LOGINฝาแฝด 'เจียงหยูหมิง' และ 'เจียงหยูหยาง' มักฝันถึงตัวพวกเขาในอีกโลกจึงนำความรู้ที่ได้มาสร้างตัวในฐานะร่างทรงเทพพยากรณ์จนค้นพบพลังแปลกประหลาด เมื่อความลับถูกเปิดเผยจึงถูกพรากจากกันเพื่อนำไปเป็นภาชนะบรรจุแก่นวิญญาณเซียนที่สวรรค์และอเวจีต่างก็ตามล่ามากว่าพันปี ทั้งคู่ถูกบังคับให้แยกเส้นทางเพื่อเรียนรู้พลังและอดีตชาติของตน ระหว่างนั้นฝาแฝดก็เข้ามาพัวพันกับเรื่องราววุ่นวายของโลกบำเพ็ญเพียรแห่งฟ้าดินมากมายดั่งมีสิ่งชักพา ทั้งสองต้องพยายามอย่างหนักในเส้นทางของตนเองเพื่อที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าสองพี่น้องกันอีกครั้ง
View Moreบทที่ 1
เจ้าฝันอะไร
ท่ามกลางความวุ่นวาย หยินหยางพบจุดสมดุล ผานกู่แหวกไข่บรรพกาลก่อกำเนิดฟ้าและดิน หากแต่ฟ้าดินเดิมอยู่รวมกันมิอาจแยกจาก ผานกู่จึงใช้สองมือค้ำฟ้า สองเท้ายันดิน ผ่านมานานหลายหมื่นปีฟ้าดินจึงแยกจากกัน ระหว่างนั้นสี่สัตว์เทพมีมังกรฟ้า หงส์แดง พยัคฆ์ขาว และเต่าดำ คอยให้ความช่วยเหลือผานกู่ ภารกิจลุล่วง หยินหยางแยกจากกัน ผานกู่สิ้นใจ ก่อนจากไปได้ใช้แขนขาทั้งสี่สร้างเป็นเสาค้ำยันโลก สัตว์เทพทั้งสี่ค่อยเฝ้าเอาไว้ชั่วนิรันดร์
หลายหมื่นปีต่อมา นานเท่าอายุขัยผานกู่ เสาค้ำยันโลกทั้งสี่เสื่อมสลาย หยินหยางบรรจบ ฟ้าดินวุ่นวาย ประตูปีศาจเปิดออก หนี่ว์วาซ่อมประตู สัตว์เทพทั้งสี่แทนที่แขนขาผานกู่ค้ำฟ้ายันดิน รักษาสมดุลหยินหยาง
พลัดพรากอีกครา ฟ้าดินร่ำไห้ เกิดเป็นทะเลสี่ทิศ ตงไห่ หนานไห่ ซีไห่ และเป่ยไห่ มีเพียงสัตว์เทพทั้งสี่ที่สูงใหญ่พอจะโผล่พ้นน้ำ หนี่ว์วาแบ่งวางมนุษย์สี่ทิศลงบนสัตว์เทพทั้งสี่ กำเนิดเป็นยุคแห่งสี่แคว้นชิงหลง จูเชว่ ไป๋หู่ และเสวียนอู่
"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร"
เจียงหยูหมิงวัยสี่ขวบลืมตาตื่นเริ่มต้นวันใหม่ด้วยคำถามเดิมของแฝดน้องทุกเช้า มือน้อยปัดหน้ากลมของเจียงหยูหยางที่บดบังแสงสว่างยามรุ่งอรุณออก
"เจ้าปลุกข้าอีกแล้ว! หยูหยาง ข้าอุตส่าห์วางแผนไว้ว่าจะแอบลุกไปกินขนมเค้กในตู้หลังท่านแม่หลับเลย เช่นนี้ข้าในฝันก็จะหลับอยู่หน้าตู้ โดนจับได้กันพอดี!"
"ท่านแม่ในฝันเจ้าหรือ ท่านน้าเฉินซื่อ ฟูเหรินของพ่อในฝันของข้าน่ะหรือ?"
"ใช่แล้ว หลังงานฉลองวันเกิดของพวกเรา แม่ในฝันข้าก็แอบเอาขนมเค้กส่วนที่เหลือใส่ในตู้หลังใหญ่ แม่ในฝันเจ้าไม่ได้ทำหรือ?"
วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสี่ปีของคู่ฝาแฝด ตลอดช่วงชีวิตสี่ปี ทั้งคู่มักจะฝันถึงการใช้ชีวิตในอีกโลกหนึ่งในคืนก่อนเริ่มวันทุกวัน
ณ สถานที่แห่งนั้น แม้พวกเขาจะเกิดวันเดียวกันแต่กลับไม่ได้เป็นพี่น้องฝาแฝดเหมือนในโลกนี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน อยู่บ้านหลังติดกัน ไปมาหาสู่กันไม่เว้นวัน แปลกที่แฝดพี่หยูหมิงเกิดจากเจียงจิ้งบิดาคนเดียวกับนอกความฝัน แต่มารดากลับเป็นเฉินซื่อฟูเหรินของเถ้าแก่หวังเจ้าของโรงเตี๊ยมใกล้บ้าน ส่วนแฝดน้องหยูหยางกลับเกิดจากเจียงเจินมารดานอกฝันกับเถ้าแก่หวังไปเสียได้ ยิ่งสกุลเดิมก่อนแต่งงานของเจียงเจินเป็นสกุลเจียงอยู่แล้ว ยิ่งสร้างความสับสนเข้าไปใหญ่
เมื่อยังไม่รู้ความทั้งสองจึงเผลอเรียกสองสามีภรรยาสกุลหวังผิดบ่อยๆ จนได้รับความรักใคร่เอ็นดู รวมกับที่สกุลหวังอับโชคไม่มีทายาท สองสามีภรรยาร่ำจะขอแฝดหนึ่งคนไปเป็นบุตรบุญธรรม เพียงแต่พอจะจับแยกสองแฝดกลับกอดกันกลมร้องไห้จ้า จนสกุลหวังใจอ่อน ขอเพียงเอ็นดูต้อนรับขับสู้ดุจคนในครอบครัวเป็นพอ
"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร"
"ข้าฝันร้าย! หยูหยาง แม้กระทั่งในฝันข้ายังได้กินโจ๊กปลาที่แม่เจ้าทำ ข้าลืมภาพหม้อที่ยกข้ามรั้วบ้านเข้ามาไม่ได้!" เจียงหยูหมิงก้มหน้าปิดตาอย่างไม่ยินยอม โจ๊กปลาๆ ทั้งชีวิตเขามีแต่โจ๊กปลา ในฝันเขาอุตส่าห์มีแม่อีกคนแล้ว แม่จากข้างบ้านซึ่งก็คือเจียงเจินมารดานอกฝันของเขายังอุตส่าห์ทำโจ๊กปลาแบ่งมาให้บ้านเขาอีก!
"เจ้าแปดขวบแล้วนะ ยังจะมางอแงกับอิแค่โจ๊กปลาไปได้ อีกอย่างโจ๊กปลาของท่านแม่อร่อยจะตายไป ข้ากินเท่าใดก็ไม่เบื่อ"
"ลิ้นจระเข้อย่างเจ้ากินอะไรไม่อร่อยบ้าง จะว่าอร่อยมันก็เคยอร่อยอยู่ แต่ถ้าให้กินทุกวัน กินทุกมื้อ กินมาแปดปี ใครมันจะไปกินลง!"
บ้านสกุลเจียงเป็นเพียงชาวประมงเลี้ยงชีพด้วยการหาปลาตั้งแต่ยามโฉ่วจนถึงยามเหม่า[1] เจียงจิ้งผู้เป็นบิดาก็นำปลาที่หาได้มาขายในตลาด ปลาที่เหลือก็ให้เจียงเจินผู้เป็นมารดานำไปปรุงเป็นโจ๊กปลาขายจนถึงยามเว่ย[2] วันๆ หาได้มีเวลาเลี้ยงดูบุตรฝาแฝดกำลังเข้าวัยซนไม่ ทำได้เพียงอาศัยฝากฝังไว้กับเพื่อนบ้านในละแวกช่วยดูแลผลัดๆ กันไป
บ้านสกุลเจียงตั้งอยู่ในตลาดริมอ่าวท่าตะวันออกในเมืองกุยเหว่ย เดิมควรจะเป็นแหล่งทำมาค้าขาย ริมอ่าวเรียงรายไปด้วยเรือบรรทุกสินค้าจากต่างแดน กิจการใดไม่ว่าจะเป็นโรงเตี๊ยม ร้านน้ำชา ตลอดจนชาวประมงล้วนรุ่งเรือง
แต่แล้วเมื่อปีกรายหลังคู่แฝดเกิดได้ไม่นาน ทางราชสำนักแห่งแคว้นเสวียนอู่ประกาศกฎอัยการศึก ห้ามเรือใดนอกจากเรือของทางการจอดเทียบท่าทุกอ่าวทั่วราชอาณาจักร ห้ามคนต่างแดนขึ้นริมฝั่งแคว้นเสวียนอู่โดยเด็ดขาด อีกทั้งห้ามชาวเมืองติดต่อกับชาวต่างแดนทุกช่องทาง ทุกกิจการจึงหยุดชะงัก ไร้ค่าสินไหมชดเชย ซ้ำร้ายหลังจากประกาศกฎอัยการศึกได้เพียงหนึ่งปี ยังมีพายุหนาวเข้าเล่นงาน ผืนทะเลที่ล้อมรอบเมืองท่ากุยเหว่ยล้วนกลายเป็นชั้นน้ำแข็ง เอาเรือลงก็ไม่ได้ จับปลาก็ไม่ได้ ภายหลังชาวประมงต้องใช้วิธีเจาะผืนน้ำแข็งเป็นรู แล้วหย่อนแหหย่อนเบ็ดเสี่ยงดวงเอา ลำบากอย่างยิ่ง บรรดาพ่อค้าที่ขึ้นเรือมาจากต่างแดนโดนตัดช่องทางทำมาหากินกระทันหันไร้ซึ่งทางเลือก ส่วนหนึ่งผันตัวเป็นโจรสลัดออกปล้นชาวบ้าน ยึดอาณาเขตริบส่วยจากผู้คน
เหตุการณ์บานปลาย ลั่วหวางเจ้าเมืองผู้ปกครองเมืองกุยเหว่ยพยายามอย่างหนักส่งฎีกาขอความช่วยเหลือจากทางการไปสิบกว่าฉบับกลับถูกเพิกเฉย เดิมเจ้าเมืองลั่วเป็นตระกูลนักรบ ถนัดฝึกฝนกองทัพรักษาชายแดน ควบคุมความปลอดภัยให้น่านน้ำแผ่นดินเสวียนอู่ ยามนี้ถูกทอดทิ้ง แม้แต่เบี้ยทหารก็ไม่มีจ่ายลงมา ทหารต้องใช้กำลังฝึกฝนร่างกายกลับต้องทนหิวโหย ใส่เสื้อตัวบางต่อสู้กับลมหนาว ไร้หนทางจึงร่วมมือกับสำนักมนตราคู่ สำนักผู้บำเพ็ญเพียรพรรคมาร ยอมปล่อยผ่านให้สร้างสำนักกลางน่านน้ำเป่ยไห่แลกกับการคุ้มครองและความมั่งคั่ง สร้างความไม่พอใจแก่ราชสำนักและเมืองต่างๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ราชวงศ์เสวียนนับถือลัทธิเต๋ามาแต่ต้นตระกูล เมืองท่ากุยเหว่ยกลับกล้าที่จะสร้างสำนักพรรคมารขึ้นอย่างเปิดเผย เหล่าขุนนางและเจ้าเมืองแคว้นต่างๆ ถวายฎีกาทัดทาน บัดนี้เมืองท่ากุยเหว่ยถูกตัดสินให้เป็นกบฏ ตัดขาดจากแว่นแคว้น ปิดตายสะพาน รับศึกรอบด้าน
เมืองท่ากุยเหว่ยล้อมรอบด้วยน่านน้ำทะเลกว้างใหญ่ทุกทิศทาง ฝั่งที่ใกล้แผ่นดินมากที่สุดเชื่อมกับแคว้นใหญ่ด้วยสะพานทางทิศเหนือ เป็นสะพานหินขนาดใหญ่กว้างสิบคันรถม้า อันเป็นทางเดียวที่เชื่อมเมืองกุยเหว่ยเข้ากับแผ่นดินใหญ่ เดิมสองข้างทางคึกคักด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก ก่อนที่จะเข้าสู่เมืองท่ากุยเหว่ยอันเป็นแหล่งการค้าใหญ่กับแคว้นอื่น
บัดนี้ภัยหนาวรุกรานไม่สามารถทำการค้าได้ สะพานถูกปิดตาย สนับสนุนพรรคมารถูกตีตราเป็นกบฏ เจ้าเมืองไร้ทางเลือกนอกจากจะต้องลุกขึ้นสู่ ร่วมมือกับสำนักมนตราคู่ ระเบิดสะพานทิ้ง ตั้งตนเป็นกบฏตามที่ถูกกล่าวหา ส่งผลให้เมืองท่าตะวันออกกุยเหว่ยไร้ทางเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ มีสภาพเป็นเกาะกุยเหว่ยแทน
"หยูหมิง เมื่อคืนเจ้าฝันอะไร"
เจียงหยูหมิงวัยสิบปีลืมตาตื่นพบหน้ากลมขาวใสของเจียงหยูหยางแฝดน้องตามเคย
"เมื่อวานแม่ข้าเอาไพ่ประหลาดๆ มาให้ข้าเล่น เห็นบอกว่าทำนายโชคชะตาได้"
"สะดวกเช่นนั้นเชียว แค่มีไพ่ก็รู้อนาคตแล้ว?" เจียงหยูหยางตื่นตะลึง "งั้นเจ้าทำนายว่าจะเปิดอ่าวได้เมื่อใด ท่าเรือปิดมานานเช่นนี้ลำบากนัก ท่านลุงท่านป้าร้านไหนๆ ต่างก็ซูบเซียว หน้ามุ่ยทั้งวี่ทั้งวัน เล่นไม่สนุกเลย"
"เจ้ามันก็ห่วงแต่เล่น ข้าทำนายไม่ได้หรอก ที่นี่ไม่มีไพ่เหมือนในฝัน"
"เขียนเอาได้หรือไม่?"
"เจ้าเองก็เพิ่งพูด อ่าวปิดแล้ว ของใช้แพงนัก เจ้าจะไปหาหมึกหากระดาษที่ไหนมาเขียน"
"งั้นขูดแผ่นไม้เล่นเอา?"
"เจ้าโดนท่านแม่ตีตายน่ะสิ สะพานโดนทำลายแล้ว เมืองเราหาไม้ยากยิ่งนัก หาอย่างอื่นเล่นเถอะ"
"พวกเจ้าว่าจะเล่นอะไร สายขนาดนี้เหตุใดไม่ไปสำนักศึกษา" เสียงเด็กชายดังมาจากนอกบ้าน เจียงหยูหมิงเปิดหน้าต่างไม้เก่าเอียงกะเท่เร่ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามขยับจากห้องนอนชั้นสอง มองลงมาพบเด็กหนุ่มอายุมากกว่าฝาแฝดสามสี่ปี เขาตัวสูงชะลูดทว่าผอมแห้ง มองดูแล้วเหมือนตะเกียบคู่หนึ่ง เป็นจงหลินอี้ บุตรชายบุญธรรมของอาจารย์จงหานเจ้าของสำนักศึกษาที่เหมือนสถานรับเลี้ยงเด็กยากไร้มากกว่า
เนื่องจากสภาวะของเกาะกุยเหว่ยตอนนี้อยู่อย่างข้นแค้นยิ่งนัก ครอบครัวทั้งหลายก็เหมือนกับบ้านสกุลเจียง ทั้งวันยุ่งอยู่แต่หาเลี้ยงปากท้อง ประคองชีวิตสมาชิกในครอบครัวไปวันๆ บังเอิญมีบัณฑิตหนุ่มนามจงหานเดินทางผ่านมาแวะเมืองท่ากุยเหว่ยเพื่อเตรียมเสบียงก่อนเดินทางไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวง โชคร้ายที่เขามาในช่วงเวลาวุ่นวายพอดี สะพานถูกปิด สุดท้ายติดอยู่ในเมือง จนเมืองท่ากุยเหว่ยกลายเป็นเกาะกุยเหว่ย จนบัณฑิตหนุ่มในวันวานกลายเป็นบัณฑิตวัยกลางคน
จงหานตัดสินใจเปิดสำนักศึกษา รับลูกหลานชาวบ้านมาสอนหนังสือที่บ้าน ไม่คิดเงิน หากแต่แลกกับอาหารและเครื่องใช้เท่าที่ชาวบ้านพอจะแบ่งปันให้ได้ พอให้ดำรงชีวิตอยู่รอด ต่อมามีเด็กกำพร้าตัวมอมแมมไม่รู้ที่มามักมาแอบมองขณะที่อาจารย์จงกำลังสอน ชาวบ้านในละแวกเห็นว่าเด็กที่ถูกทิ้งไว้ท่ามกลางช่วงเวลาวุ่นวายมีอยู่ถมไป เด็กน้อยคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น อาจารย์จงจึงรับมาเป็นบุตรบุญธรรมนับจากนั้นมา
"พี่อี้ พวกข้าจะเล่นไพ่ เจ้าพอมีกระดาษกับหมึกบ้างไหม" เจียงหยูหยางยื่นหน้าออกนอกหน้าต่างก้มลงถามเด็กชายอายุมากกว่า
"วิญญูชนไม่พึงยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เจ้าลืมที่พ่อบุญธรรมสอนแล้วหรืออย่างไร อีกอย่าง ของสิ้นเปลืองพวกนั้น เห็นทีจะหาได้แค่ที่ย่านโคมแดงของสำนักมนตราคู่ ที่นั่นไม่ใช่ที่ของเด็ก พวกเจ้าห้ามไปเด็ดขาด!"
"รู้แล้วๆ เจ้าเป็นพี่หรือเป็นบิดาพวกข้ากันแน่ คร่ำครึเสียจริง" เจียงหยูหมิงบ่นพลางลากน้องชายฝาแฝดไปสำนักศึกษา
"ไม่กินโจ๊กปลา?"
"ไม่กิน!"
บทนำปฐมบทตำนานเทพศัสตราวุธ"ก็อย่างที่ข้าว่าไป ศิษย์น้องสะใภ้ เจ้าจะรับนางไว้หรือไม่?"คุณชายเฟิงจูยิ้มยิบหยีโบกพัดกลมอยู่ในเรือนน้ำหมึกดำ"เจ้าจะบอกว่าสุนัขทมิฬที่พวกข้าเคยสู้ด้วยในคุกวงกตใต้สมุทรนอกจากจะไม่โกรธที่พวกข้าทำมันตาบอดไปข้าง แต่ยังอยากจะติดตามรับใช้ข้าเนี่ยนะ?" เจียงหยูหมิงถามซ้ำด้วยความเหลือเชื่อ กับคนที่เคยทำร้ายตัวเองย่อมต้องหนีไปให้ไกลสิ คงไม่ใช่ว่าอยากจะหาโอกาสแก้แค้นหรอกนะ"ถูกแล้ว นางบอกว่าตอนนั้นนางโดนการกระตุ้นกู่เข้าครอบงำทำให้ขาดสติ อีกทั้งนางก็ตั้งครรภ์อยู่ด้วยจึงต้องการสารอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ในท้อง สัญชาตญาณทำให้นางดุร้ายเป็นพิเศษ นางนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนั้นก็ละอายใจนัก วางใจได้ นางเพียงแค่อยากตอบแทนบุญคุณเจ้า" คุณชายเฟิงจูเล่าสิ่งที่หมาป่าโลกันตร์แปลออกมาให้ฟังเมื่อตอนยังอยู่ที่หุบเขาร้อยอสูร"ตอบแทนบุญคุณ?" เจียงหยูหมิงยิ่งงงหนักกว่าเดิม นี่มิใช่ต้องเป็นความแค้นหรอกรึ"ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่นางบอกว่าหากไม่ได้น้ำของเจ้าช่วยไว้คงถูกศิษย์น้องเล็กสังหารไปแล้ว ไม่มีโอกาสรอดชีวิตจนคลอดบุตรธิดาออกมาได้"เจียงหยูหมิงหันไปมองว่าที่ฆาตกรด้านข้างด้วยสายตาแห่งผู้ชน
จิ้งจอกหิมะพรมจูบโลมเลียทั่วทั้งใบหน้างดงามของเจ้านาย มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมฉีกกระชากอาภรณ์ของตน แต่เมื่อวางลงบนร่างของอีกฝ่ายกลับประดิดประดอยถอดออกด้วยความทะนุถนอม เมื่อไม่มีส่วนใดของใบหน้าแดงก่ำที่เขายังไม่ได้ประทับริมฝีปากลงไปอีก ไป๋ซีหลางก็เลื่อนใบหน้าลากลิ้นที่เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อนเหมือนไอเย็นของยอดเขาหนันซานเริ่มจะต้านทานไฟวิญญาณที่ลุกโหมกระพือไว้ไม่อยู่ ลิ้นลากไล้ไปถึงใบหูแดงก่ำตวัดซอกซอนทุกซอกมุมและสันนูนของกระดูกอ่อนก่อนจะขบเม้มไปที่ติ่งหูนุ่มนิ่มปลายเขี้ยวแหลมคมที่ลากผ่านก่อนจะงับเข้าที่ติ่งหูกระตุ้นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้เจียงหยูหยางสะดุ้งตัวโยน จิ้งจอกหิมะปลดอาภรณ์ของเขาไปจนถึงชั้นในแล้วมือซุกซนก็ลูบไล้บีบคลึงไปทั่วอย่างหิวกระหายดั่งจิ้งจอกที่อดอาหารมานาน แม้จะรุกรานอย่างหนักหน่วงแต่ไป๋ซีหลางก็ระมัดระวังเป็นอย่างดี ปลายกรงเล็บแหลมคมไม่เคยเฉียดกรายเกี่ยวเนื้อเนียนนุ่มเลยสักครั้งไป๋ซีหลางเห็นอีกฝ่ายตอบสนองก็รัวลิ้นโลมเลียดูดดุนติ่งหูทั้งสองข้างจนมันแดงช้ำ เจียงหยูหยางถูกกระตุ้นซ้ำๆ จนต้องแอ่นตัวขึ้นมารับสัมผัสเร่าร้อนของเขา มือน้อยกำใบหูจิ้งจอกไว้แน่นระบายความรู้ส
บทพิเศษห้องหอที่แท้จริงทันทีที่ประตูเรือนสองบานปิดลงทั้งสี่ก็กลับไปสู่ห้องหอที่แท้จริงของตนที่เรือนนอนในเกาะน้ำหมึก สองร่างพัวพันเกี่ยวกระหวัดตั้งแต่เท้ายังไม่ถึงพื้น อาหารทิพย์ที่พวกเขากินเข้าไปละลายเป็นสารอาหารทันที ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายให้กระชุ่มกระชวยมากกว่าเก่า ลั่วถิงลู่ยกร่างของเจียงหยูหมิงขึ้นนั่งบนโต๊ะน้ำชาจนจอกสุรามงคลที่เตรียมไว้ตกกระจายเกลื่อนพื้น ถึงกระนั้นสองร่างก็ยังไม่แยกจากกัน ริมฝีปากร้อนรุ่มสองคู่ยังคงแย่งกันกลืนกินอีกฝ่ายอย่างหิวกระหายดั่งเมื่อสักครู่ไม่ได้เพิ่งจะกินมื้อใหญ่มาลั่วถิงลู่เอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบป้านสุราที่ไม่ได้ตกกระเด็นไป แล้วเกี่ยวคล้องแขนกับอีกฝ่าย เจียงหยูหมิงที่ตกอยู่ในกองเพลิงร้อนเร่าเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร มือข้างที่ถูกคล้องแขนจับป้านสุราร่วมกับลั่วถิงลู่ สุรามงคลรินรดระหว่างจุดประสานเชื่อมต่อ ทั้งสองผละจากกันเล็กน้อยเพื่อให้สุราได้มีช่องทางเข้าสู่โพรงปากที่เชื่อมประสาน ลิ้นร้อนทั้งสองยังคงพัวพันแย่งกันดูดกวักสุรามงคลที่รสชาติเหมือนกับร่างกายของอีกฝ่ายสองแขนเกี่ยวพันคล้องกันเพื่อร่วมดื่มสุรา ประสานสัญญาแห่งรักนิรันดร์ สัญญานี้กลับ
คำอวยพรจากแดนไกลจบลง ก็ได้ฤกษ์ยามแห่งงานมงคลบ่าวสาวสองคู่ร่วมถือผ้าแดงจูงคู่ของตนเดินเข้าเรือนหลักไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้ใหญ่ที่พวกเขาเคารพรัก อาจารย์จงหานถึงกับออกจากการจำศีลชั่วคราวเพื่อมาช่วยดำเนินพิธีการแห่งชีวิต แม้เขาจะเหนื่อยล้าง่วงงุนเพราะยังจำศีลไม่เสร็จดี แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง"สองดวงใจโยงเป็นหนึ่ง ไม่แยกจากชั่วนิรันดร์ จากวันนี้ไป สามีภรรยามีใจเดียว เป็นตายมิพลัดพราก ผูกพันธนาแม้สิ้นลม บ่าวสาวคำนับ คำนับที่หนึ่ง คำนับฟ้าดิน"สองแฝดหันมามองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมาก่อนจะหันหน้าเข้าหากันแล้วคำนับกันเอง เจ้าบ่าวทั้งสองเห็นเข้าก็ยิ้มอ่อนอย่างขบขันแล้วทำตามพวกเขา ฟ้าดินก็อยู่ตรงนี้แล้วไม่ใช่รึไง พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีสามหนังสือหกพิธีการยิ่งใหญ่คับฟ้าเพื่อประกาศให้ใต้หล้าได้รับรู้ เพราะฟ้าดินร่วมเป็นสักขีพยานด้วยกัน ณ ที่นี่แล้วแม้สองฝาแฝดจะไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งกับฟ้าดิน แต่สำหรับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดฟ้าดินนี้มีเพียงกันและกันเท่านั้น"คำนับที่สอง คำนับบิดามารดา บรรพบุรุษ"ทั้งสี่ลุกขึ้นยืนแล้วหันทิศทางไปยังสองสามีภรรยาสกุลเจียงที่นั่งอยู่ด้านหน้า ถัด
![ผมก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ดันได้พ่อเค้าเป็นสามี [PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


