All Chapters of ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80: Chapter 11 - Chapter 20

45 Chapters

ตอนที่ 11 ที่นาพ่อแม่ของว่าที่สามี

วันนี้พ่ออาคมกับน้องชายจะพาไปกินข้าวป่า มีลุงแดงสามีของป้าแจ้งไปด้วย และกันกับน้องชายของเขาอีกสองคนกำลังจะตามมาภายหลัง ‘ปกติก็กินที่ป่าทุกวัน ยังจะมีที่เป็นป่ามากกว่านี้อีกหรือ?’ พวกเขาเดินทางด้วยเกวียนอีกตามเคย แม่อวนให้ลูกชายไล่ต้อนควายไปผูกไว้ที่นากัน มันใกล้แหล่งน้ำและใกล้ที่ที่พวกเขาจะไปหาปลากัน พอมาถึงเอมอรถึงรู้ว่ามันเป็นป่าจริงๆ สองข้างฝั่งลำน้ำมีไม้พุ่มเล็กๆขึ้นเต็มตลอดสาย บางช่วงมองเห็นโขดหินโผล่ขึ้นมาใกล้ๆกับชายฝั่ง มองไปด้านหน้าเป็นท่าน้ำเวิ้งกว้างบนพื้นดินมีรอยสัตว์สี่เท้าเต็มไปหมด แม่อวนเล่าว่าท่าน้ำแห่งนี้ชาวบ้านจะเอาวัวควายมากินน้ำและนอนแช่น้ำ ความจริงแล้วท่าน้ำมีหลายที่ แต่ที่นาของกันก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่เป็นทางผ่านให้ชาวบ้านลงมาลำน้ำแห่งนี้เพื่อหาปลาและนำวัวควายมาเลี้ยง “แม่คะ…แล้วเขาเรียกป่านี้ว่าป่าอะไรเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามันไม่ใช่ป่าเต็งรังเหมือนที่อยู่ในป่าช้า “ป่าบุ่งทาม ยามหน้าฝนน้ำท่วมปลามันสิขึ้นมาไข่หลายแท้ตั้ว มึงเตรียมโตไว้ถ่าเฮ็ดปลาแดกโลด” (ป่าบุ่งทาม เวลาหน้าฝนน้ำท่วมปลามั
last updateLast Updated : 2026-01-17
Read more

ตอนที่ 12 ได้รับบาดเจ็บ

“โอ้ย” เอมอรนิ่วหน้ามองดูฝ่าเท้าตัวเอง เธอรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาแล้วมันก็มีเลือดไหลออกมาด้วย มัวแต่มองดูอย่างอื่นจนลืมมองทางเดิน กันชะงักเท้าแล้วเดินกลับมาดูก็พบว่าเธอเหยียบเข้ากับซากเปลือกหอยเขาเรียกมันว่าหอยปัง ลักษณะคล้ายหอยโข่งและหอยเชอร์รี่แต่ตูดมันแหลมกว่า “ย่างไหวบ่อ” (เดินไหวมั้ย) กันเห็นบาดแผลค่อนข้างลึก “ไหวดิ คุณเดินนำไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันเดินตามไป” ไม่ไหวบอกไหวไว้ก่อน ทั้งที่ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามันปวดมาก และเลือดก็ไหลไม่ยอมหยุด เอมอรกำลังจะก้าวขาเดินต่อแต่ก็เซจนเกือบล้มเพราะความเจ็บถ้าไม่ได้มือใหญ่ของเขาคว้าไว้ก็คงล้มลงไปแล้ว กันรั้งร่างบางเข้ามาชิดกับอกกว้างแล้วมองดูคนร่างเล็กเชิงตำหนิ “คือดื้อแท้ บอกบ่อไหวตั้งแต่เทือแรกกะจบแล้ว” (ทำไมดื้อจัง บอกไม่ไหวตั้งแต่ครั้งแรกก็จบละ) สายตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาดำขลับของหญิงสาวจนเธอต้องหลบสายตา แล้วเขาก็นั่งยองๆลงกับพื้น “ขี่หลัง เดี๋ยวสิเอาใบมุ้งฝรั่งคัดเลือดให้” (ขี่หลัง เดี๋ยวจะเอาใบสาบเสือคัดเลือดให้) ‘มันคือใบอะไร??’ ทั้งเจ็บทั้งอยากถาม ฟังไม่ค่อย
last updateLast Updated : 2026-01-18
Read more

ตอนที่ 13 กินข้าวป่า

พอทุกคนขึ้นจากน้ำก็มารุมกันที่กองไฟ เพราะความหนาวทำให้ปากเขียวปากม่วงกันไปหมด ทุกคนนำผ้าขาวม้าของตัวเองมาพันรอบกายแล้วนั่งผิงไฟรอกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ช่วงหน้าหนาวปลาจะมันมากทำให้ย่างไปไฟก็ลุกขึ้นมาไหม้ปลา กว่าจะย่างเสร็จคนย่างก็ต้องทะเลาะกับควันไฟไปตั้งเท่าไหร่ เมื่ออาหารพร้อมทุกอย่าง มีส้มตำที่ตำใส่มะกอกป่าซึ่งเอมอรเคยกินตอนอยู่บ้านกับพ่อที่อยุธยา ตอนนี้มันก็ดูน่ากินมาก ปลาย่างก็หอมน่ากิน ส้มตำตักใส่ใบตองที่แม่อวนตัดมาพร้อมกับวางปลาย่างไว้ข้างๆ แต่อีกอย่างเธอพึ่งเคยเห็นมันคือแกงปลาใส่สะเดาดินทุกคนบอกมันมีรสขมแต่อร่อยมาก ปลาที่แกงจะเป็นปลาแขยง ปลาก่าหรือปลาหมอช้างเหยียบและปลาขี้เฮี่ยหรือปลากดหิน ปลากดหินหน้าตามันประหลาดสุดเป็นปลาที่ไม่มีเกล็ดลักษณะคล้ายปลาแขยงแต่ตัวมันสีดำและมีลายสีเหลืองพาดผ่าน “พี่นางซิมเบิ่งแหมะ แซบคักเดี๋ยวเจ้าสิติดใจ” (พี่สะใภ้ชิมดูสิ อร่อยมากเดี๋ยวคุณจะติดใจ) ศรน้องชายคนที่สี่ของกันบอกกับว่าที่พี่สะใภ้ กันตักปลาก่ามาให้เธอลักษณะมันเหมือนปลาหมอแต่ลำตัวกว้างกว่า เอมอรจึงลองกินไปทีละอย่าง สุดท้ายเลยลองซดน้ำแกงปลา รสชาติขมกลมกล่อมบวกกับความม
last updateLast Updated : 2026-01-18
Read more

ตอนที่ 14 หัดทำปลาร้า

กลับมาถึงบ้านตอนเย็นหลังจากกินข้าวแม่อวนเลือกเฉพาะปลาตัวใหญ่เอาไว้ตัวไหนที่ตายแล้วแต่ยังสดอยู่ก็ขอดเกล็ดผ่าหลังแล้วก็หมักเกลือไว้ปิ้ง หรือนึ่งเพราะที่บ้านไม่มีตู้เย็น ส่วนตัวไหนที่ยังไม่ตายแม่อวนก็ขังไว้ บ้างก็ย่างไว้ตำน้ำพริก ส่วนตัวเล็กที่เหลือก็ขอดเกล็ดทำปลาร้า เอมอรนั่งดูแม่อวนทำปลาร้าหลังจากกินยาแก้ปวดเข้าไปแล้วอาการปวดเท้าก็ดีขึ้น เธอเอาน้ำมันมะพร้าวทาด้วยเพราะเธอสังเกตว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยสมานแผลได้ดีและทาแล้วไม่ทำให้แสบแผล ตอนนี้ยายแพงเข้านอนห่มผ้าไปแล้ว งานของยายแพงถ้าหมดจากไร่นาแล้วก็จะเป็นทอหูกทอเสื่อ ไม่เคยทำตัวเองให้ว่างสักที “คือบ่อไปนอน มานั่งหยังอยู่นี่ บ่อหนาวติ” (ทำไมไม่ไปนอน มานั่งอยู่นี่ไม่หนาวเหรอ) “หนาว แต่อยากดูแม่ทำปลาร้า” “ตะกี้กูบ่อเห็นมึงมาเบิ่งจักเทือ แต่ว่ากะดีแล้วล่ะ ไปเป็นลูกใภ้เพิ่นฮังสิให้เฮ็ดปลาแดกหลาย เพิ่นได้ปลาบ่แมนปีละร้อยโลพุ่นเบาะ” (แต่ก่อนกูไม่เคยเห็นมึงมาดูสักครั้ง แต่ว่าก็ดีแล้วแหละ ไปเป็นลูกสะใภ้เขายิ่งจะให้ทำปลาร้าเยอะ เขาได้ปลาไม่ใช่ปีละร้อยกิโลกรัมนู่นมั้ง) “โห! แล้วจะทำไหวเหรอแม่”
last updateLast Updated : 2026-01-18
Read more

ตอนที่ 15 ดูหนังกลางแปลง

วันนี้มีหนังกลางแปลงมาฉายเพื่อแลกข้าวเปลือกหรือข้าวสารจากคนในหมู่บ้าน น้ำฝนจึงคิดว่าเดี๋ยวไปชวนเอมอรไปดูหนังด้วยกัน “แม่อวนอรอยู่บ่อ” (แม่อวนอรอยู่มั้ยคะ) น้ำฝนเพื่อนของเอมอรเอ่ยถามแม่อวน น้ำฝนเป็นเพื่อนรักของเอมอรตั้งแต่สมัยตอนเรียนหนังสือด้วยกันจนกระทั่งโตเป็นสาวมาจนถึงทุกวันนี้ เคยปีนต้นไม้และท้าต่อยผู้ชายมาด้วยกัน “แมนหยังล่ะอีหล้า มันอยู่เทิงเฮียนพุ่นแล้ว” (มีอะไรล่ะนังหนู มันอยู่บนบ้านนู่นแหละ) “อร!” เสียงน้ำฝนตะโกนเรียกเอมอร เธอกำลังนั่งดูยายเจียนหมากจีบพลูเพราะยายของเธอกินหมากจนฟันดำไปหมด เอมอรชะเง้อหน้าไปมองแล้วก็ขานรับ “คะ” “มาเคอะมาคะหยังอยู่นี่ ไปเบิ่งหนังนำเฮาบ่อนิ่” (มาเคอะมาคะอะไร ไปดูหนังด้วยกันกับเรามั้ยเนี่ย) เอมอรนั่งทำหน้างง คิ้วเรียวสวยเคลื่อนเข้าหากันจนเกือบจะชิด น้ำฝนเป็นคนตัวเล็กแต่ผิวคล้ำกว่าเอมอรมากเป็นคนพูดจาโผงผาง และดูทะมัดทะแมงคล้ายกับผู้ชาย “เอ๋าอีนี่แหม จำฮอดหมู่บ่อได้บาดนี่” (เอ๋าอรอะ จำแม้กระทั่งเพื่อนไม่ได้เลยทีนี้) น้ำฝนพูดออกมาน้ำเสียงปนขบขันได้ยินแต่ชาว
last updateLast Updated : 2026-01-18
Read more

ตอนที่ 16 เร่งการแต่งงาน

ทั้งน้ำฝนทั้งเอมอรเริ่มใจคอไม่ดีกลัวว่าหนุ่มคนนี้จะมาตอแยเพราะดูแล้วเหมือนดื่มเหล้ามาด้วย ทันใดนั้นกันที่รีบสาวเท้าตามมาทีหลังก็เดินเข้ามานั่งข้างเอมอรพอดี รู้สึกขวางหูขวางตาชายหนุ่มคนนั้นจนแทบอยากจะวิ่งเข้าไปต่อยหน้าแต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้ “คือบ่อถ่าข่อย อุตส่าห์ไปหาฮอดเฮียน” (ทำไมไม่รอผม อุตส่าห์ไปหาถึงบ้าน) กันเอ่ยเสียงเรียบคุยกับเอมอรแต่สายตามองไปยังหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นที่ตัวเล็กกว่าเขามาก เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเห็นกันที่มองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวจึงรีบลุกจากตรงนั้นโดยเร็ว “คุณมาได้ยังไงคะ” เอมอรถามน้ำเสียงดีใจ เมื่อครู่เธอนั่งภาวนาอยู่ในใจให้เขามาช่วย แล้วเขาก็โผล่มาพอดี “กะย่างมาตั้ว” (ก็เดินมาสิ) เขาตอบหน้าตาเฉย ในใจยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ถ้าเขามาไม่ทันชายแปลกหน้าคนนั้นก็คงมานั่งคุยแทะโลมเธออยู่อีกนาน “อ้ายกันมาทันเวลาพอดีวะ” “กะบ่อซวนอ้ายเนาะ” (ก็ไม่ชวนพี่ไง) “ข่อยกะว่าแมนเจ้าไปนำหมู่เนาะ พุ่นน่ะเจ้าเห็นผู้สาวเก่าเจ้าบ่อ” (ฉันก็คิดว่าคุณจะไปกับเพื่อนไง นู่นแน่ะคุณเห็นแฟนเก่าคุณมั้ย) น้ำฝนโบ้ยปากให้กันดูแด
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

ตอนที่ 17 ต่อรอง

เสร็จธุระจากทางบ้านแม่ของกันรีบเดินมาหาแม่อวนถึงบ้าน ซึ่งบ้านของทั้งสองครอบครัวห่างกันไม่ถึงห้าร้อยเมตร “แม่มึงอยู่บ่อหล้า” (แม่มึงอยู่มั้ยนังหนู) แม่ปุ่นเอ่ยถามเอมอรขณะที่เธอกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “อยู่ข้างบนค่ะ” เอมอรตอบและชี้มือขึ้นไปบนบ้าน แม่ปุ่นจึงเดินขึ้นบันไดไป “เอ๋าเฒ่า มีหยังล่ะคือมาแต่เช้าแท้” (เอ๋าเฒ่า มีอะไรล่ะทำไมมาแต่เช้าจัง) แม่อวนรู้สึกประหลาดใจที่แม่ปุ่นมาหาแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ “มีเรื่องสิเว้านำ ว่าสิให้หยับมื้อแต่งเข้ามาอีกได้บ่อ” (มีเรื่องจะคุยด้วย ว่าจะให้เลื่อนวันแต่งงานเข้ามาอีกได้มั้ย) แม่ปุ่นทำเสียงกระซิบกระซาบเพราะกลัวเอมอรจะได้ยิน “คือว่าจั่งสั้นล่ะ ข่อยได้มื้อนำพ่อใหญ่จ้ำมาแล้วแหมเฒ่าปุ่น” (ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ฉันได้วันจากพ่อใหญ่จ้ำมาแล้วน่ะสิยายปุ่น) พ่อใหญ่จ้ำเป็นทั้งหมอดู คนหาฤกษ์หายามต่างๆและรดน้ำมนต์เป่าหัวให้กับเด็กเล็กที่เป็นไข้หรืออาการไม่สบายอย่างอื่นในหมู่บ้านแห่งนี้ “ลองไปถามเพิ่นเบิ่งให้ใหม่แหน่ ถ้าหยับเข้ามาอีกสิมีมื้อบ่อ” (ลองไปถามแกดูอีกรอบหน่อย ถ้าเลื่อนเข้ามาอีกจ
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

ตอนที่ 18 ขี่ควายไม่เป็น

“แล้วถ้าแต่งแล้วหนูอยู่กับเขาไม่ได้หนูขอกลับมาอยู่กับแม่ได้มั้ยล่ะ” “บ่อได้ สิกลับคืนมาเฮ็ดหยัง เอาไฮ่เอานาเพิ่นกลับมานำขั่นสิกลับมาอีหลีกะดาย” (ไม่ได้จะกลับมาทำไม เอาไร่เอานากลับมาด้วยถ้าจะกลับมาจริงๆก็) น้ำเสียงที่แม่อวนพูดไม่ได้ติดตลกเลยสักนิด “ใจร้าย” เอมอรนั่งลงกับพื้นเหมือนไม่พอใจแต่แม่อวนหาได้สนใจไม่ เธอรู้ว่าแม่เธอไม่ได้งกเพียงแต่อยากให้ลูกได้ดีและรู้จักเข้มแข็งเหมือนกับเธอก็แค่นั้น “พ่อมึงมาพอดีไปหาพาข้าวมาไป ฟ้าวกินข้าวกูสิพาไปเลี้ยงควาย” (พ่อมึงมาพอดีไปจัดสำรับมา รีบกินข้าวกูจะพาไปเลี้ยงควาย) เอมอรได้ยินคำนี้แล้วอยากจะเป็นลม ชีวิตเธอตอนนี้วนเวียนอยู่กับควายอย่างเดียวเพราะที่บ้านเธอไม่ได้ปลูกอ้อย ตอนที่อยู่กรุงเทพฯเอมอรก็ตื่นเต้นอยู่หรอกอยากรู้อยากเห็นว่าหน้าตาควายจริงๆมันเป็นอย่างไร แต่พอต้องมาเลี้ยงเองเท่านั้นแหละ มองไปทางไหนก็มีแต่ควายเต็มไปหมด ถ้าเธอขี่มันได้เหมือนคนอื่นก็คงจะดี พอมาถึงที่นาหลังจากผูกล่ามควายให้กินหญ้าเสร็จ พ่อกับน้องชายก็พากันลงไปหาปลาที่ลำน้ำเหมือนเดิน เขาทั้งสองขับเกวียนลงไปด
last updateLast Updated : 2026-01-19
Read more

ตอนที่ 19 สอนขี่ควาย

เอมอรเดินเข้ามาหากันท่าทางกล้าๆกลัวๆเพราะควายค่อนข้างตัวใหญ่ ทันใดนั้นแขนแข็งแรงก็ยกร่างบางขึ้นหลังควายโดยเร็วโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว ให้ขาทั้งสองข้างนั่งพาดมาทางฝั่งซ้ายมือหรือเขาเรียกว่านั่งเหยียดซอย “ว้าย! ไอ้คนบ้า” เอมอรร้องออกมาเสียงหลงแถมทำท่าเหมือนจะร้องให้ มือของเขายังจับร่างเธอไว้ แน่นควายยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้รู้ฟ้ารู้ฝนอะไรเลย ว่าคนที่ขี่อยู่บนหลังของมันกลัวมากแค่ไหน มันสะบัดใบหูและหางไปมาเพื่อไล่แมลง เพราะเริ่มมืดแมลงตามป่าก็ยิ่งออกมาเยอะ “หึๆ สิฮ้องเฮ็ดหยัง มันบ่อเป็นหยังดอก อยู่ซือๆอย่าตีงดู๋” (หึๆ จะร้องทำไม มันไม่เป็นอะไรหรอก อยู่นิ่งๆอย่ากระดุกกระดิก) กันทั้งพูดทั้งขำ คงภูมิใจที่แกล้งเธอได้ เพียงแค่อึดใจเดียวเขาก็เหยียบตอไม้แล้ววาดขายาวของเขาขึ้นนั่งคร่อมหลังควายตัวที่เธอขี่ได้อย่างง่ายดาย มือข้างซ้ายจับเชือกควายและประคองร่างเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างจับไม้แส้เพื่อไล่ต้อนควายตัวอื่นๆไปด้วย “ก็คนมันกลัวนี่นา แล้วทำไมไม่บอกดีๆล่ะว่าจะให้ขี่ควายอ้ะ” เอมอรทำเสียงกระเง้ากระงอดแถมยังทำหน้างอเหมือนม้าหมากรุกอีก “เอ้อ สอนมัน
last updateLast Updated : 2026-01-20
Read more

ตอนที่ 20 น้องควาย

หลังจากเอมอรบอกตกลงแม่อวนก็ไปปรึกษาหารือกับพ่อใหญ่จ้ำอีกทีสรุปก็คือเลื่อนเข้ามาได้แค่สิบกว่าวันก็เหลือเวลาอยู่อีกเกือบเดือนอยู่ดีเพราะพ่อใหญ่จ้ำให้ยึดเดือนคู่และต้องเป็นข้างขึ้นถึงจะดี แม่อวนจึงยึดตามนั้นพอกลับบ้านไปก็นำข่าวไปบอกกับแม่ปุ่นทันที ซึ่งแม่ปุ่นก็ตกลงตามที่แม่อวนบอก วันนี้ที่ทุ่งนาพ่ออาคมของเธอกำลังจะสนตะพายควายหนุ่มที่อายุได้ประมาณหนึ่งปี พ่อของเธอทำไม้หนีบคอมันไว้แล้วใช้เหล็กแหลมแทงเข้ารูจมูกมันต่อด้วยไม้แหลมร้อยเชือกตามเข้าไปอีก ตบท้ายด้วยการทาเกลือ พ่ออาคมของเธอทำได้ไวมาก ‘โอยไม่เจ็บแสบก็ให้มันรู้ไป มองดูแล้วเจ็บปวดแทนควายตัวนั้นจริงๆ’ “พ่อ!...” สมควรตะโกนเรียกพ่อวิ่งมาแต่ไกล “แมนหยัง” (มีอะไร) พ่อขานรับเสียงเรียบท่าทางนิ่งเฉยตามสไตล์ของเขา มือยังคงเก็บอุปกรณ์ในการสนตะพายควายไปด้วย “ควายอีก้อมมันออกลูก” (ควายอีก้อมมันคลอดลูก) สมควรวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกพ่อ ครอบครัวไหนมีวัวควายในหมู่บ้านนี้มักจะตั้งชื่อให้ควายตัวเองเกือบทุกตัว เพื่อสะดวกในการใช้งานร่วมกันและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของควายตัวนั้นๆ “กูกะคิดอย
last updateLast Updated : 2026-01-20
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status