กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ

กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ

last updateLast Updated : 2026-01-18
By:  Sapphiros S. N.Ongoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
226Chapters
8views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฝาแฝด 'เจียงหยูหมิง' และ 'เจียงหยูหยาง' มักฝันถึงตัวพวกเขาในอีกโลกจึงนำความรู้ที่ได้มาสร้างตัวในฐานะร่างทรงเทพพยากรณ์จนค้นพบพลังแปลกประหลาด เมื่อความลับถูกเปิดเผยจึงถูกพรากจากกันเพื่อนำไปเป็นภาชนะบรรจุแก่นวิญญาณเซียนที่สวรรค์และอเวจีต่างก็ตามล่ามากว่าพันปี ทั้งคู่ถูกบังคับให้แยกเส้นทางเพื่อเรียนรู้พลังและอดีตชาติของตน ระหว่างนั้นฝาแฝดก็เข้ามาพัวพันกับเรื่องราววุ่นวายของโลกบำเพ็ญเพียรแห่งฟ้าดินมากมายดั่งมีสิ่งชักพา ทั้งสองต้องพยายามอย่างหนักในเส้นทางของตนเองเพื่อที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าสองพี่น้องกันอีกครั้ง

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เจ้าฝันอะไร (1/2)

บทที่ 1

เจ้าฝันอะไร

ท่ามกลางความวุ่นวาย หยินหยางพบจุดสมดุล ผานกู่แหวกไข่บรรพกาลก่อกำเนิดฟ้าและดิน หากแต่ฟ้าดินเดิมอยู่รวมกันมิอาจแยกจาก ผานกู่จึงใช้สองมือค้ำฟ้า สองเท้ายันดิน ผ่านมานานหลายหมื่นปีฟ้าดินจึงแยกจากกัน ระหว่างนั้นสี่สัตว์เทพมีมังกรฟ้า หงส์แดง พยัคฆ์ขาว และเต่าดำ คอยให้ความช่วยเหลือผานกู่ ภารกิจลุล่วง หยินหยางแยกจากกัน ผานกู่สิ้นใจ ก่อนจากไปได้ใช้แขนขาทั้งสี่สร้างเป็นเสาค้ำยันโลก สัตว์เทพทั้งสี่ค่อยเฝ้าเอาไว้ชั่วนิรันดร์

หลายหมื่นปีต่อมา นานเท่าอายุขัยผานกู่ เสาค้ำยันโลกทั้งสี่เสื่อมสลาย หยินหยางบรรจบ ฟ้าดินวุ่นวาย ประตูปีศาจเปิดออก หนี่ว์วาซ่อมประตู สัตว์เทพทั้งสี่แทนที่แขนขาผานกู่ค้ำฟ้ายันดิน รักษาสมดุลหยินหยาง

พลัดพรากอีกครา ฟ้าดินร่ำไห้ เกิดเป็นทะเลสี่ทิศ ตงไห่ หนานไห่ ซีไห่ และเป่ยไห่ มีเพียงสัตว์เทพทั้งสี่ที่สูงใหญ่พอจะโผล่พ้นน้ำ หนี่ว์วาแบ่งวางมนุษย์สี่ทิศลงบนสัตว์เทพทั้งสี่ กำเนิดเป็นยุคแห่งสี่แคว้นชิงหลง จูเชว่ ไป๋หู่ และเสวียนอู่

"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร"

เจียงหยูหมิงวัยสี่ขวบลืมตาตื่นเริ่มต้นวันใหม่ด้วยคำถามเดิมของแฝดน้องทุกเช้า มือน้อยปัดหน้ากลมของเจียงหยูหยางที่บดบังแสงสว่างยามรุ่งอรุณออก

"เจ้าปลุกข้าอีกแล้ว! หยูหยาง ข้าอุตส่าห์วางแผนไว้ว่าจะแอบลุกไปกินขนมเค้กในตู้หลังท่านแม่หลับเลย เช่นนี้ข้าในฝันก็จะหลับอยู่หน้าตู้ โดนจับได้กันพอดี!"

"ท่านแม่ในฝันเจ้าหรือ ท่านน้าเฉินซื่อ ฟูเหรินของพ่อในฝันของข้าน่ะหรือ?"

"ใช่แล้ว หลังงานฉลองวันเกิดของพวกเรา แม่ในฝันข้าก็แอบเอาขนมเค้กส่วนที่เหลือใส่ในตู้หลังใหญ่ แม่ในฝันเจ้าไม่ได้ทำหรือ?"

วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสี่ปีของคู่ฝาแฝด ตลอดช่วงชีวิตสี่ปี ทั้งคู่มักจะฝันถึงการใช้ชีวิตในอีกโลกหนึ่งในคืนก่อนเริ่มวันทุกวัน 

ณ สถานที่แห่งนั้น แม้พวกเขาจะเกิดวันเดียวกันแต่กลับไม่ได้เป็นพี่น้องฝาแฝดเหมือนในโลกนี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน อยู่บ้านหลังติดกัน ไปมาหาสู่กันไม่เว้นวัน แปลกที่แฝดพี่หยูหมิงเกิดจากเจียงจิ้งบิดาคนเดียวกับนอกความฝัน แต่มารดากลับเป็นเฉินซื่อฟูเหรินของเถ้าแก่หวังเจ้าของโรงเตี๊ยมใกล้บ้าน ส่วนแฝดน้องหยูหยางกลับเกิดจากเจียงเจินมารดานอกฝันกับเถ้าแก่หวังไปเสียได้ ยิ่งสกุลเดิมก่อนแต่งงานของเจียงเจินเป็นสกุลเจียงอยู่แล้ว ยิ่งสร้างความสับสนเข้าไปใหญ่

เมื่อยังไม่รู้ความทั้งสองจึงเผลอเรียกสองสามีภรรยาสกุลหวังผิดบ่อยๆ จนได้รับความรักใคร่เอ็นดู รวมกับที่สกุลหวังอับโชคไม่มีทายาท สองสามีภรรยาร่ำจะขอแฝดหนึ่งคนไปเป็นบุตรบุญธรรม เพียงแต่พอจะจับแยกสองแฝดกลับกอดกันกลมร้องไห้จ้า จนสกุลหวังใจอ่อน ขอเพียงเอ็นดูต้อนรับขับสู้ดุจคนในครอบครัวเป็นพอ

"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร"

"ข้าฝันร้าย! หยูหยาง แม้กระทั่งในฝันข้ายังได้กินโจ๊กปลาที่แม่เจ้าทำ ข้าลืมภาพหม้อที่ยกข้ามรั้วบ้านเข้ามาไม่ได้!" เจียงหยูหมิงก้มหน้าปิดตาอย่างไม่ยินยอม โจ๊กปลาๆ ทั้งชีวิตเขามีแต่โจ๊กปลา ในฝันเขาอุตส่าห์มีแม่อีกคนแล้ว แม่จากข้างบ้านซึ่งก็คือเจียงเจินมารดานอกฝันของเขายังอุตส่าห์ทำโจ๊กปลาแบ่งมาให้บ้านเขาอีก!

"เจ้าแปดขวบแล้วนะ ยังจะมางอแงกับอิแค่โจ๊กปลาไปได้ อีกอย่างโจ๊กปลาของท่านแม่อร่อยจะตายไป ข้ากินเท่าใดก็ไม่เบื่อ"

"ลิ้นจระเข้อย่างเจ้ากินอะไรไม่อร่อยบ้าง จะว่าอร่อยมันก็เคยอร่อยอยู่ แต่ถ้าให้กินทุกวัน กินทุกมื้อ กินมาแปดปี ใครมันจะไปกินลง!"

บ้านสกุลเจียงเป็นเพียงชาวประมงเลี้ยงชีพด้วยการหาปลาตั้งแต่ยามโฉ่วจนถึงยามเหม่า[1] เจียงจิ้งผู้เป็นบิดาก็นำปลาที่หาได้มาขายในตลาด ปลาที่เหลือก็ให้เจียงเจินผู้เป็นมารดานำไปปรุงเป็นโจ๊กปลาขายจนถึงยามเว่ย[2] วันๆ หาได้มีเวลาเลี้ยงดูบุตรฝาแฝดกำลังเข้าวัยซนไม่ ทำได้เพียงอาศัยฝากฝังไว้กับเพื่อนบ้านในละแวกช่วยดูแลผลัดๆ กันไป

บ้านสกุลเจียงตั้งอยู่ในตลาดริมอ่าวท่าตะวันออกในเมืองกุยเหว่ย เดิมควรจะเป็นแหล่งทำมาค้าขาย ริมอ่าวเรียงรายไปด้วยเรือบรรทุกสินค้าจากต่างแดน กิจการใดไม่ว่าจะเป็นโรงเตี๊ยม ร้านน้ำชา ตลอดจนชาวประมงล้วนรุ่งเรือง

แต่แล้วเมื่อปีกรายหลังคู่แฝดเกิดได้ไม่นาน ทางราชสำนักแห่งแคว้นเสวียนอู่ประกาศกฎอัยการศึก ห้ามเรือใดนอกจากเรือของทางการจอดเทียบท่าทุกอ่าวทั่วราชอาณาจักร ห้ามคนต่างแดนขึ้นริมฝั่งแคว้นเสวียนอู่โดยเด็ดขาด อีกทั้งห้ามชาวเมืองติดต่อกับชาวต่างแดนทุกช่องทาง ทุกกิจการจึงหยุดชะงัก ไร้ค่าสินไหมชดเชย ซ้ำร้ายหลังจากประกาศกฎอัยการศึกได้เพียงหนึ่งปี ยังมีพายุหนาวเข้าเล่นงาน ผืนทะเลที่ล้อมรอบเมืองท่ากุยเหว่ยล้วนกลายเป็นชั้นน้ำแข็ง เอาเรือลงก็ไม่ได้ จับปลาก็ไม่ได้ ภายหลังชาวประมงต้องใช้วิธีเจาะผืนน้ำแข็งเป็นรู แล้วหย่อนแหหย่อนเบ็ดเสี่ยงดวงเอา ลำบากอย่างยิ่ง บรรดาพ่อค้าที่ขึ้นเรือมาจากต่างแดนโดนตัดช่องทางทำมาหากินกระทันหันไร้ซึ่งทางเลือก ส่วนหนึ่งผันตัวเป็นโจรสลัดออกปล้นชาวบ้าน ยึดอาณาเขตริบส่วยจากผู้คน

เหตุการณ์บานปลาย ลั่วหวางเจ้าเมืองผู้ปกครองเมืองกุยเหว่ยพยายามอย่างหนักส่งฎีกาขอความช่วยเหลือจากทางการไปสิบกว่าฉบับกลับถูกเพิกเฉย เดิมเจ้าเมืองลั่วเป็นตระกูลนักรบ ถนัดฝึกฝนกองทัพรักษาชายแดน ควบคุมความปลอดภัยให้น่านน้ำแผ่นดินเสวียนอู่ ยามนี้ถูกทอดทิ้ง แม้แต่เบี้ยทหารก็ไม่มีจ่ายลงมา ทหารต้องใช้กำลังฝึกฝนร่างกายกลับต้องทนหิวโหย ใส่เสื้อตัวบางต่อสู้กับลมหนาว ไร้หนทางจึงร่วมมือกับสำนักมนตราคู่ สำนักผู้บำเพ็ญเพียรพรรคมาร ยอมปล่อยผ่านให้สร้างสำนักกลางน่านน้ำเป่ยไห่แลกกับการคุ้มครองและความมั่งคั่ง สร้างความไม่พอใจแก่ราชสำนักและเมืองต่างๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ

ราชวงศ์เสวียนนับถือลัทธิเต๋ามาแต่ต้นตระกูล เมืองท่ากุยเหว่ยกลับกล้าที่จะสร้างสำนักพรรคมารขึ้นอย่างเปิดเผย เหล่าขุนนางและเจ้าเมืองแคว้นต่างๆ ถวายฎีกาทัดทาน บัดนี้เมืองท่ากุยเหว่ยถูกตัดสินให้เป็นกบฏ ตัดขาดจากแว่นแคว้น ปิดตายสะพาน รับศึกรอบด้าน

เมืองท่ากุยเหว่ยล้อมรอบด้วยน่านน้ำทะเลกว้างใหญ่ทุกทิศทาง ฝั่งที่ใกล้แผ่นดินมากที่สุดเชื่อมกับแคว้นใหญ่ด้วยสะพานทางทิศเหนือ เป็นสะพานหินขนาดใหญ่กว้างสิบคันรถม้า อันเป็นทางเดียวที่เชื่อมเมืองกุยเหว่ยเข้ากับแผ่นดินใหญ่ เดิมสองข้างทางคึกคักด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก ก่อนที่จะเข้าสู่เมืองท่ากุยเหว่ยอันเป็นแหล่งการค้าใหญ่กับแคว้นอื่น

บัดนี้ภัยหนาวรุกรานไม่สามารถทำการค้าได้ สะพานถูกปิดตาย สนับสนุนพรรคมารถูกตีตราเป็นกบฏ เจ้าเมืองไร้ทางเลือกนอกจากจะต้องลุกขึ้นสู่ ร่วมมือกับสำนักมนตราคู่ ระเบิดสะพานทิ้ง ตั้งตนเป็นกบฏตามที่ถูกกล่าวหา ส่งผลให้เมืองท่าตะวันออกกุยเหว่ยไร้ทางเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ มีสภาพเป็นเกาะกุยเหว่ยแทน

"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร"

เจียงหยูหมิงวัยสิบปีลืมตาตื่นพบหน้ากลมขาวใสของเจียงหยูหยางแฝดน้องตามเคย

"เมื่อวานแม่ข้าเอาไพ่ประหลาดๆ มาให้ข้าเล่น เห็นบอกว่าทำนายโชคชะตาได้"

"สะดวกเช่นนั้นเชียว แค่มีไพ่ก็รู้อนาคตแล้ว?" เจียงหยูหยางตื่นตะลึง "งั้นเจ้าทำนายว่าจะเปิดอ่าวได้เมื่อใด ท่าเรือปิดมานานเช่นนี้ลำบากนัก ท่านลุงท่านป้าร้านไหนๆ ต่างก็ซูบเซียว หน้ามุ่ยทั้งวี่ทั้งวัน เล่นไม่สนุกเลย"

"เจ้ามันก็ห่วงแต่เล่น ข้าทำนายไม่ได้หรอก ที่นี่ไม่มีไพ่เหมือนในฝัน"

"เขียนเอาได้หรือไม่?"

"เจ้าเองก็เพิ่งพูด อ่าวปิดแล้ว ของใช้แพงนัก เจ้าจะไปหาหมึกหากระดาษที่ไหนมาเขียน"

"งั้นขูดแผ่นไม้เล่นเอา?"

"เจ้าโดนท่านแม่ตีตายน่ะสิ สะพานโดนทำลายแล้ว เมืองเราหาไม้ยากยิ่งนัก หาอย่างอื่นเล่นเถอะ"

"พวกเจ้าว่าจะเล่นอะไร สายขนาดนี้เหตุใดไม่ไปสำนักศึกษา" เสียงเด็กชายดังมาจากนอกบ้าน เจียงหยูหมิงเปิดหน้าต่างไม้เก่าเอียงกะเท่เร่ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามขยับจากห้องนอนชั้นสอง มองลงมาพบเด็กหนุ่มอายุมากกว่าฝาแฝดสามสี่ปี เขาตัวสูงชะลูดทว่าผอมแห้ง มองดูแล้วเหมือนตะเกียบคู่หนึ่ง เป็นจงหลินอี้ บุตรชายบุญธรรมของอาจารย์จงหานเจ้าของสำนักศึกษาที่เหมือนสถานรับเลี้ยงเด็กยากไร้มากกว่า

เนื่องจากสภาวะของเกาะกุยเหว่ยตอนนี้อยู่อย่างข้นแค้นยิ่งนัก ครอบครัวทั้งหลายก็เหมือนกับบ้านสกุลเจียง ทั้งวันยุ่งอยู่แต่หาเลี้ยงปากท้อง ประคองชีวิตสมาชิกในครอบครัวไปวันๆ บังเอิญมีบัณฑิตหนุ่มนามจงหานเดินทางผ่านมาแวะเมืองท่ากุยเหว่ยเพื่อเตรียมเสบียงก่อนเดินทางไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวง โชคร้ายที่เขามาในช่วงเวลาวุ่นวายพอดี สะพานถูกปิด สุดท้ายติดอยู่ในเมือง จนเมืองท่ากุยเหว่ยกลายเป็นเกาะกุยเหว่ย จนบัณฑิตหนุ่มในวันวานกลายเป็นบัณฑิตวัยกลางคน

จงหานตัดสินใจเปิดสำนักศึกษา รับลูกหลานชาวบ้านมาสอนหนังสือที่บ้าน ไม่คิดเงิน หากแต่แลกกับอาหารและเครื่องใช้เท่าที่ชาวบ้านพอจะแบ่งปันให้ได้ พอให้ดำรงชีวิตอยู่รอด ต่อมามีเด็กกำพร้าตัวมอมแมมไม่รู้ที่มามักมาแอบมองขณะที่อาจารย์จงกำลังสอน ชาวบ้านในละแวกเห็นว่าเด็กที่ถูกทิ้งไว้ท่ามกลางช่วงเวลาวุ่นวายมีอยู่ถมไป เด็กน้อยคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น อาจารย์จงจึงรับมาเป็นบุตรบุญธรรมนับจากนั้นมา

"พี่อี้ พวกข้าจะเล่นไพ่ เจ้าพอมีกระดาษกับหมึกบ้างไหม" เจียงหยูหยางยื่นหน้าออกนอกหน้าต่างก้มลงถามเด็กชายอายุมากกว่า

"วิญญูชนไม่พึงยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เจ้าลืมที่พ่อบุญธรรมสอนแล้วหรืออย่างไร อีกอย่าง ของสิ้นเปลืองพวกนั้น เห็นทีจะหาได้แค่ที่ย่านโคมแดงของสำนักมนตราคู่ ที่นั่นไม่ใช่ที่ของเด็ก พวกเจ้าห้ามไปเด็ดขาด!"

"รู้แล้วๆ เจ้าเป็นพี่หรือเป็นบิดาพวกข้ากันแน่ คร่ำครึเสียจริง" เจียงหยูหมิงบ่นพลางลากน้องชายฝาแฝดไปสำนักศึกษา

"ไม่กินโจ๊กปลา?"

"ไม่กิน!"

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
226 Chapters
บทที่ 1 เจ้าฝันอะไร (2/2)
สุดท้ายเด็กน้อยทั้งสองจึงช่วยกันอุ้มหม้อโจ๊กปลาไปสำนักศึกษา เป็นหม้อที่เหลือจากการขายของมารดาเมื่อวาน ถึงอย่างไรเด็กสองคนกินคนละสามมื้อก็ยังกินไม่หมด จึงเอาไปฝากอาจารย์จง อาจารย์เห็นโจ๊กหม้อนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เดิมผู้ใหญ่สามสี่คนกินเต็มที่ก็หมดหม้อ แต่เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่มาสำนักศึกษาไม่มีมื้อเช้าให้กิน ต้องรอบิดามารดาออกหากินวันต่อวัน กลับมาจึงค่อยมีอะไรตกถึงท้อง อาจารย์จงจึงหยิบถ้วยชาออกมา ตักโจ๊กอุ่นใส่ให้เด็กเวียนกินกันคนละจอกสองจอก ที่ใดมีอาหารที่นั่นย่อมมีความคึกคัก สำนักศึกษาวันนี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ"เดิมทีถ้วยชาก็ควรใส่ชา หากแต่วันนี้ไม่มีชา เช่นนั้นเราจะดื่มโจ๊กต่างชา ขอให้พวกเจ้ายามมีชาดื่มไม่ลืมเลือนสหายผู้ร่วมดื่มโจ๊กในวันนี้" อาจารย์จงกำชับ ศิษย์ทั้งหลายปรบมือชอบใจ ร่วมกันคำนับรับคำอาจารย์"หยูหมิง วันนี้สนุกยิ่งนัก" เจียงหยูหยางกล่าวกับพี่ชาย"เรียกพี่ใหญ่ ข้าโตกว่าเจ้าตั้งครึ่งถ้วยชา[3]""แต่หยูหมิง…""บอกว่าให้เรียกพี่ใหญ่ เจ้าสมองทึ่ม""ไม่ใช่เรื่องนั้น""งั้นอะไร?""ข้าลืมตักแบ่งโจ๊กมื้อเย็นของเราออกก่อนยกหม้อมา""…""…"ด้วยเหตุนี้สองพี่น้องฝาแฝดจึง
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 2 ทหารชั่ว เซียนจวิน ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่ม
บทที่ 2ทหารชั่ว เซียนจวิน ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มเจียงหยูหมิงนึกถึงคำที่เขาเคยได้ยินจากในฝัน 'ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด' กองทัพแคว้นเสวียนอู่ดั้นด้นมาถึงปากอ่าวจะมีเป้าหมายเป็นอันใดได้เล่า นอกเสียจากสำนักงานใหญ่พรรคมารมนตราคู่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ห่างจากปากอ่าวกว่าร้อยลี้[1] จุดมุ่งหมายของกองทัพแคว้นเสวียนอู่คงไม่แคล้วมาตัดกำลังสำนักมนตราคู่ เพื่อให้ไม่อาจหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่กองทัพกุยเหว่ยได้เจียงหยูหมิงทั้งหิ้วทั้งลากน้องชาย หลบซ่อนตามซากร้านรวงรกร้าง มุ่งหน้าไปยังถนนโคมแดง สุดปลายถนนติดขอบทะเลเป็นที่ตั้งของหอหรูซิงที่ฉากหน้าเป็นแหล่งซ่องสุมอบายมุขสิ่งเย้ายวนใจชายหญิงทุกรูปแบบ แต่ไม่ว่าใครก็รู้ดีว่าฉากหลังคือสำนักงานย่อยของสำนักมนตราคู่ มีไว้ติดต่อสื่อสารกับคนนอกสำนัก และยังมีไว้ให้คนในสำนักมาเก็บเกี่ยวหาความสำราญอีกด้วยยิ่งเข้าใกล้ถนนโคมแดง เสียงการต่อสู้ยิ่งดังชัดเจน เสียงโลหะกระทบกัน เสียงเลือดเนื้อฉีกขาด และเสียงกรีดร้องโหยหวนดังผสมปนเป บนฟ้ายังเห็นผู้บำเพ็ญเพียรขี่กระบี่เหินหาวโฉบไปมา เจียงหยูหมิงวางน้องชายที่ยังละเมอพึมพำ ตายซะๆๆ จิ้วๆๆๆๆ ลง"หรือเจ้าไม่ตื่นย
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 3 ตื่นได้เสียที! มาช่วยข้ารื้อซากศพเร็ว (1/2)
บทที่ 3ตื่นได้เสียที! มาช่วยข้ารื้อซากศพเร็วเจียงหยูหมิงแบกน้องชายขึ้นหลังเดินตามผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มไป เขาคนนี้แปลกยิ่งนัก ไม่ได้ขี่กระบี่เหาะเหินเหมือนผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น ทั้งทางที่มุ่งหน้าไปกลับไม่ใช่ทั้งถนนโคมแดงและหอหรูซิง แต่เดินไปหยุดอยู่ที่กองซากศพอีกกอง"เซียนจวิน ท่านกำลังจะไปที่ใด มิได้กลับสำนักหรอกรึ?" เจียงหยูหมิงเริ่มร้อนใจ ไฟสงครามรอบตัวยังคงปะทุไม่หยุด แต่คนคนนี้กลับทำเหมือนเดินเล่นอยู่ในลานบ้านของตนเองไม่ใช่ใจกลางมรสุมสงคราม"ค้น" ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มชี้เจียงหยูหมิงแล้วชี้ไปที่กองซากศพเจียงหยูหมิงอ้าปากค้าง ชี้ที่ตัวเองแล้วชี้ที่ศพ "ให้ข้าค้น?""ชักช้านัก จะกลายเป็นศพเสียเอง""…"นี่เขามาขอความช่วยเหลือไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องมาทำเรื่องน่าขยะแขยงได้เล่า ผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้ท่าจะเป็นบ้า คนดีๆ ที่ไหนเขามาค้นกองซากศพกัน…เจียงหยูหมิงกัดฟัน วางน้องชายลง เดินไปที่กองซากศพ มือน้อยกระชากแขนศพร่างหนึ่งสุดแรง ตัวเขากลับล้มไปข้างหลัง ในมือมีเพียงแขนข้างหนึ่งอ้วกกกกกเจียงหยูหมิงอาเจียนเป็นครั้งที่สองของวัน"ว่าแต่ เซียนจวิน ท่านให้ข้าค้นกองซากศพหาสิ่งใดรึ" เจียงหยูหมิงที่เช็ดครา
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 3 ตื่นได้เสียที! มาช่วยข้ารื้อซากศพเร็ว (2/2)
นอกจากรูปร่างที่แตกต่าง ทั้งเครื่องแบบทั้งอาวุธกลับเหมือนทหารคนอื่นๆ หากแต่ศพร่างนี้ห้อยต่างหูสีดำสนิทไว้คู่หนึ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มดึงต่างหูข้างซ้ายของศพชายร่างอ้วนท้วนออก เผยปานรูปเต่ากางสี่ขาโผล่หัวโผล่หางสีดำตัวจิ๋ว หากมองไกลๆ คงคล้ายรูเจาะหูหรือไม่ก็ไฝเม็ดโต"เจอเสียที!" เจียงหยูหยางโห่ร้องยินดี "ว่าแต่พี่ชายเซียนจวินหาศพนี้ทำไมหรือ หรือว่าเป็นญาติท่าน?""ข้าบอกเจ้าได้" ผู้บำเพ็ญเพียรเหลือบสายตาเยียบเย็นมองคู่แฝดที่ดูจะชินกับความเย็นชาของเขาเสียแล้ว "แต่หลังจากที่รู้ เจ้าต้องตาย ยังอยากรู้หรือไม่"เจียงหยูหยางอ้าปาก "ไม่เอาๆ เป็นความลับท่านก็บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องขู่ฆ่ากันเลย!" มือเล็กแดงฉานด้วยคราบเลือดโบกปฏิเสธเป็นระวิง"พบเขาแล้ว เราก็ไปกันได้แล้วใช่หรือไม่?" เจียงหยูหมิง เขกหัวน้องชาย ใครใช้ให้อยากรู้อยากเห็นไปทั่วผู้บำเพ็ญเพียรยืนนิ่ง ดูเหมือนกำลังใช้ความคิด สายตากวาดไปโดยรอบ ก่อนเดินไปที่ศพร่างหนึ่งที่ใส่ชุดม่วงของสำนักมนตราคู่ ร่างสูงก้มลงคว้าถุงเฉียนคุนที่เหน็บอยู่ที่เอวของศพร่างนั้นมา "เจ้า เอาเสื่อมาให้ข้า"เจียงหยูหมิงดึงเสื่อลงจากไหล่ของตนยื่นไปให้ผู้บำเพ็ญเพีย
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 4 หลังไฟสงคราม (1/2)
บทที่ 4หลังไฟสงครามสงครามล่วงผ่านมาแล้วสี่ปีครานั้นแคว้นเสวียนอู่ตีตราว่าเมืองท่ากุยเหว่ยเป็นกบฏ จึงปิดสะพาน ตัดขาดสัมพันธ์ ทางด้านเจ้าเมืองลั่วทนเห็นชาวเมืองลำบากยากเข็ญ ผู้ใหญ่ค้าขายไม่ได้ เด็กเล็กอดอยากไม่ไหวก็ระเบิดสะพานใหญ่ตั้งตัวเป็นเกาะกุยเหว่ย แยกขาดจากแผ่นดินใหญ่เสวียนอู่ตลอดกาลแคว้นเสวียนอู่แบ่งพื้นที่เป็นหกเขตหลัก แผ่นดินใหญ่คือส่วนหัวและกระดอง ส่วนขาทั้งสี่ และส่วนหาง เหล่าขุนนางเห็นว่าหางเต่าเทียบกับแคว้นใหญ่ทั้งพื้นที่และประชากรมีไม่ถึงหนึ่งในสิบของตัวแผ่นดินใหญ่ ขุนนางโฉดกษัตริย์ชั่วจึงดูแคลนไม่ให้ความสำคัญ ส่ง 'หลี่หวาง' ผู้ใช้ชีวิตสำราญไปวันๆ ดาบไม่เคยจับ ม้าไม่เคยขี่ แม้แต่ยศถาบรรดาศักดิ์ยังตั้งไม่ชัดเจน ได้เบี้ยเลี้ยงเทียบเท่ากั๋วกง ภายหลังออกทำศึกจึงแต่งตั้งยศกลวงๆ ให้ขึ้นเป็นหลี่หวางหลี่หวางผู้นี้นำกองทัพแคว้นเสวียนอู่กว่าสองหมื่นนายลงมาปราบปรามกบฏหางเต่า แคว้นใหญ่มากคนมากเรื่องราว ต่างฝ่ายจ้องจะโกงกิน จ้องเล่นงานตลบตะแลงกัน สุดท้ายพ่ายแพ้ต่อกองทัพทหารเกาะกุยเหว่ยเพียงสามพันนายที่ผนึกกำลังร่วมกับผู้บำเพ็ญเพียรพรรคมารสำนักมนตราคู่อีกหลายพันคนอย่างราบคาบ แคว้นใ
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 4 หลังไฟสงคราม (2/2)
"สิบลำดับสุดท้าย! สิบลำดับสุดท้าย! เทพพยากรณ์ใกล้กลับสวรรค์แล้ว สิบลำดับสุดท้าย!" เจียงฟูเหรินเดินแจกป้ายลำดับ นางยัดป้ายไม้เขียนว่า '51' ให้ชายหนุ่มร่างสูง "นี่เป็นลำดับสุดท้ายของวันนี้แล้ว พ่อหนุ่มช่างมีวาสนานัก แถมยังหน้าตาหล่อเหลาเอาการ มา ข้าให้โจ๊กปลาเจ้า" เจียงฟูเหรินหันไปโบกมือเรียกคนใช้ที่ถือหม้อโจ๊กปลาเดินตามหลังให้มาตักให้พ่อหนุ่มลำดับสุดท้ายหนึ่งชาม"เจียงฟูเหริน ท่านทำแบบนี้ไม่ได้ ปกติท่านเทพพยากรณ์กลับสวรรค์ยามโหย่ว[4] มิใช่รึ นี่เพิ่งยามเว่ย[5] ท่านก็จะไล่คนเสียแล้ว!" ชายวัยกลางคนที่ต่อหลังชายหนุ่มที่ได้ลำดับสุดท้ายโวยขึ้นมา เวลานี้ร้านค้าที่เขาเปิดกิจการซบเซา ทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้เพียงมาที่ซวงหยูให้เทพพยากรณ์ทำนายแล้วซื้อเครื่องรางไปสักชิ้นสองชิ้น กิจการก็จะกลับมาคึกคักใหม่ เป็นเช่นนี้มาสามสี่ครั้งแล้ว ครั้งนี้เขาตั้งใจปิดร้านเพื่อมาต่อคิวแต่เช้าจนเลยเวลาอาหารเที่ยงแต่กลับชวดลำดับสุดท้ายไป ตัวเขาไม่ยินยอม!"จริงด้วย เจียงฟูเหริน ข้าเดินทางมาไกลมาต่อแถวแต่เช้า แล้วนี่จะให้กลับไปมือเปล่าหรือ" คนในแถวหลังจากลำดับสุดท้ายเริ่มโวยวายต่อๆ กันไปเรื่อยๆ"ทุกท่านโปรดใจเย็น! วัน
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 5 เอาน้องข้าคืนมา! (1/2)
บทที่ 5เอาน้องข้าคืนมา!เจียงหยูหมิงตกใจที่ผ่านมาเขาลอกเลียนเนื้อหาการทำนายจากไพ่ในความฝัน ในฝันนั้นตัวเขาชอบนำไพ่ทำนายของแม่ไปเล่นที่โรงเรียนเพื่อดึงดูดสหายหญิงในโรงเรียน แรกเริ่มในวัยสิบสี่ปี เป็นครั้งแรกที่เจียงหยูหมิงลอกเลียนเอาถ้อยคำทำนายจากในฝันมาใช้ เขาพยายามนึกออกมาอย่างทุลักทุเล โดยได้รับความช่วยเหลือจากแฝดน้องเจียงหยูหยางที่ในฝันมักร่วมดูเขาเล่นไพ่ทำนายด้วยทุกครานานวันเข้า ทั้งคู่เริ่มจดจำความฝันได้แม่นยำมากขึ้น ทำให้การเปิดสำนักเทพพยากรณ์ซวงหยูเป็นไปด้วยดี เพียงแต่ดูท่าตัวเขาในฝันจะศึกษาวิธีการละเล่นมาเพียงผิวเผิน จึงไม่เพียงพอต่อการนำมาทำนายทายทักผู้คนที่เข้ามาหาสำนักเทพพยากรณ์ซวงหยูกว่าร้อยคนต่อวัน"การละเล่นปาหี่ หลอกเอาเงินคนของพวกเจ้าใช้ได้ที่ไหนกัน ไม่สมเป็นวิญญูชน! ช่างเถอะๆ นับเป็นส่วนช่วยให้กิจการกระดาษแดงใบเฟิงรุ่งเรือง ขอให้เจริญรุ่งเรือง! ขอให้เจริญรุ่งเรือง!" จงหลินอี้ที่กำลังง่วนอยู่กับการตากกระดาษกล่าวกับสองแฝดที่มานั่งเล่นในลานบ้านสกุลจงก่อนเวลาเปิดสำนัก"ถุย! พ่อค้าเต็มตัวอย่างเจ้าจะมาวิญญูชนอะไรอีก พี่อี้ เจ้าเองก็มาช่วยพวกข้าคิดหาหนทางหน่อยเถิด หากสำนั
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 5 เอาน้องข้าคืนมา! (2/2)
"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร" เจียงหยูหยางถามแฝดผู้พี่ในเช้าวันหนึ่ง ขณะนั้นทั้งคู่มีอายุได้สิบห้าปีเจียงหยูหมิงลืมตาตื่นมาพบภาพอันคุ้นเคย "ข้าฝันว่าได้ของเล่นใหม่มา ไม่สิ ความจริงพ่อข้าซื้อไว้ให้ข้าใช้ติดต่อสื่อสาร แต่พอข้าได้มาก็เอาไปเล่นเสียเป็นส่วนใหญ่ อีกส่วนนำไปขอข้อมูลติดต่อจากแม่นางในห้องเรียน""ข้าจำได้ เจ้าวิ่งไปหาแม่นางทุกคนในห้องเรียน ตลกมากเชียว" เจียงหยูหยางหัวเราะเสียงใส ก่อนลืมตากลมสีดำสนิท "หยูหมิง เจ้าว่าไม่แปลกหรอ?""แปลกอะไร?" เจียงหยูหมิงเลิกคิ้วสงสัย"เหตุใดพวกเราในความฝันไม่เคยพูดถึงตัวเราในตอนนี้เลยเล่า เหมือนที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ มันเหมือนกับว่า...ตัวเราในความฝันไม่ได้ฝันถึงเราในตอนนี้" นัยน์ตาสีดำมืดมิดเบือนมองออกไปนอกหน้าต่าง มองหาอะไรตัวเจียงหยูหยางเองก็ไม่แน่ชัด เหมือนกับว่าเขาต้องการที่จะมองทะลุผ่านท้องฟ้า ทะลุผ่านโลกใบนี้ ทะลุผ่านความฝัน มองไปยังนัยน์ตาสีดำสนิทอีกคู่หนึ่ง..."...ที่เจ้าพูดมา น่าคิดยิ่งนัก" คิ้วเรียวโก่งของเจียงหยูหมิงขมวดมุ่นเป็นปมขณะคิดตามคำพูดของน้องชายบทสนทนายามเช้าที่ควรยืดยาวกลับหยุดลง สองฝาแฝดต่างมีความคิดเป็นของตน ยิ่งคิดยิ่งถ
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
บทที่ 6 ท่านกลับมาแล้ว (1/2)
บทที่ 6ท่านกลับมาแล้ว"ปล่อยข้า! ปล่อยข้าาาาา" เจียงหยูหยางตะโกนลั่นจนสุดคอ แต่เสียงที่ออกมากลับฟังดูอู้อี้อื้ออึงจะไม่ให้เสียงเขาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าหูจิ้งจอกโอบรัดร่างเล็กไว้เสียแน่น กดใบหน้าเล็กไว้กับอก เจียงหยูหยางแทบไม่มีอากาศหายใจ มือเล็กของเด็กหนุ่มพยายามผลักดันให้ตัวเองหลุดออกจากคุกที่ทำมาจากร่างกายอันแข็งแกร่ง สองขาห้อยลอยกลางอากาศเตะไปมาดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่เจ้าหูจิ้งจอกช่างแรงเยอะนัก ดิ้นรนเพียงใดท่อนแขนแข็งแกร่งก็ไม่ขยับเลยสักนิด"อดทนอีกนิด ใกล้จะถึงแล้ว" เสียงทุ้มละมุนไพเราะชวนฟังเอ่ยขึ้น หากเป็นยามปกติเจียงหยูหยางต้องหันไปมองเสียหน่อยว่าเจ้าของน้ำเสียงไพเราะนี้คือผู้ใด แต่ไม่ใช่ในยามนี้!"ทนกับผีสิ! ปล่อยข้าาาา" ร่างน้อยในอ้อมกอดแกร่งยังคงดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์ ยามนี้เขาทั้งหวาดกลัว ทั้งมึนงง และยังเวียนศีรษะจนแทบจะอาเจียนอยู่รอมร่อ เจ้าหูจิ้งจอกนอกจากจะวิ่งบนพื้นแบบคนปกติไม่เป็นแล้วยังไม่เหาะเหินอากาศเหยียบกระบี่แบบผู้บำเพ็ญเพียร แต่กลับกระโดดไปมาบนอากาศ!บนฟากฟ้าท่ามกลางกลุ่มเมฆขาวเบาบาง มีมนุษย์จิ้งจอกหนุ่มกระโดดไปมาด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวชวนเคลิ้มฝัน ยามเม
last updateLast Updated : 2026-01-15
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status