บททั้งหมดของ ท่านอ๋อง..พระชายาหนีไปแล้ว: บทที่ 31 - บทที่ 40

40

ตอนที่ 31 พบเจอกันอีกครั้ง

ทุกคนมานั่งล้อมวงเตรียมกินหม้อไฟแสนอร่อยตามตำรับฝีมือปรุงอาหารชั้นเลิศของชิงเหยา พร้อมด้วยปิ้งย่างที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ โดยไม่ได้มีเฉพาะแต่พวกเขาเท่านั้นวันนี้ชิงเหยาให้บ่าวรับใช้ในเรือนตั้งโต๊ะกินหม้อไฟปิ้งย่าง พร้อมเชื้อเชิญเหล่าบรรดาทหารที่ติดตามอารักขาเยว่หัวมาร่วมสังสรรค์ร่ำสุราด้วยกันโดยนางนำสุราสมุนไพร สุราข้าว สุราผลไม้และสุราดอกไม้ที่หมักบ่มขึ้นมาเองให้ทุกคนได้ลิ้มรส ทำให้บรรยากาศในเรือนชิงเหยายามนี้คึกคักยิ่งนักหากแต่ยังไม่ทันลงมือกินอาหารกันจริงจัง จู่ๆก็มีแขกมาเยือนที่เรือนของชิงเหยาเสียก่อน“คุณหนูขอรับ มีแขกเดินทางมาจากเมืองผิงอันแจ้งว่าต้องการขอพบแม่ทัพสุ่นขอรับ” บ่าวรับใช้เข้ามารายงาน“เช่นนั้นก็ไปเชิญพวกเขาเข้ามาด้านในเถอะ” ชิงเหยาหันไปหาเยว่หัวซึ่งส่ายหน้าไม่รู้เช่นกันว่าแขกผู้นั้นเป็นใคร ก่อนจะสั่งให้บ่าวไปเชิญพวกเขาเข้ามาผ่านไปครู่หนึ่งบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ดูดีมีสง่าราศีและเสน่ห์ดึงดูดใจอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเขาก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามเป็นบุรุษหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 32 สงวนท่าทีไม่ได้อีก

เมื่อฟางหรงถูกชิงเหยาพูดขัดขึ้นมา เขาไม่ได้ดึงดันที่จะกล่าวอะไรออกไป ก่อนจะหันไปหาสหายรักและบอกความต้องการของตัวเอง“ข้าขอนั่งด้านนี้ก็แล้วกัน พวกเจ้าช่วยขยับออกไปหน่อย” ฟางหรงกล่าว เยว่หัวขมวดคิ้วมุ่นมีสีหน้างุนงง“เจ้าก็รู้นี่ว่าข้าไม่สะดวกเปิดเผยใบหน้าไปทางกลุ่มคนเยอะๆ โดยเฉพาะเหล่าบรรดาทหารของเจ้าน่ะ”ฟางหรงเอ่ยอธิบายเพิ่มเติมขอนั่งข้างชิงเหยา ซึ่งแต่เดิมเป็นที่นั่งของเยว่หัวโดยอ้างถึงเจตนาปิดบังสถานะตนเองทั้งที่คนสนิทซึ่งคอยติดตามข้างกายเยว่หัว ต่างรู้จักและเข้าใจสถานการณ์ตัวตนฟางหรงดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่เขาต้องหลบหลีกปิดบังใบหน้าเลยสักนิด แต่เยว่หัวก็ยอมขยับขยายย้ายที่นั่งให้ส่วนสินจงก็ไปนั่งข้างเมิ่งเหยียนในฝั่งตรงกันข้ามกับผู้เป็นนาย ถัดจากชิงม่านนั่นเอง“ข้าได้ยินมาว่าเสร็จจากงานใหญ่เจ้าก็ออกเดินทางจากเมืองหลวงท่องไปในดินแดนต่างๆของแคว้นอยู่หลายปี แทบจะทั่วทั้งแผ่นดินอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”“ทั้งยังปิดบังตัวตนเสียมิดชิดจนแม้นแต่ข้าเองยังแทบจะหาร่องรอยเจ้าไม่ได้ด้วยซ้ำ มาแดนเหนือครั้งนี
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 33 พูดคุยปรับความเข้าใจ

ชิงเหยาจับจูงมือฟางหรง นำพาเขามายังโถงรับแขกด้านในซึ่งยามนี้ไร้ซึ่งผู้คนเนื่องจากต่างพากันออกไปสังสรรค์ทานหม้อไฟและปิ้งย่างอย่างเอร็ดอร่อยด้านนอก            เมื่อพบพื้นที่ส่วนตัวตามต้องการแล้วชิงเหยาก็ปล่อยมือออกจากการเกาะกุมฟางหรงทันที พร้อมตั้งใจหันกลับมาพูดคุยกับเขาให้รู้เรื่องแต่ยังไม่ทันที่ชิงเหยาจะได้เอ่ยอะไร ฟางหรงก็คว้าตัวนางเข้าไปกอดเอาไว้แนบอกแน่น            “เหยาเหยา..ข้าคิดถึงเจ้ามากเหลือเกินรู้ไหม”“ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ผ่านมาข้าออกตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน เจ้าช่างใจร้ายนักที่ทิ้งข้าไปเช่นนั้น”ฟางหรงโอบกอดซุกซบคร่ำครวญ นัยน์ตาแดงก่ำปริ่มไปด้วยหยาดน้ำตาซึ่งแห้งเหือดไปนานนับจากวันที่ชิงเหยาจากเขาไป            ชินอ๋องเปิดเปลือยความรู้สึก แสดงความอ่อนแอออกมาให้ชิงเหยาเห็นอย่างไม่คิดวางตัวสงวนท่าทีใดๆทั้งสิ้นเขาวางสถานะความเป็นชินอ๋อ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 34 คลี่คลายเรื่องเข้าใจผิด

หลังชิงเหยาได้ฟังคำอธิบายจากปากฟางหรงนางก็นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปากถามเขาขึ้นมาอีกครั้ง“เหตุใดหลังจากคืนนั้นท่านจึงหายหน้าหายตาไปไม่คิดอธิบายสิ่งใดให้ข้าได้รับรู้ ไม่แจ้งว่าไปที่ไหน ไม่บอกกล่าวอันใดแก่ข้าเลยแม้นแต่น้อย”“ท่านปล่อยให้ข้าเฝ้ารอนานนับสัปดาห์ จนกระทั่งถึงกำหนดที่สกุลหานมารับตัวข้ากลับคืนสู่ครอบครัวเดิม ทำให้ข้าตัดใจไม่อยู่รั้งรอท่านอีก”“ยามนั้นข้าติดกิจธุระสำคัญ ซึ่งเป็นอันตรายต่อบัลลังก์และมีผลกระทบต่อชาวเมืองมากมาย”“สุดท้ายจำต้องลอบออกไปทำภารกิจ ไม่ได้แจ้งสิ่งใดให้เจ้ารับรู้ ด้วยเกรงว่าเจ้าจะเป็นห่วงกังวล เพราะเป็นงานสำคัญที่เสี่ยงและอันตรายต่อชีวิตยิ่งนัก”“ท่านหมายถึงเหตุการณ์ล้มล้างกบฏที่พี่เยว่หัวเอ่ยขึ้นก่อนหน้านี้สินะ” ชิงเหยานึกคาดเดาปะติดปะต่อเรื่องได้“ใช่..ยามนั้นข้าร่วมมือกับแม่ทัพหลายฝ่ายที่ไว้วางใจได้ โดยเยว่หัวสหายข้าเป็นหนึ่งในนั้น”“พวกเราวางแผนล้มล้างกลุ่มคนที่ตั้งตัวเป็นกบฏโดยร่วมมือกับเชื้อพระวงศ์และขุนนางสำคัญหล
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 35 บิดาของเสี่ยวจิว

เยว่หัวยอมแพ้ไม่คิดฝืนโชคชะตาวาสนาอีก ปล่อยให้คนที่เขารักทั้งสองคนได้มีความสุขร่วมกัน ใจเขาเองก็อิ่มเอมไปด้วย            “ไม่คิดเลยนะว่าที่แท้แล้วพระชายาที่ท่านอ๋องทรงพูดให้ฟังอยู่บ่อยครั้งคือเหยาเหยา..บุตรีของสกุลหานน้องสาวข้านี่เอง” เยว่หัวเอ่ยโดยบอกสถานะตัวเองกับชิงเหยาอย่างรู้งานทุกคนต่างพากันยิ้มแย้มยินดีที่ทุกสิ่งจบลงอย่างราบรื่น ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งที่สำคัญยังมีอ๋องน้อยทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งชินอ๋องต่อจากฟางหรงถือกำเนิดขึ้นมาเป็นเด็กชายที่น่ารักน่าเอ็นดูเฉลียวฉลาดยิ่งนักอีกคนหนึ่งด้วย“ท่านแม่ขอรับ..ข้าเรียกท่านอาฟางหรงว่าท่านพ่อได้หรือไม่ขอรับ”เสี่ยวจิวน้อยที่ได้ยินผู้ใหญ่พูดกันไปมาถึงสถานะของฟางหรง ทำให้สมองน้อยๆอันเฉลียวฉลาดรับรู้ได้ว่าบุรุษสูงใหญ่เบื้องหน้าคือผู้ให้กำเนิดเขาแต่เจ้าตัวจ้อยยังคงสับสนอยู่เล็กน้อยเนื่องจากตั้งแต่เขาจำความได้เหล่าบรรดาผู้อาวุโส แม้นกระทั่งมารดาของเขาเองยังบอกว่าบิดาของเขาได้ตายจากไปแล้วถ้าเช่นนั้นบุ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 36 ความโหยหาลึกซึ้ง

หลังจากฟางหรงและชิงเหยาส่งเสี่ยวจิวน้อยเข้านอนแล้ว พวกเขาก็กลับมายังห้องพักของชิงเหยาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักเมื่อเข้ามาในห้องส่วนตัวฟางหรงก็เข้าไปโอบกอดฮูหยินไว้แน่นพร้อมเอาหน้าซุกซบลงไปตรงซอกคอ พิงซบอยู่กับไหล่บอบบางของนาง“ฟางหรง..ท่านคงเดินทางเหน็ดเหนื่อยตรากตรำมามากสินะ จึงได้ซูบผอมลงเช่นนี้”ชิงเหยากล่าวพร้อมดันตัวเองออกมาเล็กน้อย ใช้สองมือเกาะกุมใบหน้าสามีให้แหงนเงยขึ้นมามองสบตากัน“ข้าทั้งเหน็ดเหนื่อยและทุกข์ใจมากจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ”“นับจากนี้ไปข้าคงต้องขอให้เจ้าชดเชยให้ข้ามากหน่อยจะได้หรือไม่” ฟางหรงกล่าวด้วยน้ำเสียง ท่าที รวมทั้งแววตาดูออดอ้อนออเซาะน่าเห็นใจยิ่งนัก“เช่นนั้นก็ให้ข้าปรนนิบัติดูแลท่านเถอะ” ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อ่อนหวานยิ่งนักฟางหรงยิ้มนัยน์ตาแพรวพราวเป็นประกาย ก่อนจะก้มหน้าลงหมายจุมพิตเชยชมนางให้หายคิดถึง“ข้าให้ม่านเอ๋อเตรียมน้ำเอาไว้แล้ว ท่านไปอาบน้ำแช่ตัวให้ผ่อนคลายลงเสียหน่อยเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะช่วยโกนหนวดเครานี่ให้ด้วย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 37 ใช้เวลาร่วมกันตามลำพัง

เช้าวันรุ่งขึ้นชิงม่านกับสินจงช่วยกันดูแลท่านอ๋องน้อยของพวกเขาอย่างรู้หน้าที่เสี่ยวจิวน้อยเองก็เฉลียวฉลาดเข้าใจเรื่องราว ปล่อยให้บิดามารดาได้ใช้เวลาร่วมกันตามลำพังโดยไม่เข้าไปรบกวนพวกเขา            เมื่อชิงเหยากับฟางหรงตื่นขึ้นมาพร้อมช่วยปรนนิบัติดูแลกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เรียกหาเสี่ยวจิวน้อยทันทีแต่บ่าวในเรือนมารายงานว่าเยว่หัวและคนสนิทของพวกเขาพาเสี่ยวจิวออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกรวมทั้งไปช่วยกันเปิดร้านซางเฉินในตัวเมืองแล้ว ทั้งยังฝากผ่านข้อความมาว่าให้พวกเขาสองสามีภรรยาใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใดอีก            สองสามีภรรยาได้รับรู้ดังนั้นก็มองสบตายิ้มให้กัน เต็มใจตอบรับความปรารถนาดีที่ทุกคนมอบให้ชิงเหยาเข้าครัวทำอาหารมื้อเช้ายามสายให้ฟางหรง โดยเขาติดตามมาช่วยหยิบนู่นหยิบนี่ทำตามที่ฮูหยินสั่งไม่ห่างกายไม่นานนักมื้อเช้าซึ่งเป็นโจ๊กหมูสับเห็ดหอมใส่ไข่ลวก ปาท่องโก๋ตัวยาว ซาลาเปาหมูสับ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 38 รู้จักกันมากขึ้นนับจากนี้

เมื่อเวลาล่วงเลยไปถึงยามหวู่(11:00 – 13:00) ชิงเหยาก็เตรียมน้ำชาพร้อมของว่างเป็นขนมเง่ปั้นหรือขนมโกฐจุฬาลัมพาเป็นขนมที่ใช้ใบเง่(ใบโกฐจุฬาลัมพา) บดผสมกับแป้งข้าวเหนียวและมันเทศนึ่งใส่น้ำผึ้งเติมแต่งรสชาติ ใส่ไส้ถั่วลิสงและงาบดหอมๆจากนั้นก็นำไปนึ่งให้สุกหอมอร่อยน่ากินด้วยรสและกลิ่นพิเศษของใบเง่ ซึ่งเมื่อสุกแล้วตัวขนมเง่ปั้นจะออกมาเป็นสีเขียวเข้มแวววาวเหมือนหยก ทานคู่กับชากลีบบัวหอมระรื่นชื่นใจยิ่งนักชิงเหยานำขนมกับน้ำชามาให้ฟางหรงและตัวเองทานรองท้องไปก่อน ระหว่างที่รอทำอาหารมื้อหลักจากนั้นจึงกลับเข้าไปเตรียมมื้อกลางวันง่ายๆเป็นบะหมี่ผัดใส่เนื้อหมู กุ้งสด เห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ พริกหวาน เมล็ดถั่วลันเตา ผักกวางตุ้ง ต้นหอมโดยชิงเหยาจัดใส่ชามและทอดไข่โปะลงไปด้านบนด้วยอีกหนึ่งฟอง ดูน่ากินและส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิวไปทั่วนอกจากนั้นนางยังทำซุปรากบัวซี่โครงหมูใส่ถั่วลิสง เห็ดหอมและสมุนไพรมาซดเคียงกันทั้งยังมียำก้านโอซุ่นสดแต่งรสชาติเผ็ดร้อนด้วยน้ำมันพริกสูตรน้ำมันงา พร้อมปรุงรสให้ออกเปรี้ยวอมหวานสดชื่น ตบท้ายโดยการใส่ถั่วลิสงคั่วบดคล
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 39 กลับมาเยือนสกุลหาน

หลังชิงเหยากับฟางหรงช่วยกันเตรียมมื้อเย็นจนเกือบจะเสร็จแล้วก็ให้บ่าวในเรือนมารับช่วงต่อส่วนพวกเขากลับขึ้นไปชำระล้างร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะลงมาด้านล่างแล้วพบว่าเยว่หัวนำทุกคนกลับเรือนมาแล้ว            “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ” เสี่ยวจิวน้อยเอ่ยทักทายพ่อแม่ด้วยรอยยิ้มมีความสุขพร้อมถือกลองป๋องแป๋งสีสันสดใสในมือวิ่งหน้าตั้งไปหาพวกเขาซึ่งฟางหรงเห็นบุตรชายวิ่งเข้ามาหาเขาเช่นนั้นก็อ้าแขนต้อนรับ พร้อมฉวยคว้าเสี่ยวจิวน้อยขึ้นมาอุ้มทันที            “เสี่ยวจิว ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างลูก คงสนุกน่าดูเลยสินะ” ฟางหรงเอ่ยถามบุตรชายส่วนชิงเหยาเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผากเจ้าตัวน้อยอย่างอ่อนโยน            “ท่านลุงเยว่หัวพาข้าไปเที่ยวเล่นที่ตลาดในเมืองและซื้อขนมของเล่นให้เยอะแยะเลยขอรับ”เสี่ยวจิวน้อยเ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 40 ราชโองการสำคัญ

เมื่อเข้ามานั่งจิบชาในเรือนสกุลหานได้พักหนึ่ง ฟางหรงก็เอื้อนเอ่ยในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้กับทุกคน“เดินทางมาเยือนเรือนสกุลหานครั้งนี้ ข้าอยากจะมาขออภัยพวกท่านที่ข้าดูแลเหยาเหยากับเสี่ยวจิวไม่ดี”“เมื่อแรกก็ทำให้นางเข้าใจผิดจึงต้องหนีมาไกลถึงเพียงนี้ ทั้งยังไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์ปล่อยให้นางลำบากดูแลบุตรชายเพียงลำพังด้วยตนเอง ข้ารู้สึกละอายแก่ใจจริงๆ”ฟางหรงเอ่ยขออภัยจากใจจริง จนสกุลหานรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของชินอ๋องเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ที่ยอมวางศักดิ์ศรี ลดสถานะของตนเองลงมาขออภัยพวกเขาเช่นนี้            “ข้าได้รับรู้เรื่องราวระหว่างท่านกับเหยาเอ๋อแล้วว่าเกิดจากความเข้าใจผิด”“ดังนั้นเมื่อท่านปรับความเข้าใจกับเหยาเอ๋อได้ด้วยดี พวกเราก็พร้อมยอมรับสถานะระหว่างท่านกับเหยาเอ๋อและเสี่ยวจิวด้วยเช่นกัน”นายผู้เฒ่าหานเอ่ยแทนทุกคนซึ่งพยักหน้าและส่งยิ้มให้กับฟางหรง            “ขอบใจพว
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status