต๊ะมีสีที่แตกต่างไปเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสีโดยรวมของโต๊ะแล้ว ตรงนั้นดูเข้มและมืดกว่านางเอื้อมมือไปลูบดูโดยสัญชาตญาณ จากนั้นก็ยกตะเกียงบนโต๊ะส่องดูใต้โต๊ะมองแวบแรกก็ไม่เห็นมีอะไร แต่พอลองจ้องดูดี ๆ สักพัก นางก็สังเกตเห็นความผิดปกติพื้นที่ใต้โต๊ะกลับสะอาดสะอ้านกว่าที่อื่น?นางนั่งยอง ๆ ลง ใช้มือลูบคลำ แล้วลองลูบพื้นด้านหลังดู เป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 39

นางยกมือขึ้นปิดจมูกให้เขาเยี่ยนซื่อหยวนชะงักไปเล็กน้อย คล้ายจะประหลาดใจ เขาหลุบตาลงมองนาง มุมปากที่เคยเย็นชาพลันยกยิ้มขึ้น ก่อนจะดึงมือนางออกแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นไร”เมื่อกลิ่นหอมประหลาดในห้องจางหายไป พวกเขาถึงสังเกตเห็นว่าโจวหยวนนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ดูจากสภาพแล้ว เห็นได้ชัดว่าสูดดมกลิ่นหอมในห้องเข้าไปจนสลบเหมือด“เจ้าคอยอยู่ตรงนี้ ข้าจะเข้าไปดูเอง” เยี่ยนซื่อหยวนปล่อยนาง แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในหาได้ยากนักที่หลิวชิงซวี่จะยอมเชื่อฟังเขา นางยืนดูต้นทางอยู่หน้าประตู ประการแรกเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคพวกของโจวหยวนโผล่ออกมา ประการที่สองคือนางจะยังสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในห้องได้เมื่อเยี่ยนซื่อหยวนเข้าไปในห้องก็จัดการเลื่อนโต๊ะตัวนั้นออก สิ่งที่คาดไม่ถึงคือโต๊ะตัวนั้นกลับเป็นกลไก ทันทีที่โต๊ะเคลื่อนที่ พื้นใต้โต๊ะก็เลื่อนเปิดออกตามไปด้วย...หลิวชิงซวี่อดรนทนไม่ไหว รีบวิ่งเข้าไปจุดเทียนไขแต่ทว่า เมื่อพวกเขาถือเทียนส่องดูเบื้องล่าง สีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปในทันที“อ๊า!” หลิวชิงซวี่ตกใจจนผวาเข้ากอดเยี่ยนซื่อหยวนเต็มแรงเยี่ยนซื่อหยวนมือหนึ่งถือเทียน อีกมือโอบนางเข้าสู่อ้อม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 40

ทันใดนั้นนางก็ลืมความรู้สึกคลื่นไส้ไปจนสิ้น ได้แต่เบิกตากว้างจ้องมองคนกลุ่มนี้อย่างพูดไม่ออกหมายความว่าอย่างไรที่ว่าพวกเขาแอบซ่อนศพเอาไว้?!เวรเอ๊ย ใครมันกุข่าวลือมั่วซั่ว!เยี่ยนซื่อหยวนถือเทียนไขเดินออกมาจากในห้อง เมื่อเห็นคนนับสิบคนบุกเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน เขาก็พุ่งเข้าไปยืนขวางเบื้องหน้าหลิวชิงซวี่แทบจะในทันที ร่างกายสูงใหญ่กำยำบดบังนางไว้จนมิดชิด“ใครบอกว่าพวกเราซ่อนศพ? โจวหยวนหรือ?” วาจาที่แฝงไอเย็นยะเยือกเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางของเขาผู้คนที่บุกเข้ามาเดิมทีมีท่าทางดุดันเกรี้ยวกราด แต่เมื่ออาศัยแสงเทียนในมือมองเห็นเขาชัดตาแล้ว ต่างก็พากันชะงักงันไปโดยมิได้นัดหมายบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา อย่าว่าแต่รูปโฉมที่โดดเด่นเหนือสามัญ เพียงแค่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่านั้นก็ทำให้ผู้คนแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาสีดำขลับเรียวยาวคู่นั้นดูมืดมนและเย็นเยียบ ราวกับซุกซ่อนอาวุธลับไว้นับหมื่นชิ้น ประหนึ่งว่าหากใครขยับเพียงนิดเดียวก็จะต้องแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีคนที่ชอบวางก้ามอวดเบ่งนั้นพบเห็นได้ทั่วไป แต่บุรุษที่เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ก็แผ่อำนาจบารมีโดยไม่ต้องเกรี้ยวกร
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status