จินวั่งซูเก็บเอาข้อสงสัยไปหาเหอเจียอีที่ภัตตาคารในยามบ่าย เขาไม่กล้าไปคุยกับนางสองต่อสองที่จวนแม่ทัพ เกรงว่าหากพ่อบ้านเกาเผลอพูดออกไป จวิ้นอ๋องอาจจะไม่ทันฟังคำอธิบายก็คว้าดาบมาตัดหัวเขาเสียก่อนขนาดคุณชายจางที่เริ่มดูออกยังไม่กล้าเดินเฉียดนางด้วยซ้ำไป“ข้าว่าหลังป่าไผ่นั่นล่ะที่น่าสงสัย” จินวั่งซูเชื่อในสัญชาตญาณของตน“ถ้าเช่นนั้น พี่วั่งซู เรื่องนี้ต้องอาศัยท่านแล้วล่ะ”“เรื่องเสี่ยงตาย เหตุใดจึงได้มอบให้ข้า ”แม้ปากจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่เรื่องชาวบ้านคืองานที่จินวั่งซูชอบยิ่งนัก เขาตรงไปที่จวนของรองแม่ทัพจินวั่งซูลัดเลาะไปตามกำแพงจวนด้านหลังอาศัยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศไปซุ่มดู เขาพบเรือนท้ายจวนที่ดูโอ่อ่าน่าพักอาศัยหลังหนึ่ง ถัดไปมีเรือนครัวขนาดกะทัดรัดยังไม่ทันจะได้ปีนเข้าไป สายตากระหวัดเห็นทหารองครักษ์สี่ห้านายเดินตรวจตราใกล้ป่าไผ่ ประเมินดูแล้วน่าจะมีฝีมือไม่น้อย เขาจึงไม่คิดเสี่ยงสักครู่มีหญิงวัยกลางคนเดินถือตระกร้าผ้ามาส่งให้บ่าวรับใช้ชายที่หน้าเรือน“เจ้ารีบทำความสะอาดล่ะ ยังเหลืองานเย็บถุงหอมอีก” นางตะโกนบอกสาวใช้ในเรือนที่จินวั่งซูพยายามมองเท่าไหร่ก็ยังไม่เห็นหน้าลานโล่งหน้า
Magbasa pa