ศาสนาและความเชื่อล้วนผสมผสานอยู่ในการเมืองการปกครองของทุกยุคทุกสมัยอย่างเลี่ยงมิได้ ยังต้องมีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เข้ามาช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนให้อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงาม เภทภัยบางอย่างยังต้องอาศัยการร่ายบริกรรมคาถาปัดเป่าเพื่อจรรโลงจิตใจชาวประชาการทำศึกสงครามก็เช่นกัน ก่อนเคลื่อนพลประจัญบานเหวี่ยงดาบฟาดฟันฆ่าปั่นคอศัตรูยังต้องผ่านพิธีอันเป็นสิริมงคล เพื่อเรียกขวัญกำลังใจเหล่าทหารหลังสิ้นศึกหนักกับเทียนเป่ย แม้ต้าถังจักกำชัยกลับมา ทว่ายังคงมีงานตระเวนชายแดนที่ยังคงคั่งค้างรอสะสางท่ามกลางม่านราตรีที่ค่อยๆ คลี่คลุมอย่างเชื่องช้าในวันนี้ เว่ยฉีจึงได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนรอต้อนรับการมาเยือนของนักพรตจากอารามจิ๋วติ่งกงจากข่าวที่ได้รับรายงาน ทราบว่าท่านนักพรตได้ออกเดินทางจากอารามเมื่อยามรุ่งสาง คำนวณจากระยะการเดินทาง ย่อมใกล้ถึงก่อนพลบค่ำแน่นอนเมื่อถึงเวลาต้นยามซวี[1] แม่ทัพหนุ่มจึงมายืนอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนบัญชาการตามคำสั่งของรุ่ยอ๋องไม่นาน...เงาร่างบุรุษรูปงามในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์จึงปรากฏตรงหน้าแม่ทัพเว่ยเขาคือนักพรตซุนยวี่เจินเหรินซุนยวี่มีรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม แต่งกาย
Last Updated : 2026-01-14 Read more