Lahat ng Kabanata ng กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ: Kabanata 21 - Kabanata 30

226 Kabanata

บทที่ 10 ขั้นก่อกำเนิดลมปราณของลั่วถิงลู่ (1/2)

บทที่ 10ขั้นก่อกำเนิดลมปราณของลั่วถิงลู่เจียงหยูหมิงกินๆ นอนๆ ทั้งวันจนจะเป็นหมูอยู่แล้วหลังจากยัดเขาไว้ในเรือน ลั่วถิงลู่ก็บอกว่าจะเก็บตัวเพื่อฝ่าทะลุขั้น จึงขังเขาไว้ไม่ให้ออกจากเรือนน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้หนีไปไกลจนเกินระยะแก่นวิญญาณแยกขาด จงหลินอี้รับหน้าที่นำอาหารมาให้เขาทุกมื้อ มีเพียงบางครั้งที่จะอยู่ต่อเป็นเพื่อคุยเล่น"พี่อี้ เจ้าก็เห็นแก่มิตรภาพเก่าก่อนของเราเถอะ ท่านพาข้าไปหาหยูหยางที ท่านก็รู้ฝาแฝดอย่างเราตัวติดกันขนาดไหน ตอนนี้น้องข้าไปไกลลิบแล้ว ไกลจนแม้แต่พวกเจ้าก็หาไม่เจอ เจ้าจะให้ข้าทนอยู่เฉยได้อย่างไรเล่า!" เจียงหยูหมิงกรอกสุราป้านที่สิบเข้าปาก พูดเสียงอ้อแอ้ ร่างกายภาชนะเซียนเขาช่างดีนัก ต้องดื่มสุราห้าป้านขึ้นไปจึงจะเริ่มเมา พอเมาแล้วไม่กี่ก้านธูป[1]ก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง"เจ้านี่พูดไม่รู้เรื่อง! หาไม่เจอคือหาไม่เจอ ข้าเองก็เป็นห่วงเจ้าปลาน้อย ถึงอย่างไรก็เป็นสหาย!" จงหลินอี้ที่เมาจนหน้าแดงก่ำ ว่าพลางแกว่งจอกสุราหกเลอะเทอะ "เจ้าเองก็เถอะ ได้พลังเซียนมาแล้ว เหตุใดยังต้องกินต้องดื่มอีก ลำบากข้าต้องคอยปลีกเวลามาดูเจ้ากินข้าว""เจ้าพูดเยี่ยงนี้หมายความว่าอย่างไร! หาไม่
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 10 ขั้นก่อกำเนิดลมปราณของลั่วถิงลู่ (2/2)

ลมปราณ คือ การโคจรของพลังภายในผ่านจุดชี่ไห่ ใช้ได้มากน้อยขึ้นอยู่กับลมปราณที่มีอยู่แต่กำเนิดและลมปราณที่ดูดซับเข้าไปจากฟ้าดินขั้นแรก คือ ขั้นรวบรวมลมปราณ เป็นขั้นที่จะต้องรวบรวมลมปราณที่กระจัดกระจายยุ่งเหยิงภายในร่างกายมาเป็นสายธารแห่งลมปราณ โคจรหมุนเวียนตามจุดชี่ไห่จนมั่นคง มีทั้งหมดเก้าระดับ ขั้นต่อไปคือขั้นหลอมรวมลมปราณ เมื่อการโคจรลมปราณมั่นคงแล้วจะต้องทำการหลอมรวมลมปราณสายนั้นให้เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายแบ่งเป็นระดับที่หนึ่งถึงสี่ และเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจแบ่งเป็นระดับที่ห้าถึงเก้า เมื่อก้าวผ่านขั้นนี้ไปได้จะเป็นขั้นเพิ่มพูนลมปราณ ขั้นตอนนี้จะทำได้มากน้อยขึ้นอยู่กับลมปราณที่มีมาแต่กำเนิด แบ่งออกเป็นเก้าระดับ หากวาสนาดีพอ มีลมปราณมากพอที่จะทะลุระดับที่เก้าก็จะเข้าสู้ขั้นแก่นแท้ลมปราณที่เป็นเสมือนการเข้าใจลมปราณของตนเองได้อย่างถ่องแท้ แบ่งออกเป็นเก้าระดับ ยิ่งระดับเพิ่มขึ้นลมปราณจะยิ่งมารวบรวมอยู่ที่จุดตันเถียนหนาแน่นขึ้นจนมีรูปร่างคล้ายแก่นวิญญาณของคนผู้นั้น หากฝ่าทะลุขั้นแก่นแท้ลมปราณได้สำเร็จ จะถือว่าฝ่าทะลุการฝึกบำเพ็ญพลังลมปราณแห่งฟ้าขั้นต้นโดยสมบูรณ์ เข้าสู่พลังลมปราณขั้นกลาง
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 11 ซาลาเปาไส้เนื้อ (1/2)

บทที่ 11ซาลาเปาไส้เนื้อเคร้ง!จงหลินอี้ที่ยกอาหารเช้ามาให้เจียงหยูหมิงทำอาหารทั้งสำรับหลุดมือจงหลินอี้อยากกรีดร้องแต่ปากที่อ้าออกไร้ซึ่งเสียงหลุดรอด อยากจะหันหลังวิ่งแต่ขาดันด้านตาย อยากจะควักลูกตาที่เบิกโพลงของตัวเองออกให้รู้แล้วรู้รอด แต่สองมือกลับไม่ยอมขยับจะไม่ให้เค้าตกใจปานวิญญาณหลุดออกจากร่างขนาดนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาเปิดประตูบานเดิมเข้ามาในเรือนเดิม เดินข้ามฉากกั้นอันเดิมตรงมาที่ชุดโต๊ะไม้จันทร์แดงหน้าเตียงชุดเดิม เพื่อที่จะปลุกคนคนเดิม ให้มากินอาหารเช้าเดิมๆแต่ภาพตรงหน้ากลับไม่เหมือนเดิม...บนเตียงที่ควรจะมีเจียงหยูหมิงนอนแอ้งแม้งเกาพุง น้ำลายไหลยืดอยู่ ดันมีคนเพิ่มมาคนหนึ่ง! และคนคนนั้นยังเป็นไท่จื่อ! ที่สำคัญแขนของไท่จื่อยังพาดอยู่ที่เอวของเจียงหยูหมิง เหมือน...เหมือนกอดเขาเอาไว้! นี่ไท่จื่อนอนกอดเจียงหยูหมิงมิใช่หรือ?! ไท่จื่อมิใช่ปิดด่านฝ่าทะลุขั้นอยู่ที่เรือนบรรทมหรอกหรือ เหตุใดจึงมานอนกอด...มานอนอยู่ที่นี่ได้!เสียงตกกระทบของถ้วยชามเครื่องเงินชั้นดี ปลุกให้เจียงหยูหมิงที่นอนอิ่มมาทั้งวันจนนึกจะตื่นก็ตื่นได้โดยง่าย เจียงหยูหมิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น กลิ่นของอาหารที่จงหลินอ
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 11 ซาลาเปาไส้เนื้อ (2/2)

จงหลินอี้ฝืนบรรยาย เจียงหยูหมิงทนฟัง จนแล้วจนรอดจบไปหนึ่งเล่มก็ไม่ได้อะไร ทั้งคู่ต่างหมดหวังท้อแท้คางเกยราบวางอยู่บนโต๊ะ"นี่ พี่อี้ พบหยูหยางแล้วหรือยัง?" เจียงหยูหมิงถาม"เจ้าถามข้าวันละแปดรอบสิบรอบเจ้าก็ไม่ได้คำตอบใหม่หรอก" จงหลินอี้ตอบด้วยน้ำเสียงยานคางอย่างติดลม"เลิกพูดแบบนั้นเสียทีเถอะ! เจ้ากำลังทำให้ปัญญาชนเสื่อมเสียชื่อเสียง" เจียงหยูหมิงกล่าวอย่างรำคาญ "เจ้าดูเถอะ น้องชายข้าป่านนี้ไปตกระกำลำบากเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ใดก็ไม่รู้ จะให้ข้ามาเล่นเป็นเทพเป็นเซียนอะไร ใครมันจะไปมีกะจิตกะใจทำลง" หางเสียงของเจียงหยูหมิงเริ่มเบาลงทีละน้อยอย่างคนท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก"เช่นนั้นก็จงฝึกพลังเซียนเพื่อขึ้นไปตามหาน้องเจ้าซะ" ประตูเรือนเปิดออก ลั่วถิงลู่เดินเข้ามาปรายตามองปลาตายสองตัวที่นอนหมดแรงดิ้นอยู่บนโต๊ะ ตาดำคมปลาบเหลือบมองจงหลินอี้ "นี่คือการฝึกของเจ้าอย่างนั้นรึ""ขออภัยไท่จื่อ! ไท่จื่อโปรดประทานโทษให้กระหม่อม" จงหลินอี้รีบคุกเข่าโขกศีรษะแทบเท้านายเหนือหัว"เฮ้ยๆ เจ้ามันจะปฏิบัติต่างกันเกินไปแล้ว" เจียงหยูหมิงเอาเท้าเขี่ยๆ จงหลินอี้ที่ขดตัวเป็นเต่ามุดในกระดอง"หุบปาก!" จงหลินอี้หันมาทำตา
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 12 โจ๊กปลา (1/2)

บทที่ 12โจ๊กปลาหลิวจิ่นเหอยืนอยู่บนขอบหน้าผาสูงชันจะว่าเป็นหน้าผาก็ไม่ได้ เพราะพื้นที่นี้แท้จริงแล้วอยู่ในระดับเดียวกับพื้นระนาบในป่ารกชัฏอันมืดครึ้มที่เต็มไปสัตว์อสูรและพืชเซียน บางครั้งยังมีเผ่าปีศาจออกมาเร่ร่อนให้พบเห็นบ้างเป็นบางครั้ง เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับมนุษย์ธรรมดา ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งแสวงโชคสำหรับผู้บำเพ็ญเพียร เนื่องจากป่าแห่งนี้มีพลังลมปราณแห่งดินที่เข้มข้นมากเป็นพิเศษ รวมถึงมีแม่น้ำลมหิมะซึ่งเชื่อกันว่ามีต้นสายมาจากยอดเขาหนันซานไหลผ่านพัดพาเอาลมพายุหิมะมากับสายน้ำเชี่ยวกรากด้วย ป่าแห่งนี้จึงถูกเรียกว่าป่าปฐพีเยือกแข็งด้วยพลังปราณดินที่เข้มข้นและได้รับไอเย็นจากแม่น้ำจึงเกิดเป็นป่าขนาดใหญ่ ต้นไม้แต่ละต้นไม่ห้าคนโอบล้อมก็สิบคนโอบล้อม พืชพรรณเซียนมากมายล้วนดูดซับปราณดินและไอเย็นจนพบได้ทั่วทั้งป่า จึงล่อให้สัตว์อสูรทั้งหลายมาตั้งถิ่นฐาน เป็นเหตุให้คนธรรมดาไม่สามารถย่างกรายได้ แต่กลับเปรียบเสมือนขุมสมบัติสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรป่าปฐพีเยือกแข็งแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ระดับความอันตรายเองก็เพิ่มพูนตามความลึกของผืนป่าด้วย รอบนอกของป่าเป็นที่นิยมของเหล่าผู้บำเพ็
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 12 โจ๊กปลา (2/2)

โดยรวมชีวิตบนยอดเขาหนันซานของเจียงหยูหยาง ถ้าไม่นับเรื่องออกไปตากพายุหิมะไม่ได้และเรื่องที่ไป๋ซีหลางไม่ยอมบอกเขาถึงข่าวคราวของโลกภายนอกยอดเขา การเป็นอยู่ของเขานับว่าสะดวกสบายยิ่ง มีไป๋ซีหลางคอยรับใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นชีวิตในฝันของตัวขี้เกียจอย่างเขา เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าเซียนจิ้งจอกตนนี้คิดอะไรอยู่ถึงบอกว่าตัวเขาไม่ต้องกินต้องดื่ม! การกินดื่มเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจียงหยูหยาง ตื่นมาเขาก็ต้องกินโจ๊กปลาฝีมือมารดา ออกจากบ้านเขาก็ต้องได้กินซาลาเปาไส้เนื้อเจ้าประจำหน้าบ้านอาจารย์จง ขณะทำงานที่สำนักเทพพยากรณ์ซวงหยูมีผู้ศรัทธานำของมาเซ่นไหว้ไม่ขาดสาย ก่อนนอนเขายังต้องกินโจ๊กปลาของเหลือที่เจียงหยูหมิงไม่ยอมกินอีก แล้วจะมาบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องกินดื่มได้อย่างไร!เจียงหยูหยางโวยวายอยู่หลายวัน หลายวัน! เจ้าเซียนจิ้งจอกบ้านั่นปล่อยให้เขาอดข้าวอดน้ำไปหลายวัน จนเขาขู่ว่าจะไปกินดอกเบญจมาศหิมะเซียนจนหมดทุ่งนั่นแหละ ไป๋ซีหลางจึงยอมลงเขาไปเอาซาลาเปาไส้เนื้อมาให้เขา"นายท่าน ข้ากลับมาแล้ว" เสียงไพเราะดั่งระฆังแก้วดังขึ้นมาที่หน้าประตูวังก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินเข้ามา"ซาลาเปาเ
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 13 พระราชวัง (1/2)

บทที่ 13พระราชวังเพียงพริบตาเดียวที่นัยน์ตาคมปลาบจ้องมอง พู่กันด้ามดำก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นน้ำหมึกลอยซึมกลับเข้าไปในมือของเจียงหยูหมิง ราวกับเป็นการสะกิด เจียงหยูหมิงปรือตาขึ้น มือข้างที่พู่กันหายเข้าไปยกขึ้นขยี้เปลือกตาด้วยความง่วงงุน ก่อนจะชะงักด้วยความรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ตาหงส์เหลือบขึ้นไปเห็นเงาตะคุ่มสูงใหญ่ที่ส่งสายตาเย็นชามองมา เจียงหยูหมิงสะดุ้งแทบตกเตียง"เฮ้ย! เจ้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร เข้ามาทำไม ไม่รู้รึไงตอนคนเขานอนต้องเคาะประตูเรียก มารยาทน่ะมีไหม ข้าเกือบจะหัวใจวายตาย!" ด้วยอารามตกใจ เปิดปากได้ก็ด่าเป็นชุด ด่าเสร็จหัวใจที่เกือบจะพุ่งออกมาจากอกจึงค่อยสงบลง เจียงหยูหมิงลูบอกตัวเองแรงๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งด่าไท่จื่อแห่งเกาะกุยเหว่ยว่าไม่รู้มารยาทช่างเถอะ คนมีมารยาทที่ใดจะมายืนมองคนอื่นนอนกันลั่วถิงลู่โดนด่าเป็นชุดก็ปวดขมับตุบ เขาหลับตาสงบสติอารมณ์ก่อนจะคุยธุระ "ตื่นแล้วก็ดี ข้ามาบอกเจ้าให้เตรียมตัว พรุ่งนี้ข้าต้องออกจากตำหนักไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ""เจ้าไปหาพ่อเจ้าก็ไปสิ จะมารายงานข้าทำไม" เจียงหยูหมิง โบกมือไล่ก่อนจะล้มตัวไปนอนต่อ แต่กลับโดนหิ้วคอเสื้อขึ้นมาระหว่างทาง"เ
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 13 พระราชวัง (2/2)

เป็นลั่วถิงเหยียนที่แค่นเสียงก่อนจะละสายตากลับไปมองที่ประตูพระตำหนักก่อน "โจวกงกง คนก็มาครบแล้ว เชิญท่านไปทูลเสด็จพ่อเถิด"โจวกงกงคำนับรับคำก่อนเดินอย่างเงียบเชียบเข้าไปในพระตำหนัก เพียงครู่เดียวประตูสองบานจึงเปิดออก พร้อมกับเสียงโจวกงกงเชิญองค์ชายทั้งสองเข้าเฝ้า สององค์ชายลั่วถิงลู่กับลั่วถิงเหยียนเดินเข้าไปพร้อมกัน เห็นดังนั้นเจียงหยูหมิงจึงก้าวเท้าเดินตามอย่างเหม่อลอย แต่กลับชนเข้ากับแผ่นหลังตั้งตรงสง่าของหลิวจิ่นเหอ"ทำอะไรของเจ้า" หลิวจิ่นเหอหันขวับมาตำหนิ เจียงหยูหมิง มองไปรอบๆ เห็นผู้ติดตามและองครักษ์ขององค์ชายทั้งสองคนยังยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ทุกคนกลับส่งสายตามาทางเขาอย่างพร้อมเพรียง"ขออภัยๆ คนใหม่ สั่งสอนไม่ดี กลับไปจะทำโทษอย่างหนัก ขออภัยๆ" จงหลินอี้หัวเราะแหะๆ ประสานมือคำนับรอบทิศก่อนจะดึงเจียงหยูหมิงมายืนที่เดิม "ไม่เข้าไปหรือ?" เจียงหยูหมิงกระซิบถาม"เจ้าจะเข้าไปให้โดนประหารเล่นขอหาแอบฟังกษัตริย์กับองค์ชายสนทนากันน่ะหรือ บอกแล้วไงว่าให้อยู่เฉยๆ!" จงหลินอี้กระซิบตอบกลับรวดเดียว ก่อนจะปล่อยมือจากเสื้อเจียงหยูหมิงเจียงหยูหมิงเห็นสายตาที่เขียนว่า 'พร้อมจะจู่โจมผู้บุกรุก
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 14 เยือนสำนักมนตราคู่ (1/2)

บทที่ 14เยือนสำนักมนตราคู่ลั่วถิงลู่เดินนำหน้าเจียงหยูหมิงออกจากพระราชตำหนัก ตาคมเหลือบไปข้างหลัง'ทำเป็นบื้อใบ้ เก็บเขี้ยวเล็บไว้ไหนเสียหมดล่ะ'เจียงหยูหมิงค้อนตามองตอบ 'ทีเจ้าเล่า ทำมาเป็นเปิ่นกง[1] เปิ่นหวาง วางท่าซะไม่มี'สองสายตามองเยื้องหน้าเยื้องหลัง ดังมีประกายสายฟ้าฟาดฟันระหว่างกัน จนลั่วถิงลู่ขึ้นเกี้ยวแล้วเจียงหยูหมิงยังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่หายขบวนเกี้ยวไท่จื่อยาตรากลับตำหนักบูรพาอย่างเกรียงไกร เมื่อถึงตำหนักแล้วกลับไม่ได้ตรงไปที่เรือนบรรทม องครักษ์ทั้งหมดกลับไปประจำการ เหลือเพียงหลิวจิ่นเหอ จงหลินอี้ ผู้ติดตามอีกสองคน และลั่วถิงลู่ที่เดินลงมาจากเกี้ยวโดยเปลี่ยนเป็นชุดดำแดงตามเดิมตอนไหนก็ไม่ทราบ"พี่หลิว เราไม่กลับไปฝึกพลังปราณเซียนแล้วหรือ" เจียงหยูหมิงถามระหว่างเดินตามขบวนไปออกประตูหลังตำหนักหลิวจิ่นเหอตอบ "ไท่จื่อมีภารกิจต้องไปจัดการ""ภารกิจอะไรอีก วันหนึ่งทำไมจึงยุ่งเช่นนี้" เจียงหยูหมิงบ่นอุบอิบ"นี่ก็เป็นเพราะไท่จื่อเก็บตัวอยู่ในตำหนักมานานอย่างไรเล่า ถึงได้มีเรื่องต้องสะสางมากมาย" หลิวจิ่นเหออธิบายลั่วถิงลู่เดินมาโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง "และเป็นเพราะต้องมาติดอยู
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa

บทที่ 14 เยือนสำนักมนตราคู่ (2/2)

เสียงร้องโวยวายของเขาเหมือนจะได้ผล มีคนหันมามองหลายคน แต่มองสักพักก็เดินจากไป บ้างก็ป้องมือซุบซิบ บ้างยิ้มขำ"เฮ้ย! พวกเจ้าเห็นคนโดนลักพาตัวแล้วทำเช่นนี้รึ เทพพยากรณ์อย่างข้าขอสาปให้พวกเจ้าอยู่ไม่มีสุข ครอบครัวแตกแยก การงานล้มเหลว เงินทองรั่วไหลจนหมดตัว!" เจียงหยูหมิงแหกปากลั่น ดิ้นแด่วๆ อยู่ในกรงขังที่ทำมาจากกล้ามเนื้อแขนรอบตัวลั่วถิงลู่หมดความอดทน จับหลังคอเขากดลงกับอานม้า "อยู่นิ่งๆ! พวกเขาไม่ได้ยินที่เจ้าพูด ตั้งแต่ออกเดินทางข้าก็ใช้มนตราไว้ที่ตัวเจ้า คนอื่นเห็นเจ้าเป็นเพียงแมวตัวหนึ่งเท่านั้น""อะไรนะ" เจียงหยูหมิงเบิกตาโพลง มนตรา...คืออะไรอีกละเนี่ย! ก่อนออกมาเขารู้ตัวอยู่หรอกว่าลั่วถิงลู่ร่ายอะไรบางอย่างกับเขา เจียงหยูหมิงที่ไม่รู้จักสิ่งเหล่าก็นึกเพียงว่าเป็นอาคมป้องกันไม่ให้เขาหนีอะไรเทือกนั้นเสียอีกเจียงหยูหมิงแค้นใจนัก ดิ้นหนีก็ไม่หลุด แหกปากโวยวายคนอื่นก็คงได้ยินเพียงเสียงเมี้ยวๆ มิน่าเล่าคนเหล่านั้นที่มองมาทางเขาจึงไม่ซุบซิบก็หัวเราะ สายตาทั้งแวววาวทั้งเอ็นดูยิ่งนัก ใจจริงเจียงหยูหมิงแอบดีใจที่พวกเขาโดนมนตราหลอกตาอยู่ หากเห็นตามจริงภาพคงไม่น่าดูเท่าไร ให้เห็นชายหนุ่มตัว
last updateHuling Na-update : 2026-01-15
Magbasa pa
PREV
123456
...
23
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status