Masukแม่ทัพใหญ่สมญานามปีศาจภูเขา ถูกฮองไทเฮาวางแผนให้หมั้นหมาย กับหลานสาวของตน เพื่อการครอบครองอำนาจเหนือฮ่องเต้ แต่..จวิ้นอ๋องกลับปฏิเสธ ทำให้ตระกูลฟ่านอับอายไปทั่วเมือง คุณหนูฟ่านซิ่วอิงจึงต้องงัดทุกแผนการ มาทำให้หมิงจิ้นเหอต้องกลับมา ขอสมรสพระราชทานด้วยตนเอง
Lihat lebih banyakฮูหยินผู้เฒ่าก็ทำเช่นกัน นางรีบกล่าวขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้หลานทุกคนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง “ท่านแม่ น่ายินดีนัก หลานๆ ของพวกเรามาคราวเดียวถึงสี่คนเลยขอรับ” ใต้เท้าฟ่านจับมือมารดาข้างหนึ่ง จับมือภรรยาข้างหนึ่ง “ท่านพี่ ช่างเป็นเรื่องมงคลของจวนเรานัก”พระสนมหยางเวียนอุ้มทารกทีละคนด้วยความตื่นเต้น แววตาของพระนางเปี่ยมสุขล้นใต้เท้าฟ่านและฟ่านฮูหยินนึกอัศจรรย์ในบุตรีของตนที่สามารถคลอดเจ้าเด็กทารกทั้งสี่คนนี้ออกมาได้อย่างปลอดภัยบรรดาปู่ย่าตายายล้วนคิดถึงภาพที่จะได้จูงมือเล็กของหลานๆ เดินเล่นในเทศกาลประจำปีอย่างมีความสุข“ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อโคมไฟเพื่อให้เด็กๆ ทั้งสี่เดินถือเล่นในงานเทศกาลแล้ว ช่างน่าตื่นใจนัก ข้ามีหลานคราวเดียวถึงสี่คน” ใต้เท้าฟ่านพึมพำอย่างเปี่ยมสุข พลางหันไปดูหน้าฟ่านหลี่เจี๋ย“ใช่ๆ ข้าก็จะได้ซื้อขนมในยามที่พวกเขางอแงด้วยขอรับ” ฟ่านหลี่เจี๋ยเองก็ตื่นเต้นที่จะมีหลานตัวน้อยเมื่อกงกงกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์มีใบหน้าอึมครึมเล็กน้อย‘เจ้าห้า แม้แต่เรื่องลูก เจ้าก็ยังไม่ไว้หน้าข้า นับว่ายังดีที่เรื่องภรรยา...ข้ามีได้มากกว่าเจ้า’มู่หลี่เฉียงที่เดินทางมาถึงเมืองห
เหอหงเซ่อที่อาสามาเฝ้าหน้าห้องในคืนอภิเษกได้ยินเสียงนั้นแล้วอมยิ้ม แอบส่งสายตายั่วยวนให้สามีที่แฝงกายอยู่ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นางบอกนางกำนัลคนอื่นให้ไปรอที่เรือนถัดไป หากต้องการก็จะไปเรียกใช้รอจนค่อนคืนถึงยามเปลี่ยนเวรของทั้งสองสามีภรรยา องครักษ์ฉินผู้น้องที่เห็นพี่ชายแว่บตามร่างของเหอหงเซ่อหายไปทางห้องนอนของนางก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอิจฉา‘พอมีภรรยาก็ลืมน้อง พี่ชายเลว แต่ก่อนเฝ้าเวรยามด้วยกันจนรุ่งสาง เดี๋ยวนี้หมดเวรก็รีบไปทันที’ฉินผู้พี่ผลุบเข้าไปในห้องนอนของภรรยาได้รีบระบายความอัดอั้นจากการต้องทนฟังเสียงของท่านอ๋องและพระชายาปลอดรักกันทันที“หงเซ่อ เจ้าว่าเราสองคนคืนนี้ควรจะนอนหรือไม่ ”“เรื่องนี้ ข้าแล้วแต่ท่านพี่เจ้าค่ะ”ผ่านไปหลายเดือน ครรภ์ของฟ่านซิ่วอิงอุ้ยอ้ายนัก ชินอ๋องหมิงจิ้นเหอเชิญหมอหลวงที่เก่งกาจหลายท่านมาตรวจดูคนล้วนยินดีกับชีพจรมงคลที่มีหลายชีพจร“สัมผัสได้ สองชีพจร พะยะค่ะ”“สัมผัสได้ สามชีพจร พะยะค่ะ”“เอาแน่ๆ ตรวจให้ละเอียดและชัดเจน บุตรของข้าจะมีกี่คนก็ได้ ขอแค่นางปลอดภัยก็พอ” น้ำเสียงดุดันของชินอ๋องลั่นวังหมอหลวงตัวสั่นงันงก เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยก็มีสองชีพจรอยู่ในคร
การสมรสครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ฮองไทเฮา ญาติผู้พี่ของใต้เท้าฟ่านสมหวังในการวางฐานอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยของคนในตระกูลอีกด้วย...ด้วยฐานะของเขยผู้นี้ทำให้ผู้อื่นยากจะแตะต้องคนสกุลฟ่านแล้ว...ฮ่องเต้จูงพระหัตถ์พระมารดานำหน้าฮองเฮาเข้ามาในวังจวิ้นอ๋อง ครั้งนี้พระองค์ไม่ต้องห่วงเรื่องการลอบสังหาร เพราะวังของจวิ้นอ๋องแม้แต่นกตัวเดียวก็ไม่อาจบินผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตบรรดานายทหารระดับสูงล้วนพร้อมหน้ามาอวยพรแก่แม่ทัพหมิง สุราอาหารล้วนจัดมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอาหารตำรับชาววังที่ฮ่องเต้พระราชทานมา และยังมีอาหารพิเศษจากภัตตาคารสกุลเหอที่เถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยนำลูกน้องมาทำถึงในวัง ทำให้แขกเหรื่อปลาบปลื้มกับความอร่อยเลิศ“งานอภิเษกสมรสครั้งนี้ จะว่าไปเป็นรองแต่เพียงการอภิเษกของฮ่องเต้เท่านั้น สมแล้วที่เป็นงานมงคลของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น” มู่หลี่เฉียงหันไปมองรอบๆ ในใจก็หวังให้มีมือสังหารมาสร้างความปั่นป่วนบ้าง“สายตาเจ้าดูไม่สอดคล้องกับความคิดเห็นเลยนะรองแม่ทัพ”“ข้ากำลังภาวนาให้มีนักฆ่าโผล่มาสร้างความวุ่นวายบ้างนะ คุณชายจิน” สีหน้าของมู่หลี่เฉียงเคร่งขรึมจินวั่งซูห
หากไม่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับนางที่เกิดขึ้นในพยัคฆ์เหิน เขาก็ทำใจกล่อมแกล้มลืมมันไป แต่ครั้นมีผู้มาสะกิดบาดแผลนี้ เขาก็จุกถึงคอหอยฟ่านซิ่วอิงช่างหลอกลวงได้เจ็บแสบนัก ตั้งแต่วางผงนิทราเขาในหอนางโลม หลอกให้จ่ายเงินไถ่หนี้ แสร้งเป็นสาวใช้อุ่นเตียง โกหกว่าจำต้องไปแต่งงานตามท่านย่าขอร้องเมื่อทบทวนย้อนหลังก็พบว่า ล้วนเป็นนางวางแผนให้เขาต้องรีบตามมา ยามที่นางหึงหวงก็ยังจับเขาวางยาให้ไร้เรี่ยวแรง แล้วพอเขาคิดจะแก้แค้นนางบ้าง นางกลับสารภาพว่า ตั้งครรภ์บุตรให้เขาแล้ว“คุณหนูของพวกเจ้าช่างเป็นดาวพิฆาตข้าเสียจริง”“ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ควรทำให้คุณหนูเกิดความแค้นเพคะ”ครั้นได้ยินเถ้าแก่เนี้ยเหอเตือนสติ ท่านอ๋องก็พลันสำนึกได้ว่า...ตนเองไม่ควรทำให้ฟ่านซิ่วอิงโมโหแม้ว่านางจะเป็นดาวเคราะห์ของเขา แต่ขณะเดียวกัน นางก็เป็นดั่งแก้วล้ำค่าจะวางไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย...พระชายาเอกของตน ช่างร้ายกาจจนผู้อื่นยากจะเท่าเทียม...“เจ้า....” ท่านอ๋องกำหมัดแน่น จ้องมองสองสามีภรรยาเขม็ง “ได้! ข้าจะไปคิดบัญชีกับนางก็แล้วกัน”ในเมื่อไม่กล้าลงมือกับคนของนาง เอาไว้ไปจัดการกับต้นตอแผนการดีกว่า ค
น้ำเสียงของพี่ชายผู้สูงศักดิ์แม้จะฟังดูเรื่อยเฉื่อย แต่กลับกดทับลงไปในใจของจวิ้นอ๋องจนแทบจะหายใจไม่ออก“หม่อมฉันอยากแต่งงานกับนางพะยะค่ะ”ร่างใหญ่ที่คุกเข่าลงหน้าพระพักตร์ทำเอาฮ่องเต้เกือบระเบิดพระสรวลออกมา ไม่น่าเชื่อว่าน้องชายหัวดื้อของตนจะยอมแพ้ราบคาบ“หือ....เพราะเหตุใดเล่า ”จวิ้นอ๋องกล้ำกลืน
จวิ้นอ๋องโดนนางรีดพิษเสียจนเหนื่อยอ่อน เสียงร้องวิงวอนนั้นดูคล้ายคนป่วยหนัก นางไม่ยอมรามือแม้แต่น้อย นางทำซ้ำอีกหลายครั้งจนพอใจ จึงค่อยเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าให้สวามีจวิ้นอ๋องทั้งดีใจทั้งอับอายที่เหอเจียอีทารุณตนเอง‘นี่แสดงว่า เจ้ารักและหวงแหนข้าเป็นที่สุด’ แม้จะเปลี้ยเพลียแรง แต่ท่านอ๋อง
เหอหงเซ่อก้มหน้านิ่งคล้ายสำนึกผิดที่ตนไม่อาจร่วมทดแทนบุญคุณท่านย่าได้ จวิ้นอ๋องมองสามคนพ่อแม่ลูกที่นั่งน้ำตาไหลก้มหน้านิ่ง เงินสองหมื่นตำลึงที่นางใส่มาในจดหมายอ้างว่า เป็นเงินชดเชยที่นางไม่สามารถอยู่เป็นสาวใช้อุ่นเตียงได้จนครบตามสัญญาเถ้าแก่เนี้ยเหอยังถวายกล่องใส่เครื่องประดับของนางคืนให้
สองวันก่อนจางเลี่ยงหวงจะเดินทางกลับ เจ้าหมีป่าตนนั้นก็ลอบเข้าห้องนอนของคุณหนูจางทุกคืน ปากกว้างของเขา หากไม่เอาแต่จูบพรมไปตามผิวนุ่มหอม ก็พึมพำเรื่องอยากเอานางกลับจวนตนเอง หรือไม่ก็ข่มขู่ไม่ให้นางเข้าใกล้บุรุษอื่น “หากบุรุษอื่น อยากเข้าใกล้ข้าเองเล่า จะให้ข้าทำเช่นใด” คุณหนูจางผู้





