กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา

กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา

Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
19Chapters
7views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อหอระเริงวสันต์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกลลวงล่มบัลลังก์ จากหญิงโลมเมืองผู้ถูกตราหน้า สู่ยอดพธูผู้กุมชะตามังกร นางคือยอดคณิกาที่มังกรหมายปอง... แต่เป็นยอดดวงใจที่บัณฑิตยอมแลกด้วยชีวิต มังกรผู้โอหังมองนางเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ สั่งให้หน้าขานางกางออกเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ นางจึงต้องปรนเปรอเขาให้สิ้นสติอยู่ใต้ร่างเพื่อจะแอบมาเสพสมกับขุนนางหนุ่มผู้เป็นรักแท้ การลอบเล่นชู้กับคนที่มังกรตีตราไว้ มีโทษเพียงอย่างเดียวคือตาย! แต่ยิ่งเสี่ยง กามรสกลับยิ่งหวานล้ำ *นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีการบรรยายฉากร่วมเพศ ตัวละครมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน -นางเอกเก่งเรื่องบนเตียง -หนึ่งหญิงสองชาย -กามสูตรจีนโบราณ -นางเอกสวยล่มเมือง

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ตอนที่ 1/4

ท่ามกลางราตรีที่แสงจันทร์กระจ่างอาบย้อมผืนนภา กลิ่นอายแห่งวสันตฤดูโชยชายละลิ่ว พัดพาเอาความหอมหวานของบุปผานานาพรรณเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง ทว่ากลับไม่มีที่ใดจะอบอวลไปด้วยความรัญจวนใจเท่ากับ ‘หอชิงโหลว’ หรือที่ผู้คนต่างขนานนามว่าหอระเริงวสันต์อีกแล้ว

ในค่ำคืนนี้ หอชิงโหลวถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานบนดินเพื่อจัดงานเลี้ยงชมบุปผาวสันต์ โคมผ้าไหมสีชาดและสีทองนับร้อยดวงถูกจุดโชติช่วง ขับเน้นตัวอาคารไม้สลักเสลาให้วิจิตรตระการตาราวกับตำหนักในสรวงสวรรค์ เสียงสรวลเสเฮฮาต่อกระซิกของเหล่าขุนนางปะปนไปกับเสียงกังวานของจอกสุราเงินที่กระทบกันไม่ขาดสาย กลิ่นกำยานราคาแพงจากต่างแดนกรุ่นกระจาย ผสมโรงไปกับกลิ่นอาหารอันโอชะและเมรัยเลิศรสที่บ่มเพาะมานานนับสิบปี

ณ โต๊ะไม้พะยูงแกะสลักลายมังกรคาบแก้วซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่ดีที่สุด ‘เซี่ยอวิ๋น’ ขุนนางหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตรจุติลงมาดิน นั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านท่ามกลางวงล้อมของเหล่านางโลมผู้เลอโฉม

เขาสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีครามเข้ม ปักดิ้นเงินเป็นลายเมฆมงคลตามสาบเสื้อและปลายแขน เส้นผมดำขลับราวน้ำหมึกถูกรวบตึงครอบด้วยปิ่นหยกขาวนวล ใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์คู่นั้นดูเย็นชาทว่าแฝงเร้นด้วยอำนาจคุกคามจนผู้ที่สบตาต้องสั่นสะท้าน มือเรียวยาวถือจอกสุราไว้หลวมๆ คล้ายกับว่าโลกทั้งใบนี้ไม่มีสิ่งใดคู่ควรพอจะดึงดูดใจเขาได้เลย

“ใต้เท้าเซี่ยเจ้าคะ... เหตุใดวันนี้ท่านถึงดูห่างเหินนัก สุราจอกนี้ข้าน้อยตั้งใจรินให้ท่านด้วยตนเองเชียวนะเจ้าคะ”

น้ำเสียงหวานหยดย้อยของ ‘เพ่ยเพ่ย’ นางโลมชั้นสูงผู้มีผิวพรรณผุดผ่องดังรวงผึ้งเอ่ยขึ้น พร้อมกับขยับกายเข้าชิดจนปทุมถันคู่อวบที่ล้นทะลักพ้นขอบเอี๊ยมบดเบียดกับท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างจงใจ มือนุ่มนิ่มซุกซนลูบไล้ไปตามหน้าขาของขุนนางหนุ่มอย่างถือวิสาสะ หวังจะปลุกเร้าอารมณ์บุรุษใต้ชุดขุนนางอันสูงศักดิ์

เซี่ยอวิ๋นเพียงชายตาแลมองครู่เดียว ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา ในใจมีเพียงความเบื่อหน่ายที่ถาโถม

‘ช่างไร้รสนิยมสิ้นดี...’ เขาค่อนขอดในใจ

สำหรับเซี่ยอวิ๋น สตรีเหล่านี้ไม่ต่างจากตุ๊กตาเคลือบแป้งที่แต่งแต้มสีสันฉูดฉาดเพื่อปกปิดความว่างเปล่าภายใน พวกนางใช้เรือนร่างและความใคร่ฉาบฉวยเพื่อแลกเศษเงินและอำนาจ ทุกจริตก้านที่แสดงออกมา ทั้งการออดอ้อนออเซาะหรือสัมผัสที่จงใจจนเกินงาม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาเห็นจนชินชาและมองว่ามันไร้ซึ่งชั้นเชิง

“ใต้เท้า... สุราจอกนี้ไม่ถูกปาก หรือว่าท่านอยากเปลี่ยนมาลองลิ้มรสหวานจากริมฝีปากของข้าน้อยแทนเจ้าคะ?”

นางโลมอีกนางนามว่า ‘เยี่ยนเอ๋อร์’ ขยับเข้ามาอีกฝั่ง นางโน้มกายลงจนกลิ่นแป้งร่ำโชยเข้าจมูก ปลายลิ้นชุ่มชื่นตวัดเลียริมฝีปากตนเองอย่างยั่วยวน หวังจะจุดไฟราคะในกายของบัณฑิตหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเคร่งขรึมที่สุดในราชสำนัก

เคร้ง! เซี่ยอวิ๋นกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะจนเหล่านางโลมสะดุ้งสุดตัว

“พวกเจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าความงามอย่างนั้นหรือ? การยัดเยียดเนื้อหนังที่ไร้ซึ่งวิญญาณ... สำหรับข้า มันเป็นเพียงขยะที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมเท่านั้น”

คำพูดเชือดเฉือนทำเอาสตรีเหล่านั้นหน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกไปด้วยความหวาดเกรงในบารมี

เซี่ยอวิ๋นถอนหายใจยาว สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่นั่นดอกโบตั๋นกำลังเบ่งบานชูช่อใต้แสงจันทร์ พวกมันสวยงามและดูมีค่ากว่าสตรีที่รายล้อมเขาอยู่นี้นับพันเท่า

เขามาที่นี่ตามคำเชิญของเสนาบดีเฒ่าที่หวังประจบประแจง แต่กลับพบเพียงความซ้ำซากจำเจ เขาโหยหาบางสิ่งที่แตกต่าง... บางสิ่งที่สามารถสั่นคลอนหัวใจศิลาคู่นี้ได้ บางสิ่งที่ไม่ได้มีเพียงกามารมณ์หยาบโลน แต่คือ ‘ศิลปะแห่งความรัญจวน’ ที่แท้จริง

เขามองดูขุนนางคนอื่นที่มัวเมาในนารีและเมรัย บ้างซุกหน้าลงกับทรวงอกอิ่ม บ้างส่งเสียงครางต่ำอย่างลืมตัว เขาจิบสุราที่เหลือ ปล่อยให้รสขมปร่าซ่านไปทั่วลิ้น

“จะมีบ้างไหม... บุปผาที่เบ่งบานเพื่อตนเอง มิใช่เพื่อรอให้แมลงชั้นต่ำมารุมตอม” เขาพึมพำกับตนเอง

ทันใดนั้น แสงเทียนในหอชิงโหลวพลันวูบไหว เสียงจอแจรอบกายเริ่มเงียบสงัดลงทีละน้อย ทุกสายตาถูกตรึงไปยังทิศทางเดียวกัน

แรงดึงดูดบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาสัมผัสโสตประสาท เขาหรี่ตาลง จับจ้องไปยังรัศมีที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านม่านหมอกควันกำยาน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาไม่ใช่ใบหน้า หากแต่เป็นท่วงท่าการเยื้องกรายที่นุ่มนวลราวกับเทพธิดาเดินบนปุยเมฆ

‘ฮวาหลิง’ ก้าวออกมาจากความสลัว แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างนางทำให้ความงามนั้นดูราวกับภาพวาดมงคล นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีขาวนวลซ้อนทับด้วยผ้าโปร่งบางสีม่วงคราม ยามขยับกาย ชายผ้าจะเสียดสีกันเกิดเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูเย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก

เอวคอดกิ่วถูกพันธนาการด้วยสายรัดปักดิ้นทอง ขับเน้นทรวงอกอิ่มที่ดันรั้งคอเสื้อออกมาอย่างหมิ่นเหม่ ผิวพรรณที่โผล่พ้นอาภรณ์ออกมานั้นขาวผ่องกระจ่างใส ยามต้องแสงเทียนดูราวกับหยกมันแพะชั้นเลิศที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างวิจิตร

เซี่ยอวิ๋นไล่สายตาขึ้นไปยังดวงหน้าของนาง... และนั่นคือวินาทีที่เขารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกช่วงชิงไป

ใบหน้าของฮวาหลิงเรียวเล็กเป็นรูปไข่ เครื่องหน้าทุกส่วนรับกันอย่างไร้ที่ติ คิ้วเรียวโก่งดั่งคันศรพาดผ่านดวงตาเนตรหงส์ที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยดูลึกลับ นัยน์ตาของนางดำขลับเป็นประกายวับวาวราวกับอัญมณีใต้ก้นสระน้ำใส ริมฝีปากอิ่มตึงแต้มสีชาดดูฉ่ำหวานหยาดเยิ้ม... ราวกับรอคอยให้ผู้ใดเข้าไปลิ้มลองรสชาติ สองแก้มเนียนลออมีสีระเรื่อจางๆ ดุจดอกท้อแรกแย้ม

บนมวยผมสูงศักดิ์ประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายบุปผา มีระย้าทองคำทิ้งตัวลงมาคลอเคลียข้างใบหู นางโอบอุ้มพิณผีผาไม้กฤษณาไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วเรียวสวยดูอ่อนละมุนจนน่าหลงใหล

“นั่นหรือ... ฮวาหลิง...”

เสียงพึมพำชื่นชมจากเหล่าขุนนางดังแว่วมาเพียงแผ่วเบา ทว่าในโสตประสาทของเซี่ยอวิ๋นกลับไร้ซึ่งสำเนียงใดอื่น เขามองดูนางที่เยื้องกรายลงบันไดมาทีละขั้น เท้าเรียวเล็กดุจกลีบบัวในรองเท้าผ้าปักลายมุกวิจิตรโผล่พ้นชายกระโปรงออกมาให้เห็นเพียงรำไร ท่วงท่าของนางมิได้จงใจยั่วยวนดั่งนางโลมชั้นต่ำที่เขาเพิ่งขับไล่ไป ท่วงทำนองการก้าวเดินนั้นทรงพลัง จนทำให้ลำคอของเขาแห้งผากและร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สายตาของนางทอดต่ำ จดจ่ออยู่เพียงเส้นทางเบื้องหน้า ท่าทางที่ดูสูงส่งและห่างเหินเกินจะเอื้อมถึงนั่นเอง กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นอันป่าเถื่อนที่สุดสำหรับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าเช่นเขา

ฮวาหลิงไม่ใช่เพียงสตรีคณิกา... แต่นางคือดอกโบตั๋นล้ำค่าที่เบ่งบานท่ามกลางดงหญ้าป่า เป็นรัศมีจันทร์กระจ่างที่สาดส่องลงมายังโลกที่มืดบอดและน่าเบื่อหน่ายของเขา

ยิ่งนางดูสะอาดสะอ้านและสูงค่าเพียงใด สัญชาตญาณดิบภายในกายเขาก็ยิ่งร่ำร้องโหยหา... อยากจะครอบครอง บดขยี้ และทำลายความสงบนิ่งนั้นให้ย่อยยับลงคาทาง

ฮวาหลิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ในที่สุดดวงตาดั่งเนตรหงส์ก็ประสานเข้ากับดวงตาคมปลาบของเซี่ยอวิ๋น

มันเป็นเพียงช่วงเวลาเสี้ยวอึดใจ ทว่ากลับยาวนานราวชั่วนิรันดร์ในห้วงคำนึงของเขา นางเคลื่อนกายไปประทับบนแท่นไม้ มือเรียวบางประดุจลำเทียนขาวผ่องประคองคอพิณผีผา ปลายนิ้วที่ตัดแต่งเล็บอย่างงดงามจรดลงบนสายไหม

นางเริ่มกรีดนิ้วร่ายมนต์บทเพลง... ท่วงทำนองนั้นมีชื่อว่า ‘วสันต์คะนึงหา’ มันมิใช่เพลงที่พรรณนาถึงความงามของบุปผาในสวนหลวง หากแต่คือเสียงคร่ำครวญของกลีบดอกไม้ที่กำลังสั่นระริก รอคอยการรุกล้ำจู่โจมจากหมู่มวลภมรอย่างกระสันถึงขีดสุด

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
19 Chapters
บทที่ 1 ตอนที่ 1/4
ท่ามกลางราตรีที่แสงจันทร์กระจ่างอาบย้อมผืนนภา กลิ่นอายแห่งวสันตฤดูโชยชายละลิ่ว พัดพาเอาความหอมหวานของบุปผานานาพรรณเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง ทว่ากลับไม่มีที่ใดจะอบอวลไปด้วยความรัญจวนใจเท่ากับ ‘หอชิงโหลว’ หรือที่ผู้คนต่างขนานนามว่าหอระเริงวสันต์อีกแล้วในค่ำคืนนี้ หอชิงโหลวถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานบนดินเพื่อจัดงานเลี้ยงชมบุปผาวสันต์ โคมผ้าไหมสีชาดและสีทองนับร้อยดวงถูกจุดโชติช่วง ขับเน้นตัวอาคารไม้สลักเสลาให้วิจิตรตระการตาราวกับตำหนักในสรวงสวรรค์ เสียงสรวลเสเฮฮาต่อกระซิกของเหล่าขุนนางปะปนไปกับเสียงกังวานของจอกสุราเงินที่กระทบกันไม่ขาดสาย กลิ่นกำยานราคาแพงจากต่างแดนกรุ่นกระจาย ผสมโรงไปกับกลิ่นอาหารอันโอชะและเมรัยเลิศรสที่บ่มเพาะมานานนับสิบปีณ โต๊ะไม้พะยูงแกะสลักลายมังกรคาบแก้วซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่ดีที่สุด ‘เซี่ยอวิ๋น’ ขุนนางหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตรจุติลงมาดิน นั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านท่ามกลางวงล้อมของเหล่านางโลมผู้เลอโฉมเขาสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีครามเข้ม ปักดิ้นเงินเป็นลายเมฆมงคลตามสาบเสื้อและปลายแขน เส้นผมดำขลับราวน้ำหมึกถูกรวบตึงครอบด้วยปิ่นหยกขาวนวล ใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์คู่นั้นดูเย
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 1 ตอนที่ 2/4
เซี่ยอวิ๋นหลับตาลงครึ่งหนึ่ง เขาสัมผัสได้ว่าท่วงทำนองที่กำลังลูบไล้ไปตามผิวเนื้อของเขาจนขนกายลุกชัน ความร้อนรุ่มสายหนึ่งก่อตัวขึ้นที่กึ่งกลางลำตัว ความอึดอัดภายใต้ชุดไหมสีครามเริ่มทวีความรุนแรง ทุกครั้งที่ฮวาหลิงเน้นน้ำหนักนิ้วลงบนสายพิณหนักๆ มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่านางกำลังบีบเค้นความรู้สึกส่วนลึกของเขา“อึก...” เซี่ยอวิ๋นลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปว่า หากปลายนิ้วเหล่านั้นมิได้กรีดกรายอยู่บนสายพิณ แต่กำลังหยอกล้ออยู่บนร่างกายของเขา... ความรัญจวนนั้นจะยอดเยี่ยมเพียงใดฮวาหลิงขยับกายเล็กน้อยตามจังหวะเพลงที่เริ่มเร่งเร้า ทรวงอกอวบอิ่มของนางสะท้อนขึ้นลงเบาๆ ตามแรงขยับ ยามที่นางโน้มกายลงเพื่อกดสายพิณให้เกิดเสียงโหยหวน อาภรณ์ผ้าโปร่งสีม่วงก็เลื่อนหลุดจากบ่า เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนละเอียดประดุจน้ำนมสายตาของนางยังคงจดจ่ออยู่กับพิณ ทว่ามุมปากกลับหยักยิ้มพรายเลือนราง นางรู้ดีว่าบทเพลงของนางกำลังแผดเผาบุรุษเบื้องหน้าให้มอดไหม้อย่างไรจังหวะดนตรีเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับพายุฝนกระหน่ำซัดกลีบผกา ลมหายใจของเซี่ยอวิ๋นเริ่มติดขัด ภาพหลอนเริ่มเข้าจู่โจมมโนสำนึก... ภาพของฮ
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 1 ตอนที่ 3/4
“ในเมื่อใต้เท้าจ่ายราคามาเพื่อชมบุปผา ข้าน้อยจะกล้าหลบซ่อนความงามได้อย่างไรเจ้าคะ หรือว่าบัณฑิตผู้เก่งกล้า... จะดีแต่ตำรา ทว่าขลาดกลัวที่จะเด็ดดอกไม้จริง?”เซี่ยอวิ๋นหัวเราะต่ำในลำคอ โน้มใบหน้าลงแนบชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวบอบบางจนนางสั่นสะท้าน“เด็ดดอกไม้นั้นง่ายนัก แต่การจะเด็ดให้ถึงรากและลิ้มรสน้ำหวานจนหยดสุดท้ายนั้น... ต้องใช้มากกว่ากำลัง”เขาเริ่มร่ายคำเปรียบเปรยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“โบตั๋นคลาคล่ำกลางน้ำค้าง... กลีบบางแย้มรับรสสวรรค์... ภมรเมามายในแสงจันทร์... หวังรุกรานใจกลางเกสรทอง...”คำกวีนั้นคือการประกาศก้องว่าเขาต้องการรุกรานเข้าไปถึงส่วนที่ลึกที่สุดของนาง ฮวาหลิงหมุนตัวกลับมาหาเขา สายตานางพราวระยับด้วยเพลิงพิศมัย นางลูบไล้แผ่นอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าไหมพลางเอ่ยกลอนตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน“ภมรผยองปีกบินว่อน... จะชอนไชบุปผาหาได้ง่าย... ระวังเพลิงวสันต์แผดเผากาย... มอดไหม้คาเกสร... มิคืนรัง”ริมฝีปากของนางหยักยิ้มยั่วยวน ดวงตาฉ่ำน้ำมองสบเขาอย่างไม่ลดละ “ใต้เท้า... ท่านกล้าจะมอดไหม้ไปพร้อมกับข้าน้อยในคืนนี้หรือไม่?”คำท้าทายนั้นเปรียบเสมือนเชื้อไฟที่เผาผลาญความอดทนจนมอดไหม้ เซี่ย
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 1 ตอนที่ 4/4
“อ๊ะ! อ่า...” ฮวาหลิงเบิกตาโพลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตที่เริ่มรุกล้ำเข้ามา แม้จะเพียงน้อยนิดแต่ความยิ่งใหญ่นั้นก็เติมเต็มความว่างเปล่าในใจนางได้บ้าง ทว่าเขากลับถอนออกมาจนเกือบหมด แล้วกดเข้าไปใหม่อีกครั้งในระดับเดิม จังหวะที่เชื่องช้าและเน้นย้ำทำให้นางรู้สึกถึงทุกรอยหยักและความร้อนแรงที่บดเบียดกับผนังเนื้ออ่อนภายใน“ช่างแน่นนัก... ฮวาหลิง...” เขาพึมพำขณะเริ่มขยับสะโพกวนเป็นวงกลม บดเบียดส่วนหัวมังกรเข้ากับปากทางรักที่บวมเป่งจากการถูกกระตุ้น “เจ้ารู้สึกไหมว่าข้ากำลังพยายามจะเข้าไปหาเจ้า...”“รู้สึกเจ้าค่ะ ข้าน้อยรู้สึกถึงท่าน อื้ออ... ช่างใหญ่โตเหลือเกิน”ฮวาหลิงสะอื้นไห้ด้วยความเสียวซ่าน มือของนางขยุ้มต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาแน่น ร่างกายบิดเร่าคล้ายปลาขาดน้ำ ความร้อนแรงที่ปากทางรักทวีความรุนแรงจนนางรู้สึกเหมือนจะมีบางอย่างระเบิดออกมา เมื่อเห็นว่านางถูกทรมานจนถึงขีดสุด และช่องทางรักของนางขยายตัวพร้อมที่จะโอบอุ้มความยิ่งใหญ่ของเขาไว้ทั้งหมดแล้ว เซี่ยอวิ๋นจึงค่อยๆ กดสะโพกตามลงไปอย่างแช่มช้านิ้วมือที่ประคองสะโพกมนเปลี่ยนเป็นกำรัดไว้มั่น บังคับให้นางรับตัวตนของเขาเข้าไป ความคับ
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 2 ตอนที่ 1/4
ราตรีที่สองในหอชิงโหลว แสงจันทร์นวลลอออาบย้อมลงบนผิวน้ำในสระบัวจนเกิดประกายระยิบระยับ ฮวาหลิงนั่งสงบนิ่งอยู่บนอาสนะ นางสวมเพียงชุดคลุมผ้าไหมบางเบาสีขาวนวลที่แทบจะโปร่งแสงยามต้องแสงจันทร์ ชายผ้าทิ้งตัวลงตามสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนประดุจหยกสลักและรอยแยกของสาบเสื้อที่เปิดกว้างอย่างจงใจ เรียวนิ้วสวยกำลังจัดวางเม็ดหมากหยกขาวและดำลงในโถไม้อย่างแช่มช้าเซี่ยอวิ๋นมาถึงแล้ว ขุนนางหนุ่มมิได้รวบผมเกล้าปิ่นหยกดั่งเช่นวันก่อน เขาปล่อยเรือนผมดำขลับราวน้ำหมึกให้ทิ้งตัวสลวยลงมาตามแผ่นหลังกว้าง ดูลดทอนความเคร่งขรึมลงทว่ากลับเพิ่มพูนเสน่ห์อันดิบเถื่อนที่ทำให้ใจสตรีต้องสั่นสะท้าน เขาหยุดยืนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง สายตาคมปลาบโลมเลียไปตามผิวพรรณที่โผล่พ้นอาภรณ์ของนางอย่างเปิดเผย“เจ้าดู... เตรียมพร้อมยิ่งนัก ฮวาหลิง”“ในเมื่อใต้เท้านัดหมายว่าจะมาแก้มือเรื่องบทกวี ข้าน้อยจึงคิดว่าการสนทนาด้วยวาจาเพียงอย่างเดียวอาจจืดชืดเกินไป หมากล้อมกระดานนี้... น่าจะเหมาะกับคนใจคอหนักแน่นเช่นท่านมากกว่าเจ้าค่ะ”เซี่ยอวิ๋นทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม ระยะห่างที่กั้นด้วยกระดานหมากไม้จันทน์หอมนั้นทำให้เขาได้
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 2 ตอนที่ 2/4
ทว่าเซี่ยอวิ๋นกลับว่องไวดุจพยัคฆ์ เขาคว้าเม็ดหมากนั้นไว้ได้ก่อน ทว่าแทนที่จะส่งคืนนาง เขากลับรวบเอาฝ่ามือบางของนางไว้ในอุ้งมือหนาของเขาเสียแน่น“มือของเจ้า... ช่างนุ่มนิ่มเกินกว่าจะสัมผัสเม็ดหมากหยกที่เย็นเยียบเช่นนี้” เขาใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือคลึงวนไปตามร่องนิ้วของนางอย่างหยอกเย้า“ใต้เท้า... ท่านกำลังทำผิดกติกา...” นางเอ่ยเสียงแผ่ว“ข้าเพียงช่วยเจ้าเก็บหมาก... และอยากรู้เพียงว่า ผิวเนียนละเอียดของเจ้ากับหยกขาวชั้นเลิศนี้ สิ่งใดจะลื่นไหลรัญจวนมือกว่ากัน”เขาปล่อยมือจากนางอย่างเชื่องช้า สายตาคมปลาบยังคงจ้องเขม็ง“เดินหมากต่อเถิด ฮวาหลิง ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าหากอาภรณ์ชิ้นต่อไปหลุดร่วงลง เจ้าจะยังคงนิ่งเฉยเช่นนี้ได้อีกหรือไม่”ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาช่องโหว่ในแนวกำแพงหมากขาวที่เซี่ยอวิ๋นวางไว้อย่างรัดกุม‘ตรงนี้... หากข้าสกัดไว้ได้ รูปเกมจะเปลี่ยน!’ นางคิดในใจพลางวางหมากดำลงในจุดอับที่ดูคล้ายการฆ่าตัวตาย ทว่าแท้จริงแล้วมันคือกับดักซ้อนกลทว่าเซี่ยอวิ๋นกลับเพียงกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาหยิบหมากขาววางลงในตำแหน่งที่นางคาดไม่ถึง มันมิใช่การตั้งรับ แต่เป็นการตัดขาดเส้นลำเลียงหมากของนางออกเป็นสอ
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 2 ตอนที่ 3/4
เซี่ยอวิ๋นจ้องมองความงดงามนั้นด้วยสายตาพร่าเบลอ เขาเอื้อมมือมาจากทางด้านหลัง โอบอุ้มปทุมถันคู่งามไว้ในอุ้งมือหนา บีบเค้นความนุ่มหยุ่นที่อัดแน่นจนล้นง่ามนิ้ว“ใต้เท้าเจ้าคะ...” นางเอียงใบหน้ามองเขา ดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำแห่งกามารมณ์ ริมฝีปากสีชาดเผยอออกน้อยๆ เพื่อกอบโกยอากาศ “ลมหนาวเช่นนี้... ท่านช่วยมอบความอบอุ่นให้ข้าน้อยได้หรือไม่เจ้าคะ”นางมิได้เพียงเอ่ยวาจา ทว่ากลับเริ่มขยับกายอย่างเย้ายวน ฮวาหลิงแอ่นอกรับสัมผัสจากมือหนามากขึ้น นางทับมือน้อยลงบนมือของเขา บังคับให้เซี่ยอวิ๋นบดขยี้ปลายยอดปทุมถันให้แรงขึ้นตามแรงอารมณ์ ความนุ่มหยุ่นที่บดเบียดและกระเพื่อมไหวทำให้เซี่ยอวิ๋นรู้สึกเหมือนสติกำลังจะขาดผึง ทรวงอกคู่นี้ช่างเต็มตึงและหอมหวานเกินต้านทาน“เจ้ามัน... นางมารตัวน้อย ฮวาหลิง” เซี่ยอวิ๋นคำรามต่ำ โน้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนนางครางลั่น“อ๊า... ใต้เท้า... มอบความร้อนของท่าน... มาให้ข้าน้อยที...”นางเริ่มขยับสะโพกมนวนเวียนอยู่บนหน้าขาแกร่ง บดเบียดร่องรักที่เปียกชุ่มเข้ากับตัวตนที่แข็งขึงภายใต้เนื้อผ้าของเขา นางจงใจโยกกายให้ทรวงอกกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะ ยอดปทุมถันสีทับท
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 2 ตอนที่ 4/4
นางช้อนสายตามองเขาขณะที่ค่อยๆ กดสะโพกลงไปอย่างเชื่องช้า เซี่ยอวิ๋นจ้องมองภาพความงามที่ยากจะพรรณนา ความแข็งแกร่งค่อยๆ มุดหายเข้าไปในกลีบเนื้อนุ่มสีระเรื่อที่โอบรัดอย่างหิวกระหาย กล้ามเนื้อหน้าท้องของนางหดเกร็งจนเห็นเส้นสายสวยงาม"ใต้เท้าเจ้าคะ... มังกรของท่านช่างดุร้ายยิ่งนัก เพียงแค่ข้าสัมผัส มันกลับขยายตัวจนคับแน่น ประหนึ่งจะประกาศศักดาเหนือบุปผาทุกดอกในปฐพี"ฮวาหลิงขยับเอวบางส่ายร่อนอย่างมีจริตด้วยท่วงท่า ‘บัวเหนือน้ำ’ ที่นางฝึกฝนมา นางใช้รอยแยกที่ชุ่มโชกถูไถบดเบียดไปกับลำกายร้อนระอุของเขาอย่างเชื่องช้า ความลื่นไหลของหยาดอารมณ์ที่เคลือบชโลมอยู่ทำให้ทุกการขยับเกิดเสียงแว่วที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านเซี่ยอวิ๋นคำรามต่ำในลำคอ อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากขุนนางผู้สูงศักดิ์เริ่มปริร้าว เขาเอื้อมมือหนาไปตะโบมขยำสะโพกผึ่งผายของนาง นิ้วแข็งแกร่งกดจมลงไปในหนั่นเนื้อนุ่มจนเกิดรอยบุ๋ม ก่อนจะออกแรงรั้งร่างเล็กให้ขยับเข้าหาความยิ่งใหญ่ของตนอย่างเผด็จการ"หลิงเอ๋อร์... เจ้าช่างช่างเจรจานัก เจ้าเปรียบเปรยว่าตนเป็นบุปผา... แต่เหตุใดบุปผาดอกนี้กลับมีถ้ำที่ลึกซึ้งและร้อนแรงนักเล่า ประหนึ่งพู่กันข
last updateLast Updated : 2026-01-23
Read more
บทที่ 3 ตอนที่ 1/2
ภายในห้องหนังสือของเซี่ยอวิ๋น แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง ทอแสงกระทบม้วนกระดาษเซวียนจื่อที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ฮวาหลิงก้าวเท้าเข้ามาอย่างสำรวม นางสวมอาภรณ์สีม่วงครามปักลายกลีบเหมยที่ดูมิดชิดกว่าทุกวัน ทว่าสิ่งนั้นกลับยิ่งขับเน้นความลึกลับน่าค้นหาให้โดดเด่นขึ้น"เจ้ามาแล้วหรือ หลิงเอ๋อร์... มานี่สิ ข้ามีสิ่งสำคัญอยากให้เจ้าชม"ฮวาหลิงนวยนาดเข้าไปใกล้ สายตาของนางจับจ้องไปที่ ‘แท่นฝนหมึกหยกขาว’ ที่แกะสลักจากหยกมันแพะเนื้อดีที่สุด ลวดลายมังกรคะนองน้ำสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจงประหนึ่งมีชีวิต"นี่คือหยกขาวจากแดนใต้ที่ข้าเพิ่งได้มา... มันมีความพิเศษและล้ำค่ากว่าแท่นหินทั่วไป" เซี่ยอวิ๋นกล่าวพลางหยิบแท่งหมึกสีดำสนิทประทับตราทองคำรูปกวางขึ้นมา"และนี่คือหมึกกวางชั้นเลิศ สกัดจากสมุนไพรหายากเจ็ดชนิด กลิ่นของมันจะทำให้ใจคนสงบ... หรืออาจจะว้าวุ่นยิ่งกว่าเดิมก็มิอาจรู้ได้"เขาขยับสละที่ว่างให้แก่นาง "การฝนหมึกที่ดีมิใช่เพียงการออกแรง... แต่มันคือการถ่ายเทน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ หากหนักไปหมึกจะหยาบ หากเบาไปหมึกจะจาง เจ้าลองดูเถิด"ฮวาหลิงทรุดกายลงนั่งข้างเขา กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมปนเปกับกลิ่นหนังส
last updateLast Updated : 2026-01-24
Read more
บทที่ 3 ตอนที่ 2/2
เซี่ยอวิ๋นโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกสัมผัสกับกลิ่นหอมกรุ่นของผิวเนื้อ ริมฝีปากของเขาแตะลงบนรอยเลอะที่เนินอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะส่งปลายลิ้นร้อนผ่าวออกมาซับน้ำหมึกที่เปียกเยิ้มออกทีละจุด“ฮื่อ... ใต้เท้า...”ฮวาหลิงครางกระเส่าพลางเชิดหน้าขึ้น ลำคอระหงเกร็งจนเห็นเส้นสายสวยงาม รสชาติของหมึกกวางที่สกัดจากพืชพรรณธรรมชาติมีรสฝาดจางๆ แฝงด้วยความหอมหวานแปลกประหลาดที่มอมเมาทั้งผู้ชิมและผู้ถูกชิมเขาลากลิ้นวนรอบฐานปทุมถันสีหวานที่บัดนี้เลอะเปรอะด้วยสีดำสนิท การตวัดลิ้นของเขานั้นละเอียดอ่อนประหนึ่งการใช้พู่กันที่นุ่มนวลที่สุดซับหยดหมึก เซี่ยอวิ๋นดูดเม้มยอดอกที่ชูชัน คั้นเอาทั้งรสหมึกและกลิ่นอายสาวให้หลอมรวมกันในอุ้งปากขณะที่ทรวงอกถูกรุกรานด้วยรสสัมผัสที่ซาบซ่าน มือเรียวของฮวาหลิงก็เอื้อมลงไปลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าไหมชั้นดีที่ปกปิด มังกรผงาด ของเขาเอาไว้ ความแข็งขึงที่พองขยายจนเต็มไม้เต็มมือทำให้นางลอบยิ้มด้วยความพึงใจ นางใช้นิ้วเรียวสางผ่านรอยพับของอาภรณ์ บีบเค้นความยิ่งใหญ่ของเขาอย่างแผ่วเบาเพื่อท้าทาย“ใต้เท้าท่านดูสิเจ้าคะ... ขณะที่ท่านกำลังเพลิดเพลินกับการชิมรสหมึกบนอกข้า มังกรของท่านกลับผงาดง้ำท้า
last updateLast Updated : 2026-01-24
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status