Semua Bab ท่านอ๋องเป็นของข้า: Bab 11 - Bab 20

94 Bab

บทที่ 11 นางจะต้องเลือกข้า

ได้ยินเช่นนั้น แม้จวิ้นอ๋องรูปงามจะรู้สึกโล่งอกที่องค์หญิงจินเฟิ่งอาจจะมีชายที่หมายปองอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอึดอัดที่ตนมิได้สำคัญสำหรับนางอย่างที่คิด ยิ่งนึกถึงภาพที่นางขี่อยู่บนหลังเสือ ปรายตามองเขาเพียงแวบเดียวอย่างไม่ใส่ใจ ก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้ ชั่วชีวิตความเป็นองค์ชาย แม้จะไม่ใช่รัชทายาท หากแต่ก็ยังคงได้รับความสนใจและเกรงใจจากผู้คนทั่วแคว้น บรรดาหญิงสาวเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งแคว้นหมิงและแคว้นผิงหรือชนชั้นในตระกูลสูง ต่างให้ความสำคัญกับเขาตั้งแต่เล็กจนโต ครั้นเหยียบย่างมาถึงแผ่นดินจินอันป่าเถื่อน ตัวเขากลับไม่มีคุณค่าแม้แต่น้อยในสายตาของคนแคว้นนี้ ยิ่งในสายตาขององค์หญิงนัยน์ตาเหยี่ยวผู้นั้น ต่อให้รู้ว่าเขาเป็นใครก็คงพร้อมจะสะบัดหางเปียใส่ “เหตุใดจึงมีผู้หมายตาองค์หญิงกันมากนักเล่า” เซียงวั่งซูนึกถึงผิวพรรณที่เป็นสีน้ำตาลไหม้ของนางแล้วก็แปลกใจ คุณชายร้านผ้าไหมหันจิบชาก่อนยิ้มแย้ม “องค์หญิงจินเฟิ่งเกิดมาพร้อมคำทำนายว่า ผู้ที่ได้แต่งงานกับนาง จะกลายเป็นผู้มีอำนาจและมั่งคั่งในดินแดนทองคำแห่งนี้” “เช่นนั้น ทุกคนต่างหวังจะร่ำรวยและมีอำนา
Baca selengkapnya

บทที่ 12 แผนรุกบุกชิงใจ

เถ้าแก่เซียงเห็นน้องชายประกาศเช่นนั้นก็อ้าปากค้าง “ไหนเจ้าบอกว่า ไม่ชมชอบสตรีเช่นนางอย่างไรเล่า” ปัง!จวิ้นอ๋องทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น สีหน้าดุดันยิ่งกว่าครั้งใดที่เถ้าแก่เซียงเคยเห็น “ครั้งนี้เพื่อศักดิ์ศรีของแคว้นหมิง หากปล่อยให้นางปฏิเสธข้า ก็เท่ากับยอมรับว่า บุรุษแคว้นเราไม่มีดีสู้บุรุษในแดนป่าเถื่อนนี้ได้” เซียงวั่งซูจอมกะล่อนถึงกับส่ายหัว ‘ก็แค่เรื่องที่หมิงฮ่องเต้เสนอ ยังไม่เป็นราชโองการเสียหน่อย หากแคว้นจินไม่เอาด้วยก็หันไปค้าขายแทนได้” “เจ้า.....” “ข้าคิดมาตลอดคืน ตรองตกแล้ว” ชายหนุ่มที่หน้าคล้ำ ใต้ตามีแถบครึ่งวงกลมช้ำวงใหญ่ “ท่านเสนอแผนมาได้เลย ไม่ว่าจะทางตรงหรืออ้อม ไม่ว่าจะเล่ห์ดีหรือชั่ว ท่านต้องช่วยข้าให้ทำสำเร็จ” “......” เซียงวั่งซูอ้าปากค้าง กับการหักลำแบบกะทันหันของจวิ้นอ๋อง ‘ตอนจะมาคิดแต่จะผลักไส ตอนนี้ไฉนถึงคิดจะเก็บไว้กินเอง’ เพียงนึกถึงผิวพรรณและรูปลักษณ์ของนาง เซียงวั่งซูก็น้ำลายเหนียวเสียแล้ว “ประการแรก ข้าต้องพาตัวไปใกล้ชิดนางเสียก่อน” เปลือกตาที่เริ่มหนักหน่วงทำให้
Baca selengkapnya

บทที่ 13 อย่าให้นางเลือกผู้ใด

เขามองเข้าไปยังดวงตาสีฟ้าคู่นั้น ฉับพลันราวกับถูกตรึงเอาไว้ จวิ้นอ๋องมองเห็นหลันเซ่อโผบินอยู่ในดวงตาของนาง “เจ้าปล่อยข้าได้แล้ว” นางปล่อยแขนออกจากร่างเขา เสียงทักนั้นทำให้จวิ้นอ๋องได้สติ ถอนตัวออกจากสายตาคู่นั้น ‘นางต้องเกี่ยวข้องกับหลันเซ่อเป็นแน่ ต้องหาโอกาสทดสอบ’ ใบหน้าของนางเกิดความร้อนผ่าว แต่เพราะสีผิวที่เข้มจัด ทำให้มองไม่เห็นความผิดปกติ “ข้าจะออกไปรอข้างนอก” จวิ้นอ๋องเห็นอาการขัดเขินของนางก็อมยิ้ม เขารู้สึกว่า นางหวั่นไหว แผนขั้นต่อไปก็ต้องมา เมื่อกลับถึงร้านข้าวสารเซียง จอมยุแยงนั่งตบพัดรออยู่ก่อนแล้ว “น้องชายเป็นเช่นไรบ้าง แผนนำตัวไปใกล้ชิดของเจ้า” “หาวิธีทำให้ข้าได้เป็นที่ปรึกษาของจินหลี่หมิงที” ทิ้งท้ายไว้เท่านั้น แล้วจวิ้นอ๋องก็เข้าไปเขียนสาส์นลับหาพี่สะใภ้ ‘ข้าควรจะรักษาปานพวกนี้ก่อน เพื่อให้นางได้มองเห็นรูปโฉมที่หญิงสาวเห็นแล้วตรึงตราตรึงใจ’ พระชายาเอกฟ่านซิ่วอิง ได้รับจดหมายเล็กๆ ที่ชินอ๋องพระสวามีนำมายื่นให้ขณะส่งทารกคนแรกที่กล่อมนอนจนเสร็จ ส่งให้แม่นม ระยะเดือนที่เจ็ดของลูกแฝดทั้งสี่นางก็ยังไม่ได้ออกไปไหน
Baca selengkapnya

บทที่ 14 สิ่งของที่ถูกขโมยไป

เถาหนิงลี่รบเร้าเซียงฉิงอีให้ออกไปตลาดกับนาง แต่เซียงฉิงอีผู้หลบหลีกพี่ชายทั้งสองมักจะอ้างว่า ตนเองอยากดูชุดใหม่ จึงไม่ยอมผ่านไปทางร้านข้าวสารเซียง ระยะหลังนางรับรายได้ค่าคุ้มกันของซ่งเหวินฉี เมื่อเห็นเงินดีเช่นนั้น เซียงฉิงอีจึงคิดจะไปติดต่อสำนักคุ้มภัยเพื่อรับงานรับส่งของหรือคุ้มกันคน นางสามารถเข้านอกออกในจวนใต้เท้าเถาไม่ยากนัก เพราะการคุ้มกันไม่ค่อยเข้มงวด วันนี้เซียงฉิงอีออกมาจากจวนพร้อมคุณหนูเถา เถาหนิงลี่ทำทีไปดูข้าวสารพันธุ์ใหม่ที่ร้านเซียง ส่วนเซียงฉิงอีออกไปสำนักคุ้มภัยมังกร ที่อยู่ชานเมืองหลวงจิน นางกับซ่งฮุ่ยจูแสดงฝีมือเล็กๆ น้อยๆ “พวกท่านล้วนฝีมือดี ข้าจะมอบงานส่งของให้ก็แล้วกัน ส่วนค่าจ้างก็ตกลงกันรายครั้ง” “ข้าจอมยุทธ์เซียงขอบคุณท่านมากที่ไว้วางใจ” เซียงฉิงอีแต่งกายทะมัดทะแมงตั้งตนเป็นจอมยุทธ์ร่อนเร่ในทันที “ข้าจะให้พิราบสื่อสารส่งมอบงานให้ท่าน เมื่อทำสำเร็จเข้ามารับเงินที่นี่ได้เลย” เซียงฉิงอีร่าเริงเพราะพวกนางทั้งสามคนสามารถเสาะหาช่องทางสร้างรายได้ได้สำเร็จ “เห็นหรือไม่ฮุ่ยจู วิทยายุทธของพวกเราใช้สร้างเงินได้”
Baca selengkapnya

บทที่ 15 ข้าจะเป็นกุนซือ

ฉินจางหย่งทำหน้าที่ได้ดียิ่ง เขาส่งห่อผ้าสีดำขนาดใหญ่ให้กับจวิ้นอ๋อง “ดี ข้าจะได้เป็นกุนซือกองทัพจินก็ครานี้” เซียงวั่งซูเพิ่งกลับมาจากร้านน้ำชามวลมิตร เขาได้ยินเรื่องซุบซิบจากเหล่าทหารที่ออกมาทำธุระให้นาย “ข้าได้ยินข่าวมาว่า ของสำคัญของเผ่าเหยี่ยวภูผาถูกขโมยจากจวนแม่ทัพจิน ตอนนี้พวกเขากำลังตามหาร่องรอย” “อืม....สำคัญมากแค่ไหน ” “มีตำนานกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ผู้ถูกเลือกเท่านั้นจะเปิดดูข้างในได้” หากเซียงวั่งซูกล่าวแค่นี้แสดงว่า เขายังไม่มีรายละเอียดส่วนอื่นเพราะคนอย่างพี่ชายไม่เคยเก็บงำความลับใดไว้ได้นาน “เช่นนั้น ค่าจ้างติดตามของสิ่งนั้นคงมูลค่ามาก” “ได้ยินว่า องค์หญิงจินเฟิ่งเป็นเจ้าของ จึงประกาศรับซื้อคืนในราคาสองหมื่นตำลึง” เซียงวั่งซูสายตาตริตรองอยู่นาน เขาใคร่อยากรู้อยากเห็นว่า ของวิเศษที่ว่านั้นเป็นสิ่งใดกันแน่ เหตุใดองค์หญิงถึงให้ราคาสูงถึงเพียงนั้น “ความจริงราคาของสิ่งนี้มีมูลค่ามากกว่านั้น แต่จินเฟิ่งฉลาดนัก นางรู้ว่า อย่างไรก็ไม่มีผู้เปิดได้ จึงให้ราคาแค่นี้” เซียงวั่งซูมองดูจวิ้นอ๋อง
Baca selengkapnya

บทที่ 16 เจ้าช่างน่าสนใจ

แม้จะไม่คิดว่าเซียงเฉินกงจะทำสำเร็จได้เร็วปานนี้ แต่เมื่อรับปากไปแล้ว แม่ทัพจินจึงต้องอนุญาตให้เขาเข้ามาทำงานในกองทัพ ค่ายทหารแห่งนี้มีชื่อว่า พญาอินทรี นอกจากแม่ทัพจินเจ้าของฉายาพญาอินทรีแล้ว ยังมีรองแม่ทัพอีกสี่ตำแหน่ง สองท่านแรกเป็นแม่ทัพอาวุโสซึ่งดูแลจัดระเบียบภายใน และอีกสองคนที่เป็นคนรุ่นหนุ่มคือหยางหมิง ฉายาอินทรีขาว และเหยียนเหลย ฉายาอินทรีดำ ซึ่งทำหน้าที่ประจัญบาน องค์หญิงจินเฟิ่งเองก็ร่วมออกรบหลายครั้งในฐานะผู้นำกองกำลังพิเศษ กองทัพของแคว้นจินแตกต่างจากแคว้นอื่นเพราะอนุญาตให้สตรีเข้าเป็นทหารได้สตรีที่มีความสามารถผ่านการคัดเลือกแล้วจะอยู่ในกองกำลังขององค์หญิง มีการฝึกรบคล้ายกับทหารชาย ต่างกันที่ทหารหญิงเหล่านี้จะเน้นการใช้อาวุธที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นพิเศษ อาวุธหลักของกองกำลังนี้คือ หน้าไม้สามสาย และดาบสองหัวทรงพระจันทร์เสี้ยวที่สามารถถอดแยกจากกันได้ “อาวุธของกองกำลังองค์หญิงช่างน่าสนใจ” เซียงเฉินกงเข้ามารายงานตัววันแรกก็ออกไปชมการฝึกทหารของจินเฟิ่ง นางดีดตัวได้สูงและใช้ดาบพระจันทร์เสี้ยวได้อย่างคล่องแคล่ว การเคลื่อนไหวของร่างดูหนานั้นรวดเร็วว
Baca selengkapnya

บทที่ 17 ข้าชอบกลิ่นของเจ้า

เสียงพูดคุยนั้นไม่ดังนัก แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่ฝึกฟังเสียงระยะไกลอย่างจวิ้นอ๋องย่อมได้ยินทุกถ้อยคำไม่ตกหล่น เขาเม้มปากแน่น ‘คนแคว้นจินมองคนแคว้นหมิงเช่นนี้นี่เอง มิน่า! จึงไม่ยินดีที่จะแต่งงานกับข้า’ จวิ้นอ๋องรู้ว่า ก่อนมาตนก็รู้สึกเช่นนั้น แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ทุกสิ่งที่คิดกลับไม่เป็นอย่างที่เห็นฟังจากน้ำเสียงของนางแล้ว คนแคว้นจินต่างหากที่มองว่า คนแคว้นหมิงจิตใจคับแคบจึงไม่อยากจะร่วมเป็นวงศาคณาญาติ นางต่างหากที่นึกรังเกียจเขา!‘เอาเถิดจินเฟิ่ง ข้าตัดสินใจเลือกเจ้าเป็นพระชายาแล้ว ข้าย่อมจะไม่ให้หนทางเลือกอื่นใดแก่เจ้า หรือแม้แต่โอกาสที่ชายใดจะย่างกรายมาใกล้’ “ท่านเตรียมตัวสำหรับพิธีเลือกคู่ของนางไว้ให้พร้อม งานนี้เราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!”เถ้าแก่เซียงมองน้องชายที่หน้าตาเคร่งขรึมมาตั้งแต่เลิกงาน “เจ้าดูหงุดหงิดนะ มีเรื่องใดที่ค่ายหรือเปล่า ” จวิ้นอ๋องเล่าเรื่องที่องค์หญิงคุยกับแม่ทัพจินให้ญาติผู้พี่ฟัง จินวั่งซูจอมยุแยงได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของน้องชาย แต่...คนอย่างจวิ้นอ๋องหรือจะยอมรับว่าชอบผู้หญิงที่ตนเคยเหยียดหยาม“เจ้าโกรธเรื่องที่องค์หญิงปฏิเสธเจ้าเช
Baca selengkapnya

บทที่ 18 ออกแบบอาวุธให้เจ้า

จินเฟิ่งเดินหนีเขาออกมาไกลแล้ว แต่หูเหมือนยังได้ยินประโยคนั้นอยู่ ใบหน้าของนางยังร้อนผ่าวไม่หาย แค่เพียงเขาบอกว่าชอบกลิ่นของนาง เหตุใดจึงทำให้รู้สึกขัดเขินได้มากถึงเพียงนี้ จวิ้นอ๋องมองตามนางไปก่อนจะเข้าไปห้องออกแบบอาวุธ เขาลงมือร่างแบบสิ่งที่คิดไว้ในหัว ‘สิ่งนี้เหมาะกับนาง’ จินเฟิ่งชะเง้อชะแง้ เลยเวลารับประทานอาหารแล้ว เหตุใดเขาจึงยังไม่มาอีก “ไม่เป็นไร ข้าจะไปดูกุนซือเอง เขาเป็นลูกน้องของข้า” องค์หญิงลุกขึ้นก้าวไปทางห้องออกแบบอาวุธ “อ๊ะ!” ร่างของนางเกือบชนกับร่างสูงเพรียว “องค์หญิงมาตามหาข้าหรือ” จวิ้นอ๋องอมยิ้ม “ก็เจ้าเป็นทหารสังกัดข้า ข้าก็ต้องรับผิดชอบ” นางไม่กล้าสบตา เสมองม้วนกระดาษในมือชายหนุ่ม “นั่นคืออะไร” เขายกม้วนกระดาษในมือ แล้วลดเสียงลง “ของที่ข้าทำให้ท่าน” จินเฟิ่งรู้สึกร้อนไปถึงใบหู “ทำให้ข้าทำไมกัน” “อ้าว! ข้ารับผิดชอบออกแบบอาวุธ ก็ย่อมต้องนำงานมาเสนอท่านผู้เป็นเจ้านายสิ” ใบหน้าเรียบๆ ของเขาทำเอานางหน้าเหวอ “หึ! เช่นนั้นก็เอาไว้ดูหลังกินข้าวก็แล้วกัน” นางเชิดหน้า
Baca selengkapnya

บทที่ 19 ไปแอบดูคนที่ข้าชอบ

เซียงฉิงอีเฝ้าครุ่นคิดถึงวิธีที่นางจะได้เข้าใกล้องค์หญิงจินเฟิ่ง เพราะนางรู้สึกว่าองค์หญิงผู้นี้น่าจะมีความลับอยู่มากมาย เซียงฉิงอีกับซ่งฮุ่ยจูคนสนิททำทีไปนั่งฟังชาวบ้านคุยกันที่ร้านน้ำชาหน้าตลาดหลายครั้ง ได้ยินเรื่องขององค์หญิงจินเฟิ่งมาสารพัดอย่าง “หนิงลี่ ข้าอยากเข้าไปใกล้ชิดองค์หญิงจินเฟิ่ง เจ้าพอมีหนทางหรือไม่ ” เถาหนิงลี่หันมามองเพื่อน “ข้ายังไม่ค่อยเห็นองค์หญิงเลย” “ปกตินางไปค่ายทหารเป็นหลักใช่หรือไม่ ” “ใช่ นางมีกองกำลังส่วนตัว จึงต้องไปควบคุม” เซียงฉิงอีได้ฟังเรื่องราวขององค์หญิงมาสมควร รู้สึกเลื่อมใสที่นางเป็นหนึ่งในผู้นำกองทัพที่ทุกคนให้การยกย่อง เสียงเล่าลือที่ว่า นางฆ่าเสือและหมีได้ด้วยตัวคนเดียวนั้น ช่างดูยิ่งใหญ่กว่าความเป็นจอมยุทธ์เซียงเสียนี่กระไร “ข้าอยากเป็นทหารหญิงขององค์หญิงจินเฟิ่ง” เซียงฉิงอีประกาศตัวอย่าง เด็ดเดี่ยว สร้างความปวดหัวให้กับซ่งฮุ่ยจูผู้ติดตามอีกครา “คุณหนู ท่านมิใช่คนแคว้นจิน จะไปร่วมเป็นทหารในกองกำลังองค์หญิงได้อย่างไร ” “ข้าอยากไปแอบดูนางฝึกทหาร” “หากไปแอบ
Baca selengkapnya

บทที่ 20 เขาคือผู้ชายในฝัน

จินฉิงอีกับซ่งฮุ่ยจูแอบดูอยู่บนต้นไม้ใหญ่จนจวิ้นอ๋องเดินเคียงคู่จากไปกับองค์หญิงจินเฟิ่ง “องค์หญิงช่างสมคำร่ำลือ ข้าจะต้องเอาอย่างนางให้ได้” จอมยุทธ์เซียงประกาศตัว ซ่งอุ่ยจูเมื่อเห็นองค์หญิงฝึกทหารแล้วหันมาดูคุณหนูของตนเองอีกครา อยากจะบอกความจริงแต่ก็เกรงอีกฝ่ายจะเสียใจ “เช่นนั้น ท่านก็ต้องหมั่นฝึกฝนให้หนักเหมือนองค์หญิง” “ตื่นแต่เช้าหรือ ข้าฝึกตอนเย็นได้หรือไม่” เกี่ยงแค่นี้ ซ่งฮุ่ยจูก็ขำพรืด “เอาเถิด ท่านอยากฝึกเวลาใดก็ตามใจ” นางรู้ดีว่า คุณหนูของนางไม่เหมาะกับเรื่องจริงจังขนาดนี้ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจะลงจากต้นไม้ เสียงวิ่งสนั่นเขาก็ดังขึ้น “นั่นอะไร ” กองทหารนับหมื่นวิ่งขึ้นมา นำหน้าโดยชายร่างสูงใหญ่กำยำ ที่กระโจนเพียงครั้งเดียวก็ไปยืนจังก้าอยู่บนโขดหิน “เป้าหมายคือ เนินเขาข้างหน้าโน่น ไปแล้วกลับมาภายในหนึ่งเค่อ” ใบหน้าคมคร้าม น้ำเสียงกึกก้อง เสียงทหารโห่รับอื้ออึง ดวงตาของจินฉิงอีเบิกกว้าง ผู้ชายในชุดแม่ทัพคนนั้น ช่างงามสง่ายิ่งนัก “นั่นมัน ทหารในคืนนั้นนี่ คุณหนู” ซ่งฮุ่ยจูจำได้แ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status