All Chapters of ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์: Chapter 61 - Chapter 70

89 Chapters

บทที่ 60: หลวงพ่อโต และน้ำตาจักรกลใต้บาดาล

กลิ่นอายของฝนและความชื้นลอยอบอวลไปทั่ว "ตลาดน้ำอโยธยา-ไซเบอร์" ขณะที่ กลุ่มกุมภัณฑ์ เร่งรีบใช้เงินรางวัล 50,000 เครดิต เพื่อฟื้นฟูสภาพของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งเสียงเครื่องเจียระไนเหล็กและเสียงเชื่อมโลหะดังระงมไปทั่วท่าเรือ ไวท์ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเมื่อได้เปลี่ยนหัวเทียนพลาสม่าชุดใหม่ที่แรงกว่าเดิม ส่วน นารา ง่วนอยู่กับการติดตั้งระบบ "กันซึม" (Waterproofing) ให้กับชุดเกราะและอาวุธของทุกคน โดยใช้น้ำยายางพาราผสมนาโนคาร์บอนที่ซื้อมาจากพ่อค้าเถื่อน"นี่คือชุดดำน้ำรุ่น 'Deep-Scrap Mark I'" นาราชูชุดดำน้ำที่ดูเทอะทะเหมือนชุดนักบินอวกาศโบราณ ทำจากยางรถสิบล้อและกระจกกันกระสุน "มันอาจจะหนักหน่อยนะ แต่รับรองว่าทนแรงดันน้ำลึก 50 เมตรได้สบายๆ"ก้องภพ รับหมวกกันน็อกดำน้ำมาสวมทดลอง เขารู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับบ่า แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย "ขอบใจมากนารา... แล้วเรื่องแผนที่ล่ะ?"มโนราห์ กางแผนที่หนังเก่าที่ได้จากชายชรา ขุนแผน ลงบนโต๊ะ "พิกัดระบุชัดเจน... วัดพนัญเชิงวรวิหาร มันจมอยู่ตรงจุดที่แม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาพอดี ตรงนั้นกระแสน้ำเชี่ยวและลึกที่สุด...
last updateLast Updated : 2026-02-13
Read more

บทที่ 61: กระจกเงาแห่งความลวง และดวงตาที่มองทะลุความตาย

ความเงียบสงัดภายใน "ห้องโถงกระจกเงา" (Hall of Mirrors) ใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ช่างแตกต่างจากความโกลาหลของกระแสน้ำวนด้านนอกอย่างสิ้นเชิง อากาศภายในห้องเย็นเฉียบและแห้งสนิท ไร้กลิ่นอับชื้น มีเพียงกลิ่นของ "โอโซน" จากเครื่องฟอกอากาศและกลิ่น "ความตาย" ที่เจือจางอยู่ในบรรยากาศก้องภพ ยืนกำหมัดแน่น สายตาของเขาจับจ้องไปที่หลอดแก้วทรงกระบอกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ภายในนั้นมีร่างของหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าใจดีที่เขาจำได้แม่นยำ... แม่... หรืออย่างน้อยก็สิ่งที่ดูเหมือนแม่ของเขา ลอยตัวอยู่ในน้ำยาสีเขียวอ่อนเธอหลับตาพริ้ม แต่ที่หน้าอกของเธอมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างฝังอยู่ ไฟสถานะสีแดงกะพริบเป็นจังหวะ ติ๊ด... ติ๊ด... ราวกับระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง"งดงามใช่ไหมล่ะ?"เสียงของ วิรุฬห์จำบัง (ร่างจริง) ดังก้องสะท้อนไปมาในห้องกระจกนับพันบาน ทำให้แยกไม่ออกว่าต้นเสียงมาจากทิศทางใด ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวลุกขึ้นจากเก้าอี้กระดูก เขาเดินวนเวียนไปมารอบๆ หลอดแก้ว รอยยิ้มบนใบหน้าดูสุภาพแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต"ข้าใช้เวลาวิจัยอยู่นานกว่าจะสกัด 'DNA แห่งความทรงจำ' ออกมาจากสมองส่วนฮิปโปแคมปัสของเจ
last updateLast Updated : 2026-02-14
Read more

บทที่ 62: คำสาปคริสตัล และเสาหลักที่ยังไม่ล้ม

ความเงียบสงัดใต้วัดพนัญเชิงชวนให้รู้สึกวังเวงยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่แสงสว่างจากการตกผลึกจางหายไป ก้องภพ นั่งคุกเข่าอยู่หน้าก้อนผลึกแก้วสีเหลืองอำพันขนาดมหึมา ภายในนั้นร่างโคลนของ "แม่" นอนหลับใหลอยู่อย่างสงบ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มจางๆ ราวกับกำลังฝันดี แสงสีทองจาก ศิลาอาถรรพ์ (ธาตุดิน) ที่ผสานอยู่ในผลึกส่องประกายระยิบระยับ ตัดกับความมืดมิดของห้องกระจกที่แตกร้าว"แม่ครับ..." ก้องภพวางมือลงบนผิวสัมผัสที่เย็นเฉียบของผลึกแก้ว "รอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะ... ผมสัญญาว่าจะกลับมารับแม่ เมื่อท้องฟ้าของที่นี่สดใสอีกครั้ง"วิน และ เคน เดินเข้ามาวางมือบนไหล่ก้องภพ เพื่อให้กำลังใจโดยไร้คำพูด"เราต้องไปแล้วก้อง..." พี่วินเตือนสติ "ระดับออกซิเจนสำรองเหลือไม่ถึง 15% และโครงสร้างวิหารเริ่มไม่มั่นคง"ก้องภพพยักหน้าช้าๆ เขาเก็บ "หลอดแก้วบรรจุน้ำตามัจจุราช" (Tear of Death) ที่สกัดได้จากสารเคมีในห้องทดลองใส่กระเป๋ากันน้ำอย่างระมัดระวัง นี่คือกุญแจดอกที่สองของวัตถุเบญจภาคี... แต่มันยังไม่ใช่ชัยชนะ"ไปกันเถอะ"ทั้งสามคนว่ายน้ำออกจากฐานทัพลับ ผ่านองค์หลวงพ่อโตไซเบอร์ที่บัดนี้นั่งสงบนิ่งไร้สัญญาณชีพ (เนื่องจากแกนพลังง
last updateLast Updated : 2026-02-14
Read more

บทที่ 63: อารามลอยน้ำ และตำนานไฟบรรลัยกัลป์

เสียงเครื่องยนต์เรือหลวงจ่าเงาะครางกระหึ่มอย่างทรมาน ใบพัดท้ายเรือตีน้ำสีม่วงคล้ำจนฟองกระจาย ขณะที่ ไวท์ หักพังงาเรือสุดแรงเกิดเพื่อหลบหนีจากฝูง "นกกระยางกลายพันธุ์" (Mutant Herons) นับร้อยตัวที่โฉบลงมาจากท้องฟ้า ปากของพวกมันยาวเหมือนหอกและเต็มไปด้วยฟันเลื่อย พร้อมที่จะเจาะทะลุหลังคาเรือได้ทุกเมื่อ"ไปให้เร็วกว่านี้สิไวท์! พวกมันจะเจาะเกราะได้แล้ว!" วิน ตะโกนลั่นจากป้อมปืนกลหนัก เขาเหนี่ยวไกกราดยิงขึ้นฟ้าจนปลอกกระสุนร่วงกราวเต็มดาดฟ้าเรือ เสียงปืน ปังๆๆๆๆ ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษ"เครื่องยนต์มันฮีตแล้วพี่! ถ้าเร่งกว่านี้ลูกสูบระเบิดแน่!" ไวท์ร้องตอบ เหงื่อท่วมตัว "ไอ้แสงนั่นมันอยู่ไหน! มองไม่เห็นทางเลย!"ก้องภพ ยืนเกาะราวเรืออยู่ที่หัวเรือ (รูปปั้นเงาะป่า) มือข้างหนึ่งกุมแผลที่ไหล่ขวา อีกข้างถือปืนพกเลเซอร์คอยยิงสกัดปลาดุกยักษ์ที่พยายามกระโดดขึ้นเรือ เขาหรี่ตามองฝ่าหมอกสีม่วงหนาทึบที่แสบตาและจมูก"ทางนั้น!" ก้องภพชี้ไปที่แสงไฟสีทองนวลตาที่ส่องสว่างวูบวาบอยู่ไกลๆ เหมือนประภาคารกลางพายุ "ตรงโค้งน้ำข้างหน้า! แสงนั่นแหละ!"เรือหลวงจ่าเงาะพุ่งทะยานฝ่าดงหมอกและสัตว์ประหลา
last updateLast Updated : 2026-02-15
Read more

บทที่ 64: เปรตเดินดิน และเสียงกระซิบแห่งความตาย

ความมืดมิดใต้ท้องน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เงียบสงบอย่างที่คิด ภายในอุโมงค์คอนกรีตเก่าคร่ำครึที่ทอดตัวยาวลงสู่คลังแสงลับของกองพันทหารราบที่ 11 อากาศเหม็นอับและชื้นแฉะจนหายใจแทบไม่ออก ตะไคร่น้ำสีเขียวคล้ำเกาะหนาเตอะตามผนัง หยดน้ำจากเพดานหยดลงมากระทบพื้นดังก้องกังวาน ติ๋ง... ติ๋ง... เป็นจังหวะก้องภพ ไต่บันไดลงมาเป็นคนแรก รองเท้าคอมแบทของเขาแตะพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้นอย่างแผ่วเบา ตามมาด้วย วิน, เคน, และ ไวท์ ที่แบกเป้สัมภาระว่างเปล่าสำหรับใส่ "ของสำคัญ" ลงมาด้วย ส่วน นารา, มโนราห์ และ เมย คอยเฝ้าระวังอยู่ที่ปากทางเข้าด้านบน"มืดชะมัด..." ไวท์กระซิบเสียงเบาหวิว มือคลำหาปุ่มเปิดไฟฉายที่หมวก"อย่าเพิ่งเปิดไฟ!" ก้องภพคว้าข้อมือไวท์ไว้ทันควัน "หลวงตาเตือนแล้ว... แสงไฟอาจไปกระตุ้นเซนเซอร์ความร้อนของมัน""แล้วจะมองเห็นทางได้ไงลูกพี่?" ไวท์ถามกลับเสียงสั่น"ใช้ Night Vision โหมด Passive..." ก้องภพสั่งการพลางปรับโหมดหน้ากากของตัวเอง ภาพตรงหน้าเปลี่ยนจากความมืดมิดเป็นสีเขียวมรกตที่มี Noise ซ่าๆ รบกวนเล็กน้อยภาพที่ปรากฏผ่านกล้องมองกลางคืนทำให้ทุกคนต้องกลั้นหายใจ...โถงทางเดินเบื้องหน้ากว้างใหญ่ไพ
last updateLast Updated : 2026-02-16
Read more

บทที่ 65: บั้งไฟพญานาคพลาสม่า และโดมปริศนาที่แตกร้าว

เสียงหวีดหวิวของลมภายนอกโดมป้องกันดังระงมแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์กลายพันธุ์ที่พยายามจะเจาะเข้ามา หมอกพิษสีม่วงเข้ม (Bio-Hazard Mist) ที่เคยถูกกันไว้อย่างแน่นหนา เริ่มมีความเข้มข้นสูงขึ้นจนมองไม่เห็นทัศนียภาพภายนอก แสงแดดส่องผ่านลงมาไม่ได้ ทำให้บรรยากาศบนแพลูกบวบดูมืดมัวราวกับอยู่ในอุโมงค์"โดมกำลังจะแตก!"เสียงตะโกนของ นารา ดึงสติทุกคนให้กลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้า เธอชี้ไปที่ยอดเสาไม้ไผ่ต้นหนึ่งซึ่งลำโพงฮอร์นเริ่มส่งเสียง ซ่า... ซ่า... และมีควันดำลอยออกมา"เครื่องกำเนิดคลื่นเสียงทำงานหนักเกินไป!" นารารายงานเสียงเครียด "ความหนาแน่นของสปอร์เพิ่มขึ้น 200% มันกำลังกัดกร่อนวงจรไฟฟ้า... เราเหลือเวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมงก่อนที่ม่านป้องกันจะล่มสลาย!""6 ชั่วโมง..." ก้องภพ กัดฟันกรอด เขาใช้มือซ้าย ช่วยจับแผ่นเหล็กให้ ไวท์ เชื่อม "นั่นคือเวลาที่เราต้องสร้างจรวดให้เสร็จ... และยิงมัน!"บนลานกว้างกลางแพ ซึ่งเคยเป็นที่นั่งฉันข้าวโพดของหลวงตา บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็น "โรงงานประกอบจรวด" (Rocket Assembly Line) ขนาดย่อม พิมพ์เขียวโฮโลแกรมสามมิติถูกฉายขึ้นกลางอากาศ ทับซ้อนกับ "ตำราใบลานเก่า" ที่หลวงตากางออก"ฟังน
last updateLast Updated : 2026-02-16
Read more

บทที่ 66: เพลิงชำระบาป และอรุณรุ่งเหนือซากอิฐ

ตูม!ร่างของ ก้องภพ พุ่งหลาวลงสู่ผิวน้ำเย็นเฉียบของแม่น้ำเจ้าพระยา แรงกระแทกทำให้แผลที่ไหล่ขวาเจ็บปวดจนแทบหมดสติ แต่เขากัดฟันตะเกียกตะกายว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ เมื่อโผล่หัวขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาเห็นไม่ใช่แพที่กำลังถูกโจมตี... แต่เป็นเส้นแสงสีขาวอมฟ้าที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า"บั้งไฟพญานาค-ไซเบอร์" (Naga-X Rocket) ผลงานเลือดตาแทบกระเด็นของกลุ่มกุมภัณฑ์ กำลังแหวกม่านหมอกพิษสีม่วงขึ้นไปด้วยความเร็ว เสียงเครื่องยนต์พลาสม่า V12 คำรามกึกก้องยิ่งกว่าสัตว์ร้ายตัวใดในอยุธยาบนแพลูกบวบ วิน กราดยิงปืนกลขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่งเพื่อคุ้มกันวิถีจรวด เคน ใช้ดาบเลเซอร์ปัดป้องฝูงโดรนแมลงปอที่พยายามบินไล่ตาม นารา จ้องหน้าจอแท็บเล็ตที่ร้าวละเอียด นิ้วรัวคีย์บอร์ดเพื่อล็อกเป้าหมายในวินาทีสุดท้าย"ไปเลย! ไปให้ถึง!" นาราตะโกนลั่นที่ระดับความสูง 300 เมตร เหนือยอด "หอคอยชีวภาพ" (The Bio-Spire) ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเกาะเมืองอยุธยา ส่วนยอดที่เป็นเหมือนดอกไม้เนื้อเยื่อขนาดยักษ์กำลังเบ่งบาน ปล่อยสปอร์พิษระลอกใหญ่ออกมาจรวดพุ่งเข้าสู่ใจกลางเกสรตัวผู้นั้นอย่างแม่นยำราวจับวาง!ฉึก!หัวรบเจาะทะลุเกราะไคตินหนาเตอะเข้าไ
last updateLast Updated : 2026-02-17
Read more

บทที่ 67: รุ่งอรุณหลังฝนกรด และสายน้ำสู่ตะวันออก

แสงแดดแรกของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเจ้าพระยา เกิดเป็นประกายระยิบระยับดุจเพชรพลอยที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า มันเป็นแสงแดดที่ "สะอาด" ที่สุดในรอบ 50 ปี ปราศจากม่านหมอกพิษสีม่วงและตาข่ายเลเซอร์สีแดงฉานที่เคยปกคลุมอยุธยามาอย่างยาวนานสายลมเย็นสดชื่นพัดผ่านซากปรักหักพังของวัดวาอาราม นำพากลิ่นหอมของดอกบัวและดินชุ่มน้ำมาแทนที่กลิ่นเน่าเหม็นของสารเคมี เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังประสานกับเสียงระฆังวัดที่ หลวงตา ตีบอกเวลาเพล หง่าง... หง่าง... เป็นสัญญาณแห่งการตื่นรู้และการเริ่มต้นใหม่ก้องภพ ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob) ซึ่งเกยตื้นอยู่บนสันทรายข้างแพลูกบวบของหลวงตา เขาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ รู้สึกถึงออกซิเจนที่ไหลเวียนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย แขนขวาที่เคยบาดเจ็บสาหัสจากการโดนฉมวกแทง บัดนี้เริ่มสมานตัวดีขึ้นด้วยยาสมุนไพรของหลวงตาและการดูแลของเมยดวงตาของก้องภพจับจ้องไปที่กลางเกาะเมืองอยุธยา ที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ "หอคอยชีวภาพ" (The Bio-Spire)บัดนี้... มันกลายเป็น "อนุสาวรีย์หิน" ขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้า รูปร่างบิดเบี้ยวของวิรุฬห์จำบังในร่างปีศาจที่ถูกแช่แข็งอย
last updateLast Updated : 2026-02-17
Read more

บทที่ 68: กินรีเหล็กครองเวหา และคลื่นรบกวนของนางพยาบาล

เสียงเครื่องยนต์เจ็ตของฝูงมอเตอร์ไซค์เหาะ (Hoverbikes) นับสิบคันดังกระหึ่มกึกก้องจนแสบแก้วหู ราวกับฝูงแตนยักษ์ที่กำลังโกรธเกรี้ยว พวกมันบินวนเวียนอยู่เหนือ "เรือหลวงจ่าเงาะ" ที่กำลังแล่นฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวของแม่น้ำบางปะกง ทำให้ผิวน้ำแตกกระจายเป็นฟองคลื่นจากแรงลมของเครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วง"ส่งของมีค่ามา! หรือจะให้พวกกูจมเรือ!"เสียงตะโกนผ่านลำโพงของหัวหน้าแก๊งซิ่ง "กลุ่มควันดำ" (Black Smoke Gang) ดังลงมา มันขี่มอเตอร์ไซค์เหาะรุ่นดัดแปลงที่ติดใบเลื่อยยนต์ไว้รอบคัน สวมหน้ากากกันแก๊สพิษที่มีไฟนีออนรูปปากฉีกยิ้มก้องภพ ยืนปักหลักอยู่ที่กลางดาดฟ้าเรือ มือข้างหนึ่งกุมด้ามปืนพกเลเซอร์ "พวกนี้มันไม่คิดจะเจรจาตั้งแต่แรกแล้ว... ทุกคน! เตรียมรับมือ!"ทันใดนั้น มอเตอร์ไซค์เหาะ 3 คันก็ดิ่งพสุธาลงมาโฉบที่ท้ายเรือ โซ่เหล็กติดตะขอถูกเหวี่ยงลงมาเกี่ยวราวกั้นเรือเสียงดัง เคร้ง! พวกมันพยายามจะลากเรือให้เสียหลัก"มโนราห์! น่านฟ้าเป็นของเธอ!" ก้องภพตะโกนสั่งมโนราห์ ที่ซุ่มรอจังหวะอยู่หลังปล่องควันเรือ ไม่รอช้า เธอกางปีกเหล็ก "Scrap-Punk" ที่ได้รับการขัดเกลาและติดตั้งบูสเตอร์ใหม่จากฝีมือนาราจนเงาวับมโนรา
last updateLast Updated : 2026-02-18
Read more

บทที่ 69: ปีศาจสีชมพู และเกียรติยศของคนเก็บขยะ

หมอกควันสีเทาหม่นจากปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรมนับพันแห่ง ลอยปกคลุมน่านฟ้าเหนือแม่น้ำบางปะกงจนบดบังแสงอาทิตย์เกือบมิด ทำให้ "นครสนิม" (Rust City) ตกอยู่ในสภาวะพลบค่ำตลอดกาล แสงไฟนีออนหลากสีจากตึกระฟ้าที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์และซากโลหะ สะท้อนวูบวาบลงบนผิวน้ำที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ดั่งดวงดาวสังเคราะห์ในจักรวาลที่ล่มสลาย"เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob) แล่นฝ่าดงเรือสินค้าและเรือข้ามฟากที่แออัดยัดเยียดเข้าสู่เขตเมืองชั้นใน เสียงเครื่องยนต์พลาสม่า V12 ครางกระหึ่มต่ำๆ เพื่อข่มขวัญพวกโจรสลัดท้องถิ่นที่จ้องมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรบนดาดฟ้าเรือ ไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มกุมภัณฑ์ 7 คนเท่านั้น แต่ยังมี "กองทัพคนเก็บขยะ" (The Scavengers) อีกกว่า 15 ชีวิต ที่รอดตายมาจากสมรภูมิทิศเหนือ พวกเขาสวมชุดเกราะที่ปะผุด้วยแผ่นเหล็กและยางรถยนต์ แต่แววตาของทุกคนเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของหมาข้างถนนที่หวาดกลัวอีกแล้ว แต่เป็นแววตาของ "ทหารผ่านศึก""เฮ้ย! ไอ้จ๊อด! ทางขวาเคลียร์ไหมวะ?" วิน ตะโกนถามขณะเช็ดลำกล้องปืนกลหนัก"จ๊อด" (Jod) รองหัวหน้ากลุ่มคนเก็บขยะ ชายร่างผอมเกร็งแต่คล่องแคล่วราวลิงลม ปีนขึ้นไปเกาะอยู่บ
last updateLast Updated : 2026-02-18
Read more
PREV
1
...
456789
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status