All Chapters of บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้: Chapter 111 - Chapter 120

403 Chapters

บทที่ 112 : โล่เนื้อของจอมมาร

กรงเล็บอาบพิษสลายวิญญาณสีเขียวเรืองรอง พุ่งทะลวงฝ่าความมืดมิดดุจอสรพิษฉกเหยื่อ เป้าหมายคือจุดตันเถียนที่กำลังเปิดโล่งของราชันย์อเวจี!เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สัญชาตญาณดิบเถื่อนของมัจจุราชทำงานเร็วกว่าการนึกคิด ม่อซางบิดลำตัวช่วงบนที่บอบช้ำจากอสนีบาตสวรรค์ให้เบี่ยงหลบอย่างสุดกำลัง กล้ามเนื้อแผ่นหลังเกร็งแน่นจนปริแตก ทว่าความเร็วของศัตรูระดับบรรพกาลกอปรกับอาการบาดเจ็บภายใน ทำให้การหลบหลีกนั้นช้าไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ!แคว่ก!คมเล็บมรณะเฉือนผ่านต้นแขนซ้ายของจอมมาร อาภรณ์สีเพลิงฉีกขาดพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ฉุนจมูก โลหิตสีทมิฬสาดกระเซ็น หยดลงบนกระเบื้องศิลาจนเกิดเสียงฟู่ดุจน้ำกรดกัดกร่อน พิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่ปากแผลอย่างรวดเร็ว บังคับให้เส้นสมผุสโลหิตปูดโปนเป็นสีเขียวคล้ำม่อซางตวัดนัยน์ตาสีอำพันที่บัดนี้วาวโรจน์ด้วยจิตสังหารระดับสูงสุด กวาดมองเงาทะมึนเบื้องหน้า ในความสลัวของไข่มุกราตรี ปรากฏร่างแห้งเหี่ยวของ 'มารเฒ่าบรรพกาล' ถึงห้าตนยืนล้อมกรอบ กลิ่นอายความเน่าเหม็นของสุสานหมื่นปีแผ่ซ่านกดทับมวลอากาศจนหนักอึ้งศัตรูทั้งห้าล้วนอยู่ในระดับจอมมารขั้นต้น เป็นขุมกำลังเดนตายที่อันตรายที่สุด
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 113 : ผู้ใดบังอาจ!

ปลายนิ้วเรียวขาวผ่องดุจหยกสลัก หยุดยั้งความตายที่พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วเหนือแสงไว้ได้อย่างหมดจด เข็มพิษเจาะวิญญาณสีดำสนิทที่อาบชโลมด้วยคำสาปนับหมื่น สั่นระริกอยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางของสตรีที่เพิ่งโผล่พ้นผ้าห่มขนสัตว์อสูรเปรี๊ยะ... เพล้ง!!คลื่นพลังแฝงที่ปะทะกัน ส่งผลให้ 'ค่ายกลกลืนสรรพเสียง' ที่ม่อซางกางไว้ร้าวรานและแตกละเอียดเป็นผุยผง! สรรพเสียงจากโลกภายนอกไหลทะลักเข้าสู่โสตประสาท กลิ่นคาวโลหิตสีทมิฬและกลิ่นเน่าเหม็นของพิษสลายวิญญาณ ลอยฟุ้งกลบกลิ่นกำยานโคลนโลหิตจนหมดสิ้นสรรพสิ่งในคลังสมบัติหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็งภายใต้แสงสลัวของไข่มุกราตรี ร่างระหงของอดีตบรรพชนจิ้งจอกค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงหยกวารีอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีหมึกที่เคยสยายเต็มแผ่นหลังบัดนี้ยุ่งเหยิงชี้ฟู ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวหาใช่สภาพอันไร้ระเบียบนั้น แต่มันคือนัยน์ตาหงส์ที่เคยกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับเบิกกว้าง รูม่านตาดำขลับขยายตัวจนกลืนกินตาขาว แปรเปลี่ยนเป็นห้วงอเวจีที่มืดมิดและหนาวเหน็บยิ่งกว่าก้นบึ้งของยมโลก!อุณหภูมิภายในคลังสมบัติที่เคยเย็นสบาย ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในชั่วพริ
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 114 : อย่าแตะคนของข้า

ปลายนิ้วเรียวขาวผ่องตวัดวูบฝ่ามวลอากาศ!เข็มทองคำสามสิบหกเล่มที่อาบย้อมด้วยปราณเทพบรรพกาล พุ่งทะยานแหวกมิติด้วยความเร็วที่ดวงตาของสิ่งมีชีวิตในอเวจีไม่อาจมองตามทัน เส้นแสงสีทองสว่างวาบถักทอเป็นร่างแหแห่งความตาย บดขยี้กลิ่นอายเน่าเหม็นของกลุ่มมารเฒ่าจนสูญสลายในกะพริบตา ปราศจากการต่อสู้ยืดเยื้อ ปราศจากการร่ายรำกระบวนท่าอันวิจิตร มีเพียงพลังอำนาจที่เหนือล้ำกว่าทุกสรรพสิ่งกดทับลงมาดุจผืนฟ้าถล่ม!ฉึก! ฉึก! ฉึก!เสียงโลหะศักดิ์สิทธิ์เจาะทะลวงกระดูกและเส้นสมผุสโลหิตดังก้อง คลื่นพลังอัดกระแทกจนมวลอากาศบิดเบี้ยว ฉีกกระชากอาภรณ์สีหม่นของศัตรูจนขาดวิ่น รอยสักอักขระมารบนผิวหนังที่พวกมันภาคภูมิใจหลุดลอกราวกับเศษกระดาษเปื่อยยุ่ย เข็มทองคำแต่ละเล่มเปรียบดั่งขุนเขาไท่ซานที่กดทับลงมา ทะลวงจุดชีพจรสำคัญจนโลหิตสีดำสาดกระเซ็นทว่าก่อนที่หยาดเลือดโสโครกจะทันได้ร่วงหล่นลงมาแปดเปื้อนพื้นกระเบื้องหยกของคลังสมบัติ ปราณสีทองก็แผดเผาหยาดโลหิตเหล่านั้นให้ระเหยเหือดแห้งกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย!เข็มทองคำพุ่งเสียบสกัดจุดตายสามสิบหกแห่งบนร่างของกลุ่มมารเฒ่าบรรพกาลอย่างแม่นยำไร้ที่ติ แรงปะทะระดับพลิกฟ้าคว่ำดินกระชาก
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 115 : สามีผู้โง่เขลา

กลิ่นเถ้าธุลีที่หลงเหลือจากการแผดเผาของเพลิงเทพบรรพกาล ลอยปะปนกับความคาวขื่นของหยาดโลหิตสีทมิฬที่หยดเปื้อนพื้นกระเบื้องหยก บรรยากาศภายในคลังสมบัติส่วนพระองค์ที่เคยอบอวลด้วยความมั่งคั่ง บัดนี้เจือปนไปด้วยร่องรอยของสมรภูมิขนาดย่อมไป๋เยว่ทอดถอนหายใจยาวเหยียดดุจสูญเสียพลังชีวิตไปครึ่งค่อนวัน สตรีผู้เกียจคร้านสะบัดข้อมือเพียงแผ่วเบา ตลับหยกสลักลายวิหคเพลิงก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ นางเปิดฝาตลับออก กลิ่นหอมสดชื่นของ 'โอสถสมานวิญญาณระดับเซียน' ที่สกัดจากบัวหิมะหมื่นปีลอยแตะจมูก ขับไล่ความอับชื้นของพิษมารจนหมดสิ้นปลายนิ้วเรียวขาวผ่องควักเนื้อยาสีมุกประกายรุ้งออกมา ก่อนจะแต้มทาลงบนรอยแผลฉกรรจ์กลางแผ่นหลังและต้นแขนของม่อซางอย่างทะนุถนอม สัมผัสเย็นซ่านของโอสถทิพย์ผสานกับความอบอุ่นจากปลายนิ้วของฮูหยินยอดดวงใจ ซึมลึกเข้าสู่เส้นสมผุสโลหิตที่กำลังปริร้าวของมัจจุราช"โง่เขลาหรือไร..."สุรเสียงหวานใสเอ็ดอึงด้วยความขุ่นเคือง ทว่าน้ำหนักมือที่ลูบไล้บาดแผลกลับเบาหวิวดุจขนนกสัมผัสผิวน้ำ ไป๋เยว่ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาหงส์ตวัดค้อนใส่เสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ยังคงแดงซ่านของสามี"มีภัยคุกคามถึงเตียงนอน เหตุใดจึงไม่ยอมปล
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 116 : รอยปริร้าวใต้เกราะเหล็ก

แสงอรุณสีทองสาดทอผ่านช่องหน้าต่างไม้จันทน์แดง กระทบยอดปราสาทเพชรจำลองและภูเขาสมบัติสวรรค์จนเกิดประกายระยิบระยับบาดตา บรรยากาศภายในตำหนักในสุดแห่งวังจันทราโลหิต อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของมื้ออาหารเช้าระดับเทพทวย กลิ่นคาวเลือดและเถ้าธุลีจากเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืน ถูกปัดเป่าทำความสะอาดจนหมดจด ไร้ร่องรอยให้ระคายเคืองสายตาของสตรีผู้รักความสบายบนเตียงหยกวารีลอยฟ้า ไป๋เยว่ขยับตัวบิดขี้เกียจอยู่ใต้ผ้าห่มขนสัตว์อสูร เปลือกตาบางปรือขึ้นรับวันใหม่ด้วยความสดชื่นเต็มอิ่ม ความเกียจคร้านเข้าครอบงำสรีระจนแทบไม่อยากขยับเขยื้อนปลายนิ้วทว่าความหิวโหยกลับได้รับการปรนเปรออย่างรู้ใจ"อ้าม... ฮูหยินของข้า ค่อยๆ เคี้ยวสิ"ประมุขมารผู้สลัดคราบมัจจุราชทิ้งจนไม่เหลือหลอ สวมบทบาท 'สุนัขรับใช้ผู้ภักดี' อย่างเต็มภาคภูมิ ม่อซางนั่งพับเพียบอยู่ริมขอบเตียง มือแกร่งประคองชามหยกขาวที่บรรจุ 'โจ๊กไขกระดูกมังกรตุ๋นบัวหิมะ' ปลายนิ้วอีกข้างถือช้อนเงิน ตักน้ำซุปสีอำพันที่เคี่ยวจนงวด เป่าไล่ความร้อนอย่างทะนุถนอม ก่อนจะยื่นจ่อถึงริมฝีปากสีระเรื่ออดีตบรรพชนจิ้งจอกเผยอปากรับอาหารรสเลิศ เนื้อกระดูกมังกรที่ตุ๋น
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 117 : ร่องรอยแห่งอเวจี

โลหิตสีดำข้นคลั่กสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นคาวขื่นของสนิมเหล็กปะปนกับความเน่าเหม็นของพิษมาร คละคลุ้งบดขยี้กลิ่นหอมของบุปผาสวรรค์จนหมดสิ้น ร่างกำยำที่เคยตั้งตระหง่านค้ำยันสิบทิศ บัดนี้ทิ้งน้ำหนักมหาศาลลงสู่อ้อมแขนของสตรีที่เพิ่งพุ่งทะยานออกมารับร่างของเขาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด"ม่อซาง!"สุรเสียงหวานที่เคยกังวานด้วยความเกียจคร้าน บัดนี้สั่นสะท้านไปด้วยความตื่นตระหนกและโทสะระดับสลายจักรวาล! อดีตบรรพชนจิ้งจอกกวาดสติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลือของสามี สอดท่อนแขนเรียวเข้าใต้รักแร้กว้าง รีดเร้นพลังปราณเทพบรรพกาลกระชากร่างอันหนักอึ้งของมัจจุราช ลากถูลู่ถูกังกลับเข้ามาภายในห้องบรรทมอย่างทุลักทุเล ก่อนจะเหวี่ยงร่างสูงใหญ่ขึ้นไปกระแทกลงบน 'เตียงหยกเหมันต์หมื่นปี' อย่างไม่ออมแรงตึง!ไอเย็นยะเยือกจากเตียงหยกแผ่ซ่านเข้าห่อหุ้มสรีระบุรุษ ช่วยแช่แข็งการลุกลามของพิษสลายวิญญาณในเส้นสมผุสโลหิตได้ชั่วคราว ปรัชญาแห่งความเกียจคร้านและสัญชาตญาณรักความสบายของไป๋เยว่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงฮูหยินยอดดวงใจที่ดวงตาแดงก่ำดุจโลหิตนางสะบัดข้อมือกางม่านพลังสีทองครอบทารกแฝดสามและวิหคเซียนให้อยู่มุมห้
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 118 : อดีตที่ถูกฝังกลบ

คำขู่ระดับมหันตภัยล้างผลาญที่หลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม ดุจอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางแก่นวิญญาณของราชันย์อเวจี!คำว่า 'หาพ่อใหม่' มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงยิ่งกว่าศาสตราเทพบรรพกาลนับหมื่นเล่มรวมกัน ประมุขมารที่เคยกวัดแกว่งดาบฟาดฟันกับทัพสวรรค์โดยไม่กะพริบตา บัดนี้กลับเบิกตากว้าง ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคำสาปสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แรงขัดขืนที่เคยมีสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นผงเมื่อเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวขั้นสูงสุด... ความกลัวที่จะสูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รัก"อย่า..." สุรเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าและแหบแห้งดุจคนขาดน้ำกลางทะเลทราย ม่อซางยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของมัจจุราชจนหมดสิ้น สองมือแกร่งที่ถูกตรึงไว้บนเตียงหยกเหมันต์หมื่นปีคลายกำปั้นออก ยอมศิโรราบต่อสตรีที่คร่อมทับอยู่บนร่างอย่างสมบูรณ์ "อย่าพาพวกเขาไป... ข้ายอมแล้ว ไป๋เยว่... ข้าจะเล่าทุกสิ่ง"เมื่อเห็นสามียอมจำนน อดีตบรรพชนจิ้งจอกจึงลดแรงบีบที่ข้อมือลง ทว่ายังคงตรึงร่างของเขาไว้ไม่ให้หนีไปซุกซ่อนตัว นัยน์ตาหงส์ที่เคยเกรี้ยวกราดอ่อนแสงลง เปลี่ยนเป็นความแน่วแน่และเปิดรับ บังคับให้บุรุษผู้แบกรับความเจ็บปวดนับพันปี ต้องเปลือยเปล่าทั้งร่างกายและจ
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 119 : กำแพงที่ทลายลง

ริมฝีปากอวบอิ่มที่อ่อนนุ่มดุจกลีบเหลียนฮวาสวรรค์ ประทับแนบชิดลงบนอักขระมารต้องห้ามที่อัปลักษณ์และน่าสะพรึงกลัวที่สุดบริเวณกลางแผงอกกำยำ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทะนุถนอม ทว่ากลับสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับพลิกฟ้าคว่ำดินลงในแก่นวิญญาณของราชันย์อเวจี!จุมพิตของอดีตบรรพชนจิ้งจอกหาใช่เพียงการปลอบประโลมทางสรีระ ทว่าอานุภาพแห่งปราณเทพบรรพกาลสีทองสว่างไสว กำลังไหลเวียนผ่านกลีบปากสีระเรื่อ แทรกซึมเข้าสู่จุดตันเถียนที่แหลกเหลวของบุรุษเบื้องล่าง แสงศักดิ์สิทธิ์ดุจดวงตะวันชำระล้างไอหมอกสีทมิฬและเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาตนับหมื่นดวง ที่สลักลึกเป็นรอยแผลเป็นมานานนับสหัสวรรษ ให้มอดไหม้สูญสลายกลายเป็นเพียงควันจางๆ ในอากาศธาตุม่อซางเบิกตาโพลง รูม่านตาสีอำพันขยายกว้างสุดขอบ เรือนร่างกำยำที่เคยด้านชาต่อหอกดาบและเพลิงนรกภูมิ บัดนี้กลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงไม่อาจควบคุม ความอบอุ่นที่บริสุทธิ์ที่สุดในชีวิตไหลทะลักเข้าหล่อเลี้ยงเส้นสมผุสโลหิตที่แห้งผาก กวาดล้างความหวาดกลัวและความสมเพชตนเองที่ฝังรากลึกจนหมดสิ้น หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันหยดแรกในรอบนับพันปี กลิ้งหล่นจากหางตาอันคมกริบ กระทบหมอนหยกเหมันต์จนเกิดเสียงหยดน้ำ
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 120 : เติมเต็มวิญญาณ

ไอเย็นเจือจางจากเตียงหยกเหมันต์หมื่นปีปะทะเข้ากับรังสีความร้อนระอุที่ปะทุขึ้นภายในคลังสมบัติส่วนพระองค์ มวลอากาศที่เคยหนาวเหน็บกลับอุ่นซ่านด้วยกระแสพลังปราณที่หมุนวนอย่างสอดประสาน นัยน์ตาสีอำพันที่ลุกโชนด้วยไฟรักแผดเผาจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหงส์ที่ฉ่ำวาว ร่างกำยำของประมุขมารโน้มลงบดเบียดริมฝีปากอวบอิ่มอย่างโหยหา ทว่าครานี้ความดุดันกลับแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอันลึกซึ้งที่สลักลงถึงแก่นวิญญาณจวบจนผืนผ้าห่มขนสัตว์อสูรเลื่อนหลุดร่วงหล่น ท่ามกลางภูเขาสมบัติที่ส่องประกายระยิบระยับ การผสานหยินหยางอันศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ ปราศจากการบังคับขู่เข็ญหรือแผนการรักษาพิษร้าย ทว่าเกิดจากความเชื่อใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พลังปราณเทพบรรพกาลสีทองพิสุทธิ์หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายที่บอบช้ำของมัจจุราช ดุจสายฝนทิพย์ที่ตกลงบนผืนดินแตกระแหงมานับสหัสวรรษรอยร้าวบนแก่นวิญญาณและโซ่ตรวนคำสาปโบราณที่เคยรัดรึงม่อซางจนแหลกเหลว ถูกกระแสพลังแห่งรักชำระล้างจนแตกสลายกลายเป็นธุลี กลิ่นอายความตายมลายหายไป แทนที่ด้วยความสว่างไสวที่เติมเต็มหลุมดำในใจของราชันย์อเวจีจนสิ้นซาก แสงรัศมีสีทองสลับม่วงทมิฬแผ่กำจายออกจ
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more

บทที่ 121 : ราชโองการปิดด่านอเวจี

บรรยากาศหวามไหวที่กำลังไต่ระดับทะยานสู่ห้วงวิมานเมฆา พลันถูกทุบทำลายจนแหลกละเอียดไม่เหลือซาก!เพดานตำหนักในสุดแห่งวังจันทราโลหิตสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นกำยานโคลนโลหิตที่เคยหอมกรุ่นถูกกลบด้วยกลิ่นไอบริสุทธิ์จอมปลอมของสวรรค์ชั้นเก้าที่แทรกซึมเข้ามา ร่างชราภาพในชุดอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ขาดวิ่นของราชทูตเอกแห่งเทียนจวิน บัดนี้กำลังหมอบคลานสี่ขาอยู่บนพื้นกระเบื้องหยกดำ น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูไหลพรากอาบสองแก้มเหี่ยวย่นบนแผ่นหลังที่เคยยืดตรงอย่างหยิ่งยโสของทูตสวรรค์ ปรากฏร่างกลมป้อมของ ‘ต้าเป่า’ และ ‘เอ้อร์เป่า’ นั่งควบขี่ขนาบซ้ายขวา สองมือน้อยๆ ขยุ้มเส้นผมสีเงินและหนวดเคราของตาเฒ่าแทนสายบังเหียน ออกแรงกระชากจนหนังศีรษะแทบหลุดลอก เบื้องหน้ามี ‘เสี่ยวเป่า’ นั่งลอยตัวขัดสมาธิอยู่บนราชรถผลึกแก้วจำลอง มือจิ๋วแกว่งไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ประจำตำแหน่งทูตไปมาประดุจกำลังเฆี่ยนตีก้นม้าศึก!"ม้า! วิ่งเร็วเข้าม้าขาว!" เอ้อร์เป่าส่งเสียงร้องอ้อแอ้เริงร่า เปลวเพลิงอเวจีสีดำดวงเล็กๆ แลบเลียออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม เผาไหม้ชายเสื้อคลุมของราชทูตจนส่งกลิ่นเหม็นไหม้"แคว่ก! นายน้อยทั้งสาม! ปล่อยตาแก่นี่ไปเถอะ! ขนยอดมงกุฎข
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
PREV
1
...
1011121314
...
41
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status