แสงเทียนในศาลากลางสระบัววูบไหวตามแรงลมราตรีที่พัดผ่าน กลิ่นชื้นแฉะของโคลนตมเบื้องล่างลอยมาปะทะจมูก ฮวาหลิงนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง นางหยิบตลับหยกขนาดเท่าหัวแม่มือขึ้นมา นิ้วเรียวแตะผง “หมอกสลายวิญญาณ” เพียงแผ่วเบา ก่อนจะละเลียดทาลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือทั้งสองข้าง ผิวเนื้อตรงนั้นยังคงทิ้งรอยช้ำจางๆ จากน้ำมืออำมหิตของจักรพรรดิ ฮวาหลิงกดปลายนิ้วลงไปแรงๆ จนความเจ็บจี๊ดแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ นางใช้ความเจ็บนั้นเป็นเครื่องเตือนสติมิให้จิตใจสั่นคลอนต่อบาปที่กำลังจะก่อนางไล้ปลายนิ้วที่มีเขม่าพิษไปตามแนวลำคอระหง ผ่านไหปลาร้าที่โผล่พ้นสาบเสื้อ อาภรณ์ในคืนนี้ถูกคัดสรรมาเพื่อล่อลวงสายตาโดยเฉพาะ คอเสื้อที่เปิดกว้างและแขนเสื้อที่สั้นกว่าปกติเผยให้เห็นผิวขาวดุจหิมะที่ถูกอาบไว้ด้วยพิษร้าย ทุกครั้งที่นางขยับข้อมือร่ายรำชงชา กลิ่นหอมระเหยจากร่างกายจะกำซาบเข้าสู่ลมหายใจของเหยื่อ กระตุ้นตัณหาให้พลุ่งพล่านจนมืดบอดไร้สติเมื่อเตรียมกายเสร็จ นางจึงหันมาจัดการกับจอกมรณะ นางใช้พู่กันขนจิ้งจอกจุ่มลงในน้ำยาใสไร้รส ก่อนจะลากไล้ไปตามขอบจอกหยกอย่างประณีตบรรจง ทุกตำแหน่งที่ริมฝีปากของ ใต้เท้าจาง จะสัมผัส ถูกฉาบไว้ด
더 보기