…น่าทุบให้น่วมยิ่งนัก…“เช่นนั้นลี่จูขอทูลลาเพคะ”“ไปเถิด”ฮ่องเต้เอ่ยอนุญาตด้วยใบหน้าอมยิ้มทำเอาหวังลี่จูยิ่งเขินอาย คาดว่าคนมากปัญญาเช่นจ้าวจวินข่ายนั้นคงทราบความหมายที่นางตอบไปเมื่อเช้าแล้วเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อนางออกมาพบกับเจ้าสุนัขป่าน่าโมโหเช่นจ้าวจวินหลางได้ก็ตรงเข้าไปบิดเนื้อบริเวณช่วงเอวแกร่งแล้วจึงออกแรงบิดเนื้อส่วนนั้นเสียเต็มแรง แต่คนหนังหนาหน้าทนมีหรือจะสะเทือนนอกจากไม่สะท้านสะเทือนแล้วเขายังยิ้มหน้าบานจนคล้ายท้องฟ้าทะมึนราวมีเมฆฝนปกคลุมทั่วเมืองหลวงบัดนี้พลันสว่างสดใสเพียงแค่จะได้กลับตำหนักไปอยู่กันเพียงลำพังสักครา…“เป็นเช่นไรบ้าง”หลังกลับมาถึงตำหนักจ้าวจวินหลางก็สอบถามพระชายาด้วยน้ำเสียงอาทรมิได้ตำหนินางสักนิดที่บิดเนื้อบริเวณเอวแกร่งจนแทบหลุดติดนิ้วของนางเมื่อครู่ใหญ่ จนหวังลี่จูที่ตั้งรับว่าตนเองจะถูกพระสวามีดุแน่นอนเลยเสียกิริยาเล็กน้อยแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น“เรียบร้อยดีเพคะ ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยโดยง่าย ประเดี๋ยวหม่อมฉันจะต้องไปแจ้งกับเจินเจินให้เตรียมตัวออกเดินทางกลับหุบเขาจื่อเถิงพร้อมกันกับเราเสียทีเดียวกันเลยนะเพคะ”นางตอบพร้อมบอกกับพระสวามีไปในคราวเดียวกันว่าห
Read more