Lahat ng Kabanata ng ท่านอ๋องอย่าคิดหนี : Kabanata 41 - Kabanata 50

97 Kabanata

บทที่ 41 ช่วยข้าที

เหอเจียอีรีบผลักเขาออกมาใช้มือตบบ่าเขาแรงๆ ครั้งหนึ่ง“หมิงจิ้นเหอ ท่านหลอกหม่อมฉันอย่างนั้นหรือเพคะ”“ทำอย่างไรได้ บุรุษทั้งงานจ้องเจ้าตาเป็นมันขนาดนั้น ข้าเกือบจะทนไม่ไหวลุกขึ้นมาเอาดาบฟันโต๊ะพวกเขาให้พังยับไปต่อหน้า”“ได้อย่างไรกันเพคะ ทรงดื่มน้ำส้มมากไปแล้ว พวกเขาจะมองก็มองไป หม่อมฉันมิได้ยักคิ้วหลิ่วตาให้สักหน่อย”“ก็ช่าง! ผู้ใดกล้าจ้องมองสตรีของข้า ข้าย่อมอยากจะควักลูกตาพวกเขาออกมาทั้งนั้น”“ท่านโหดร้ายเกินไปแล้วนะเพคะ”“ข้าหวงเจ้านี่...เจียอี ข้าว่าพวกเรามาต่อกันดีกว่า”ไม่เพียงแต่พูด มือไม้ของท่านอ๋องก็เริ่มซุกซนจนนางขัดขวางเอาไว้ไม่ได้ ไม่นานนักตัวนางก็เริ่มร้อนรุ่มและตอบสนองต่อหมิงจิ้นเหออย่างเต็มใจเมื่อถึงเรือนท้ายจวน รองแม่ทัพมู่วางร่างของคุณหนูจางที่มืออยู่ไม่นิ่ง คอยลูบไล้เนื้อตัวเขาไปมา พลางบ่นว่าร้อน คอยแต่จะดึงสาบเสื้อออก เขาคอยปัดป้องมือนางแล้วพยายามปิดสาบเสื้อให้นางสงบลงบนเตียงอยู่ครู่ มู่หลี่เฉียงจึงหันไปที่มุมห้องถอดเสื้อผ้าเปื้อนเศษอาหารออก เมื่อเห็นชุดด้านในก็มีรอยเปื้อนอยู่ด้วย เขาจึงถอดออกทั้งหมดกำลังสวมชุดด้านในใกล้เสร็จ ร่างของคุณหนูจางก็โผมากอดที่เอวด้
Magbasa pa

บทที่ 42 ชื่อเสียงข้ายับเยิน

รองแม่ทัพมู่ที่ต้องอดนอนจนค่อนคืนนึกอยากดัดนิสัยนางสักหน่อย เห็นทีคงต้องเก็บนางไว้ในเรือนนี้สักพัก จนกว่านางจะเปลี่ยนใจไม่คิดจะเป็นพระชายาของท่านอ๋อง “เรือนนี้ไม่มีสาวใช้หรือบ่าวรับใช้ ไม่มีเสื้อผ้าสตรีให้เจ้ายืมใส่ และถ้าเจ้าออกไปตอนนี้ ผู้คนคงเอาไปลือกันทั้งเมืองว่าเจ้ากับข้า....” เขาลากเสียงยั่วโมโหอันที่จริงหากเขากับนางเนื้อตัวล่อนจ้อนกอดรัดกันขนาดนี้ หากมีคนรู้เข้า นางคงมองหน้าผู้อื่นอีกไม่ได้ นี่ก็เท่านางกับเขาเป็นสามีภรรยากันแล้ว คุณหนูจางหน้าเผือดสี เรื่องนี้หากจวิ้นอ๋องรู้เข้า นางคงหมดโอกาสได้รับเลือกเป็นพระชายา ศักดิ์ศรีของบุตรีเสนาบดีฝ่ายขวายับเยินเพราะเจ้าหมีป่าตัวนี้ “เจ้าหมีป่า เจ้าห้ามพูดเรื่องนี้กับผู้ใดเด็ดขาด!” มู่หลี่เฉียงหรี่ตา “เจ้ากล้าเรียกข้าว่า หมีป่าเชียวรึ!”ในกองทัพอันเกรียงไกร เขาเป็นรองเพียงคนคนเดียว หากแต่บัญชาการคนหลายแสน นางเป็นเพียงคุณหนูในห้องหอที่ถูกตามใจจนเคยตัว...กล้าเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามเช่นนี้เห็นทีจะต้องสั่งสอน... “เจ้ามันคนเถื่อนถ่อย ดีแต่ใช้กำลัง ข้าเรียกเช่นนี้ก็เหมาะกับเจ้าแล้ว” นางตะ
Magbasa pa

บทที่ 43 ทาสในเรือนเบี้ย

“เจ้ากับท่านอ๋องร้ายนัก! น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้อยู่ร่วมในแผนชั่วครั้งนี้” “ฮ่าๆ พี่วั่งซู เรื่องไม่ดีท่านก็ละเว้นบ้างก็ได้” “ไม่สิ! ในเมื่อท่านอ๋องออกหน้าเอง ข้าก็ควรเข้าร่วมด้วยเพราะอย่างไรเสีย ความผิดครั้งนี้ก็มีผู้แบกรับเอาไว้แล้ว” ชายหนุ่มจอมยุแยงได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเสียดาย “คราวหน้าหากมีเรื่องเช่นนี้อีก เจ้าต้องชวนข้าด้วยเข้าใจหรือไม่ ” เหอเจียอีได้แต่ส่ายหน้าและนึกในใจว่าพี่ชายของนางเป็นคนเคร่งครัดกับคุณธรรมที่สุด เหตุใดจึงคบสหายโฉดเช่นนี้ คนอย่างจินวั่งซูช่างพบเจอได้ยากยิ่ง ฐานะและชาติตระกูลสูงส่งแต่กลับมิได้มีนิสัยอย่างคุณชายพึงมี ไม่เพียงแต่ชอบดูคนอื่นมีเรื่องกันเท่านั้น หากแต่ยังชมชอบให้ผู้คนทะเลาะเบาะแว้งกันด้วย หวังหลี่น่าลอบเข้าจวนในยามเหม่านึกถึงเมื่อตอนสาย นางเจ็บช้ำนัก เมื่อรู้สึกเนื้อตัวเย็นจึงลูบคลำตนเอง พบว่าตนไม่มีอาภรณ์ติดกาย ซ้ำยังโดนเอาผ้าปิดตาไว้เสียอีก เมื่อดึงผ้านั้นออก หัวใจของนางแทบกระดอนออกจากอก คนโฉดผู้นั้นกำลังหันหลังยืนใส่เสื้อผ้านางตวาดลั่นมันจึงหันมา ยกเทียนเข้ามาส่องดูใกล้ๆ เมื่อเห็นชัดว่าเป
Magbasa pa

บทที่ 44 ภรรยาของคุณชาย

รองแม่ทัพมู่กลับจวนในเวลาปกติ เขารีบตรงดิ่งไปยังเรือนท้ายจวนพอเห็นแม่นมเจียงกำลังสั่งให้คุณหนูจางในชุดสาวใช้ทำความสะอาดฟูกนอน จัดเตียงให้เรียบร้อยก็ยิ้มน้อยๆ“แม่นมเจียง สั่งให้คนเอาเตียงเล็กเข้ามาด้วย” เสียงทรงอำนาจนั้นทำเอาหญิงต่างวัยสองคนหันไปมองด้วยอารมณ์ต่างกัน“เจ้าจะให้ข้านอนในห้องนี้หรือไร ” นางตวาดแว้ด มู่หลี่เฉียงแค่ปรายตามองก็ทำเอานางแทบเข่าอ่อน“เจ้าเป็นเชลยของข้า ควรอยู่ในสายตาข้าตลอดเวลา” เจ้าหมีป่าไม่เพียงแต่พูด หากยังถอดเอาดาบเล่มใหญ่ออกจากฝักมานั่งเช็ดอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง“หึ!” นางเห็นเช่นกันก็เถียงไม่ออก หากเขาเอาคมดาบตวัดคอนาง แล้วเอาศพฝังไว้ท้ายจวน หาให้ตายอย่างไรก็ไม่มีวันหาเจอเป็นแน่“เจ้าคิดจะขังข้าไว้ที่นี่ถึงเมื่อไหร่กัน ”“ก็จนกว่าข้าจะพอใจ”แม่นมเจียงสังเกตอาการดื้อดึงของคุณชายที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย จึงรับคำแล้วถอยไปสั่งบ่าวรับใช้แม้คุณชายมู่ของนางจะมีร่างกายสูงใหญ่กำยำแลดูน่าเกรงขาม ยามพูดคุยด้วยเสียงอันดังทำให้คนต้องตกใจ แต่กลับเป็นคนคิดอ่านรอบคอบและระมัดระวังตัว ไม่เคยมีสตรีใดถูกพามายังเรือนท้ายจวนแห่งนี้ แม้แต่สาวใช้ก็ไม่อาจย่างกรายมาโดยที่ไม่ม
Magbasa pa

บทที่ 45 ผีเฝ้าป่าไผ่

“พวกเจ้าประเมินปีศาจตนนั้นต่ำไป นอกจากมันแล้ว รองแม่ทัพขวาและซ้ายก็ยังดุดันเก่งกาจ เห็นทีจะต้องส่งคนเข้าไปสอดแนมสองคนนั้นด้วย” เสียงห้าวหาญขององค์ชายสามหานเลี่ยงจินกึกก้องทั่วกระโจม “เตรียมกองกำลังให้พร้อมอีกไม่นานเตรียมยกทัพประชิดชายแดน” ใบหน้าขององค์ชายหานเลี่ยงจินเคร่งขรึม ศึกครานี้หากบุกไม่สำเร็จคงต้องพักรบไปอีกนานเพราะเงินท้องพระคลังและไพร่พลที่ล้มตายไปในระยะเวลาไม่กี่ปีที่สู้รบมา ล้วนต้องใช้เวลาฟื้นฟู....นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายที่พระองค์จะแก้มือ...“องค์ชาย ครั้งนี้พวกเราคงต้องทำอย่างสุดชีวิตแล้วล่ะพะยะค่ะ ข้าได้ยินมาว่าขุนนางบางส่วนยื่นฎีการ้องเรียนฮ่องเต้หานให้ทรงพิจารณาระงับการศึกชั่วคราวเพราะราษฏรทุกข์ยากลำบากจากสงคราม”“ข้ารู้! แต่ถ้าเราไม่สู้รบกับพวกมัน สุดท้ายแคว้นหมิงก็หวังกลืนกินแคว้นของเราอยู่ดี” แม่ทัพหลี่สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี “แม่ทัพหมิงผู้นั้น ยากจะล้มได้พะยะค่ะ ครั้งนี้เราคงต้องวางแผนให้รัดกุมกว่าคราวก่อน” “พวกเราต้องเตรียมเส้นทางรบใหม่ ล่อมันขึ้นมาแล้วค่อยล้อมฆ่า” ชัยภูมิของแคว้นเว่ยที่อยู่ติดภาคเหนือของแคว้นหมิงกั้นด้วยเ
Magbasa pa

บทที่ 46 ศึกใหญ่จะมา

เมื่อคิดได้ว่า หากเขาไปช้าอีกนิดเดียว ร่างที่จะต้องโดนกระบี่เสียบสามรูทะลุร่างอาจจะกลายเป็นนาง คุณหนูจางก็รีบเงยหน้าขึ้น“ข้าจะไม่หนีอีก ข้าสัญญา ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะอนุญาต”“นับว่าเจ้ายังมีสำนึก รีบมาทำแผลเร็วเข้า”แม่นมเจียงนำอ่างน้ำ ผ้า และยามาวางไว้ใกล้มือ คุณหนูจางจึงได้ลงมือ แม่นมช่วยถอดเสื้อให้เขา บาดแผลที่หัวไหล่ไม่ลึกนักแต่เลือดยังไหลไม่หยุดชายหนุ่มถอดเสื้อออกจนเผยร่างใหญ่กำยำ ผิวคร้ามแดดแตกต่างจากผิวผุดผ่องของมือเรียวน้อยที่ใช้ผ้าชุบเช็ดทำความสะอาดแผลอย่างเด่นชัด คุณหนูจางเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลเป็นนูนเล็กๆ พาดไปมาตามแนวแขนและแถวหน้าอก...เหตุใดเนื้อตัวของเขาจึงเต็มไปด้วยบาดแผลเช่นนี้ ...แม่นมเจียงหยิบเสื้อเปื้อนเลือดที่กองอยู่ออกไปข้างนอก ปล่อยให้สองหนุ่มสาวดูแลกันตามลำพัง“ท่านมีแผลเป็นเยอะมาก นี่เป็นรอยดาบหรือ ” นางไม่เคยเห็นร่างกายของผู้ใดมีรอยแผลเช่นนี้มาก่อน แม้จะรู้สึกเก้อกระดากแต่นางก็เคยเห็นเขาถอดเสื้อมาแล้ว “ไม่ใช่แค่รอยดาบหรอกนะ รอยธนูก็มี” เขาชี้ให้ดูแผลเป็นนูนวงกลมเล็กตามร่างกายสองสามแห่ง “ข้าอยู่ในสนามรบนับสิบปี หากไม่มีบาดแผลสิ ถึงจะนับว่าแปลก”“ข้าเคยฟังกา
Magbasa pa

บทที่ 47 แค่นอนกอด

จวิ้นอ๋องพยักหน้าเบาๆ “หม่อมฉันเคยไปอยู่แคว้นเว่ยระยะหนึ่งในช่วงก่อนปักปิ่นเพราะท่านแม่พาไปหาท่านหมอผู้เก่งกาจที่นั่น”นางมิได้โกหก ช่วงนั้นพ่อบ้านและแม่นมเหอขออนุญาตท่านพ่อพานางรอนแรมไปรักษาตัวในเมืองหลวงของแคว้นเว่ยอยู่นานหลายเดือน “เจ้าเคยไปเมืองใด ” “เมืองหลวงแคว้นเว่ยเพคะ รู้จักดีทุกซอกทุกมุม ในตอนที่หม่อมฉันยังเด็ก ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ท่านแม่พาตระเวนไปหาหมอรักษาอาการป่วยถึงแคว้นเว่ย”หลังจากอาการนางดีขึ้นมาก นางก็อ้อนขอแม่นมเหอให้พานางท่องเที่ยวเสียทั่วเมืองหลวงแคว้นเว่ย ในครั้งนั้นเป็นเพราะแม่นมเหอเคยช่วยชีวิตคนไว้ผู้หนึ่งจากหอคณิกา ชาวแคว้นเว่ยคนนั้นซึ่งเป็นลูกหลานของคหบดีจึงได้ตอบแทนแม่นมเหออย่างเต็มที่“หม่อมฉันมีสหายสนิทอยู่ที่แคว้นเว่ยด้วยนะเพคะ”“สหายของเจ้าเป็นสตรีอย่างนั้นหรือ ”“เป็นบุรุษต่างหากเพคะ แต่เพราะเขาเป็นหมอหม่อมฉันจึงพอได้พึ่งพา”“คนผู้นั้นคงไม่ได้ชอบเจ้าหรอกนะ ”“มิได้เพคะ สหายของหม่อมฉันเป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อ[1]” หมิงจิ้นเหอหัวเราะพอใจ เหอเจียอีจึงอาสาเล่าเรื่องแคว้นเว่ยให้สามีฟัง เขายิ้มน้อยๆ “หากจะรบ ต้องรู้จักอีกฝ
Magbasa pa

บทที่ 48 คนใจหิน

ทว่าพี่ชายกลับยิ้มเต็มหน้า “เดี๋ยวค่อยกินก็ได้” แค่นึกถึงใบหน้าหวานๆ แก้มนุ่มหอมก็ภรรยา ฉินผู้พี่ก็ราวกับกินอาหารมาแล้วอิ่มแปล้ อีกราวสองเค่อองครักษ์เงาอีกสองคนเพิ่งตามมาถึง แข้งขาสั่นพั่บๆ นั่งลงข้างฉินผู้น้อง“พวกเจ้าสองพี่น้องกะจะฆ่าพวกเราก่อนค่อยปฏิบัติภารกิจหรือไร เหตุใดจึงเร่งรีบเดินทางเช่นนี้ ”“นั่นสิ! หรือว่างานนี้รางวัลเยอะกว่าครั้งก่อนถึงได้คิดจะกำจัดเรา”สหายทั้งสองตวัดเสียงไม่พอใจนั้น สาดสายตาไปยังฉินผู้พี่ที่ยังยืนยิ้มอยู่ ในขณะที่สองคนมาใหม่รีบนั่งลงกดแข้งขาให้หายสั่น พวกเขาหยิบน้ำดื่มออกมาค่อยๆ จิบๆ“อีกเดี๋ยวข้าจะเข้าไปข้างใน”“หา!” สามองครักษ์หันไปมองฉินผู้พี่เป็นตาเดียว ปกติต้องรอจนถึงยามอู่จึงค่อยลักลอบเข้าไป“พวกเจ้าแค่รออารักขาข้าข้างนอก งานนี้ข้าจัดการเอง”ณ จวนรองแม่ทัพมู่ บ่าวรับใช้เตรียมน้ำอาบแล้วไปรออยู่หน้าเรือน ปล่อยให้แม่นางจางที่พวกเขาคอยซุบซิบกันว่าเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของนายท่านดูแลอยู่ข้างใน“เจ้ามาถอดเสื้อให้ข้า”“ไม่ควรนะ เรื่องเช่นนี้ท่านควรทำเอง” นางทำหน้าเก้อเขิน“แค่ให้ถอดเสื้อ กางเกงข้าจะถอดเอง”นางเบือนหน้าหนีขณะเขาหย่อนร่า
Magbasa pa

บทที่ 49 ถูกนางท้า

หมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่องครักษ์ฉินสองพี่น้องกลับเร็วกว่ากำหนด “เจ้าเพิ่งไปเมื่อวาน เหตุใดวันนี้จึงกลับมาแล้ว หรือว่าเกิดปัญหาใด” เงาร่างสองสายปรากฏขึ้นต่อหน้า “ภารกิจเรียบร้อยดี พะยะค่ะ” “หือ”จวิ้นอ๋องถึงกับขมวดคิ้ว ภารกิจที่กำหนดไว้ว่าสามวัน กลับทำเพียงวันครึ่งก็สำเร็จ“เอาเถอะ ในเมื่อพวกเจ้าทำได้ดีข้าจะตกรางวัลให้ รายงานมา” ท่านอ๋องฟังรายงานจบ ยิ้มอย่างพึงพอใจ“ครานี้ ข้าจะตีทัพเว่ยให้แตกพ่ายยับเยิน ไม่ต้องคิดจะรบอีกสักห้าปีเลยทีเดียว”เอ่ยแล้วทรงหยิบเอาถุงทองในกล่องบนโต๊ะที่เตรียมไว้โยนให้ฉินสองพี่น้องคนละสองถุง“เอาไปให้อีกสองคนนั้นด้วย” ฉินสองพี่น้องรับคำแล้ววูบหายเป็นสายออกจากห้องไป ท่านอ๋องจบภารกิจกับองครักษ์ลับก็เดินกลับเข้าไปในห้องบรรทม เหอเจียอีที่นอนกลิ้งรออยู่บนเตียงหันมาเห็นสามีเดินเข้าก็รีบลุกขึ้นนั่ง “เป็นอย่างไรบ้างเพคะ ” “ภารกิจนี้เสร็จเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้ นับว่าน้องเขยของเจ้าทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกวัน”คิ้วของจวิ้นอ๋องยังไม่ยอมคลาย เหอเจียอีจึงถดตัวเข้าไปชิด ประคองหน้าสามี
Magbasa pa

บทที่ 50 ซ่อนไว้ท้ายจวน

จินวั่งซูทำทีไปเยือนจวนรองแม่ทัพมู่อีกคราวหนึ่ง จอมยุแยงนั่งรถม้าไปเชิญรองแม่ทัพฉินด้วย ภรรยาของฉินอี๋นั่วเห็นดังนั้นก็เกรงใจคุณชายจินจึงอนุญาตให้สามีออกไปได้ทำให้ฉินอี๋นั่วเบิกบานยิ่งนัก “นี่เจ้ากลัวภรรยาถึงเพียงนี้เชียวหรือ รองแม่ทัพฉิน ” ฉินอี๋นั่วหน้าม้าน “ท่านไม่ได้เป็นข้า ท่านคงไม่เข้าใจ”ครั้นถึงจวน มู่หลี่เฉียงออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเรียกให้พ่อบ้านเอาสุรามาต้อนรับแขกกิตติมศักดิ์ทั้งสอง ชักชวนกันไปนั่งดื่มที่ริมสระบัวที่อยู่ระหว่างอาคารโถงกลางกับเรือนหอของเหอหงเซ่อจินวั่งซูสังเกตเห็นทางเดินในจวนที่คดเคี้ยวไปด้านหลังก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าท้ายจวนอาจจะมีความลับใดซ่อนอยู่ เพราะป่าไผ่ที่ลำใหญ่นั้นบดบังทัศนียภาพด้านหลังจวนไว้สิ้น“ท่านชมชอบป่าไผ่หรอกหรือท่านมู่ ”มู่หลี่เฉียงมองป่าไผ่แล้วใบหน้าแต้มยิ้ม“บ้านท่านยายข้ามีป่าไผ่พันธุ์นี้อยู่ ในช่วงข้าฝึกวรยุทธ์ใหม่ๆ ใช้ต้นไผ่เหล่านี้เป็นที่ประลองกำลัง พอมาอยู่ที่นี่จึงได้นำมาปลูกไว้ด้วย”“ดูทีท่านชอบอาวุธนัก น่าจะมีโรงเก็บศาสตราวุธดีๆ อยู่ที่นี่กระมัง”แววตาของมู่หลี่เฉียงเปลี่ยนไปชั่วครู่ ไม่นานก็กลับ
Magbasa pa
PREV
1
...
34567
...
10
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status