บททั้งหมดของ กลรักร้ายเสด็จอาเล็ก: บทที่ 41 - บทที่ 50

100

บทที่ 41

พอเยี่ยนซื่อหยวนฟังนางพูดจบ รอยยิ้มในแววตาก็ยิ่งลึกล้ำขึ้น “ในเมื่อเจ้าเดาใจพวกเขาออกแล้ว เหตุใดถึงไม่กลับไปเล่า?”หลิวชิงซวี่กล่าวอย่างรำคาญใจ “แกล้งทำ! ท่านก็แกล้งทำต่อไปเถอะ! หรือท่านอยากให้ตัวตนของข้าถูกเปิดเผย รอให้คนตระกูลหลิวมาจับตัวข้ากลับไป?” นางเว้นจังหวะ กอดอกปรายตามองเขา “จู่ ๆ ข้าก็พบว่า การกลับไปก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี อ๋องเจินผู้นั้นจะดีหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ต้องดีกว่าท่านแน่! อย่างไรเขาก็เป็นถึงชินอ๋อง ไม่มีทางใจแคบเหมือนท่าน ที่จะมาถือสาหาความกับข้าค่อนวันเพราะคำพูดแค่ประโยคเดียวหรอก!”ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าหล่อเหลาของเยี่ยนซื่อหยวนแข็งค้าง แต่มุมปากกลับกระตุกไม่หยุดจะว่าโกรธ ก็โกรธมาก! นางถึงกับเอาเขาไปเปรียบเทียบกับผู้ชายที่ยังไม่เคยเจอหน้า!แต่จะว่าไม่โกรธ เขาก็ไม่มีเหตุผลให้โกรธ ในเมื่อเขาเองนี่แหละคืออ๋องเจินที่นางพูดถึง!หึงตัวเอง... เรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไป มิโดนคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหมดปากหรือ?!แต่เขาก็ดันหึงขึ้นมาจริง ๆ เสียด้วย...เขาดึงนางเข้ามาตรงหน้า จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งาม ราวกับต้องการจะมองให้ทะลุถึงหัวใจนางผ่านดวงตาสุกใสนั้น“หากอ๋องเจินเหม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 42

เมื่อเยี่ยนซื่อหยวนได้ยินนางรับปากด้วยตนเอง นัยน์ตาลุ่มลึกก็พลันมีประกายร้อนแรงวาบผ่าน “จริงหรือ?”“จริงแท้ยิ่งกว่าไข่มุก!”“เช่นนั้นเจ้าต้องรักษาคำพูดล่ะ!” เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นใช้นิ้วไล้ปลายจมูกนางเบา ๆ “...” มุมปากของหลิวชิงซวี่กระตุกยิก คนผู้นี้นอกจากจะใจเปราะบางแล้ว อารมณ์ยังขึ้น ๆ ลง ๆ ยากจะคาดเดาอีกด้วย!ทว่า สิ่งที่นางไม่รู้คือ การที่นางบอกว่าจะญาติดีหรือใช้ชีวิตร่วมกับเขาให้ดีนั้น ในสายตาของเยี่ยนซื่อหยวนหมายความว่านางยินยอมสละอิสรภาพเพื่ออยู่เคียงข้างเขา เขาแทบไม่ต้องลงแรงอะไร นางก็ตบปากรับคำว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา แล้วจะให้เขาไม่ดีใจได้อย่างไร?ระหว่างทางกลับเข้าเมือง ในมุมที่นางมองไม่เห็น มุมปากของเยี่ยนซื่อหยวนยกโค้งขึ้นสูงตลอดเวลาเขาถึงขั้นเริ่มวางแผนในใจแล้วว่าจะอบรมสั่งสอนนางอย่างไรให้เป็นสตรีที่อ่อนหวานเพียบพร้อม รู้จักปรนนิบัติสามีอบรมบุตรธิดา และดูแลบ้านเรือนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย...นับว่าความคิดของหลิวชิงซวี่กับเขาอยู่คนละคลื่นความถี่ หากนางล่วงรู้ความคิดของเขา เกรงว่านางคงจะซ้อมเขาน่วมคาที่ แล้วขุดหลุมฝังเขาทั้งเป็นไปแล้ว......เดิมทีหลิวชิงซวี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 43

นางจนปัญญา จำต้องทนรับสายตาแปลก ๆ ของพวกบ่าวไพร่และสาวใช้อย่าเห็นว่าเป็นกลางดึกเช่นนี้ อาหารที่นายอำเภอถังจัดเตรียมมาให้นั้นกลับอุดมสมบูรณ์เลิศรสยิ่งนักเดิมทีหลิวชิงซวี่ก็ไม่ได้หิวเท่าไหร่ แต่ทนความยั่วยวนของอาหารเลิศรสไม่ไหว จึงกินอย่างเอร็ดอร่อยเยี่ยนซื่อหยวนเห็นนางกินอย่างมีความสุข ก็ได้แต่ปล่อยตามใจนาง ส่วนหลิวชิงซวี่ก็ไม่ได้ทิ้งขว้างเขา ถึงขั้นป้อนเขาด้วยตัวเอง ทำให้เขาจากที่ตอนแรกมีท่าทีต่อต้าน สุดท้ายก็ยอมกินเป็นเพื่อนนางอย่างเอร็ดอร่อยไปด้วยเพียงแต่ ในขณะที่หลิวชิงซวี่รู้สึกว่าหนังท้องตึงแล้ว จู่ ๆ นางก็รู้สึกว่าหนังตาเริ่มหย่อนและศีรษะหนักอึ้ง“ท่านซื่อ ข้าเมาอาหารหรือไม่ เหตุใดรู้สึกมึนหัวไปหมด?”“......?!” สีหน้าของเยี่ยนซื่อหยวนขรึมลงทันควัน“ท่านซื่อ จริง ๆ นะ ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว” หลิวชิงซวี่ยกสองมือกุมขมับ พูดไปพูดมาดวงตาก็เหลือกขึ้น แล้วศีรษะก็ฟุบลงกระแทกโต๊ะ“ซวี่เอ๋อร์!” เยี่ยนซื่อหยวนผุดลุกขึ้น แล้วช้อนร่างนางขึ้นมาอย่างรวดเร็วในยามนี้ใบหน้าของเขามืดทะมึนจนน่ากลัว เขาถลึงตามองอาหารบนโต๊ะอย่างดุร้าย ก่อนจะอุ้มหลิวชิงซวี่พุ่งตัวออกจากห้องไปหลังจากเขาจากไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 44

“ให้ข้าเดาอะไร? เรื่องพรรค์นี้จำเป็นต้องอุบไว้ด้วยหรือ? ไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ!” หลิวชิงซวี่ค้อนใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์นางพยายามจะผละออกจากอ้อมกอดเขา แต่กลับพบว่าพอขยับศีรษะก็รู้สึกปวดหนึบ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเล็กน้อยเยี่ยนซื่อหยวนมือไวรีบกดนางกลับเข้าสู่อ้อมอก ดุเสียงเย็นว่า “เพิ่งจะถอนพิษเสร็จ จะขยับทำไม ไม่อยากมีชีวิตรอดแล้วหรือ?”หลิวชิงซวี่ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกเขาอย่างอ่อนเพลีย ยอมสงบปากสงบคำไม่ต่อปากต่อคำด้วยอย่างหาได้ยาก เพียงแต่พอนึกถึงว่าโดนลอบกัดจนเกือบตายโดยไม่รู้ตัว นางก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ “ดูท่าอ๋องเจินก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ข้านึกว่าแค่ใช้นามของเขาอ้างก็จะทำได้ทุกอย่างเสียอีก คิดไม่ถึงว่าขุนนางเล็ก ๆ ขั้นเก้าจะไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา”ไม่เอ่ยถึงก็แล้วไป แต่พอนางบ่นด้วยน้ำเสียงดูแคลนจบ เยี่ยนซื่อหยวนก็แผ่รังสีอำมหิตออกมาท่วมท้น ใบหน้าท่ามกลางความมืดทั้งเย็นชาและเคร่งขรึม แม้แต่ท่อนแขนยังเกร็งจนแข็งทื่อ รัดจนหลิวชิงซวี่รู้สึกเจ็บ“ท่าน... เป็นอะไร?” นางปรือตาขึ้นมองเขา “ข้าว่าอ๋องเจิน ไม่ได้ว่าท่าน ท่านจะมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไรด้วย?”“หุบปาก!” เยี่ยนซื่อหยวนหน้าตึงตะคอกเบา ๆ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 45

ช่วงเวลาที่เงียบสงบเช่นนี้ เขาคิดว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งขนตาที่ทั้งยาวและงอนหนา ทำให้ใบหน้ายามหลับใหลของนางดูซุกซนขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง ริมฝีปากของเขาจุมพิตลงไปอย่างอดใจไม่ไหว ประทับรอยไปทั่วทั้งซ้ายขวากลีบปากอิ่มระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย บางคราก็ส่งเสียง ‘แจ๊บ ๆ ’ ออกมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝันเห็นของกิน หรือกำลังทะเลาะตบตีกับผู้คนในฝันกันแน่ แต่ไม่ว่าจะได้ยินเสียงละเมอของนางเมื่อใด เขาก็อดขำไม่ได้ทุกทีเพียงแค่จ้องมองเช่นนี้ ไม่ถึงชั่วอึดใจ เขาก็รู้สึกคอแห้งผาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ริมฝีปากบางเม้มแล้วเม้มอีก เขาต้องฝืนละสายตาออกมา หากยังมองต่อไป เขาเกรงว่าจะระงับความพลุ่งพล่านในกายไว้ไม่อยู่...คิดแล้วก็น่าขันเมื่อก่อนยามเขามองสตรี ก็มักจะรู้สึกว่าเหมือนกันไปหมด พวกคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์เหล่านั้น ต่อหน้าผู้คนล้วนวางตัวอยู่ในกรอบระเบียบเคร่งครัด ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็มีคำนิยามให้คำเดียวว่า เสแสร้ง!จนกระทั่งสตรีผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น...นางกล้าถลึงตาใส่เขา กล้าชมตัวเองอย่างหน้าไม่อาย แถมยังชอบพูดคำศัพท์แปลก ๆ ที่ฟังไม่รู้เรื่องออกมาเป็นพัก ๆ...คนที่รังเกียจสตรีมาตลอดอย่างเขา กลับถ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 46

“เจ้าอยากรู้จริง ๆ หรือ?” นัยน์ตาลึกล้ำของเยี่ยนซื่อหยวนทอประกายวูบไหว“ไม่อยากบอกก็ตามใจ!” หลิวชิงซวี่อดไม่ได้ที่จะปากแข็งต่อไปแต่คราวนี้ เยี่ยนซื่อหยวนไม่ได้เล่นลิ้นอีก เขากางนิ้วตรงหน้านาง“ร่างกายของข้าต้านพิษได้ร้อยแปด เลือดของข้าก็มีฤทธิ์ถอนพิษได้ นี่คือรอยที่ข้ากัดเมื่อคืนเพื่อช่วยเจ้า”หลิวชิงซวี่เบิกตากว้าง จ้องมองปลายนิ้วที่มีแผลแตกของเขาทันใดนั้น นางก็บีบคอตัวเองอย่างแรง แล้วหันหลังไปขย้อนอาเจียน“อ้วก…”นี่นางไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ภายในเวลาสั้น ๆ เพียงวันเดียว นางทั้งกินเนื้อมนุษย์ แล้วยังต้องมาดื่มเลือดคนอีก.........ภายในตัวเมืองคนของที่ว่าการถูกส่งออกไปเกือบหมด แต่ค้นหาจนทั่วเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังไม่พบตัวหลิวชิงซวี่และเยี่ยนซื่อหยวนทุกครั้งที่ลูกน้องกลับมารายงาน นายอำเภอถังเป็นต้องระเบิดอารมณ์ใส่ทุกครั้ง“พวกไร้ประโยชน์! จะหาไม่เจอได้ยังไง พวกเขาโดนพิษร้ายแรงเข้าไป จะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหนเชียว?”“ไปหา! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องหาตัวพวกเขาออกมาให้ได้!”“ค้นมันทุกหลังคาเรือน ใครกล้าขัดขวาง จับเข้าคุกให้หมด!”ที่เขาไม่ได้ส่งคนออกไปค้นหานอกตัวเมือง เป็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 47

เขารู้อยู่เต็มอกว่าน้องเมียอย่างโจวหยวนนั้นไม่ใช่คนดีอะไร ปกติแสร้งทำตัวเป็นผู้ดีมีการศึกษา แต่ลับหลังกลับทำเรื่องชั่วช้าสามานย์ ข่มเหงรังแกชาวบ้านไปทั่ว ทว่าด้วยเกรงกลัวบารมีของภรรยา เขาจึงได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาโดยตลอด ขอเพียงไม่ก่อเรื่องวุ่นวายเอิกเกริกจนออกนอกหน้า เขาก็คร้านจะใส่ใจแต่ใครจะคาดคิดว่าครั้งนี้โจวหยวนจะก่อหายนะใหญ่หลวงถึงเพียงนี้!ยามที่คนของอ๋องเจินปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า เขาตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ เดิมทีตั้งใจจะเล่นละครแสร้งทำเป็นจะไปจับกุมตัวโจวหยวน แล้วแอบซ่อนตัวโจวหยวนเอาไว้ จากนั้นค่อยกลับไปรายงานคนทั้งสองว่าโจวหยวนไหวตัวทันหนีไปแล้ว เพื่อจะได้ขับไล่ไสส่งสองคนนั้นไปให้พ้น ๆ...แต่สองพี่น้องคู่นี้กลับดื้อด้านไม่ยอมฟังเขา โดยเฉพาะโจวหยวน ที่ยืนกรานว่าพวกเขาเป็นคนของอ๋องเจินตัวปลอม เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาสองคนที่กำลังจะเดินทางไปเยี่ยมญาติที่เมืองหลงซิง ทั้งยังให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ต่อให้วางยาพิษสังหารคนทั้งสองไป ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ฮูหยินถังผู้ปากร้ายและชอบให้ท้ายน้องชายมาตลอด ถูกทุบตีจนต้องกุมศีรษะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังยิ่งกว่าเสียงหม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 48

ทหารหลายนายจับนายอำเภอถังและฮูหยินถังมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา ก่อนจะลากตัวออกจากที่ว่าการราวกับลากสุนัขตายฮูหยินถังที่ถูกทุบตีจนหน้าตาบวมปูดและมีบาดแผลเต็มตัวมาก่อนหน้านี้ เมื่อถูกลากไปกับพื้นก็ยิ่งเจ็บปวดจนร้องโหยหวน “โอ๊ย โอ๊ย!” ดังลั่นเสิ่นจงหมิงถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดหูองครักษ์ยกเก้าอี้เข้ามาวาง เขาจึงนั่งลง ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังเคร่งขรึมเย็นชา บัดนี้คิ้วกลับขมวดมุ่นจนแทบผูกเป็นปมชายผู้หนึ่งที่มีลักษณะเหมือนเสมียนเดินตรงเข้ามาหาเขา แล้วกระซิบรายงานเสียงเบา “ใต้เท้า ข้าน้อยพาคนออกค้นหาจนทั่วรอบหนึ่งแล้ว แต่ไม่พบท่านอ๋องเจินกับพระชายาเลยขอรับ”เสิ่นจงหมิงถอนหายใจ “อดทนหน่อย รอต่อไป”เขาเคยร่วมงานกับอ๋องเจินมาก่อน ย่อมรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของพระองค์ดี สถานที่ใดที่พระองค์เสด็จไปเยือน หากพระองค์ไม่ปรากฏตัวก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่หากปรากฏตัวเมื่อใด รับรองว่าไม่มีเรื่องดีแน่!ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นถาม “เสมียนจั่ว เจ้าไปสอบถามมาซิ ว่าเหตุใดพวกมันต้องวางยาพิษอ๋องเจิน?”เสมียนจั่วตอบกลับว่า “ใต้เท้า ข้าน้อยกำลังจะเรียนให้ทราบพอดีขอรับ เมื่อครู่ข้าน้อยได้พบกับโจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 49

เสิ่นจงหมิงพาลูกน้องสองคนเดินสำรวจไปตามถนน เดินจนทั่วกว่าครึ่งค่อนเมืองแล้ว ก็ยังไม่พบคนที่อยากเจอในขณะที่เขาเดินผ่านแม่น้ำสายหนึ่ง ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่ริมตลิ่งฝ่ายหญิงกำลังล้างเท้าอยู่ริมน้ำ ฝ่ายชายนั่งยอง ๆ อยู่ข้างกายจับไหล่นางไว้ เขาดูหน้าตาฝ่ายหญิงไม่ชัด แต่รูปร่างของฝ่ายชายนั้นสลักลึกอยู่ในใจเขามานานแล้ว เพียงปราดเดียวเขาก็จำได้ทันทีนั่นไม่ใช่อ๋องเจินแล้วจะเป็นใครไปได้!คนน่ะเจอแล้ว แต่ภาพที่เห็นทำเอาเขาตกตะลึงจนยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกสกัดจุด ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีในหัวมีเพียงประโยคเดียววนเวียนอยู่....อ๋องเจินทรงกำลังช่วยสตรีล้างเท้า!ที่ริมแม่น้ำหลิวชิงซวี่หน้าบูดบึ้ง ล้างเท้าไปพลางหันไปถลึงตาใส่ชายหนุ่มข้างกายเยี่ยนซื่อหยวนเม้มริมฝีปากบางแน่น มิใช่เพราะโกรธเคืองนาง แต่เพราะกำลังพยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ พอทนไม่ไหวจริง ๆ ก็เบือนหน้าหนี ไหล่สั่นระริกอย่างแรง“ยังจะขำอีก!” หลิวชิงซวี่อดไม่ได้ที่จะหยิกแขนเขา “ถ้าไม่ใช่เพราะท่านนำทางมั่วซั่ว ข้าจะเหยียบขี้หมาไหม? เดิมทีก็ซวยพออยู่แล้ว ตอนนี้คงจะซวยซ้ำซ้อนไปถึงโคตรเหง้าแล้วมั้ง!
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 50

นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?หนึ่งเค่อผ่านไป ชายวัยกลางคนก็พาเด็กหนุ่มจากไปหลิวชิงซวี่สวมรองเท้าเรียบร้อยตั้งนานแล้ว พอเห็นพวกเขาจากไป ก็รีบเดินเข้าไปหาท่านซื่อที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที“เขาเป็นใครหรือ ท่าทางเกรงใจท่านน่าดู”“เสิ่นจงหมิง ผู้ตรวจการเมืองหลงซิง”“หือ? ผู้ตรวจการ?” หลิวชิงซวี่ตกตะลึง มองไปทางทิศที่ชายวัยกลางคนจากไป ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งสูงปรี๊ด “ข้าเห็นเขาดูเกรงอกเกรงใจท่านมาก พวกท่านมีความสัมพันธ์อะไรกัน?”ผู้ตรวจการตำแหน่งนี้เทียบเท่ากับเจ้าเมืองปกครองมณฑลเลยนะ เขาเป็นเพียงคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไปรู้จักขุนนางชั้นสูงระดับนี้ได้อย่างไร?เยี่ยนซื่อหยวนกระตุกมุมปาก อธิบายให้นางฟัง “เมื่อครึ่งปีก่อนใต้เท้าเสิ่นป่วยเป็นโรคร้ายแรง หมอทั่วหล้าจนปัญญา ข้าพาเจียงจิ่วกับอวี๋ฮุยเดินทางผ่านเมืองหลงซิง เห็นประกาศตามหาหมอจึงดึงป้ายประกาศไปรักษา เจียงจิ่วใช้สูตรยาประจำตระกูลรักษาโรคร้ายของใต้เท้าเสิ่นจนหายดี ส่วนข้าในฐานะเจ้านายของเจียงจิ่ว ย่อมกลายเป็นผู้มีพระคุณของใต้เท้าเสิ่นไปด้วย”“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง” หลิวชิงซวี่ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเจียงจิ่วรู้วิชาแพทย์จริง ๆ แ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
34567
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status