ท่านอ๋องอย่าคิดหนี

ท่านอ๋องอย่าคิดหนี

last updateDernière mise à jour : 2026-03-20
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
97Chapitres
646Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

แม่ทัพใหญ่สมญานามปีศาจภูเขา ถูกฮองไทเฮาวางแผนให้หมั้นหมาย กับหลานสาวของตน เพื่อการครอบครองอำนาจเหนือฮ่องเต้ แต่..จวิ้นอ๋องกลับปฏิเสธ ทำให้ตระกูลฟ่านอับอายไปทั่วเมือง คุณหนูฟ่านซิ่วอิงจึงต้องงัดทุกแผนการ มาทำให้หมิงจิ้นเหอต้องกลับมา ขอสมรสพระราชทานด้วยตนเอง

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง

เสียงพูดคุยที่เริ่มดังเอะอะโวยวายแทบจะกลบดนตรีที่อึกทึกในหอจันทร์ฉาย  ขณะที่บนเวทียกระดับเตี้ยๆ มีสาวงามนับสิบนาง ร่ายรำในชุดหลากสีตระการตา

หอนางโลมแห่งนี้เลื่องชื่อที่สุดในเมืองหลวงแคว้นหมิง ในหมู่บุรุษไม่ว่าระดับใดต่างปรารถนาจะมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง แต่ค่าบริการที่สูงลิ่วทำให้มีเพียงเหล่าคุณชายเงินหนากระเป๋าหนักเท่านั้นที่สามารถแวะเวียนเข้ามาใช้บริการได้

 คืนนี้จวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอ แม่ทัพภาคเหนือผู้เกรียงไกร ฉายาปีศาจภูเขา เหมาหอจันทร์ฉายเพื่อเลี้ยงฉลองชัยชนะให้กับขุนศึกนายกองคนสำคัญที่ร่วมขับไล่ชนเผ่าที่รุกรานชายแดนออกไปได้สำเร็จ

“ข้าขอคารวะท่านแม่ทัพอีกหนึ่งจอก” มู่หลี่เจียง สหายคนสนิทและรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายคู่ใจ ยกจอกเหล้าขึ้นชูตรงหน้าก่อนจะกระดกเข้าปากจนหมด

เสียงเฮฮาของบุรุษโต๊ะรอบๆ ดังลั่นขึ้นคราหนึ่ง  นายทหารทั้งหมดพร้อมใจกันลุกขึ้นชูถ้วยสุราขึ้นระดับใบหน้าแล้วกล่าวพร้อมกันด้วยเสียงอันดัง

“พวกเราขอคารวะท่านแม่ทัพ”

“ดี! ดี! ข้าขอขอบใจพวกเจ้าอีกครั้งที่พร้อมใจกันสู้ศึกครั้งนี้แบบยอมตายถวายหัว จนเราได้ชัยชนะ” หมิงจิ้นเหอลุกขึ้นชูจอกเหล้าเหนือศีรษะ “ดื่ม!”

ฟ่านซิ่วอิงแอบมองชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่ยืนนำบุรุษทั้งหลายที่ล้วนดูบึกบึนดื่มสุราด้วยอาการตะลึง

‘เขาคือ หมิงจิ้นเหอ จวิ้นอ๋องคนนั้นหรอกรึนี่   ไหนว่าเป็นปีศาจภูเขารูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว หนวดเครารุงรัง ชอบแบกดาบใหญ่ ฆ่าคนราวผักปลาชนิดตาไม่กระพริบ’  

นางนึกถึงเพลงพื้นบ้านที่นางเคยได้ยินชาวบ้านร้องขู่เด็ก เนื้อหานั้นบรรยายถึงความน่าเกลียดน่ากลัวของเจ้าของฉายาปีศาจภูเขา รวมถึงความโหดเหี้ยมของเขาในยามออกสู้ศึกสงคราม

....ไม่เห็นจะเหมือนบุรุษที่นางมองเห็นตรงหน้าสักนิด...

เมื่อท่านพ่อส่งจดหมายมาบอกข่าวให้นางเตรียมตัวหมั้นหมายกับเขาตามพระประสงค์ของฮองไทเฮา นางถึงกับตบอกด้วยความขัดเคือง

‘จะให้ข้าแต่งงานกับบุรุษป่าเถื่อนเยี่ยงนั้นน่ะหรือ   แค่คิดก็สยดสยองแล้ว ไม่มีทางเสียหรอก คนอย่างฟ่านซิ่วอิงมีหรือจะยอมโดยง่าย ข้าจะต้องเป็นผู้ลิขิตชะตาของตนเองสิ’

หญิงสาวคิดแผนอยู่นาน นางหาทางจะทำให้บุรุษผู้นั้นเลิกคิดที่จะแต่งนางไปเป็นพระชายา แต่เพราะคนสนิทของนางทักท้วงว่าให้นางทำการอย่างรอบคอบ

...รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง...

เพราะฟ่านซิ่วอิงเชื่อคำสอนในตำราพิชัยสงคราม นางจึงต้องออกเดินทางเพื่อมาดูให้รู้ชัดว่า บุรุษที่นางตั้งข้อรังเกียจนั้นเป็นอย่างที่ผู้คนเล่าลือจริงหรือไม่ 

ฟ้าเริ่มมืดตอนที่นางสวมชุดเสี่ยวเอ้อ เดินมาถึงตรอกใกล้ๆ หอจันทร์ฉาย นักเลงสองคนขวางนางไว้เพราะอยากได้เงินไปดื่มสักเล็กน้อย

“พวกเจ้าเมาแล้วก็ควรจะกลับบ้านไปนอน มิใช่อยู่สร้างปัญหาให้ผู้อื่น”

“อ๊ะ! เจ้าหนุ่มนี่ เห็นทีคงอยากจะเจ็บตัวเสียกระมัง”

นักเลงทั้งสองย่างสามขุมเข้ามาหา ฟ่านซิ่วอิงไม่มีวรยุทธ์แต่นางก็มิใช่คนที่ผู้ใดจะรังแกได้โดยง่าย หญิงสาวจึงถอยหลังและมองหาสิ่งที่พอจะทดแทนอาวุธได้ นางนึกเสียใจที่ไม่พกเอามีดสั้นติดตัวมาด้วย

“คิดจะรังแกคนไม่มีทางสู้หรือ   หันมาลงมือกับข้าดีกว่า”

น้ำเสียงทุ้มห้าวดังขึ้นเบื้องหลังนักเลงทั้งสอง มุมที่นางยืนอยู่ค่อนข้างสลัว บุรุษผู้นั้นจึงไม่ได้สังเกตใบหน้าของผู้ถูกรังแกชัดเจนนัก

เขาลงมือแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็ซัดนักเลงสองคนลงไปนอนหมอบปากคาบดินอยู่บนพื้นถนน ครั้นพวกมันวิ่งหนีไปแล้ว ฟ่านซิ่วอิงจึงได้กล่าวขอบคุณ

“ทีหลัง ถ้าเจ้าไม่มีความสามารถจะปกป้องตนเองก็ไม่ควรมาแถวนี้ ย่านเหลาสุราและหอนางโลม ไม่เหมาะที่คนปวกเปียกอย่างเจ้าจะมาเดินเพ่นพ่าน”

ฟ่านซิ่วอิงก้มหน้ารับคำเบาๆ นางพยายามมิให้ผู้มีพระคุณมองเห็นใบหน้าของนางได้ถนัดเพราะเกรงเขาจะเดาออกว่านางเป็นสตรีปลอมตัวมา

“เอาเถอะ เรื่องเล็กน้อย ข้าไม่นับเป็นบุญคุณ”

คุณหนูสกุลฟ่านรู้สึกพอใจในรูปโฉมที่สง่างามของชายหนุ่มที่ช่วยเหลือนางไว้ แต่พอเห็นเขาเดินเลี้ยวเข้าไปในหอจันทร์ฉาย นางก็ร้องหึในลำคอ

‘น่าเสียดายนัก ใบหน้าราวเทพสลัก ต่อสู้ก็เก่งกาจ แต่กลับเป็นเพียงบุรุษเจ้าสำราญที่ชมชอบสถานที่เช่นนี้’

นางยิ่งผิดหวังในตัวบุรุษเมื่อครู่เป็นทวีคูณเมื่อนางเข้าไปในหอจันทร์ฉายในฐานะเสี่ยวเอ้อแล้วได้ยินผู้คนเรียกขานนามของเขาว่า ‘แม่ทัพหมิง’

‘เสียดายที่เป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ ผดุงคุณธรรม แต่หากชมชอบการมาหอนางโลมคงมิใช่สามีที่ข้าควรจะแต่งเข้าเรือนเสียแล้ว’

“เจ้าจะแอบอยู่ทำไม   รีบเอาเหล้าไปส่งที่โต๊ะท่านแม่ทัพสิ ไม่เห็นรึว่า เหล้าหมดกาแล้ว” หัวหน้าเสี่ยวเอ้อ รีบไล่นางไปทำหน้าที่

คุณหนูฟ่านรีบยกกาเหล้าไปส่งที่โต๊ะ นางพยายามก้มหน้าเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้ แต่ในเมื่อทุกคนล้วนดื่มเหล้า ชมโฉมนางรำบนเวที ใครเล่าจะมาสนใจสังเกตเสี่ยวเอ้อชายที่แต่งกายซอมซ่อ

“ท่านแม่ทัพ ข้าได้ยินว่า ที่ท่านเข้าวังเพราะฮองไทเฮามีพระประสงค์ให้ท่านหมั้นกับบุตรีท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายมิใช่หรือ  ” รองแม่ทัพฝ่ายขวายิ้มเย้า

“ฉินอี๋นั่ว การข่าวของเจ้าดีเกินไป” ท่านอ๋องหน้าเคร่ง

“แม่ทัพหมิงไม่มีทางแต่งงานกับนางหรอก รูปร่างหน้าตานางสู้นางรำบนเวทีไม่ได้ สักคน แถมยังเติบโตที่บ้านนอกอีก ข่าวว่า นางเป็นคนไม่รู้กริยามารยาทแบบคุณหนู ซ้ำยังไม่รู้หนังสืออีกด้วย” มู่หลี่เฉียงหันไปตอบแทนนาย

ปัง!

หมิงจิ้นเหอทุบโต๊ะดังลั่นจนทุกคนที่นั่งดื่มอยู่ใกล้ๆ สะดุ้ง

“ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง!” หมิงจิ้นเหอที่เริ่มมึนเมาประกาศกร้าว

องค์ชายผู้เย่อหยิ่งรู้สึกโมโหยิ่งนัก เขารู้ว่าที่ฮองไทเฮาต้องการยัดเยียดหลานสาวให้เพราะอยากจะเกี่ยวดองอำนาจทางการทหารไว้กับตัว ในฐานะที่เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ มีทหารในสังกัดมากที่สุดในแคว้น

หากมีเขาเป็นหลานเขย ย่อมจะทำให้เหล่าข้าราชสำนักยำเกรงนางยิ่งขึ้น ฮองไทเฮาไม่ใช่มารดาที่แท้จริงของฮ่องเต้ นางจึงต้องรักษาฐานอำนาจอย่างเข้มแข็ง

ฟ่านซิ่วอิงตกใจที่เขาทำราวกับจงเกลียดจงชังนางนักหนา นางแอบเหลือบมองเขาก่อนถอยหลังไปเล็กน้อยรอฟังเรื่องราวต่อ

“ท่านเคยพบนางแล้วหรือ   ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟ่านร่างกายอ่อนแอต้องไปอยู่หัวเมืองเพื่อรักษาตัวตั้งแต่ยังเล็ก คุณชายใหญ่ตระกูลฟ่านหล่อเหลาปานเทพบุตรแล้วน้องสาวจะขี้เหร่ได้อย่างไร” ฉินอี๋นั่วยังเคลือบแคลงใจ ข่าวที่เขาได้ยินมากับสิ่งที่มู่หลี่เฉียงกล่าวช่างสวนทางกัน

หมิงจิ้นเหอส่ายหน้า ตั้งแต่มีคนส่งข่าวลือเกี่ยวกับตัวนาง เขาก็ไม่สนใจจะดูภาพที่จวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายส่งมาให้ เขาสั่งให้มู่หลี่เฉียงดูแล้วเอาไปทิ้ง

“ข้าดูแล้ว ภาพวาดของนาง หาความงดงามมิได้ ไม่คู่ควรกับแม่ทัพของเราแม้สักนิด” รองแม่ทัพมู่ประกาศกร้าว

บุรุษรอบโต๊ะส่งเสียงฮือฮา เห็นด้วยที่ท่านอ๋องปฏิเสธการหมั้นหมาย

“แต่ท่านเสนาบดีฟ่านน่ะสิ มาคอยดักท่านอ๋อง ขอให้พิจารณาบุตรีของตนครั้งแล้วครั้งเล่าจนข้ารำคาญแทน” มู่หลี่เฉียงยังคงสุมไฟในวงสุราต่อ

         “แบบนี้ก็เท่ากับข่าวลือที่เกี่ยวกับนางมีมูลความจริงน่ะสิ บุตรสาวตนเองแย่ขนาดนี้ยังจะกล้ายัดเยียดให้ท่านอีก” ฉินอี๋นั่วส่ายหน้า

คนที่เหลือต่างหันไปวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองเดียวกัน

         คุณหนูฟ่านที่ยืนก้มหน้ารอรับใช้อยู่ด้านหลังได้ยินทุกถ้อยคำ หน้าถึงกับหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธ

         “ช่างเถอะ! ถึงอย่างไรข้า หมิงจิ้นเหอก็ไม่มีวันจะหมั้นหรือแต่งคุณหนูตระกูลฟ่านเด็ดขาด”

แม้จะเริ่มยืนเซ แต่จวิ้นอ๋องผู้มีรูปหน้าคมสันเหยียดร่างเต็มความสูง ชูจอกเหล้าขึ้นประกาศต่อหน้าเหล่าทหาร จนสร้างเสียงเฮรับดังสนั่น สะท้านสะเทือนใจฟ่านซิ่วอิงยิ่งนัก

นางไม่คิดฝันว่า ความดีใจที่ท่านอ๋องปฏิเสธการหมั้นกับนางกลับ กลายเป็นความอัปยศให้ผู้คนเหยียดหยันทั้งตัวนางและบิดา

         “ในเมื่อท่านแม่ทัพปฏิเสธนางแบบนี้แล้ว คงไม่มีคุณชายตระกูลใดกล้ามาสู่ขอนางเป็นภรรยาแน่ จุ๊ๆ ช่างน่าสงสารเสียจริง ฟ่านซิ่วอิงผู้อาภัพ”

         “พวกเจ้าเลิกพูดถึงนางได้แล้ว ท่านแม่ทัพไม่สนใจนาง พวกเราก็ไม่ควรสนใจ โน่นแน่ะ! แม่นางหลี่ใกล้จะออกมาให้ยลโฉมแล้ว”

บุรุษทั้งหมดเริ่มยุติการถกเถียงเมื่อนางรำเริ่มถอยเข้าหลังฉาก ไม่นานนักแม่นางหลี่ที่เป็นดาวเด่นหอจันทร์ฉายก็ปรากฏตัวในชุดสีชมพูสดสวย ที่ผ่านมานางขายเพียงฝีมือการเล่นพิณอันโดดเด่น แต่ไม่ยอมขายเรือนร่าง

จวบจนสองวันที่ผ่านมามีประกาศว่าหอจันทร์ฉายจะเปิดการประมูลตัวนาง

         “ท่านแม่ทัพ ท่านน่าจะประมูลนะ แม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงก็ยังไม่มี ข้าว่าถือโอกาสเชยชมสาวงามบริสุทธิ์ผุดผ่องก่อนจะเดินทางกลับพยัคฆ์เหินเถอะ”

มู่หลี่เฉียง[1]กระเซ้า เขาเป็นคนเดียวที่กล้าหยอกล้อท่านอ๋องผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม หากไม่เติบโตมาด้วยกันและรักกันดุจพี่น้อง กล้าพูดจาเช่นนี้กับแม่ทัพหมิงคงถูกสั่งโบยจนไม่มีหลังจะให้ขาด

         “ก็ดี ข้าสนใจ” หมิงจิ้นเหอที่หงุดหงิดมาทั้งวันก็นึกครึ้มใจ นานทีเขาจึงจะหลับนอนกับนางคณิกา แต่เพราะความถือตัว จึงเน้นเฉพาะรายที่เปิดประมูลครั้งแรกเท่านั้น

         ‘หึ! นินทาข้าจบแล้ว คิดจะประมูลหญิงงามไปร่วมหลับนอนรึ หมิงจิ้นเหอ อย่าหวังเลยว่า คืนนี้ท่านจะได้เสวยสุข’

[1] มู่หลี่เฉียง พระเอกจากเรื่อง “ทาสรักแม่ทัพมู่”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
97
บทที่ 1 ข้าไม่มีวันแต่งกับนาง
เสียงพูดคุยที่เริ่มดังเอะอะโวยวายแทบจะกลบดนตรีที่อึกทึกในหอจันทร์ฉาย ขณะที่บนเวทียกระดับเตี้ยๆ มีสาวงามนับสิบนาง ร่ายรำในชุดหลากสีตระการตาหอนางโลมแห่งนี้เลื่องชื่อที่สุดในเมืองหลวงแคว้นหมิง ในหมู่บุรุษไม่ว่าระดับใดต่างปรารถนาจะมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง แต่ค่าบริการที่สูงลิ่วทำให้มีเพียงเหล่าคุณชายเงินหนากระเป๋าหนักเท่านั้นที่สามารถแวะเวียนเข้ามาใช้บริการได้ คืนนี้จวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอ แม่ทัพภาคเหนือผู้เกรียงไกร ฉายาปีศาจภูเขา เหมาหอจันทร์ฉายเพื่อเลี้ยงฉลองชัยชนะให้กับขุนศึกนายกองคนสำคัญที่ร่วมขับไล่ชนเผ่าที่รุกรานชายแดนออกไปได้สำเร็จ“ข้าขอคารวะท่านแม่ทัพอีกหนึ่งจอก” มู่หลี่เจียง สหายคนสนิทและรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายคู่ใจ ยกจอกเหล้าขึ้นชูตรงหน้าก่อนจะกระดกเข้าปากจนหมดเสียงเฮฮาของบุรุษโต๊ะรอบๆ ดังลั่นขึ้นคราหนึ่ง นายทหารทั้งหมดพร้อมใจกันลุกขึ้นชูถ้วยสุราขึ้นระดับใบหน้าแล้วกล่าวพร้อมกันด้วยเสียงอันดัง“พวกเราขอคารวะท่านแม่ทัพ”“ดี! ดี! ข้าขอขอบใจพวกเจ้าอีกครั้งที่พร้อมใจกันสู้ศึกครั้งนี้แบบยอมตายถวายหัว จนเราได้ชัยชนะ” หมิงจิ้นเหอลุกขึ้นชูจอกเหล้าเหนือศีรษะ “ดื่ม!”ฟ่านซิ่วอิงแอบมองชายหนุ่มร่
Read More
บทที่ 2 อย่าหวังจะเสวยสุข
ขณะกำลังจะเริ่มการประมูล แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างก็กระตือรือร้น พวกเขาส่วนหนึ่งเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ จึงมีกำลังทรัพย์อยู่มาก ทหารอีกส่วนหนึ่งในวันนี้ได้รับการปูนบำเหน็จจากฮ่องเต้มาพอสมควร ทุกคนจึงแลดูคึกคักอยากจะประมูลสาวงามกันจนเนื้อตัวสั่น “เอาเหล้ามาเพิ่มอีก คืนนี้ท่านแม่ทัพจะได้อิงแอบสาวงามอันดับหนึ่งแห่งหอจันทร์ฉาย ฮ่าๆ” มู่หลี่เฉียงหัวเราะลั่นรองแม่ทัพมู่รูปร่างสูงเกือบเท่าจวิ้นอ๋อง แต่เรือนร่างกำยำล่ำสันกว่า ใบหน้าแต่งแต้มด้วยหนวดเครา แม้จะตัดเล็มออกไปบ้างแล้วเพราะต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ แต่ก็ยังดูดุอยู่ดี หนำซ้ำคนผู้นี้มักชอบเสียงดังเอะอะ เสี่ยวเอ้อฟ่านรีบนำเอากาสุราใหม่มาวางต่อหน้าหมิงจิ้นเหอ เขารินเหล้าแล้วกระดกเข้าปากแล้วจ้องมองไปบนเวที ท่านอ๋องรูปงามเอาแต่ออกรบสู้ศึก ตลอดชีวิตจึงมิได้หมายตาคุณหนูคนใดแม้จะมีนางกำนัลในวังรูปร่างหน้าตาดีมากมายหมายมายั่วยวนเขาก็ไม่เคยสนใจแตะต้อง ทว่าด้วยวิสัยทหารหลังออกรบแล้วชนะศึก สุรากับสตรีเป็นเรื่องที่ไม่เคยขาด แต่เขาก็เน้นเสพสุราเสียมากกว่า...พวกคุณหนูในห้องหอนั้น เขาคร้านจะไปเอาใจพวกนาง...แม้จะอยู่หัวเมืองเหน
Read More
บทที่ 3 อย่าคิดจะหยามข้า
ฮูหยินชราตระกูลฟ่านยิ้มกว้างเมื่อเห็นหลานสาวคนรองชี้ชวนให้ดูอาหารฝีมือของนางที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ “ท่านย่า ทุกจานล้วนเป็นฝีมือของข้าเจ้าค่ะ” “พ่อไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้าจะทำอาหารได้น่าอร่อยเยี่ยงนี้” เสนาบดีฝ่ายซ้ายกวาดตามองอาหารแต่ละจาน “ท่านย่ากับท่านพ่อลองชิมหน่อยสิเจ้าคะ” “ได้ๆ ย่าจะกินอาหารที่เจ้าให้ครบทุกอย่างเลยเทียว” สองผู้อาวุโสสบตากันเสนาบดีฟ่านคีบอาหารใส่ถ้วยข้าวให้มารดา “ท่านแม่ ท่านต้องชิมฝีมือหลานสาวท่านให้มาก” เมื่อคนอื่นๆ เห็นว่า ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มลงมือคีบอาหารแล้ว คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะจึงได้เริ่มรับประทานอาหาร ฟ่านซิ่วอิงหันไปเอาใจมารดา“ท่านแม่ ข้าอยากให้ท่านชิมจานนี้เจ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่สกุลฟ่านยิ้มรับ “มิเสียแรงที่พ่อบ้านเหลยนำพี่สาวมาจากเหลาเลื่องชื่อ เจ้าจึงพลอยได้ฝีมือทำอาหารไปด้วย” เมื่อผู้เป็นมารดาคีบอาหารคำแรกเข้าปากก็ยิ้มกริ่ม ค่อยๆ เคี้ยวอย่างตั้งใจ รสชาติอาหารฝีมือของบุตรสาวจะว่าไปดียิ่งกว่าที่ไปรับประทานในภัตตาคารบึงหงส์อันเลื่องชื่อเสียอีก “อร่อยจริง ฝีมือของเ
Read More
บทที่ 4 เพิงเล็กต้องขยาย
มู่หลี่เฉียงชี้ให้หมิงจิ้นเหอดูร้านค้าเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่หน้าค่าย “ได้ยินนายกองเกา กับนายกองซ่งชมว่า อาหารอร่อยราวกับภัตตาคาร ท่านแม่ทัพจะลองไหม ”จวิ้นอ๋องในยามอยู่ในหมู่ทหารไม่ชอบให้ใครเรียกเขาว่า ท่านอ๋อง ทุกคนขานนามเขาเพียง ‘ท่านแม่ทัพ’ และไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์เพื่อความสะดวกในยามสู้รบ เหล่าทหารที่เคียงบ่าเคียงไหล่มาทุกสมรภูมิต่างให้ความเคารพและจงรักภักดีกับแม่ทัพหมิงอย่างสุดหัวใจ “เอาสิ”เขามาอยู่ภาคเหนือที่เป็นแถบภูเขา มีช่วงอากาศหนาวเย็นแทบครึ่งปี ช่วงหนาวจัดมีหิมะปกคลุมขาวโพลนทั่วเทือกเขา ในฤดูร้อนและใบไม้ผลิในทะเลสาบและแม่น้ำก็มีปลานานาชนิดให้เอามาทำอาหาร เขาจึงชอบการอยู่ที่นี่ เรื่องอาหารการกินเขาล้วนไม่เรื่องมาก แม้บางครั้งจะคิดถึงอาหารเลิศรสในวัง แต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศอันงดงามและไร้ความกดดันก็ต้องยอมแลก จะว่าเป็นร้านก็ไม่กระไรนัก เรียกว่าเป็นเพิงจะดีกว่า แต่กลิ่นอาหารที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณกลับส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายหก เถ้าแก่ที่เดินออกมาต้อนรับดูสุภาพอ่อนน้อม “ผู้น้อยคารวะท่านแม่ทัพ ไม่ทราบว่าท่านอยากจะรับประทานอาหารประเภทใด ที่น
Read More
บทที่ 5 หนี้สินเถ้าแก่เหอ
พ่อบ้านเการีบกระวีกระวาดนำเถ้าแก่เหอไปพบเจ้านายของตนที่ห้องตำรา จวิ้นอ๋องทรงโปรดอาหารร้านนี้ยิ่งนัก แม้พ่อบ้านเกาจะพยายามให้แม่ครัวในจวนแม่ทัพทำรสชาติอาหารเลียนแบบอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ท่านอ๋องพอใจได้ตอนเช้าท่านอ๋องเสด็จไปเพิงขายอาหารเล็กๆ นั่น กลางวันก็ยังออกจากค่ายมาเสวยอีก ตกเย็นยังสั่งให้เขาออกมาสั่งอาหารนำกลับไปที่จวนแม่ทัพ เช่นนี้แล้ว พ่อบ้านเกาจะกล้าปฏิเสธการมาขอพบของเถ้าแก่เหอได้อย่างไร เถ้าแก่เพิงขายอาหารวัยกลางคน เดินขาสั่นน้อยๆ เข้าไปยังห้องทำงานของแม่ทัพใหญ่ แม้จะกลัวแต่ก็ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ“เถ้าแก่เหอ มาหาข้าถึงจวนมีธุระอันใดหรือ ”เหอเชาแววตาสั่นระริก เขารู้กิตติศัพท์ของหมิงจิ้นเหอมานาน ยามที่ท่านแม่ทัพไปเยือนเพิงขายอาหาร เขาก็ไม่ค่อยอยากจะสบตาคนผู้นี้เท่าใดนัก ตอนนี้ต้องมายืนอยู่ต่อหน้าเพียงลำพัง แข้งขาพาลจะอ่อนเสียให้ได้ชายวัยกลางคนคุกเข่าลง ยกมือประสานกันพร้อมค้อมศีรษะ“ท่านแม่ทัพขอรับ ข้ามาเพื่อขอความเมตตาจากท่าน”หมิงจิ้นเหอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “มีเรื่องอันใด ”คนที่คุกเข่ายังไม่ยอมเงยหน้า “ก็อย่างที่ท่านเห็นสภาพเพิงขายอาหารของครอบครัวข้าน้อยนั่นล่ะขอรับ
Read More
บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม
หมิงจิ้นเหอรู้สึกแปลกใจที่ระยะหลังเขาได้พบคุณชายคหบดีหลายตระกูลมารับประทานอาหารที่เพิงขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้“หลี่เฉียง เจ้าดูสิ เหตุใดคุณชายพวกนั้นระเห็จออกมาที่นี่ ร้านในตัวเมืองมีถมเถมิใช่หรือ”“ทีท่านยังติดใจในรสชาติอาหารร้านนี้ แล้วผู้อื่นจะไม่ชื่นชอบได้อย่างไร เรื่องของปากท้อง ล้วนเป็นเรื่องหลักของทุกคน ไม่น่าแปลกที่พวกเขาอยากจะมากินอาหารร้านนี้”มู่หลี่เฉียงพยายามหลีกเลี่ยงการพูดความจริง “ร้านใหม่ยังก่อสร้างไม่เสร็จเลย คนก็มาจนล้นร้าน ดูสิ ขยายเพิงไปจนจะเต็มบริเวณแล้วก็ยังไม่เพียงพอ ขายดีเช่นนี้ อีกไม่นานข้าก็คงจะได้ทั้งเงินและดอกเบี้ยคืนเร็วๆ นี้” “น่าเสียดายจริง ถ้าข้ารู้ว่าเถ้าแก่เหอคิดจะกู้ยืมล่ะก็ ข้าคงเสนอตัวก่อนท่านแล้ว” ใบหน้าของมู่หลี่เฉียงดูเศร้านิดๆ “เจ้าคิดอยากได้ดอกเบี้ยกับส่วนแบ่งกำไรด้วยหรือ” มู่หลี่เฉียงยิ้มน้อยๆ ไม่ยอมตอบคำถาม ความจริงเขาอยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหอเจียอีต่างหากเล่า ...หญิงงามที่หายากเช่นนั้น หากเพียงนางพยักหน้ารองแม่ทัพมู่คิดว่าเขาก็พร้อมสละความโสดที่หวงแหนมานาน... “อีกไม่นานที
Read More
บทที่ 7 ไปดูหน้านาง
คุณหนูฟ่านหรือชื่อปลอมคือเหอเจียอี ถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเห็นนายกองซ่งควบม้ากลับค่ายพยัคฆ์เหินจนฝุ่นตลบ “คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนนายกองผู้นั้นจะถูกส่งมาดูตัวคุณหนูนะเจ้าคะ” เหอหงเซ่อน้องสาวอุปโลกน์ยิ้มกลั้วหัวเราะ “ข้าเห็นมานั่งเมียงๆ มองๆ จ้องประตูทางเข้าครัวอยู่นานสองนานแล้วเจ้าค่ะ” “ต่อให้เขาไม่มา ข้าก็ต้องหาทางบีบเขาจนได้นั่นล่ะ ในที่สุดข่าวลือก็ทะลุทะลวงเข้าไปถึงในค่าย เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ อาวุธที่ไม่มีตาและมีพลังทำลายล้างมากที่สุดชนิดหนึ่งก็คือ ลมปากของคน” “คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยเหอเดินชดช้อยมายืนยิ้มอยู่ด้านหลัง “เป็นอย่างไรบ้าง ” “เป็นจริงดังคาด นายกองซ่งน่าจะถูกส่งให้มาดูตัวข้าว่าเป็นอย่างคำร่ำลือจริงหรือไม่ ” “ถ้าเช่นนั้น อีกไม่นานท่านแม่ทัพคงจะมาเยือนร้านของเราแน่” เหอเจียอีส่ายหน้า “ยังหรอก หมิงจิ้นเหอเป็นแม่ทัพใหญ่ที่เคร่งครัดในวินัยทหารยิ่งนัก ระยะนี้เขาต้องฝึกทหารใหม่ คงจะออกมาจากค่ายในเดือนนี้ ระหว่างนี้ ข้าจะกระพือข่าวให้เขารู้สึกอยากจะเห็นหน้าข้ามากๆ มากจนวันแรกของการฝึ
Read More
บทที่ 8 หัวใจสั่นไหว
จวิ้นอ๋อง มองดูภัตตาคารแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วอย่างงุนงง ขนาดของร้านใหญ่กว่าเพิงเดิมหลายเท่า ดูสวยงามและโอ่อ่าพอสมควร ถ้าจะว่าไปน่าจะใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะเสร็จ “หลี่เฉียง ข้าว่า ที่นี่สร้างเสร็จเร็วเหนือกว่าคาดไว้มาก” มู่หลี่เฉียงที่คันปากอยากจะเล่าอยู่แล้ว เขารีบบรรยายความกระตือรือร้นของเหล่าคุณชายที่ส่งคนงานมาเอาอกเอาใจแม่นางเหอจนทำให้การก่อสร้างเสร็จอย่างรวดเร็วยิ่งฟังหมิงจิ้นเหอก็ยิ่งร้อนรุ่มอยากจะเห็นหน้านางเสียบัดเดี๋ยวนี้รองแม่ทัพมู่เดินนำเขาไปยังโต๊ะด้านในของร้านใหม่ แม่ทัพหนุ่มรูปงามพยายามรักษากริยาไม่ให้ใครจับสังเกตว่า เขาพยายามมองหานาง เถ้าแก่เนี้ยเหอแต่งกายสวยงามออกมาต้อนรับท่านแม่ทัพใบหน้าเปื้อนยิ้ม ท่าทางแช่มช้อย ใบหน้ามีเค้าความงามในวัยสาวฉายชัด“คารวะท่านแม่ทัพ ข้าน้อยหงจางลี่ภรรยาเถ้าแก่เหอ ท่านแม่ทัพอยากรับประทานอันใดบ้างเจ้าคะ ”นางหันไปรับกาน้ำชาจากเสี่ยวเอ้อที่ยืนรอด้านหลัง มือเรียวขาวยกเอากาน้ำชามาวางตรงหน้าจวิ้นอ๋องแล้วรินน้ำชาใส่จอกให้อย่างเอาใจ “ขออาหารที่ท่านคิดว่ารสชาติดี และที่ข้าไม่เคยชิมมาสักสองอย่าง เจ้
Read More
บทที่ 9 ยอมรับเงื่อนไข
“นี่เจ้า....” จวิ้นอ๋องโมโหแทบจะบีบคอนาง “เจ้าเห็นแก่เงินห้าสิบตำลึงถึงกับลอบทำร้ายข้า” เหอเจียอีถึงกับทำตาโต “โอ้โห! ตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะเจ้าคะ ข้าต้องทำอาหารกี่พันจานถึงจะได้เงินขนาดนี้” “เจ้ากล้าลอบวางยาข้า ไม่กลัวโทษเลยงั้นหรือ ” เขาทำหน้าถมึงถึง “แต่ท่านก็ไม่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่หรือเจ้าคะ ข้าเห็นว่าเป็นเพียงผงนิทรามิใช่ยาพิษ ท่านก็แค่หลับไปเท่านั้นมิใช่เรื่องร้ายแรง ข้าจึงได้ยอมรับเงินก้อนนั้น” นางกัดริมฝีปาก แววตาวูบไหวคล้ายหวั่นเกรง แย้งกลับด้วยเสียงแผ่วเบา“ข้ายินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ท่าน” จวิ้นอ๋องจ้องตานางเขม็ง “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะชดใช้สิ่งที่ข้าเสียหาย” เขายื่นหน้ามาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน “คืนนั้นข้าพลาดสิ่งใดไป เจ้าต้องชดใช้สิ่งนั้น ดีหรือไม่” หญิงสาวสะดุ้ง ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความเขินอาย“เอ่อ...ข้าหมายถึง ชดใช้เป็นเงินต่างหากเล่า ” “ไม่! ข้าต้องการสิ่งที่ข้าสูญเสียไป” ลมหายใจผ่าวร้อนของเขารดลงบนผิวแก้มของนาง นางตกใจจนตัวแข็งทื่อ“หญิงงามที่ต้องปรนนิบัติบนเตียง”เขากัดฟันกรอดๆ ใจไม่ได้นึกเสียดายหญิงคณิกา แต่ศ
Read More
บทที่ 10 เจ้าต้องค้างที่นี่
เย็นวันนั้นเจ้าเมืองหวัง นำฮูหยินใหญ่และคุณหนูรองเดินทางไปขอพบท่านอ๋องหมิงจิ้นเหอที่จวนแม่ทัพ “ข้าน้อยหวงเฉินอี้ และครอบครัว คารวะจวิ้นอ๋อง” “เชิญพวกท่านนั่งก่อน” “ขอบพระทัย จวิ้นอ๋อง” ใต้เท้าหวังเมื่อมาพบกับจวิ้นอ๋องย่อมต้องทำตามธรรมเนียมการเข้าพบชนชั้นสูงในราชวงศNตั้งแต่หมิงจิ้นเหอมาประจำการอยู่ในค่ายพยัคฆ์เหิน หวังเฉินอี้กับฮูหยินใหญ่พยายามจัดงานเลี้ยงหลายครั้ง เขาเชิญท่านอ๋องให้มาเกียรติในงานเพราะหวังจะให้บุตรสาวมีโอกาสได้เสนอหน้ากับอ๋องหนุ่มรูปงามและบารมีคับแผ่นดินทว่าไม่เป็นผล ท่านอ๋องไม่ได้ติดเนื้อต้องใจสาวงามคนใด ไม่ว่าบุตรสาวคหบดีและข้าราชสำนักใหญ่น้อยหลายคนพยายามทอดสายตาให้ พระองค์ก็ทรงไม่เหลียวแล ปรากฎข่าวลืออยู่บ้างว่า ท่านอ๋องเคยประมูลหญิงงามในหอคณิกาต่างเมืองอยู่สองสามครั้ง แต่กลับไม่มีผู้กล้ายืนยันเพราะในราชวงศ์ถือนักเรื่องการหลับนอนกับหญิงคณิกา ในเมื่อคนใกล้ชิดของจวิ้นอ๋องปิดปากเงียบ เรื่องนี้จึงกลายเป็นเพียงเรื่องซุบซิบในจวนแม่ทัพเองไม่มีสาวใช้อุ่นเตียง หรือในวังจวิ้นอ๋องที่เมืองหลวงพระองค์ยังทรงไม่แต่งตั้งพระชายาหรือชายาแม้สักคน ท
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status