Lahat ng Kabanata ng เกิดใหม่เป็นชายยากจน: Kabanata 31 - Kabanata 40

40 Kabanata

ล้างบางโจร

ในมุมมืดของป้อมสังเกตการณ์ จางเสี่ยวหนิงยืนดูความวินาศสันตะโรผ่านหน้าจอระบบอย่างใจเย็น ข้างกายเขาคือชายฉกรรจ์ 10 คนแรกที่ได้รับดื่ม "น้ำสกัดรากไม้ไผ่สีทอง" พวกเขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำ แววตาเป็นประกายวาววับดุจสัตว์ป่า "พวกเจ้า... เห็นหรือไม่? นี่คือผลของพวกที่คิดจะมาทำลายบ้านของเรา" จางเสี่ยวหนิงเอ่ยเสียงเรียบ "พวกโจรที่หลุดรอดจากกับดักเข้าไปในป่าได้ ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าจัดการ... อย่าให้เหลือซาก" "รับคำสั่งนายท่าน!" หน่วยอารักขาเงาพุ่งตัวออกไปจากป้อมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พละกำลังที่ได้จากน้ำยาเสริมกำลังทำให้พวกเขากระโดดข้ามกอไม้ไผ่ได้อย่างคล่องแคล่ว พวกเขาเข้าประจัญบานกับโจรที่หลงเหลือด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็ว เพียงการออกหมัดเดียวก็สามารถทำลายเกราะไม้ของโจรจนแตกละเอียด เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ความวุ่นวายภายนอกก็สงบลง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณกำแพงไม้ไผ่ แต่ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ รากของไม้ไผ่สีทองเริ่มเลื้อยขึ้นมาพันรอบร่างที่ไร้วิญญาณของพวกโจร แล้วค่อย ๆ
Magbasa pa

ภารกิจใหม่

แผนการสร้างเมืองที่ผาสุกของจางเสี่ยวหนิงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระบบ ชาวบ้านหนึ่งพันคนที่ได้รับการสมัครมาใหม่ถูกคัดกรองอย่างเข้มงวด คนที่มีจิตใจซื่อสัตย์จะถูกส่งไปทำนาขั้นบันไดตามที่ประกาศไว้ ส่วนคนที่มีแววกล้าหาญและไร้ภาระผูกพันจะถูกแยกออกมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนเป็น  "หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง" จางเสี่ยวหนิงยืนอยู่บนยอดเขาเหลียนซาน มองลงมายังเมืองจินหยางที่บัดนี้ดูเหมือนป้อมปราการสีเขียวซึ่งค่อย ๆ ขยายตัว ที่ดินเชิงเขาเหลียนซานไม่ใช่แค่ที่ทำนา แต่มันคือที่ตั้งของ "โรงเรือนเพาะชำมหาอำนาจ" ที่จางเสี่ยวหนิงใช้แต้มระบบอัปเกรดจนถึงขั้นสูงสุด   แจ้งเตือนระบบ: เริ่มการผลิตหน้าไม้เหล็กกล้าไม้ไผ่  คุณสมบัติ ตัวเรือนทำจากไม้ไผ่สีทองพันปีเสริมด้วยเหล็กกล้าจากมิติ มีน้ำหนักเบาแต่ยิงได้แรงกว่าหน้าไม้ทั่วไป 5 เท่า   กระสุน: ลูกธนูอาบพิษสกัดจาก "หยดน้ำตาไม้ไผ่" (พิษแทรกซึมเข้าระบบประ
Magbasa pa

พี่น้องร่วมสาบาน

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนศึกใหญ่... ในคืนที่พระจันทร์ถูกเมฆหนาทึบบดบังจนมืดมิด ณ กระท่อมกลางป่าไผ่ที่เป็นจุดนัดพบลับระหว่าง จางเสี่ยวหนิง และ แม่ทัพเทียนอี้ ขณะที่เทียนอี้กำลังถ่ายทอดสถานการณ์ในราชสำนักให้เสี่ยวหนิงฟัง พลันสัญชาตญาณนักรบของเขาก็กระตุกวูบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว "ระวัง!" เสี่ยวหนิงตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าผลักเทียนอี้จนล้มลงไปกับพื้น ฉึก! ฉึก! ฉึก!เข็มพิษสีดำสนิทสามเล่มปักเข้าที่พนักเก้าอี้ไม้ที่เทียนอี้นั่งอยู่เมื่อครู่ หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เข็มเหล่านั้นคงเจาะทะลุลำคอของยอดแม่ทัพไปแล้ว เงาดำสิบสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากความมืดล้อมรอบกระท่อม พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของราชครูหวัง ที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาด "เสี้ยนหนาม" ทั้งสองคนพร้อมกัน "แม่ทัพเทียนอี้... วันนี้หัวของท่านต้องกลับไปพร้อมกับพวกเรา" หัวหน้านักฆ่าคำราม พลางวาดดาบสั้นที่อาบไปด้วยมนตราสีม่วงคล้ำ เทียนอี้พยายามจะชักดาบใหญ่คู่กาย แต่เขากลับทรุดฮวบลง "พิ
Magbasa pa

ศึกห้าหมื่นนาย

เสียงกลองศึกดังกึกก้องประดุจฟ้าถล่มดินทลาย กองทัพมังกรดำจำนวนห้าหมื่นนาย เคลื่อนพลประชิดกำแพงเมืองจินหยาง ราวกับคลื่นยักษ์ ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เบื้องหน้าคือแม่ทัพฮวาเจี้ยน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและประสบการณ์ในสนามรบที่โชกโชน "ไอ้พวกกบฏจินหยาง! ลงมายอมจำนนซะดี ๆ ไม่เช่นนั้นเมืองนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเจ้า!" แม่ทัพฮวาเจี้ยนคำรามลั่น เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วทุ่งรบ บนกำแพงเมือง จางเสี่ยวหนิงยืนเคียงข้างแม่ทัพเทียนอี้ หนิงเอ๋อ และนายอำเภอกู้ ใบหน้าของทุกคนนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์เบื้องหน้า "ท่านพี่เทียนอี้... ถึงเวลาแสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่า 'ความเท่าเทียม' มีพลังมากแค่ไหน" จางเสี่ยวหนิงพูดเบา ๆ แต่มั่นคง เทียนอี้ยิ้มมุมปาก "ข้าเชื่อมั่นในท่านมาตลอดน้องชาย" เขาหันไปออกคำสั่งเสียงกึกก้อง "หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง! เตรียมหน้าไม้!" กองทัพมังกรดำเริ่มเคลื่อนพลเข้าใกล้ ขุนพลฮวาเจี้ยนสั่งให้หน่วยพลธนูระดมยิงเปิดทางเพื่อลดขวัญกำลังใจ แต่ลูกธนูเหล่านั้นกลับไปไม่ถึงกำแพงเมือง
Magbasa pa

หวานชื่น

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องกังวานของเหล่าทหารที่ได้รับชัยชนะ จางเสี่ยวหนิงไม่ได้รอช้าเพื่อรับคำสรรเสริญ เขาควบม้าฝ่ากระแสลมมุ่งหน้ากลับสู่จวนสกุลจาง ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่ากลองศึกในคราแรก เพราะสำหรับเขาแล้ว ชัยชนะเหนือข้าศึกนับหมื่นยังไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยของดวงใจทั้งสามดวงที่รออยู่ในบ้าน เมื่อมาถึงหน้าจวน เขาไม่ทันได้รอให้ม้าหยุดนิ่งสนิทดีก็กระโดดลงจากอาน ร่างสูงโปร่งก้าวพรวดเข้าไปในห้องโถงที่บัดนี้ปราศจากเสียงระเบิด แต่ยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด "ท่านพ่อ! หนิงเอ๋อ! ข้ากลับมาแล้ว!" ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างเล็กของ จางเพ่ยเพ่ย ในวัย 7 ขวบ ก็พุ่งออกมาจากมุมหนึ่งแล้วกอดขาเขาไว้แน่น ตามมาด้วย จางหนี่ พี่ชายวัย 12 ปี ที่แม้จะพยายามทำตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ตามแบบบิดา แต่ดวงตาก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความดีใจ "ท่านพ่อ! ท่านปลอดภัย! มังกรดำพวกนั้นพ่ายแพ้ต่อหน้าไม้ของท่านแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นถามเสียงใส เสี่ยวหนิงย่อตัวลงกอดลูกทั้งสองไว้แน่น "ใช่
Magbasa pa

รับแม่เลี้ยง

ยามเช้าที่สดใสของเมืองจินหยาง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องผ่านยอดไม้ไผ่เหล็กกล้าเข้ามาในโถงกลางจวนสกุลจาง กลิ่นหอมของน้ำส้มป่อยและธูปหอมกระจายไปทั่วบริเวณ  วันนี้เป็นวันที่จางเสี่ยวหนิงตั้งใจจะทำสิ่งที่ค้างคาใจมานาน เพื่อความมั่นคงของหัวใจผู้เป็นบิดา บนตั่งไม้แกะสลัก พ่อเฒ่าจาง นั่งตัวตรงแต่มีแววตาประหม่าเล็กน้อย ข้างกายของท่านคือ ป้าว่านชิง หญิงหม้ายวัย 50 ปี ผู้มีกิริยาเรียบร้อย และมีรอยยิ้มที่อบอุ่น นางคอยดูแลสำรับอาหารและหยูกยาให้พ่อเฒ่าจางมาโดยตลอดนับตั้งแต่จางเสี่ยวหนิงรับนางเข้ามาอยู่ในเรือนด้วยความสงสารในคราวที่นางไร้ที่พึ่ง จางเสี่ยวหนิงเดินเข้ามาในโถงพร้อมกับ หนิงเอ๋อ ที่อุ้ม จางเพ่ยเพ่ย และมี จางหนี่ เดินเคียงข้าง ทุกคนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีมงคลดูสง่างาม "ท่านพ่อ... ท่านป้าว่านชิง" เสี่ยวหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานพลางทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าคนทั้งสอง "เสี่ยวหนิง... เจ้ามีธุระอันใดหรือลูก ถึงได้เรียกพวกเรามาพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้" พ่อเฒ่าจาง
Magbasa pa

วิมานอุ่นท่ามกลางหิมะแรก

เสี่ยวหนิงยิ้มมุมปาก ความคิดในฐานะ เสี่ยวอ้าว อดีตพ่อค้าหัวใสพุ่งพล่าน เขาไม่ได้จะพึ่งพาแค่แรงคน แต่นี่คือเวลาที่จะใช้ "แต้มระบบ" ที่สะสมมาจากชัยชนะครั้งใหญ่ให้เป็นประโยชน์ [ระบบตรวจสอบ: ปลดล็อกเทคโนโลยี 'โครงสร้างโมดูลาร์' และ 'ระบบหมุนเวียนความร้อนใต้ดิน'] [ทรัพยากรที่ต้องใช้: เหล็กกล้าไม้ไผ่, ศิลาฉนวนกันความร้อน, แต้มชื่อเสียง 15,000 แต้ม] "ระบบ... เริ่มการแปรรูปวัสดุและจัดส่งแบบเร่งด่วน" เสี่ยวหนิงสั่งการในใจ เพียงไม่กี่วันต่อมา ชาวเมืองจินหยางต่างพากันแตกตื่นเมื่อเห็นขบวนเกวียนลึกลับขนส่งวัสดุรูปทรงประหลาดเข้าสู่จวนสกุลจาง เสี่ยวหนิงควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวเองโดยมี รองแม่ทัพเฉิน นำกำลังทหารอาสามาช่วยเป็นแรงงานสำคัญ    เรือนพักพ่อเฒ่าและท่านแม่: ถูกออกแบบให้มีระบบท่อไอน้ำร้อนไหลเวียนอยู่ใต้พื้นดินเพื่อให้ฝ่าเท้าของท่านทั้งสองอบอุ่นอยู่เสมอเรือนจางหนี่: เน้นความเป็นระเบียบและมีห้องตำราที่แสงเข้าถึงได้ดี เหมาะแก่การฝึกฝนวิชาเร
Magbasa pa

เขตปกครองพิเศษจินหยาง

เสี่ยวหนิงขยับเข้าไปใกล้ราชทูตหวังจื่อ สายตาของเขาเปลี่ยนจากพ่อค้าที่ดูเป็นมิตรกลายเป็นพญามังกรที่จ้องเขมรขยี้เหยื่อ น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนคนฟังรู้สึกหนาวสั่นยิ่งกว่าหิมะรอบกาย "ใต้เท้าหวัง... เสบียงที่ท่านต้องการ ข้าให้ท่านได้มากกว่าที่ราชสำนักคาดหวังไว้เสียอีก แต่สิ่งที่ข้าต้องการแลกเปลี่ยน มิใช่ทองหยองหรือตำแหน่งขุนนางจอมปลอมพวกนั้น" ราชทูตหวังขมวดคิ้ว "แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด? ในเมื่อเจ้ามีทุกอย่างพร้อมสรรพเช่นนี้" เสี่ยวหนิงผุดรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก  "ข้าต้องการให้ เมืองจินหยาง กลายเป็น เขตปกครองพิเศษดินแดนที่ปกครองตนเองอย่างอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อกรมวัง ไม่ต้องฟังคำสั่งจากผู้ใด จินหยางจะเป็น 'ดินแดนต้องห้าม' สำหรับผู้ที่คิดจะมาแผ่อำนาจ”   “และข้าอยากจะทำให้ที่นี่ เป็น 'ที่พักพิงสุดท้าย' สำหรับมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นขอทานผู้ยากไร้หรือมหาเศรษฐีตกอับ หากก้าวเท้าเข้ามาในเขตของข้า ทุกคนคือประชากรของจินหยางที่ข้าจะคุ้มครองด้วยชีวิต"&
Magbasa pa

โหมดล่าสังหาร

ทว่า ในขณะที่เมืองจินหยางกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด สายตาคู่หนึ่งจากมุมมืดของกำแพงเมืองกลับจ้องมองเสี่ยวหนิงด้วยความอาฆาต บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งลอบเข้ามาพร้อมกับฝูงผู้อพยพ เขาคือสายลับจากแดนมังกรที่ได้ยินข่าวเรื่องอันน่าอัศจรรย์ประดุจเทพเซียนลงมาจุติ แม้จะได้ออกราชโองการให้เมืองจินหยางเป็นเขตปกครองพิเศษไปแล้ว แต่ฮ่องเต้และราชครูยังคงกระหายซึ่งอำนาจและต้องการครอบครองความลับนี้อยู่ดี เขามิได้ต้องการเสบียง... แต่เขาต้องการตัว "จางเสี่ยวหนิง" หรืออย่างน้อยก็คือแบบแปลนของเมืองนี้ทั้งหมด ฮ่องเต้ตรัสกับราชทูตที่เข้าเฝ้า และพระองค์ก็ได้ส่งชายชุดดำปะปนไปกับชาวบ้านในคาราวานของราชทูตเพื่อทิ้งไว้ที่เมืองจินหยาง "ข้าน้อยไร้ความสามารถ" ราชทูตร้องขอกับฮ่องเต้อย่างเวทนา [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมที่มีระดับความเป็นปรปักษ์สูงภายในเขตเมืองชั้นใน] [พิกัด: ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ห่างจากเรือนหลัก 500 เมตร] เสี่ยวหนิงที่กำลังยิ้มให้ภรรยาพลันชะงัก แววตาคมกริบดุจใบมีด เขากระซิบข้างหูหนิ
Magbasa pa

บทสส่งท้าย

ความพ่ายแพ้ของราชครูไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะทางการทหาร แต่มันคือการประกาศก้องว่ายุคสมัยแห่งอาคมและอำนาจมืดได้สิ้นสุดลงแล้ว จางเสี่ยวหนิงยืนอยู่บนยอดหอคอยทิศเหนือ ดวงตาคู่คมจ้องมองลงไปยังเมืองจินหยางที่บัดนี้กลายเป็นโครงข่ายอัจฉริยะไปกว่าครึ่ง "ระบบ... ตรวจสอบปริมาณพลังงานสะสมจากแผงรับแสงอาทิตย์และกังหันลมไม้ไผ่เหล็กกล้า" เสี่ยวหนิงสั่งการในใจ [ระบบแจ้งเตือน: ระดับพลังงานไฟฟ้าปัจจุบัน 92% พร้อมสำหรับการเปิดใช้งาน 'ระบบโครงข่ายแสงนิรันดร์' ทั่วเมือง] [แต้มชื่อเสียงคงเหลือ: 120,000 แต้ม] "ถึงเวลาเปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นความจริง" เสี่ยวหนิงพึมพำ  เขาเรียกประชุมผู้นำเมืองทุกคน ทั้งแม่ทัพเทียนอี้ นายอำเภอกู้ และที่สำคัญที่สุดคือ 'เหล่าช่างฝีมือชาวเมือง' ที่เขาเคี่ยวเข็ญฝึกฝนมานับปี ในห้องประชุมที่มีแผนที่สามมิติเรืองแสงตั้งอยู่กลางโต๊ะ ทุกคนมองเสี่ยวหนิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา "ท่านอาเกู้ ท่านพี่เทียนอี้... คืนนี้จินหยางจะไม่เหมือนเดิมอ
Magbasa pa
PREV
1234
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status