INICIAR SESIÓN“ท่านอ๋อง..หม่อมฉันเสแสร้งหรือไม่ ทรงมอบหนังสือหย่าให้หม่อมฉันแล้วพระองค์จะทรงรู้เองนั่นแหละเพคะ” ชิงเหยาโต้ตอบชินอ๋องกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่สีหน้าแววตาจริงจังยิ่งนัก
Ver másณ.ตำหนักที่พำนักของชินอ๋องหรือฉินฟางหรง พระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ปกครองแคว้นฉิน คุณหนูรองเสิ่น เสิ่นชิงเหยากำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติราวกับร่างไร้วิญญาณอยู่ภายในห้องบรรทมของชินอ๋อง
วันนี้ที่ตำหนักในมีการเชื้อเชิญเหล่าบรรดาฮูหยินและบุตรสาวขุนนาง ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เข้ามาร่วมงานเลี้ยงชมดอกเหมย
ดูภายนอกเหมือนเป็นดั่งเช่นงานเลี้ยงสังสรรค์ธรรมดางานหนึ่ง หากแต่ความจริงแล้วกลับมีความนัยคือต้องการเสาะหาพระสนมที่เหมาะสมคู่ควรเข้าสู่ตำหนักใน โดยงานวันนี้มีเหรินฮองเฮาหรือเหรินจื่อรั่วทรงเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงาน
เสิ่นชิงเหยาหรือคุณหนูรองเสิ่นบุตรสาวเสนาบดีกรมคลังเสิ่นอี้ถังได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยพร้อมกับพี่สาวต่างมารดา คุณหนูใหญ่เสิ่น เสิ่นรั่วเหรินและมารดาของนาง เสิ่นหนิงฮวาฮูหยินใหญ่ของท่านเสนาบดีกรมคลัง
ชิงเหยาเป็นบุตรสาวคนรองของตระกูลที่เกิดจากฮูหยินรองหานหรูอี้ ซึ่งเป็นบุตรสาวพ่อค้าแพทย์สมุนไพรอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นที่ได้พบเจอเสนาบดีเสิ่นเข้าโดยบังเอิญขณะเดินทางไปทำธุระที่เมืองจี้โจวทางตอนเหนือ
ยามนั้นเสนาบดีเสิ่นถูกโจรดักปล้นชิงทรัพย์ได้รับบาดเจ็บต้องหนีหัวซุกหัวซุนและได้พบกับหานหรูอี้คุณหนูใหญ่ตระกูลแพทย์และพ่อค้าสมุนไพรเข้าโดยบังเอิญ
หรูอี้ได้ช่วยเหลือเสนาบดีเสิ่นจนก่อเกิดเป็นความรัก พร้อมใจตบแต่งเข้าเป็นฮูหยินรองของท่านเสนาบดีแม้นจะได้รับคำทัดทานจากบิดาหานจินต่งและพี่ชายหานตงจื่อแล้วก็ตาม
เมื่อนางติดตามเสนาบดีเสิ่นมาอยู่เมืองหลวงก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวนามว่าหานชิงเหยา แต่นางกลับตายไปเมื่อชิงเหยาอายุได้เพียง 13 ปีเท่านั้น
หลังจากหรูอี้ย้ายเข้ามาอยู่ในจวนเสนาบดีที่เมืองหลวงแล้วร่างกายรวมทั้งจิตใจของนางก็อ่อนแอ เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะเรื่อยมา จนกระทั่งป่วยหนักและสิ้นใจตายไปในที่สุด
ชิงเหยาซึ่งเป็นบุตรสาวคนรองสกุลเสิ่นกลายเป็นเด็กสาวกำพร้าแม่ ถูดกดขี่ข่มเหงภายใต้การดูแลของฮูหยินใหญ่เสิ่น เสิ่นหนิงฮวามารดาของรั่วเหรินมาโดยตลอด
ตัวรั่วเหรินเองก็ไม่ชอบน้องสาวเช่นนาง เนื่องด้วยถูกมารดาปลูกฝังมาว่าหรูอี้แม่ของชิงเหยามาแย่งเอาความรักจากบิดาไปแล้วยังมีชิงเหยามารหัวขนก่อกำเนิดขึ้นมาเป็นหอกข้างแคร่อีกราย
ทำให้รั่วเหรินนึกรังเกียจชิงชังชิงเหยา อีกทั้งยังคอยริษยาเกลียดชังนางไม่แพ้มารดาของตนเลยสักนิด
เนื่องด้วยงานในค่ำคืนนี้ได้เชื้อเชิญบุตรสาวที่ยังไม่ออกเรือนของขุนนางใหญ่มาร่วมงานทุกคน รั่วเหรินกับมารดาจึงจำต้องพาชิงเหยามาร่วมงานเลี้ยงด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อจู่ๆชิงเหยาดันเข้าไปอยู่ในห้องบรรทมของชินอ๋องผู้มีสถานะเป็นคู่หมั้นคู่หมายของรั่วเหรินพี่สาวนางได้อย่างไรไม่รู้
ชิงเหยาซึ่งก่อนหน้านี้สลบไสลราวกับร่างไร้วิญญาณจู่ๆกลับฟื้นขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงียและมึนงงเต็มที นางค่อยๆลืมตาขึ้นมาและมองไปโดยรอบห้องที่ตนเองอยู่ในขณะนี้
‘นี่มันที่ไหนกัน ดูไม่คุ้นตาเลยสักนิด อย่างกับห้องในละครยุคโบราณงั้นแหละ’ ชิงเหยาคิดก่อนจะพยายามลุกขึ้นและเดินมองไปโดยรอบ
‘เราขึ้นไปเก็บสมุนไพรให้คุณปู่นี่นา ใช่..เราลื่นตกลงไปในหน้าผา แล้วที่นี่ที่ไหนกัน? เรายังไม่ตายงั้นเหรอ?’
ชิงเหยาคิด ซึ่งความจริงแล้วตัวเธอในยามนี้คือเหรินชิงหยูนักศึกษาแพทย์ชั้นปีสองมหาลัยเทียนจินที่ปิดเทอมเดินทางกลับมาอยู่กับครอบครัวตระกูลแพทย์แผนโบราณที่เมืองถังซาน มณฑลเหอเป่ย์
ต้นตระกูลฝั่งพ่อชิงหยูเป็นตระกูลแพทย์สมุนไพรและแพทย์แผนจีน มีถิ่นฐานรกรากอยู่ในเมืองถังซาน
ส่วนแม่ของชิงหยูเป็นบุตรสาวเจ้าของร้านอาหารภัตตาคารในเทียนจินที่ย้ายมาอยู่กับสามีและเปิดร้านอาหารอยู่ในเมืองถังซาน
ตัวชิงหยูเองเข้าเรียนมหาลัยที่เทียนจินโดยไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านตากับยายของเธอ แต่ก็มักกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเกิดอย่างสม่ำเสมอ
ช่วงปิดเทอมชิงหยูกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ถังซานและมักขึ้นเขาไปหาพืชสมุนไพรกับครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง
ครั้งนี้ชิงหยูก็ออกมาเก็บสมุนไพรล้ำค่าให้กับปู่ของเธอพร้อมกับเหล่าบรรดาลูกพี่ลูกน้อง แต่เธอดันโชคร้ายประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากเนินเขาไปเสียได้
“โอ๊ยยยย ปวดหัวชะมัด นี่มันที่ไหนกันนะ” ชิงเหยาเอ่ยเสียงแผ่ว พร้อมยกมือกุมศีรษะ
จากนั้นภาพเรื่องราวของหญิงสาวอายุ 16 ปีนามว่าเสิ่นชิงเหยาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ไหลเวียนเข้ามาในความทรงจำของชิงหยูผู้มาเกิดใหม่ในร่างนี้
เมื่อแต่งตัวเสร็จ สำรวจสภาพร่างกายตัวเองดีแล้วชิงเหยาจึงออกมาและพบว่าฟางหรงกำลังพูดคุยสั่งงานอะไรคนสนิทอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักนางไม่ได้เดินเข้าไปหาเขาเพียงแค่ยืนรออยู่ตรงนั้น หลังฟางหรงสั่งงานสินจงเสร็จจึงกลับมาหาชิงเหยาและนำทางนางตรงไปยังโถงรับรองแขกของตำหนักชินอ๋อง “มาแล้วเหรอนังลูกไม่รักดี” เสนาบดีเสิ่นที่ถูกเชิญตัวมาจากการเข้าเฝ้าสนทนากับฝ่าบาทก่อนหน้านี้ตะคอกด่าบุตรสาวคนรองด้วยน้ำเสียงและสีหน้าท่าทางดุดันหลังจากเขาทราบเรื่องงามหน้าบอกเล่าโดยฮูหยินและบุตรสาวคนโตที่แต่งเรื่องใส่สีตีไข่มากมายแต่ยังไม่ทันที่เสนาบดีเสิ่นจะได้เอ่ยอันใดต่อ ฟางหรงก็เดินกระแอมกระไอส่งเสียงดังขึ้นมาให้เขารู้ตัว รู้จักระงับอารมณ์เสียก่อน “ถวายบังคมชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีเสิ่นหันไปถวายความเคารพนบนอบต่อฟางหรงซึ่งพยักหน้าตอบรับเล็กน้อยจากนั้นฟางหรงก็เดินไปนั่งประจำที่ประทับด้านบนกลางโถงรับรองแขกซึ่งยามนี้มี
ยามนี้ตะเกียงในห้องนอนต่างถูกจุดขึ้นมาสว่างไสวโดยทั่ว ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่จุดเพียงเสาหลักภายในห้องเท่านั้น ทำให้นางได้พิจารณารูปร่างหน้าตาของบุรุษที่ล่วงเกินนางได้อย่างชัดเจนมากขึ้น‘ช่างหล่อเหลารูปงามยิ่งนัก ดูสง่าผ่าเผย ราวกับมีรัศมีบางอย่างแผ่กระจายอยู่โดยรอบ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ’‘เอ๊ะ...แต่ว่า ไม่ ไม่นะ ไม่ใช่แล้ว นี่ข้า..ข้าไปล่วงเกินชินอ๋องเข้างั้นเหรอ? ได้ยังไงกัน?’ในที่สุดชิงเหยาก็คิดทบทวนและตระหนักได้ว่าบุรุษที่อยู่เบื้องหน้านางคือผู้ใด“ท่านคือชินอ๋อง พระอนุชาของฝ่าบาทงั้นหรือ?” ชิงเหยาหลุดปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัว“ฮึ ในที่สุดเจ้าก็สำนึกรู้ได้ เลิกเสแสร้งทำตัวเป็นคนโง่งมไร้เดียงสาแล้วงั้นสิ” ฟางหรงเอ่ย น้ำเสียงเจือความถากถางเย้ยหยันอย่างชัดเจนชิงเหยากำหมัดแน่นเจ็บใจที่ถูกกล่าวหา แต่นางก็ไม่มีหลักฐานใดมายืนยันว่าเรื่องเหล่านี้นางไม่ได้เป็นผู้ก่อ อีกทั้งยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วย“ขออภัยเพคะที่หม่อมฉันทำตัวโง่งมในสายตาของท่านอ๋อง แต่หม่อมฉันขอยืนยันว่
ฟางหรงจับชิงเหยากินตลอดทั้งตัวด้วยฤทธิ์ยาและแรงอารมณ์กรุ่นโกรธจนผ่านไปเนิ่นนานราวสองชั่วยามจึงยอมผ่อนปรน ด้วยเห็นถึงความเหนื่อยล้าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงของนางสองร่างซึ่งเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมรักอันหนักหน่วงยาวนาน หยุดพักอิงแอบแนบซบกันอย่างเมื่อยล้า หากเพียงไม่นานนักก็มีเสียงผู้คนดังเข้ามาใกล้บริเวณห้องบรรทมของฟางหรง เขาจึงลุกขึ้นมาแต่งกายทันที พร้อมเอาผ้าห่มขึ้นคลุมปกปิดร่างกายชิงเหยาเอาไว้จนมิดชิด “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง หม่อมฉันมีเรื่องจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”เมิ่งสินจงองครักษ์และคนสนิทของฟางหรงเอ่ยขึ้นมาจากภายนอก “มีเรื่องอะไร” ฟางหรงถามกลับไป “คือทางคุณหนูใหญ่เสิ่นกับเสิ่นฮูหยินแจ้งมาว่าคุณหนูรองสกุลเสิ่นหายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ” สินจงรายงาน ฟางหรงได้ยินดั
‘ภาพที่เห็นเมื่อครู่คืออะไรกัน’ ชิงหยูในร่างของชิงเหยาคิดอย่างสับสน ก่อนจะเดินสะเปะสะปะไปจนเห็นอ่างกระเบื้องเคลือบบรรจุน้ำเอาไว้ เธอจึงเดินตรงไปหมายจะล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ‘ผู้หญิงคนนี้ ใครกัน ตัวเรางั้นเหรอ’ ชิงหยูเอ่ยกับตัวเองที่เห็นเป็นเงาสะท้อนอยู่บนผิวน้ำหญิงสาวอายุ 16 ปีหน้าตาสะสวยคล้ายคลึงกับตัวเธอเมื่อราว 3 ปีก่อน กำลังจ้องมองกลับมาพร้อมสีหน้างงงวยสงสัยไม่ต่างกับความรู้สึกของเธอในขณะนี้ เมื่อชิงหยูกะพริบตาหญิงสาวผู้นั้นก็กะพริบตาม เมื่อชิงหยูยกมือขึ้นมาหยิกแก้มนวลของตัวเองแรงๆไปทีหนึ่งก็... “โอ๊ยยยย เจ็บบ ฉันไม่ได้ฝันไปนี่นา” ชิงหยูรู้ตัวแล้วว่าหญิงสาววัยเยาว์ในภาพสะท้อนคือตัวเธอเอง ‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เราตายแล้วย้อนเวล











