All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 561 - Chapter 570

606 Chapters

บทที่ 561

ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไม่กล่าวคำใด ขณะเดินนำนางไป๋ผ่านม่านกั้นเข้าไปด้านในจี้หานอีเดินตามหลัง ก้าวเข้าไปด้านในเช่นกันฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมองดูจี้หานอีที่เดินเข้ามา นางนั่งลงบนเก้าอี้พลางกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “เจ้ากลับไปเถิด เรื่องนี้มอบให้พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าจัดการแล้วกัน”จี้หานอีมองไปทางฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น นางเม้มริมฝีปากก่อนกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “สะใภ้รู้สึกว่าการจัดการกับอนุหลัวเช่นนี้ออกจะไม่เหมาะสมนัก รอให้นายท่านใหญ่กลับมาแล้วค่อยตัดสินใจร่วมกันดีหรือไม่เจ้าคะ ถึงอย่างไรนางก็เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดคุณชายรอง ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ความปรองดองในครอบครัวย่อมสำคัญที่สุดเจ้าค่ะ”กล่าวถึงตรงนี้ จี้หานอีก็ชะงักไปเล็กน้อย “อีกอย่าง สะใภ้อยากไต่ถามไป๋เหอเป็นการส่วนตัวสักหน่อยเจ้าค่ะ”จุดประสงค์หลักของจี้หานอีคือไม่อยากให้รีบด่วนสรุปเรื่องราวเร็วเกินไปประโยคแรกที่จี้หานอีกล่าวถึงคือความปรองดองในครอบครัว ซึ่งความปรองดองนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงเรือนหน้า แต่ยังรวมถึงเรือนหลังด้วยคุณชายรองเสิ่นฉางอิงในจวนแม้เป็นเพียงบุตรที่เกิดจากอนุภรรยา แต่ก็นับว่าเป็นผู้มีความสามารถหาตัวจับยากในบรรดาลูก
Read more

บทที่ 562

จี้หานอีพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนหันไปกระซิบกับนางไป๋ผู้อยู่ข้างกาย "พี่สะใภ้กล่าวได้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ เวลานี้ร่างกายข้าไม่ค่อยสู้ดีนักคงต้องขอตัวกลับก่อน พี่สะใภ้ไปจัดการธุระเถิด"นางไป๋พินิจมองสีหน้าของจี้หานอี อีกฝ่ายอายุน้อยถึงเพียงนี้ ท่าทางก็ไม่ได้ดูเป็นคนแข็งกร้าว ทว่าเหตุใดกลับทำให้ตนเองรู้สึกเกร็งขึ้นมาได้หนอนางเคยคิดว่าตนเองสามารถควบคุมจี้หานอีได้อย่างง่ายดาย แต่ทันใดนั้นกลับรู้สึกว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้จัดการง่ายอย่างที่คิดเสียแล้วทว่าเมื่อมองดูสีหน้าของจี้หานอีก็ไม่อาจคาดเดาสิ่งใด จึงทำได้เพียงพยักหน้ายิ้มรับเท่านั้นรอจนจี้หานอีเดินจากไป นางไป๋ก็สอดมือเข้าในแขนเสื้อพลางทอดสายตามองแผ่นหลังอันบอบบางของอีกฝ่าย ภายในใจลอบคิดว่า บางทีความคิดความอ่านของสตรีผู้นี้อาจไม่ได้ดูไร้เดียงสาและใสซื่อเหมือนดั่งที่แสดงออกให้เห็นก็เป็นได้เรื่องราวในวันนี้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นมารู้ว่าอนุหลัวกระทำการเยี่ยงนี้ คงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและสั่งลงโทษอย่างหนักไปนานแล้วแต่สีหน้าของจี้หานอีกลับยังคงสงบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง กระทั่งความเคียดแค้นที่มีต่ออนุหลัวก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นสักนิดท่าทีเช่นนี้น
Read more

บทที่ 563

จี้หานอีล้างมือให้สะอาดก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงมองดูขนมเปี๊ยะข้าวเหนียวชิ้นหนึ่งบนจานใบเล็กเบื้องหน้า หลังก้มหน้าลงกัดไปหนึ่งคำ แต่ยามกะพริบตา สิ่งที่หวนคิดกลับเป็นภาพตอนที่ตนเองมองดูไป๋เหอสิ้นใจตายนางไม่ได้เกิดความรู้สึกสงสารไป๋เหอ แม้จะน่าเวทนาอยู่บ้างก็ตาม เพราะนางกำลังรู้สึกคล้ายตนเองติดอยู่ในจวนหลังใหญ่ที่มีกำแพงสูงตระหง่านสี่ด้านและเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก ความโหดร้ายและคลื่นใต้น้ำหลังกำแพงสูงแห่งนี้กำลังก่อตัวขึ้นมาอย่างหนาแน่นความหนาวเหน็บสายหนึ่งพลันแล่นปราดขึ้นมาจากฝ่าเท้านางยิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกว่า จวนตระกูลสูงศักดิ์อย่างจวนสกุลเสิ่นนั้นช่างแตกต่างไปจากจวนสกุลจี้และจวนสกุลเซี่ยในอดีตโดยสิ้นเชิงจวนสกุลจี้นั้นมีแต่ความปรองดอง ต่อให้บ่าวไพร่กระทำความผิด ก็ไม่มีทางใช้บทลงโทษที่รุนแรงถึงเพียงนั้น อย่างมากก็แค่ถูกขายออกไป ส่วนการใช้ไม้หนีบนิ้วมือหรือตัดลิ้น นับว่าเป็นความโหดเหี้ยมที่นางไม่เคยนึกฝันมาก่อนความตายของไป๋เหอ ยิ่งทำให้จี้หานอีรู้สึกหวาดผวาราวกับว่าตนเองก็กำลังตกอยู่ในแผนการร้ายเช่นกันแม้จวนสกุลเซี่ยจะเป็นตระกูลใหญ่และมีผู้คนในตระกูลไม่น้อย ทว
Read more

บทที่ 564

เสิ่นซื่อรับฟังมาถึงตรงนี้ กอปรกับตอนที่เดินทางกลับมาก็ได้ยินผู้ติดตามเล่าเรื่องนี้ให้ฟังบ้างแล้ว จึงเข้าใจต้นสายปลายเหตุอยู่พอสมควรช่วงสองวันมานี้เขาต้องวุ่นวายอยู่กับงานในสำนักตรวจการ ซ้ำยังต้องจัดการเรื่องของเว่ยอู่ จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวภายในจวน นับว่าเป็นความหละหลวมของเขาเอง คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีข่าวลือพรรค์นี้เกิดขึ้นมาเสียได้และเมื่อได้ยินพี่สี่กล่าวเช่นนั้น เขาก็พลันนึกถึงจี้หานอีที่มักจะมีนิสัยโอนอ่อนผ่อนตามมาแต่ไหนแต่ไร หากนางได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในจวนเช่นนี้ ภายในใจนางจะคิดเช่นไรกัน?ในเวลานี้ นางกำลังรู้สึกเช่นไร?แท้จริงแล้วเรื่องราวในคราวนี้ล้วนมีต้นเหตุมาจากตัวเขา นับเป็นเคราะห์ร้ายที่เขานำพาไปสู่นางโดยแท้สีหน้าของเสิ่นซื่อเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นดวงตาของพี่สี่ที่แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด เรื่องราวภายในเรือนของพี่สี่เขาเองก็ไม่อาจก้าวก่ายมากนัก ทำได้เพียงใช้สองมือประคองมือของพี่สี่ไว้พลางกล่าว “เรื่องนี้ข้าเองก็เพิ่งรู้ในวันนี้ พี่สี่อย่าได้ทำเช่นนี้เลยขอรับ หากเป็นความเห็นของข้า ข้าย่อมยินดีรับปากพี่สี่อยู่แล้ว”“เพียงแต่เรื่องนี้ผู้ที่ต้องทนรับความน้อ
Read more

บทที่ 565

นางเองก็ไม่อยากกล่าวให้รุนแรงเกินไปจนต้องมาผิดใจกับบุตรชายจึงเสริมว่า “แม่เข้าใจความหมายของเจ้า และแม่ก็ไม่ได้โทษนางเสียหน่อย เพียงสอบถามเจ้าดูเท่านั้นเอง”เสิ่นซื่อหลุบตาลง ก่อนหยัดกายลุกขึ้น เสียงของเขาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน “ท่านแม่ผ่านโลกมาทั้งชีวิต ย่อมรู้ดีว่าสิ่งใดคือข่าวลือ หากหลงเชื่อโดยง่าย ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกผู้อื่นจูงจมูกขอรับ”“ผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าวลือ แล้วมีเจตนาใดกันแน่? หานอีคือภรรยาที่ข้าเพิ่งแต่งเข้ามา จู่ ๆ ก็มีเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้น ท่านแม่ไม่คิดว่าควรต้องตรวจสอบให้กระจ่างหรือไร”ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเงยหน้ามองใบหน้าอันเย็นชาและเคร่งขรึมของเสิ่นซื่อด้วยความงุนงง ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนจะได้ยินเสิ่นซื่อกล่าวต่อ “วันนี้นางต้องมารับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ ภายในใจจะปวดร้าวเพียงใด? ลูกคงไม่อาจรั้งอยู่ต่อ ต้องขอตัวไปดูนางก่อน ลูกขอตัวขอรับ”เสิ่นซื่อกล่าวจบก็ทำท่าจะก้าวเดินออกไป ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมองแผ่นหลังของเสิ่นซื่อที่หันขวับไปแล้ว พลันเอ่ยปากถามขึ้นว่า “แม่ขอถามเจ้า ที่นางหลัวบอกว่าเห็นบ่าวรับใช้หอบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดออกมา มันหมายความว่าอย่างไร?”
Read more

บทที่ 566

เมื่อเสิ่นซื่อเดินกลับไป บรรดาผู้ติดตามล้วนถูกสั่งให้ถอยห่าง เหลือเพียงเหวินอันผู้เดียวเท่านั้น และเหวินอันก็รีบกระซิบทันทีว่า “เมื่อครู่ข้าน้อยให้คนไปตรวจสอบที่เรือนคนเฝ้าประตูแล้ว สองวันก่อนมีจดหมายจากผู้บัญชาการหลัวส่งถึงอนุหลัวจริงขอรับ”เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนก้าวเดินต่อไปยามก้าวเข้ามาภายในห้อง จี้หานอีก็กำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนตั่งกุ้ยเฟยเรื่องของเรื่องคือเมื่อสองวันก่อนนางนอนอยู่บนเตียงแล้วรู้สึกเบื่อหน่าย จึงให้หรงชุนออกไปหาซื้อหนังสือมาอ่านเล่นหรงชุนบอกว่านี่เป็นหนังสือนิยายที่ขายดีที่สุดในยามนี้ ซ้ำยังซื้อมาให้นางถึงสามเล่มนางหยิบขึ้นมาส่ง ๆ เล่มหนึ่ง ซึ่งก็คือเรื่องราวของแม่ม่ายหลี่เล่มนั้นตอนแรกจี้หานอีเพียงหยิบมาอ่านฆ่าเวลา นึกไม่ถึงเลยว่าอ่านไปอ่านมาจะรู้สึกสนุกไม่น้อย หน้าประตูบ้านของแม่ม่ายหลี่ผู้นั้นมีชายหนุ่มแวะเวียนมาหาไม่ขาดสาย หากไม่ใช่แม่ทัพน้อยก็ต้องเป็นบัณฑิตเจ้าสำราญ มิน่าเล่าถึงได้ขายดีนักทว่าหนังสือประเภทนี้ก็ทำได้เพียงแอบอ่านเท่านั้น หากถูกคนเจ้าระเบียบเช่นฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมาเห็นเข้า มีหวังจวนคงได้ลุกเป็นไฟแน่จี้หานอ
Read more

บทที่ 567

จี้หานอีชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปล่อยเรื่องนี้ให้แล้วกันไปอย่าว่าแต่เรื่องที่นางยังคงมีความเคลือบแคลงใจเลย ลำพังเรื่องที่อนุหลัวได้รับการลงทัณฑ์ไปแล้ว นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวเป็นผู้ที่ได้คืบจะเอาศอกอีกยิ่งไปกว่านั้นพี่ชายของเสิ่นซื่อก็ถึงขั้นเอ่ยปากแล้ว ภายหน้านางยังปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในจวน จึงยิ่งไม่จำเป็นต้องเพิ่มเรื่องราวให้วุ่นวาย ซ้ำอนุหลัวยังเป็นคนของบ้านใหญ่ เสิ่นซื่อจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเท่าใดนักจังหวะนั้นเอง สาวใช้ด้านนอกก็เข้ามารายงานว่า เสิ่นซู่พาบุตรชายมาขอขมาแล้ว ทั้งยังได้ยินว่าบุตรชายของเขาคุกเข่าโขกศีรษะอยู่บนพื้นไม่ยอมลุก เอาแต่ร้องขอรับการลงทัณฑ์แทนอนุหลัวท่าเดียวเมื่อจี้หานอีได้ฟังดังนั้นก็นึกไม่ถึงอยู่บ้าง แต่ก็จำต้องยอมรับว่า แม้อนุหลัวจะเป็นเพียงอนุภรรยา ทว่ากลับมีบุตรชายที่กตัญญูและสามีที่รักใคร่ หากนางเป็นคนมีนิสัยเลวร้ายจริง ก็คงไม่มีทางได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นแน่จี้หานอีจึงกล่าวกับเสิ่นซื่อว่า "ในเมื่ออนุหลัวได้รับการลงทัณฑ์แล้ว ข้ากับนางล้วนไม่ได้มีความแค้นเคืองต่อกัน บางทีนางอาจทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าเ
Read more

บทที่ 568

เสิ่นซื่อกดมือของเสิ่นฉางอิงลง ย่อมรู้ดีว่าการที่พี่สี่ส่งเสิ่นฉางอิงมานั้นหมายความว่าอย่างไรต่อให้เขาต้องการทวงคืนความเป็นธรรมให้จี้หานอีจริง แต่ก็ไม่อาจลงมือกับเสิ่นฉางอิงอยู่ดี ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นหลานชาย หาใช่คนนอก ทั้งเรื่องนี้เสิ่นฉางอิงก็ไม่ได้มีส่วนร่วมรู้เห็น จึงถือว่าไม่มีความผิดหลังสนทนากันอีกเล็กน้อย เสิ่นซื่อก็บอกให้ผู้เป็นพี่ชายพาเสิ่นฉางอิงกลับไปก่อนเสิ่นซู่พลันชะงักเท้าขณะถามเสิ่นซื่อก่อนกลับ “ได้ยินว่าฉางหลิงไปปราบโจรที่อำเภอสุ่ย น้องห้าพบเขาบ้างหรือไม่?”“ตอนนั้นเขาดึงดันจะไปสร้างผลงานให้ได้ คนไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอย่างเขาจะไปปราบโจรได้อย่างไร พวกโจรภูเขาล้วนโหดเหี้ยมอำมหิต เขาจะรับมือไหวหรือ? หลายวันมานี้ข้าเป็นห่วงเขายิ่งนัก นี่ก็ไหว้วานคนให้ไปสืบข่าว แต่กลับได้ความว่าเขาไม่ค่อยกลับค่ายหรือที่ว่าการเลย เอาแต่นำกำลังออกไปซุ่มโจมตีอยู่ทั้งวัน ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เป็นเช่นไร ข้าล่ะร้อนใจนัก มารดาเขายิ่งกินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นห่วงเขาทุกวัน”เสิ่นซื่อทอดสายตามองเสิ่นซู่ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี ใบหน้าของอีกฝ่ายแฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง เขาจึงตอบกลับไป “ตอ
Read more

บทที่ 569

หรงชุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ส่ายหน้า "ตอนกลับมาเมื่อวันก่อน ท่านโหวสั่งให้บ่าวไพร่ระหว่างทางถอยออกไปหมดสิ้น บ่าวเดินตามมาก็ไม่เห็นผู้ใดแม้แต่คนเดียว ไม่มีทางที่จะมีผู้ใดพบเห็นอีกแน่นอนเจ้าค่ะ"จี้หานอีพยักหน้า ไม่ได้ซักไซ้สิ่งใดต่อนางเองก็รู้สึกง่วงงุนขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อดื่มยาที่แม่นมฟางยกเข้ามาให้เสร็จจึงล้มตัวลงนอนกระทั่งหลับไปจนถึงกลางดึก ด้านหลังก็พลันปรากฏเรือนกายอุ่นร้อนแนบชิดเข้ามา ฝ่ามืออันกว้างใหญ่ลูบไล้ขึ้นมาบนเอวคอด ก่อนจะค่อย ๆ จับพลิกร่างอย่างแผ่วเบา ให้จี้หานอีหันหน้าเข้าหาตนเองจี้หานอีผู้กำลังหลับสนิทจึงตื่นขึ้นมาสะลึมสะลือ นางรู้สึกว่าปลายคางถูกเชยขึ้น จากนั้นริมฝีปากอันเปียกชื้นก็ประทับลงมาจี้หานอีปรือตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความง่วงงุน ก่อนพบเข้ากับเสิ่นซื่อที่เรือนกายแผ่ซ่านไอเย็นแห่งยามราตรี บนใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ทว่าสายตากลับจ้องมองนางเขม็งนางง่วงจนแทบทนไม่ไหว ฝ่ามือดันแผงอกของเสิ่นซื่อไว้ และคิดจะพลิกตัวกลับไปอีกทางทว่าเสิ่นซื่อกลับรั้งเอวจี้หานอีไว้ไม่ยอมให้ขยับ ในลำคอเปล่งเสียงครางทุ้มต่ำการร่วมอภิรมย์อย่างเร่งรีบในวังเมื่อคราวก่อน ไม่อาจปลดปล่อยควา
Read more

บทที่ 570

ภายในห้องของนางไป๋ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง นางกำลังนั่งล้างเครื่องประทินโฉมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ภายในห้องเหลือเพียงบ่าวรับใช้คนสนิทคอยปรนนิบัติผู้หนึ่ง หลังรับฟังรายงานจากบ่าวรับใช้ นางก็ทอดสายตามองใบหน้าที่ล้างเครื่องสำอางออกจนหมดจดในคันฉ่อง ซึ่งแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าเล็กน้อยเรื่องที่สามียอมบากหน้าไปขอร้องเสิ่นซื่อเพื่ออนุหลัวนั้น เป็นสิ่งที่นางไป๋คาดไม่ถึงมาก่อน แม้จะเลิกใส่ใจเรื่องพรรค์นี้มานานแล้ว ทว่าส่วนลึกในใจกลับยังคงมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ไม่น้อยบ่าวอาวุโสจางลอบสังเกตสีหน้าของนางไป๋ ก่อนกระซิบ “ไม่แน่ว่าอนุหลัวอาจฟื้นขึ้นมา แล้วเป่าหูนายท่านอีกกระมัง?”“แต่ไหนว่าหลังจากนายท่านกลับไปก็บันดาลโทสะ ทั้งยังลงโทษบ่าวไพร่ในเรือนของอนุหลัวด้วยไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”นางไป๋ไม่ได้ตอบรับคำใด แผนยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัวของนางครั้งนี้ ประการแรกคือเพื่อลดทอนความสำคัญของอนุหลัวในใจสามี ประการที่สองคือเพื่อทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเกิดความแคลงใจในตัวจี้หานอีจากเรื่องโจรภูเขา สุดท้ายผู้ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ก็คือนางทั้งสิ้นแต่เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นไปตามที่วาดหวังด้
Read more
PREV
1
...
5556575859
...
61
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status