All Chapters of ท่านอ๋องเป็นของข้า: Chapter 71 - Chapter 80

94 Chapters

บทที่ 71 คืนนี้ในถ้ำลับ

จวิ้นอ๋องประคององค์หญิงจินเฟิ่งมองไปโดยรอบ พวกเขาตกอยู่ในหุบเขาหิมะที่ขาวโพลน มีต้นสนขนาดใหญ่เกิดอยู่หย่อมหนึ่ง แต่ก็โดนหิมะคลุมจนกลายเป็นสีขาว จวิ้นอ๋องมองไปไต่ระดับไปตามภูเขาแต่ละด้าน มองเห็นช่องโพรงเล็กๆ ที่หิมะหล่นคลุมไม่หมด “ฟ้ากำลังจะมืด เฟิ่งเอ๋อร์ เราต้องหาถ้ำสำหรับพักในคืนนี้” เขาพานางไต่ขึ้นเขาส่วนที่ไม่ชันนักขึ้นไป “ให้ข้าเข้าไปดูก่อน หากลึกนักอาจจะไม่เข้าไป เพราะไม่รู้ว่าจะมีสัตว์ร้ายหรือไม่ ” “จวิ้นอ๋องระวังตัวด้วย”เขาพยักหน้าให้นาง ปล่อยแขนแล้วเดินเข้าไปสำรวจภายในถ้ำ ชายหนุ่มใช้พู่จุดไฟเพื่อจะได้มองเห็นข้างในถ้ำอย่างชัดเจน และหากมีสัตว์ร้ายพู่ไฟก็จะทำให้สัตว์เกิดความหวาดกลัวได้ผนังถ้ำนั้นไม่ลึกนัก เพดานสูงพอสมควร ฝั่งเขาด้านนี้ข้างบนชันทำให้หิมะปกคลุมได้ยาก หรือต่อให้หิมะปกคลุมปากถ้ำก็ยังพอมีอากาศหายใจอยู่ภายใน ‘หวังว่าข้าและนางคงไม่โชคร้ายจนเกินไป’“เฟิ่งเอ๋อร์ ถ้ำนี้พออาศัยได้” เขาพยุงนางเข้าไปข้างใน “ที่นี่น่าจะเคยมีคนเข้ามาอาศัย” เศษฟืนที่ถูกกองทิ้งไว้มีจำนวนพอสมควร โดยเฉพาะท่อนใหญ่ถูกเผาไหม้ส่วนปลายไปบ้างแล้วคงพอจะลามไหม้ไปได้ถึงเช้า“ถ้
Read more

บทที่ 72 หุบเขาอาถรรพณ์

องค์หญิงจินเฟิ่งมาดูแผนที่กับจวิ้นอ๋อง เมื่อช่วยกันมองอย่างละเอียดกลับไม่พบหุบเขา “ไม่มีจริงๆ ด้วย จวิ้นอ๋อง เราอยู่ตรงไหนกันนี่ ” จวิ้นอ๋องนิ่งคิดอยู่ครู่ “พื้นที่ตกสำรวจแห่งนี้ น่าสนใจนัก” “ผู้ที่เข้ามาอาจจะไม่เคยมีคนหลุดรอดไปได้ จึงไม่มีในแผนที่” องค์หญิงจินเฟิ่งคาดการณ์ นางเดินทางทั่วแคว้นกลับไม่เคยพบสถานที่เช่นนี้มาก่อน “เฟิ่งเอ๋อร์ เรายิ่งต้องระวังตัว” เขามองสำรวจเนื้อตัวของนางอย่างเอาใจใส่ “เจ้าขยับแขนขาดูสิ ยามนี้พร้อมจะออกแรงหรือไม่ ” นางลุกขึ้นสะบัดแขนขา “ข้าพร้อมแล้ว” “ที่นี่น่าจะเต็มไปด้วยอันตรายทุกย่างก้าว เจ้าระวังตัวให้มาก” องค์หญิงหยิบดาบ นางพร้อมจะออกผจญศึกแล้ว ครั้นออกมาจากถ้ำ ทั้งสองต้องตกตะลึง พายุหิมะที่เผชิญเมื่อวานนี้กลับมลายหายไปเหลือเพียงหุบเขาเขียวขจีที่มีภูเขาล้อมรอบ “นี่มันจะแปลกเกินไปแล้ว!” “เห็นทีเราคงจะเข้ามาอยู่ในหุบเขาอาถรรพณ์เสียแล้ว” จวิ้นอ๋องมองอย่างตกตะลึง “หุบเขาอาถรรพณ์” “ใช่ ข้าเคยอ่านในตำนานรวมเรื่องพิสดารในยุทธภพที่เหล่าจอมยุทธ์เล่าเอาไว้” จวิ้นอ
Read more

บทที่ 73 ข้ามิยอมให้เจ้าเจ็บ

“อ๊าก!!!” จวิ้นอ๋องยืนอยู่ใกล้หน้าผากร้องเสียงดังให้หมีดำตัวนั้นหันมามองตนเองดวงตาสีเลือดของมันราวเปล่งแสงออกมาได้เมื่อหันมามองเห็นเขา มันหยุดเขย่าต้นไม้ใหญ่หันมามองเขาทันทีทันใด ร่างใหญ่มหึมาวิ่งพรวดไปทางชายหนุ่ม “จวิ้นอ๋องระวัง!” องค์หญิงจินเฟิ่งที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงเห็นเขายืนอยู่หน้าผาหัวใจแทบหยุดเต้นแม้จะรู้ว่านี่คือแผนของเขา แต่เมื่อมองไปเห็นยอดไม้ลิบๆ อยู่เบื้องล่างก็อดใจหายไม่ได้ ชายหนุ่มรอจังหวะให้หมีตัวนั้นวิ่งเข้ามาใหญ่ เพราะมีพุ่มไม้ขวางอยู่ มันจึงกระโจนข้ามพรวดสองขาหน้ากางออกพร้อมตะปบเหยื่อที่ยืนอยู่ตรงหน้า จวิ้นอ๋องกระโดดลงไปในหน้าผาทันที ในมือของเขามีกิ่งไม้ใหญ่ใบเขียวครึ้มอยู่ด้วย “ฮาก!!!!” เสียงคำรามลั่นของหมีดำที่ร่วงหล่นลงจากหน้าผาดวงตามันเบิกโพลงเมื่อรู้ว่าตนเองพลาดร่างของเหยื่อไปแล้ว แต่กลับกำลังกระโจนลงจากหน้าผา อุ้งมือมันสัมผัสโดนเพียงปลายกิ่งไม้ที่จวิ้นอ๋องถืออยู่ร่างของจวิ้นอ๋องถูกเหวี่ยงออกไป ทว่าเชือกที่ผูกเอวไว้ทำให้เขาถูกดึงกลับเข้ามากระแทกหน้าผา ชายหนุ่มหันกลับมาใช้ปลายกิ่งไม้พุ่มไม้หนาลดแรงกระแทก กิ่งไม้อ่อนนั้นมีแ
Read more

บทที่ 74 ขุนศึกผู้เก่งกล้า

องค์หญิงมองไปยังกึ่งกลางของทุ่งหญ้า น้ำตกขนาดใหญ่ที่มองเห็นเมื่อวานกลายเป็นน้ำตกที่มีขนาดเล็กลงความกว้างเหลือเพียงหนึ่งศอก ถ้ำที่นางและเขาอาศัยหลับนอนเมื่อคืนจึงเปิดรับแสงแดดอุ่นอย่างเต็มที่“เจ้าดูนั่น ทะเลสาบตรงกลางทุ่งหญ้านั้นเป็นสีฟ้าสดสวยเหมือนดวงตาของเจ้า” จวิ้นอ๋องชี้ให้นางดู“จริงด้วย!”ทันใดเสียงหอนชวนสะท้านสะเทือนก็ดังโหยหวนก้องไปทั่วหุบเขา“แย่แล้ว! ฝูงหมาป่า” จวิ้นอ๋องคิ้วแทบจะชนกันเมื่อเห็นว่า ในทุ่งหญ้าฝั่งที่พวกเขาอยู่มีหมาป่าตัวใหญ่ยืนตระหง่านอยู่บนโขดหินส่งเสียงร้องเรียกพรรคพวก เหล่าหมาป่าที่ขนาดเล็กกว่ามันเริ่มก้าวออกมาจากโขดหินรอบข้าง“ฝูงใหญ่เช่นนี้ เราคงลงไปไม่ได้” นางจ้องไปที่ฝูงหมาป่า เมื่อวานมีหมีดำกินคน วันนี้ยังมีฝูงหมาป่าฝูงใหญ่อีก“ตำรากล่าวไว้ว่า นี่คือฝูงหมาป่าผีที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้ หากมันฆ่าคนผู้ใดจะสามารถแปลงร่างเป็นคนผู้นั้นได้”องค์หญิงมองทุ่งหญ้าข้างหน้าด้วยความหนักใจ “การเปลี่ยนแปลงของป่าช่างน่ากลัวนัก เราคงต้องเร่งมือคิดหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” นางเดินกลับไปสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย จวิ้นอ๋องหยิบอาหารและน้ำดื่มออกมา
Read more

บทที่ 75 ลำธารลอดขุนเขา

“สำเร็จแล้ว!” จินเฟิ่งร้องลั่น “เจ้าเก่งจริง เฟิ่งเอ๋อร์” จวิ้นอ๋องจูบขมับนางให้รางวัล “รีบเถอะ ก่อนที่สัตว์ปีศาจตัวอื่นจะโผล่ขึ้นมาอีก” “หลันเซ่อเจ้านำหน้า” เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ส่งเสียงหวีดรับแล้วโบกปีกบินนำทาง มันสำรวจมาแล้วรอบหนึ่ง กำจัดงูปีศาจนอนตายระหว่างทางไปสามตัว องค์หญิงจินเฟิ่งถือแผ่นดับราตรีเดินนำหน้า จวิ้นอ๋องคอยดูแลนางอยู่ด้านหลัง “เจ้าดูสิ หลันเซ่อฆ่างูปีศาจไปแล้ว” “สัตว์เทพสู้กับสัตว์ปีศาจก็สมควรแล้ว ลูกของพวกเราช่างเก่งเสียจริง” จินเฟิ่งส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อเขาเอ่ยถึงประโยคหลัง ลำธารสายเล็กๆ นั้นมีทางเดินอยู่สองข้าง ทว่าไม่อาจเดินเคียงคู่กันได้ ในถ้ำเพดานสูงพอสมควรทำให้ไม่อึดอัดนัก เดินไปราวหนึ่งสองยามก็ถึงโถงถ้ำใหญ่ที่มีแสงแดดลอดผ่าน “ตรงนี้มีแสงแดดด้วย เรานั่งกินอาหารตรงนี้ก่อนเถิด” “พักก่อนก็ดีเหมือนกัน” จวิ้นอ๋องนั่งลงที่โขดหินใหญ่ ค้นหาเนื้อกระต่ายย่างแห้งที่เตรียมไว้ออกมาแบ่งนาง “เจ้าว่า น้ำในลำธารนี้ดื่มได้หรือไม่ ” “ในตำราเขียนว่า น้ำดื่มได้เพราะมีปลาอยู่ แต่ว่า เราจะเจอปลาปี
Read more

บทที่ 76 เนินชีวิต

จวิ้นอ๋องทำหน้าสงสัย จินวั่งซูจึงอธิบายเหตุการณ์ของพวกเขาที่ได้ซักไซ้มาอย่างละเอียด“เช่นนั้นด่านสำคัญก็คือเนินชีวิต” พวกเขาจึงเดินทางสู่เนินชีวิตตามคำบอกเล่าของจอมยุทธ์ทั้งสอง การเดินทางล่วงไปสองชั่วยาม ระหว่างทางกลับพบเห็นซากศพของชาวบ้านที่หวังจะมาหาสมบัติ มือบ้าง เท้าบ้าง โผล่มาจากกองหิมะ “เร็วเข้า! เราต้องไปถึงเนินชีวิตก่อนค่ำ มิฉะนั้นอาจจะถูกพายุหิมะหอบไปอีก” จวิ้นอ๋องตะโกนสั่งทุกคนท่ามกลางสายหิมะที่เริ่มโปรยปราย “อ๊ะ! กลางลานหิมะเหตุใดขึ้นมีป่าเขียวครึ้มได้” จินวั่งซูร้องเอะอะเมื่อมองเห็นสิ่งน่าประหลาดใจเบื้องหน้า ด้านซ้ายด้านขวาล้วนมีหิมะขาวโพลนปกคลุม ทว่ากลุ่มหมู่ไม้เบื้องหน้ากลับเขียวขจีไม่มีหิมะปกคลุมแม้แต่น้อย เมื่อทุกคนเหยียบย่างเข้าไปถึงต่างอุทานพร้อมกัน เพียงก้าวเท้าเดียวราวหลุดเข้าในแดนสวรรค์ ต้นไม้ใหญ่น้อยเขียวขจี เสียงนกร้องแว่วหวานไพเราะ ได้ยินเสียงน้ำตกแจ่มชัด จวิ้นอ๋องกับจินเฟิ่งเดินนำหน้าเข้าไปหลังหมู่แมกไม้นั้นเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงาม แอ่งน้ำสีเขียวสดใสมีปลาหลากสีแหวกว่าย “ช่างสมกับเป็นเนินชีวิต เป็นเช่นที่จอมยุทธ์ผู
Read more

บทที่ 77 ทางเดินแห่งวาสนา

“ไม่ต้องห่วง ข้ามีสิ่งนำทางแล้ว” จวิ้นอ๋องเอ่ยด้วยสีหน้าเชื่อมั่น จินเฟิ่งหันไปมองเขาด้วยสายตาฉงน ชายหนุ่มควักห่อผ้าเล็กๆ ออกมาคลี่ให้นางดู “นี่คือ ดวงตางูปีศาจ” องค์หญิงผงะ นางมิได้สังเกตว่าช่วงที่เขาฆ่างูใหญ่ตัวนั้น เขาควักลูกตามันในยามใด “เจ้าเอาดวงตามันมาทำอันใด ” “ตำราของมารใหญ่มี่อี้กล่าวไว้ว่า ดวงตาของงูใหญ่ปีศาจในหุบเขาอาถรรพณ์ใช้ชี้ทางออกจากค่ายกลมรณะได้” “หากมันดีเยี่ยงนั้น ท่านเก็บมาก็นับว่าดียิ่ง” “เจ้าดูสิ มันกลายเป็นลูกแก้วแข็งสีแดงไปแล้ว” จินเฟิ่งหยิบลูกตางูปีศาจขึ้นมาดูด้วยความอัศจรรย์ “จริงด้วย!” “เจ้ากับข้าแบ่งกันเก็บไว้คนละลูก หากว่าเราหลงทางอยู่ในค่ายกลจะได้หาทางออกได้” “ขอบคุณเจ้านัก” องค์หญิงรับไว้ด้วยความดีใจ “ถือเป็นของแทนใจจากข้า” จวิ้นอ๋องโอบร่างนางด้วยแขนข้างหนึ่ง นางหยิบเอาลูกแก้วสีแดงมาใส่ถุงหอมที่เก็บไว้ในสาบเสื้อ เสียงฝีเท้าสวบสาบดังขึ้นเบื้องหน้า “มีคนมา!” องค์หญิงดึงแขนเขาให้ย่อตัวต่ำลง กลุ่มคนข้างหน้าที่เดินเข้ามาถึง ท่าทางดูคุ้นนัก “สิงจิ้งถิง!” จินเฟิ่
Read more

บทที่ 78 ค่ายกลซากมนุษย์

“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” คุณชายเฝิงหันไปมองหน้าองครักษ์ “เพราะหินนั้นไม่ควรอยู่ที่นี่” การเข้าด่านแต่ละด่านในค่ายกล ต้องมองหาสิ่งที่อยู่ผิดที่ผิดทาง หินก้อนนั้นไม่ควรมีอยู่ในทุ่งหญ้า “โฮก!” “เสียงนั่น!” “ระวังตัว! ที่นี่มีเสือ” ทุกคนได้ยินเช่นนั้นทั้งตื่นตระหนกทั้งตื่นตัว ถอดฝักกระบี่และคันธนูออกมาเตรียมพร้อม เส้นทางที่องค์หญิงจินเฟิ่งเลือกเดินเข้าไป มีทางเดินที่เดินได้เพียงครั้งละหนึ่งคน พวกเขาจึงเดินเรียงแถวกัน “น่าแปลกจริง ที่นี่เป็นป่า แต่กลับไม่มีแม้กระทั่งเสียงนกร้อง” หยางหมิงกับเหยียนเหลยอาสาเดินนำหน้า “เหยียนเหลยเจ้าคิดว่าแปลกหรือไม่ ”“สมกับเป็นค่ายกล เจ้าอย่ามัวชวนข้าคุย ระวังด้านหน้าให้ดี”จวิ้นอ๋องหันซ้ายหันขวา “พวกเจ้าช่วยกันสังเกตให้ดี! สิ่งใดที่ไม่ควรมีอยู่ที่นี่สิ่งนั้นคือกลไกในการผ่านด่าน”ทุกคนช่วยกันสังเกตรอบข้างโดยละเอียด หลันเซ่อที่บินนำหน้าบินวนกลับมาอีกรอบ ‘แม้แต่หลันเซ่อยังไม่ร้องเตือน เห็นทีคงจะไม่มีสิ่งใดผิดปกติ’“องค์หญิงนั่นศพ!” หยางหมิงมองเห็นขาและแขนของคนกระจัดกระจายอยู่ด้านขวา“จวิ้นอ๋องด้านนี้ก็มีศพ” เม
Read more

บทที่ 79 ปากทางเข้าสุสาน

จวิ้นอ๋องมองไปรอบๆ เขาขยับเข้าไปลองจับดูใบสน “เอ๊ะ! เหตุใดมันแข็งเยี่ยงเข็ม” หลังจากที่เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายลมพัดมาเบาๆ “โอ๊ย!” เสียงของหยางหมิงที่ยืนอยู่หน้าสุดร้องเสียงดังลั่น ใบสนที่เล็กคล้ายเข็มปลิวลงมาปักที่แขนขาเขาหลายจุด “พวกเขาระวัง ใบสนแข็งเหมือนเข็ม” เลือดซึมออกมาตามรอยใบสนที่ปักลงไป จวิ้นอ๋องกระโจนเข้าไปดูบาดแผลตามตัวหยางหมิงอย่างรวดเร็ว ใบสนเล็กเรียวขนาดเท่าฝ่ามือปลายแหลมปักลงจนเลือดไหลออกมาจากร่าง “ดึงออกเร็วเข้า!เอายามาใส่” องค์หญิงจินเฟิ่งเดินเข้าไปจับใบสนดู “นี่มันคล้ายลูกดอกเลยเทียว หากลมแรงกว่านี้ไม่แน่ว่า พวกเราทั้งหมดอาจจะกลายเป็นศพอยู่บนทางเดินนี่” “แล้วเราจะหลบที่ใดเล่า ” “ไม่ต้องคิดหลบแล้ว หยางหมิงเจ้าวิ่งนำไปเดี๋ยวนี้!” จวิ้นอ๋องสั่งด้วยเสียงดัง เขาย้อนกลับไปคว้ามือองค์หญิงจินเฟิ่งออกวิ่งนำหน้าทุกคนตามลำแสงสีขาว ระหว่างนั้นลมพัดแรงอยู่เป็นระยะพวกเขาต่างช่วยกันใช้กระบี่กวัดแกว่งปัดเท่าที่จะทำได้ “โอ๊ย!” “อ๊าก!” หลันเซ่อช่วยกระพือปีกสะบัดแรงเพื่อช่วยไล่ใบสนเข็มขนาดใหญ่นั้
Read more

บทที่ 80 หนทางออกทางอื่น

บทที่ 80 หนทางออกทางอื่น จวิ้นอ๋องสั่งให้ทุกคนสำรวจหาทางออก โดยเฉพาะจินวั่งซูคลำหากลไกพิเศษที่อาจจะถูกซุกซ่อนไว้ภายในสุสาน “ข้าคิดว่า ฮ่องเต้องค์นี้คงจะไม่เข้าออกทางค่ายกลทุกครั้งหรอกนะ อาจจะมีทางออกทางอื่น” “พี่วั่งซู เราต้องหาให้ละเอียด ข้าเชื่อว่ามีกลไกซ่อนอยู่แน่นอน” จวิ้นอ๋องมองหาร่องรอยตามผนังและพื้น จินวั่งซูขยับดาบใหญ่ที่ถูกวางเอียงเล็กน้อยออกจากที่วางข้างผนัง ด้านหลังมีจุดน่าสงสัย “จวิ้นอ๋องเจ้ามาดูนี่” จวิ้นอ๋องที่กำลังลองขยับเขยื้อนลูบคลำรูปปั้นทหารที่ประดับตามประตูทางเข้าแต่ละโถงหันขวับไปหาญาติผู้พี่ในทันที พร้อมสาวเท้าเข้าใกล้ “ไหน ” จินวั่งซูชี้ให้ญาติผู้น้องดูจุดที่น่าสงสัย พวกเขาทั้งสองหันไปช่องอิฐที่มีรอยแยก จวิ้นอ๋องพยักหน้าให้จินวั่งซูเป็นคนกดลงไป ครืด! เสียงประตูอิฐขยับเคลื่อนออกจากกัน “ข้าว่าแล้ว!” จินวั่งซูอุทานด้วยความยินดี คนทั้งหมดรีบเดินมามองดูทางเดินที่ถูกเปิดขึ้น “จุดคบไฟสิ!” หยางจื้อจุดคบไฟที่เสียบไว้ข้างผนังห้องแล้วเดินนำเข้าไปข้างใน “ท่านอ๋องขอรับ ให้ข้าเข้าไปสำรวจก่อน” “ไ
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status