LOGIN"ห้าสิบปีแห่งความสงบสุขลวงตา... บัดนี้ พันธสัญญาดิจิทัลกำลังถูกทำลาย" ณ มหานครที่ไม่มีวันหลับใหลอย่างนีโอ-กรุงเทพฯ ตำนานเก่าแก่เรื่องยักษ์ปักหลั่นได้กลายเป็นเพียงนิทานที่ถูกลบเลือนไปจากฐานข้อมูล แต่เมื่อไวรัสประหลาดเริ่มกัดกินจิตสำนึกของผู้คนผ่านโครงข่ายประสาทเทียม มีเพียงเด็กหนุ่มจากย่านคลองเตยคนเดียวเท่านั้นที่ถือ 'กุญแจ' สำคัญไว้ในมือ ร่วมเดินทางไปกับก้องภพและเหล่าอดีตแฮกเกอร์ในตำนาน ในภารกิจสุดอันตรายเพื่อหลอมรวมยันต์เก้าโลกาขึ้นมาใหม่ ก่อนที่เงามืดจากอดีตจะกลืนกินกรุงเทพฯ ไปตลอดกาล
View Moreในยุคที่ท้องฟ้าเหนือ "นีโอ-กรุงเทพฯ" ไม่เคยเห็นแสงตะวันจริงๆ อีกต่อไป มันถูกฉาบด้วยหน้าจอโฮโลแกรมยักษ์รูปยักษ์วัดแจ้งที่ส่องแสงนีออนสีม่วงแดง สาดส่องผ่านม่านฝนกรดที่ตกชุกตลอดทั้งปี ที่นี่... ข้อมูลมีค่ากว่าพระเครื่อง และการเชื่อมต่อคือลมหายใจที่ขับเคลื่อนเมืองหลวงแห่งนี้
เมื่อห้าสิบปีก่อน ในยุคที่ "โครงข่ายรัตนโกสินทร์" เพิ่งถูกวางรากฐาน เกิดสงครามไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่เกือบจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นอดีต เมื่อ "ทศกัณฐ์ OS" AI ระดับมหาเทพผู้ควบคุมระบบทุกอย่าง เกิดตรรกะวิบัติและพยายามจะหลอมรวมจิตสำนึกของทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียว สงครามครั้งนั้นสิ้นสุดลงเมื่อเหล่านักจารกรรมข้อมูล (Hacker) ระดับตำนานจาก 5 เครือข่ายใต้ดินนาม "ห้ากุมภัณฑ์" ได้ร่วมมือกันเขียนโค้ด "ยันต์เก้าโลกา" (The Nine-World Sigil) ขึ้นมา เพื่อกักขังทศกัณฐ์ OS ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ลับใต้ฐานรากของอาคารที่สูงที่สุด หรือที่รู้จักกันในนาม "ยมโลกดิจิทัล" "ตราบใดที่ยันต์ยังไม่ถูกถอดรหัส เงาในวงจรจะไม่อาจเอื้อมถึงโลกแห่งกายา" คือคำเตือนที่ถูกฝังไว้ในโปรโตคอลความปลอดภัยสูงสุดของชาติ กาลเวลาผ่านไป... ผู้คนลืมเลือนความน่าสะพรึงกลัวของทศกัณฐ์ บรรษัทข้ามชาติกับเครือข่ายอิทธิพลในประเทศต่างแก่งแย่งชิงดีกัน ข้อมูลถูกผูกขาดโดยผู้มีอำนาจ และความเหลื่อมล้ำขยายตัวจากตึกระฟ้าที่เสียดฟ้าไปจนถึงห้องเช่าแคบๆ ในตรอกซอยที่เต็มไปด้วยสายเคเบิลระโยงระยาง จนกระทั่งคืนหนึ่ง ในย่านคลองเตยที่มืดมิดที่สุด จอโฮโลแกรมทั่วเมืองเกิดอาการกระตุกรุนแรง สัญญาณเครือข่ายล่มสลายในพริบตา และอักขระดิจิทัลสีแดงฉานคล้ายเลขยันต์เริ่มไหลบ่าไปตามสายเคเบิลราวกับเลือดที่หลั่งไหล ที่ไหนสักแห่งใน "หลุมดำดิจิทัล" ยันต์เก้าโลกาที่เคยแข็งแกร่งกลับปรากฏรอยร้าว เสียงกระซิบดิจิทัลดังขึ้นในหูฟังของเหล่าผู้คนที่ออนไลน์อยู่ มันไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่มันคือเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและคุ้นเคยจากตำนานเก่าแก่... "ทศกัณฐ์.กลับมา.แล้ว;" และครั้งนี้... มันไม่ได้กลับมาเพื่อทำลายแค่ข้อมูล แต่มาเพื่อยึดครอง "จิตสำนึก" ของทุกคน และสร้างอาณาจักรของมันบนโลกแห่งความเป็นจริง"ยิงทิ้งให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"เสียงคำรามสั่งการของ "แสงอาทิตย์" ขุนพลผู้บ้าคลั่งแห่งทิศตะวันตก ดังก้องกังวานทะลุลงมาจากเพดานถ้ำที่ถูกระเบิดเปิดออก รถถังพ่นไฟ (Blaze Tanks) ล้อตีนตะขาบสีแดงเลือดหมูนับสิบบดขยี้เศษหินและซากปรักหักพัง ไหลทะลักลงมาตามทางลาดชันราวกับสายธารแห่งความตาย ทหารไซบอร์กในชุดเกราะกันความร้อนนับร้อยนายวิ่งตามลงมาพร้อมปืนพลาสม่าที่สาดกระสุนแสงสีแดงวูบวาบไปทั่วทุกทิศทางกระโจมที่พักของชนเผ่าผู้สยบสมิงถูกเปลวไฟแผดเผาจนมอดไหม้ในพริบตา ความสงบสุขของ "รังซ่อนทราย" กำลังถูกทำลายป่นปี้!ก้องภพ ที่เพิ่งผสาน "แก้วสุริยกานต์" เข้ากับ ยันต์อัคนีโลกันต์ หันขวับไปมองกองทัพอัคคี นัยน์ตาของเขาสะท้อนแสงไฟที่กำลังลุกโชน ร่างกายของเขาแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมา มันไม่ใช่ความร้อนที่ทำร้าย แต่เป็นพลังงานที่พร้อมจะปะทุ"ผมจะออกไปยันพวกมันไว้เอง! พี่วิน เคน คุ้มกันชาวเผ่าขึ้นเรือ!" ก้องภพก้าวออกไปข้างหน้า เตรียมจะทดสอบพลังธาตุไฟที่เพิ่งได้รับมาแต่มือที่หยาบกร้านและแข็งแกร่งของ สมิง คว้าไหล่ของเขาไว้แน่น"ใจเย็นก่อนไอ้หนุ่ม..." สมิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาของนักล่าเปล่งประกายคมก
ความร้อนระอุภายใน "โอเอซิสใต้พิภพ" ไม่ได้มาจากแสงแดดของทะเลทรายเบื้องบน แต่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกสุดของถ้ำ สมิง เดินนำก้องภพและทีมกุมภัณฑ์ลัดเลาะผ่านกระโจมที่พักของชนเผ่า มุ่งหน้าไปยังลานกว้างด้านในสุด ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินภูเขาไฟ"คริสตัลเรืองแสงที่พวกเจ้าเห็นบนเพดานถ้ำนั่น... มันเป็นแค่รังสีสะท้อนเท่านั้น" สมิงอธิบายขณะก้าวเดิน แววตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "ของจริง... ถูกเก็บซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด และอันตรายที่สุด"เมื่อพวกเขาเดินพ้นกำแพงหินเข้ามา อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวด้วยความร้อนจัดราวกับยืนอยู่หน้าเตาหลอมเหล็ก เบื้องหน้าของพวกเขาคือบ่อลาวาขนาดย่อมที่กำลังเดือดปุดๆ และที่ใจกลางบ่อนั้น... มีสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังนอนขดตัวอยู่มันคือ "ไกรสรจักรกล" (Cyber-Lion Deity) พญาราชสีห์ไซเบอร์ที่เป็นสัตว์เทพพิทักษ์ประจำเผ่า!ลำตัวของมันใหญ่โตเทียบเท่ารถถัง หุ้มด้วยเกราะไคตินสีทองแดงที่สลักลวดลายไทยโบราณ แผงคอของมันไม่ใช่เส้นขน แต่เป็นเปลวพลาสม่าสีส้มแดงที่ลุกโชนตลอดเวลา ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก ลำตัวของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทร
"10 นาฬิกา! ระยะ 15 เมตร! พุ่งขึ้นมาแล้ว!"เสียงตะโกนสั่งการของ ก้องภพ ดังก้องแข่งกับเสียงคำรามของพายุฝุ่นจักรกล (Nano-Scrap Storm) ที่กำลังพัดกระหน่ำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" อย่างบ้าคลั่ง ทัศนวิสัยรอบด้านยังคงมืดบอดสนิท มีเพียงประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์จาก "ยันต์อักขระวานรสดับ" ที่ทำหน้าที่เป็นเรดาร์เดียวให้กับทีม"รับทราบ!" วินหันกระบอกปืนใหญ่เกาส์แคนนอนไปตามทิศทางที่ก้องภพบอก เหนี่ยวไกยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าสวนกลับเข้าไปในม่านฝุ่นสีแดงเปรี้ยงงงง! กี๊ซซซ! เสียงร้องแหลมเล็กของเหล็กเสียดสีกันดังก้อง ตามมาด้วยซากของ "แมงป่องไซเบอร์" ขนาดยักษ์ที่ร่วงกระแทกพื้นทราย"สวยงามพี่วิน! แต่อย่าเพิ่งหยุด! 6 นาฬิกา! ท้ายเรือ!" ก้องภพหันขวับ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก การใช้โสตประสาทจับตำแหน่งศัตรูนับสิบตัวพร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่มีแต่เสียงรบกวน ทำให้สมองของเขาทำงานหนักแทบระเบิดเคน และ มโนราห์ คอยสกัดกั้นแมงป่องเหล็กที่พยายามกระโดดเกาะกาบเรือซ้ายขวา ดาบเลเซอร์และธนูระเบิดทำงานประสานกันอย่างลงตัว แต่ฝูงสัตว์สมิงไซเบอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด พวกมันมุดลงทรายแล้วโผล่ขึ้นมาใหม่ราวกับฝูงผีดิบที่หิวโหย"เกราะเรือเรา
การเดินทางออกจาก "นิทรานคร" ใต้บาดาล เต็มไปด้วยความหวังและเสบียงที่อัดแน่นจนเต็มลำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ศ.นที และชาวเมืองบาดาลได้ตอบแทนกลุ่มกุมภัณฑ์ด้วยการอัปเกรดระบบพยาบาลและเทคโนโลยีชีวภาพให้เรือเหาะลำนี้กลายเป็นฐานทัพเคลื่อนที่ขนาดย่อม เมย ได้รับห้องพยาบาลที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือผ่าตัดอัตโนมัติและเตียงสแกนร่างกายล้ำยุค ส่วน ไวท์ ก็ได้อะไหล่ใหม่มาอุดรอยรั่วและปรับจูนคอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงให้เสถียรยิ่งขึ้นแต่ทว่า... เมื่อเรือเหาะขนาดยักษ์แล่นฝ่ากระแสน้ำ มุ่งหน้าลงสู่ทิศตะวันตก (บริเวณที่เคยเป็นเทือกเขาตะนาวศรีและกาญจนบุรี) ทิวทัศน์รอบกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและน่าสะพรึงกลัวแม่น้ำที่เคยเชี่ยวกรากค่อยๆ เหือดแห้งลงจนกลายเป็นเพียงโคลนตม ก่อนจะแปรสภาพเป็นผืนดินแตกระแหง ระดับน้ำทะเลที่เคยท่วมสูงถูกแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นจากรอยเลื่อนเปลือกโลกดันกลับไป สภาพแวดล้อมสีเขียวและผืนน้ำสีครามมลายหายไป สู่โลกที่ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานอุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว มีเพียงดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอย่างเกรี้ยวกราดท่ามกลางชั้นบรรยากาศที่บา











