Semua Bab ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์: Bab 41 - Bab 50

122 Bab

บทที่ 40: สถาปนิกผู้ถูกเนรเทศ และรหัสปรสิตในดวงใจ

ประตูเหล็กหนาที่กั้นขวางอุโมงค์สนิมค่อยๆ เลื่อนเปิดออกจนสุด เผยให้เห็นทางเดินเบื้องหน้าที่แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มันคือโถงทางเดินยาวสีขาวสะอาดตาที่ปูด้วยกระเบื้องเซรามิกชนิดพิเศษ ผนังทั้งสองข้างฝังด้วยเส้นไฟ LED สีฟ้าอ่อนที่วิ่งเป็นจังหวะชีพจร อากาศภายในนี้เย็นฉ่ำและไร้กลิ่นอับชื้น มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของโอโซนและน้ำยาฆ่าเชื้อ ซึ่งขัดแย้งกับคราบเลือดและโคลนตมที่เปรอะเปื้อนอยู่บนตัวของก้องภพ ไวท์ และเคน อย่างสิ้นเชิงที่ปลายสุดของทางเดินนั้น มีเงาร่างของชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้พวกเขา เขาสวมชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บอย่างประณีตแบบโลกยุคเก่า ผมสีดอกเลารวบตึงเป็นระเบียบ มือทั้งสองข้างไพล่หลังมองดูจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ที่กำลังแสดงผลกราฟิกของเครือข่ายทศกัณฐ์ทั่วทั้งพระนคร"ยินดีต้อนรับสู่ 'ห้องพยากรณ์' (The Oracle Chamber)..." ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง เสียงของเขาทุ้มลึกและกังวานประดุจระฆังวัดที่ตีในยามเช้า "ข้ารอคอยการมาถึงของบุตรแห่งสิงห์ภพมานานกว่าทศวรรษแล้ว"ก้องภพกระชับด้ามดาบเลเซอร์ในมือแน่น แสงสีทองจากพลังอวตารขั้นที่สองเริ่มไหลเวียนที่ฝ่ามือ "คุณเป็นใคร? และรู้รหัสลั
Baca selengkapnya

บทที่ 41: มหันตภัยคู่ขนาน - เพลิงแค้นวานร และเงาหัวใจวิบัติ

นาฬิกานับถอยหลังบนหน้าจอโฮโลแกรมในดวงตาของ ก้องภพ เริ่มทำงาน ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนอย่างไร้ความปรานี: [29:59... 29:58...] ทุกวินาทีที่ผ่านไปหมายถึงชีวิตของเพื่อนพ้องที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย สายฝนในอุโมงค์ระบายน้ำทิ้งเบื้องหลังเขาจางหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความเงียบสงัดและเย็นเยียบของโซนอุตสาหกรรมใต้ดินระดับสูง "Sector Zero"เบื้องหน้าของก้องภพคือประตูนิรภัยบานยักษ์สูงสิบเมตรที่ทำจากไทเทเนียมผสมคาร์บอนไฟเบอร์ สลักรูปหน้ายักษ์ทวารบาลที่น่าเกรงขาม มันไม่ใช่แค่ประตูกลไก แต่มันคือป้อมปราการที่มีชีวิต ทันทีที่เซนเซอร์ตรวจจับรหัสแปลกปลอมของผู้บุกรุก รูปปั้นยักษ์โลหะสองตนที่ยืนขนาบข้างประตูก็เริ่มขยับตัว เสียงเฟืองไฮดรอลิกครางกระหึ่มประดุจเสียงคำรามของสัตว์ร้าย"ผู้บุกรุก... ระดับภัยคุกคาม Omega... คำสั่ง: สังหารทันที"ยักษ์จักรกลทวารบาล (Gatekeeper Yaksa) ทั้งสองตนยกกระบองพลาสม่าขนาดยักษ์ขึ้นสูง กระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วอาวุธ ก้องภพไม่ได้ชะลอฝีเท้าลงแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนด้วยพลังแห่ง อวตารวานรขั้นที่สอง ความโกรธแค้นที่ถูกหลอกใช้ และความเจ็บปวดที่ต้องทิ้งเพื่อนไว้เ
Baca selengkapnya

บทที่ 42: พิธีกรรมไล่มาร และโลกสีเลือดในความทรงจำ

แคปซูลหลบหนีฉุกเฉินของ ก้องภพ กระแทกพื้นคอนกรีตของสถานีรถไฟใต้ดินร้างที่เป็น "เซฟเฮาส์ชั่วคราว" ของดอกเตอร์พิเภก เสียงโลหะครูดกับพื้นดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับประกายไฟที่สาดกระเซ็น ไอน้ำจากระบบระบายความร้อนพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ ก้องภพตะเกียกตะกายออกมาจากแคปซูลด้วยสภาพที่สะบักสะบอม ร่างกายของเขายังคงเย็นเฉียบจากการแช่แข็งตัวเองใน Sector Zero แต่หัวใจของเขากลับร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วง"นารา! นาราอยู่ไหน!" ก้องภพตะโกนก้องเสียงแหบพร่า"ทางนี้ก้อง! ทางนี้!" เสียงของ เมย ดังมาจากแท่นชาลาเก่าก้องภพรีบวิ่งฝ่าดงซากรถไฟเก่าเข้าไป พบสมาชิกทีมทุกคนกำลังล้อมวงกันอยู่รอบเตียงสนามที่มีร่างของ นารา นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ สภาพของเธอในตอนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับศัตรู ผิวหนังของเธอซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนเป็นลวดลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์สีแดงฉานที่กำลังลุกลามจากท้ายทอยไปทั่วใบหน้า ดวงตาของเธอเบิกโพลงแต่ไร้แวว และมีเสียงกรีดร้องที่ผสมผสานระหว่างเสียงมนุษย์และเสียงสัญญาณรบกวน (Static Noise) ดังออกมาจากลำคอไม่หยุด"เราพยายามล็อกตัวเธอไว้แล้ว แต่แรงเธอเยอะมาก!" วิน พูดขณะที่เขาและ ไวท์ ช่
Baca selengkapnya

บทที่ 43: ทะยานสู่ฟ้า และกำแพงที่มองไม่เห็น

เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นพลาสม่าของยาน "หนุมานเหินหาว" ครางกระหึ่มก้องไปทั่วอุโมงค์ส่งตัวใต้ดินในเซฟเฮาส์ของดอกเตอร์พิเภก มันเป็นยานขนส่งสินค้าเก่าทรงรีที่ถูกดัดแปลงด้วยเศษซากอะไหล่จากตลาดมืด แต่ในสายตาของสมาชิกกลุ่ม Fellowship ทุกคนในเวลานี้ มันคือราชรถที่จะพาพวกเขาไปสู่อิสรภาพและเข้าใกล้จุดจบของสงครามเมย เดินตรวจเช็กความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เธอกระชับสายรัดนิรภัยให้กับ เด็กหญิงอานนท์ ที่นั่งอยู่ในแคปซูลพยุงชีพอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปแจกจ่าย "เข็มฉีดยาปรับความดัน" ให้กับสมาชิกทุกคน"ทุกคนฟังเมยนะ" เมยพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเป็นงานเป็นการ ผิดกับภาพลักษณ์สาวน้อยผู้ใจดีในยามปกติ "เรากำลังจะขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แรงจี (G-Force) จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ถ้าใครรู้สึกหน้ามืดให้ปักเข็มนี้เข้าที่ต้นขาขวาทันที ห้ามฝืนเด็ดขาดเข้าใจไหม? โดยเฉพาะพี่วินกับเคนที่มีบาดแผลฉกรรจ์อยู่""รับทราบครับคุณพยาบาล" เคนตอบรับพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะรับเข็มมาเหน็บไว้ที่เข็มขัด"แล้วก้องล่ะเมย?" นารา ตะโกนถามมาจากที่นั่งนักบินด้านหน้า "ค่าชีพจรของเขาเป็นยังไงบ้าง?"เมยเดินเข้าไปหา ก้องภพ ที่นั่งหลับ
Baca selengkapnya

บทที่ 44: ราชาเศษเหล็ก และวานรปีกหักท่ามกลางดงสนิม

กลิ่นคาวน้ำมันเครื่องไหม้และไอระเหยของสารเคมีรุนแรงลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่ยาน "หนุมานเหินหาว" ตกกระแทกพื้น ซากยานขนส่งทรงรีที่เคยเป็นความหวังเดียวในการขึ้นสู่อวกาศ บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กบิดงอที่ฝังครึ่งหนึ่งอยู่ในภูเขาขยะโลหะของ "สุสานเครื่องจักร โซนรังสิต" เปลวไฟสีส้มเลียไล้ไปตามรอยแตกของตัวถัง ส่งควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ยังคงมีตาข่ายเลเซอร์สีแดงจางๆ ของ 'ข่ายมนตร์ทศกัณฐ์' ปกคลุมอยู่ ประดุจกรงขังที่ไม่มีวันเปิดออกก้องภพ นั่งพิงซากล้อลงจอดขนาดใหญ่ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ทุกครั้งที่ขยับตัว ความเจ็บปวดร้าวรานจะแล่นพล่านไปทั่วแขนขวาที่ไหม้เกรียมจนถึงกระดูก ผิวหนังไซบอร์กส่วนนั้นละลายติดกันเป็นเนื้อเดียวกับวงจรภายในที่เสียหาย ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อและพลาสติกชวนคลื่นไส้ รอยสักยันต์ทั้งเจ็ดที่หน้าอกบัดนี้กลายเป็นสีเทาดำด้านๆ ไร้ซึ่งประกายพลังใดๆ มันเงียบสนิทประดุจสุสานที่ปิดตาย"อยู่นิ่งๆ นะก้อง... ฉันต้องตัดเนื้อตายออกก่อน ไม่อย่างนั้นการติดเชื้อจะลามเข้าสู่ระบบประสาทกลาง" เมย พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น เธอฉีกแขนเสื้อตัวเองมาทำเป็นผ้าพันแผลชั
Baca selengkapnya

บทที่ 45: คมมีดกรีดเนื้อ และปีกเหล็กดัดแปลง

สายลมที่พัดผ่านช่องเขาขยะในยามวิกาลส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงผีร้องไห้ กลุ่ม Fellowship ที่สะบักสะบอมได้พาร่างที่อ่อนแรงหนีจากการไล่ล่าของจ่าเงาะเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ใน "ซากเครื่องบินลำเลียงยักษ์" สมัยสงครามทศกัณฑ์OSครั้งก่อนที่ถูกทิ้งร้างฝังจมดินอยู่ใต้กองภูเขาขยะ โครงสร้างโลหะสนิมเขรอะของมันกลายเป็นป้อมปราการชั่วคราวที่พอจะกันลมและสายตาจากศัตรูได้ภายในห้องเก็บสัมภาระของซากเครื่องบิน แสงไฟจากตะเกียงเคมีที่ ไวท์ ค้นเจอส่องสว่างวิบวับเป็นแสงสีเขียวหม่น เผยให้เห็นสภาพที่สะบักสะบอมของทุกคน ก้องภพ นอนกัดฟันแน่นอยู่บนลังกระสุนเก่า เหงื่อกาฬไหลพรากท่วมตัวจนเสื้อผ้าเปียกโชก ใบหน้าของเขาซีดเผือดตัดกับรอยไหม้เกรียมที่แขนขวาซึ่งบัดนี้เริ่มบวมเป่งและส่งกลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อตายและฉนวนสายไฟที่ละลายติดกัน"ไข้ขึ้นสูงมาก..." เมย วางมือทาบหน้าผากก้องภพ สีหน้าของเธอเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปม "พิษจากแผลไหม้กำลังเข้าสู่กระแสเลือด ถ้ารอให้ถึงเช้า... เขาอาจจะช็อกจนหัวใจวายได้""ต้องทำยังไงเมย?" วิน ถามเสียงเครียด เขาพยายามประคองน้องชายไว้ "ต้องใช้ยาอะไร? พี่จะออกไปหามาให้""ยาแก้ปวดที่เรามีมันไม่พอสำหรั
Baca selengkapnya

บทที่ 46: เสียงเรียกจากศิลา และเกราะพสุธากัมปนาท

ความมืดมิดใต้พื้นพิภพไม่ได้เงียบสงัดอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ โดยเฉพาะใต้ "สุสานเครื่องจักร" แห่งนี้ มันเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของโครงสร้างโลหะที่บิดตัวจากการทับถม เสียงน้ำเสียที่ไหลซึมผ่านซอกหิน และเสียง ครืด... ครืด... ที่ดังแว่วมาตามผนังอุโมงค์ดินชื้นแฉะราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังขุดคุ้ยหาเหยื่อกลุ่ม Fellowship ค่อยๆ โรยตัวลงมาจากช่องระบายอากาศเก่าที่ ไวท์ค้นพบ แสงไฟจากตะเกียงเคมีที่ติดอยู่บนไหล่ของ เคน และ วิน ส่ายไปมาเผยให้เห็นสภาพแวดล้อมที่ชวนขนลุก ผนังอุโมงค์ไม่ได้ทำจากดินเพียงอย่างเดียว แต่มันอัดแน่นไปด้วยโครงรถยนต์เก่า ซากตู้เย็น และเหล็กเส้นที่ขึ้นสนิมจนกลายเป็นสีแดงเลือดหมู กลิ่นเหม็นอับของเชื้อราผสมกับกลิ่นกำมะถันรุนแรงจน เมย ต้องเอาผ้าขึ้นมาปิดจมูกให้ เด็กหญิงอานนท์ ที่เกาะหลังเธออยู่แน่น"ลึกมาก..." ก้องภพ กระซิบพลางใช้มือซ้ายที่ยังใช้งานได้ยันผนังอุโมงค์เพื่อทรงตัว เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามใบหน้าแม้ว่าอากาศข้างล่างจะเย็นเยียบ แขนขวาที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาหมาดๆ ถูกพันด้วยผ้าหนาแน่น แต่มันยังคงส่งสัญญาณความเจ็บปวดตุบๆ ทุกครั้งที่หัวใจเต้น "ดร.พิเภก... สัญญาณยังชัดอยู่ไหมครับ?""
Baca selengkapnya

บทที่ 47: อสูรกายกลืนเมือง และพันธมิตรสนิมเหล็ก

แสงรุ่งอรุณแรกของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดเขาขยะโลหะในเขต "สุสานเครื่องจักร รังสิต" เปลี่ยนให้เศษเหล็กและสังกะสีนับล้านชิ้นสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับเพชรพลอยที่เปื้อนเลือด แต่ความงามนั้นไม่อาจกลบกลิ่นอายของความตายที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศได้ที่ปากปล่องระบายอากาศขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อลงสู่โลกใต้ดิน "จ่าเงาะ" หรือราชาเศษเหล็ก ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางลูกสมุนนับร้อยคนที่ถืออาวุธครบมือ แขนกลไฮดรอลิกขนาดมหึมาของเขาพ่นควันไอน้ำสีขาวออกมาเป็นระยะ เสียงเครื่องยนต์ในชุดเกราะครางกระหึ่มบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่พุ่งถึงขีดสุด"พวกมันลงไปนานเกินไปแล้ว..." จ่าเงาะคำรามเสียงต่ำพลางถ่มน้ำลายสีดำลงพื้น "ไอ้หนอนยักษ์ข้างล่างนั่นคงย่อยพวกมันจนไม่เหลือซากแล้วมั้ง เสียดายชะมัด... ข้าอยากได้ปีกนางฟ้านั่นมาประดับบัลลังก์ซะหน่อย""จ่าครับ! มีแรงสั่นสะเทือนจากข้างล่าง!" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนรายงานพร้อมชี้ไปที่เครื่องตรวจจับแรงสั่นสะเทือนที่เข็มตีขึ้นขีดแดงทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวก็พุ่งขึ้นมาจากปากปล่อง ฝุ่นควันโขมงพวยพุ่งออกมาพร้อมกับร่างของกลุ่มกบฏกุมภัณฑ์ที่กระโจนออกมาจากเงามืด นำโดย วิน ที่แบก เมย แล
Baca selengkapnya

บทที่ 48: มัจจุราชไร้เงา และราตรีที่ดวงดาวดับแสง

ค่ำคืนใน "สุสานเครื่องจักร" แห่งรังสิต ปกติแล้วจะเงียบเหงาและวังเวง แต่คืนนี้กลับต่างออกไป กองไฟกองใหญ่ที่ก่อจากยางรถยนต์เก่าลุกโชนสว่างไสวอยู่กลางลานกว้าง ส่งเปลวเพลิงสีส้มแดงเต้นระบำไปตามซากโลหะ เสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงที่เกิดจากการเคาะถังน้ำมันและดีดสายพานเครื่องจักรดังกระหึ่มไปทั่วหุบเขาขยะ เหล่าสมาชิกแก๊งคนเก็บขยะ (Scavengers) กำลังเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือหนอนยักษ์ เหล้าเถื่อนที่หมักจากหัวมันสำปะหลังผสมน้ำยาหล่อเย็นถูกส่งต่อกันมือต่อมือ เสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ดังกลบเสียงลมหวีดหวิวที่มุมหนึ่งของงานเลี้ยง ก้องภพ นั่งอยู่บนโซฟาเบาะหนังขาดๆ ที่ จ่าเงาะ ยกมาให้เป็นเกียรติ แขนขวาที่สวม "เกราะพสุธา" (ซึ่งตอนนี้ลดขนาดลงเหลือเพียงปลอกแขนหินสีดำสลักลายทอง) วางพักอยู่บนเข่า แม้ร่างกายจะยังปวดร้าวจากการต่อสู้ แต่รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏบนใบหน้าเมื่อเห็น เมย และ มโนราห์ กำลังสอนเด็กๆ ในแก๊งขยะพับกระดาษ (ที่หาได้ยากยิ่ง) เป็นรูปนก"ดื่มซะไอ้น้องชาย! นี่คือน้ำเปลี่ยนนิสัยสูตรลับของปู่ข้า!" จ่าเงาะหัวเราะร่วนพลางยัดแก้วสแตนเลสบุบๆ ใส่มือก้องภพ "รับรองว่าจิบเดียวลืมความเจ็บ จิบสองลืมเมียที่บ้าน!"ก้อง
Baca selengkapnya

บทที่ 49: สัญญาณจากตุ๊กตาหมี และกองทัพเดนตายมุ่งสู่ทิศเหนือ

ควันไฟจากการต่อสู้ยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือ "สุสานเครื่องจักร" แห่งรังสิต บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้อันตรธานหายไปสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำมันเครื่องไหม้ และเสียงคร่ำครวญของผู้บาดเจ็บที่ดังระงมไปทั่วหุบเขาขยะก้องภพ นั่งทรุดตัวอยู่บนกองซากรถบัสเก่า สองมือกุมศีรษะแน่น ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าและคราบเลือดที่แห้งกรัง แขนขวาที่เคยห่อหุ้มด้วยเกราะพสุธาอันทรงพลัง บัดนี้กลับคืนสู่สภาพแขนไซบอร์กที่ไหม้เกรียมและไร้การตอบสนองยิ่งกว่าเดิม ความเจ็บปวดทางกายที่แล่นพล่านไปตามเส้นประสาทเทียมนั้น เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในหัวใจที่ถูกบีบอัดจนแทบแหลกสลาย"โธ่เว้ย! โธ่เว้ย!" ก้องภพตะโกนก้องพร้อมกับทุบกำปั้นซ้ายลงบนหลังคารถจนบุบ "ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอ... แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย! ฉันมันไร้น้ำยา!""หยุดโทษตัวเองได้แล้ว!" วิน (ในร่างพาลีที่เกราะแตกยับเยิน) เดินเข้ามาดึงคอเสื้อก้องภพขึ้นมา "การที่เอ็งมานั่งโวยวายอยู่ตรงนี้มันช่วยให้อานนท์กลับมาไหม? มันทำให้ศิลาที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาหรือเปล่า?"ก้องภพจ้องมองพี่ชายด้วยดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วย
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
34567
...
13
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status