Semua Bab หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ: Bab 51 - Bab 60

67 Bab

บทที่ 51

โถงลับใต้สวนหลิวซานยังคงเงียบงัน เปลวไฟจากคบเพลิงส่องสว่างเป็นจังหวะไหววูบ หลังจากรุ่ยหลินคุกเข่ารับการเป็นศิษย์ บรรยากาศภายในโถงก็เหมือนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่สายตาของผู้อาวุโสเจินหลางกลับไม่ได้ผ่อนลงเลย เขายืนพิงไม้เท้าดวงตาลึกซึ้งจับจ้องไปยังคนอีกคนหนึ่งสวีอี้เฉิน สวีอี้เฉินรับรู้ถึงสายตานั้นเขายิ้มบาง ๆ“ผู้อาวุโสยังมีสิ่งใดจะชี้แนะอีกหรือ”เจินหลางไม่ได้ตอบทันทีเขาเพียงก้าวเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวมั่นคง และหนักแน่นจนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้าสวีอี้เฉิน“เจ้า…”เสียงของเขาต่ำลง“ไม่ใช่คนธรรมดา”รุ่ยหลินหันมองทันทีสวีอี้เฉินยังคงยิ้ม“ผู้อาวุโสชมเกินไปแล้ว”เจินหลางส่ายหัว“ไม่ใช่คำชม”ทันใดนั้นเขายกไม้เท้าขึ้นเล็กน้อย ลมปราณสายหนึ่งพุ่งออกมาอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่การโจมตีแต่เป็นการหยั่งเชิง สวีอี้เฉินรู้ตัวในทันทีเขาขยับเพียงเล็กน้อย ลมปราณภายในร่างตอบสนองโดยสัญชาตญาณ“ฟุ่บ…”แรงลมที่มองไม่เห็นกระเพื่อมออกจากตัวเขาบางเบาแต่ลึกซึ้ง ในวินาทีนั้นสายตาของเจินหลางเปลี่ยนไปทันที เขาถอยหลังหนึ่งก้าวมือที่จับไม้เท้าสั่นเล็กน้อย“เป็นไปไม่ได้…”รุ่ยหลินตกใจ“ท่านอาจารย์?”เจินหลางไม่ตอบเขาจ้องสวีอ
Baca selengkapnya

บทที่ 52

ค่ำคืนปกคลุมเมืองซูโจวอย่างเงียบงัน แสงจันทร์สาดลงบนผิวน้ำในคลองนับสาย เงาสะพานหินทอดยาวเหมือนเส้นสายลึกลับที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ภายนอกดูสงบงดงามแต่ใต้ความสงบนั้นความลับมากมายกำลังซ่อนอยู่ภายในโถงลับใต้สวนหลิวซานเปลวไฟจากคบเพลิงยังคงส่องสว่างริบหรี่ รุ่ยหลินยืนอยู่ข้างผู้อาวุโสเจินหลางสีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความคิด ส่วนสวีอี้เฉินยืนเงียบอยู่ไม่ไกลใบหน้าสงบเช่นเคย ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเรื่องลมปราณของสำนักสุสานโบราณไม่ได้ทำให้เขาสั่นไหวเลยแม้แต่น้อยแต่ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ความสงบนั้นหัวใจของเขากำลังคิดถึงอีกตัวตนหนึ่ง ตัวตนที่ไม่มีใครรู้แม้แต่รุ่ยหลินความลับที่ซ่อนอยู่ หลังจากออกจากโถงลับทั้งสามแยกย้ายกันรุ่ยหลินพักอยู่ในเรือนของพรรคกระยาจก ส่วนสวีอี้เฉินเลือกเดินออกไปยังตรอกเงียบของเมืองค่ำคืนในซูโจวเงียบกว่ากลางวันมากร้านค้าปิดลง เหลือเพียงแสงโคมไฟประปรายและเสียงน้ำไหลเบา ๆ สวีอี้เฉินเดินไปตามตรอกแคบ ฝีเท้าของเขาไร้เสียงราวกับเงาที่เคลื่อนไหว จนกระทั่งเขาหยุดหน้าประตูไม้เก่า ๆ หลังหนึ่ง เขาเคาะประตูสามครั้งช้าเร็วช้าเสียง “แกร๊ก” ดังขึ้นประตูเปิดออกเล็กน้อยชายคนหนึ่
Baca selengkapnya

บทที่ 53

รุ่งอรุณแห่งเมืองซูโจวหมอกบางลอยเหนือผิวน้ำในคลอง สะพานหินโค้งทอดเงายาวลงบนผืนน้ำราวภาพวาดที่ยังไม่ตื่นจากความฝัน เสียงระฆังยามเช้าดังแผ่วจากวัดไกล ๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่และการจากลา ภายในลานลับของพรรคกระยาจก รุ่ยหลินยืนอยู่ในชุดเรียบง่าย กระบี่พาดอยู่ข้างกายสายตาของเขาสงบนิ่ง แต่ลึกลงไปมีความเคารพ เบื้องหน้าผู้อาวุโสเจินหลางยืนพิงไม้เท้า ลมเช้าพัดชายเสื้อเก่าของเขาไหวเบา ๆ“จะไปแล้วหรือ”เสียงของเจินหลางเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง รุ่ยหลินคำนับอย่างนอบน้อม“ขอรับท่านอาจารย์”สวีอี้เฉินยืนอยู่ข้าง ๆ เขาประสานมือคำนับเช่นกัน“ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ”เจินหลางมองทั้งสองคนสายตานั้นเหมือนมองทะลุไปถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง“ยุทธภพไม่เคยสงบ”เขาพูดช้า ๆ“และเส้นทางของพวกเจ้าก็เพิ่งเริ่มต้น”คำสั่งสอนครั้งสุดท้ายเจินหลางหันไปมองรุ่ยหลิน“เจ้าคือศิษย์ของข้าแล้ว”“จำไว้…”“วรยุทธไม่ใช่เพียงเพื่อเอาชนะศัตรู”“แต่เพื่อควบคุมตนเอง”รุ่ยหลินก้มศีรษะ“ศิษย์จะจดจำ”จากนั้นเจินหลางหันไปหาสวีอี้เฉิน สายตาของเขาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย“ส่วนเจ้า…”“เส้นทางของเจ้ายากกว่าที่คิด”สวีอี้เฉินนิ่งเขาเข้าใจดีว
Baca selengkapnya

บทที่ 54

สายลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดเอื่อยเหนือเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดยาวไปสู่เมืองอู่ฮั่น ท้องฟ้าโปร่งสีครามอ่อน เมฆขาวลอยกระจายราวกับถูกมือของใครบางคนแต้มไว้เบา ๆ บนผืนผ้าใบกว้างใหญ่รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนตัวอย่างไม่เร่งรีบไปตามถนนดินที่ทอดผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี ม้าสีน้ำตาลเข้มก้าวอย่างมั่นคง เสียงล้อไม้กระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบมีเพียงเสียงลม เสียงนกร้องและเสียงหัวใจของผู้เดินทางสองคนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายใหม่ภายในรถม้ารุ่ยหลินนั่งเอนพิงเบาะนุ่ม สายตาเหม่อมองผ่านผ้าม่านบางออกไปด้านนอก นางสวมชุดเรียบง่ายสีฟ้าอ่อน ปล่อยผมยาวเพียงมัดหลวม ๆ แตกต่างจากภาพคุณหนูตระกูลใหญ่ที่เคยมีผู้คนกล่าวถึงอย่างสิ้นเชิงตรงข้ามกันสวีอี้เฉินนั่งหลังตรง ดวงตาคมสงบนิ่งมือหนึ่งวางบนเข่า อีกมือจับกระบี่ที่วางพิงข้างตัวแม้จะดูผ่อนคลาย แต่หากมองลึกลงไปจะพบว่าเขาไม่เคยละความระมัดระวังแม้เพียงครู่“อีกไม่กี่วันก็คงถึงอู่ฮั่นแล้ว” เสียงของสวีอี้เฉินเอ่ยขึ้นเบา ๆ ทำลายความเงียบรุ่ยหลินหันมามองดวงตาเป็นประกาย “เมืองอู่ฮั่น...ข้าเคยได้ยินว่าที่นั่นคึกคักมาก มีทั้งพ่อค้า นักเดินทาง และจอมยุทธ์จากทั่วสา
Baca selengkapnya

บทที่ 55

เมื่อรถม้าของรุ่ยหลินและสวีอี้เฉินเคลื่อนผ่านประตูเมืองอู่ฮั่นเข้าไป ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับไม่ใช่เพียงเมืองการค้าธรรมดา หากแต่เป็นนครที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของยุทธภพอย่างเข้มข้น เสียงระฆังดังแว่วมาจากที่ใดที่หนึ่งในเมือง ผสานกับเสียงผู้คน เสียงพ่อค้า และเสียงฝีเท้าของจอมยุทธ์ที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่ไม่อาจมองเห็น แต่สัมผัสได้ชัดเจน รุ่ยหลินกวาดตามองรอบด้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ที่นี่…ไม่เหมือนเมืองอื่นเลย”สวีอี้เฉินพยักหน้าเล็กน้อย “เพราะที่นี่…อยู่ภายใต้อิทธิพลของสำนักเอ๋อเหมยซาน”เพียงเอ่ยชื่อสำนักนั้นออกมา บรรยากาศรอบตัวก็ดูเหมือนจะหนักแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“เอ๋อเหมยซาน…” รุ่ยหลินทวนคำเบา ๆ “ข้าเคยได้ยินว่าเป็นสำนักที่รวมสตรีผู้ฝึกยุทธ์ไว้มากที่สุด”“ไม่ใช่แค่สตรี” สวีอี้เฉินกล่าว “แต่เป็นสำนักที่มีระเบียบ เคร่งครัด และมีอำนาจมากในแถบนี้ เมืองอู่ฮั่นแทบจะอยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขา”ทั้งสองเดินผ่านถนนหลักของเมือง ร้านค้าสองข้างทางเรียงราย แต่สิ่งที่แตกต่างจากเมืองอื่นคือ ในทุกช่วงถนนจะเห็นหญิงสาวในชุดสีขาวหรือสีม่วงอ่อน ปักลายเมฆและดอก
Baca selengkapnya

บทที่ 56

ข่าวการตายของศิษย์สำนักเอ๋อเหมยซานแพร่สะพัดไปทั่วเมืองอู่ฮั่นราวกับไฟลามทุ่ง จากเมืองที่เต็มไปด้วยระเบียบและความสงบ กลับกลายเป็นบรรยากาศตึงเครียดผู้คนพูดคุยกันด้วยเสียงกระซิบ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง แม้แต่จอมยุทธ์ที่เคยเดินอย่างองอาจก็ยังต้องลดเสียงฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว“ได้ยินหรือยัง…ศิษย์เอ๋อเหมยตายไปถึงสองคน”“ในสำนักเองด้วยนะ…ไม่ใช่ข้างนอก”“นี่มันเรื่องใหญ่แล้ว…”ในโรงเตี๊ยมเสียงสนทนาเหล่านี้ลอยเข้าหูรุ่ยหลินไม่หยุด นางวางตะเกียบลงช้า ๆ สีหน้าจริงจังขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยเห็น“เกิดเรื่องแบบนี้ในสำนักใหญ่ได้ยังไง” นางพึมพำสวีอี้เฉินนั่งนิ่ง สีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ “ถ้าคนร้ายเข้าไปในสำนักได้…แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติ”“เจ้าคิดว่าเป็นคนนอกหรือคนใน” รุ่ยหลินถามเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ถ้าเป็นคนนอก…ต้องเก่งมาก หรือไม่ก็…มีคนช่วยจากข้างใน”คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง ทันใดนั้นประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกเปิดออกอย่างแรง กลุ่มศิษย์เอ๋อเหมยในชุดสีขาวเดินเข้ามา แววตาจริงจังและระแวดระวังหนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงดัง “ตามคำสั่งสำนัก! ผู้ใดเป็นจอมยุทธ์หรือผู้มีวิชายุทธ์ ขอให้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบ!”
Baca selengkapnya

บทที่ 57

สายลมต้นฤดูร้อนพัดผ่านผิวน้ำของทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจว ระลอกคลื่นเล็ก ๆ สะท้อนแสงแดดยามบ่ายระยิบระยับ ราวกับอัญมณีที่โปรยอยู่บนผืนน้ำ ผู้คนมากมายเดินเล่นริมฝั่ง บ้างชมดอกบัว บ้างนั่งจิบชาใต้ร่มศาลา บรรยากาศงดงามและสงบสุขจนยากจะเชื่อว่าใต้ภาพนั้นกำลังมีเงาของการตามล่าค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาบนถนนสายหลักที่ทอดเข้าสู่เมือง รถม้าสีดำคันหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างมั่นคง ม้าทั้งสองตัวก้าวเท้าหนักแน่น แสดงให้เห็นว่าผู้เป็นเจ้าของไม่ใช่คนธรรมดาเมื่อรถม้าหยุดลงชายหนุ่มสองคนก็ลงมาพร้อมกัน คนแรกสวมชุดสีเทาเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ แผ่นหลังตรง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว ใบหน้าหล่อเหลาแต่เคร่งขรึม แฝงอำนาจโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเขาคือ หยางห่าวตง พี่ใหญ่แห่งตระกูลหยางอีกคนหนึ่งสวมชุดสีฟ้าอ่อน รูปร่างเพรียวกว่าเล็กน้อย ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่เสมอ แต่แววตากลับเฉียบแหลมไม่แพ้กันเขาคือหยางห่าวฟาง พี่รอง ทั้งสองยืนมองเมืองหังโจวเบื้องหน้า“ในที่สุดก็มาถึง” ห่าวฟางเอ่ยพลางกางพัดในมืออย่างสบาย ๆ ห่าวตงไม่ตอบทันที สายตากวาดมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างละเอียด ก่อนจะพูดสั้น ๆ “นางเคยมาที่นี่”“ข่าวบอกว่าอย่างนั้น
Baca selengkapnya

บทที่ 58

ยามเช้าในสำนักเอ๋อเหมยซานเงียบผิดปกติ หมอกบางลอยคลอเคลียไปตามยอดไม้และหลังคาเรือน ศิษย์ในสำนักต่างเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เสียงฝีเท้าเบาราวกับเกรงว่าจะทำลายความสงบที่เปราะบางนี้ลงแต่ภายใต้ความสงบนั้นคือพายุที่กำลังก่อตัว ลานกลางสำนักถูกจัดเป็นสถานที่สอบสวนชั่วคราว ศิษย์จำนวนมากยืนเรียงกันเป็นระเบียบ สีหน้าตึงเครียดไม่มีเสียงพูดคุยเหมือนเช่นเคยด้านหน้าบนแท่นสูงประมุขสำนักเอ๋อเหมยนั่งอยู่ ใบหน้าสงบแต่แฝงความเคร่งขรึม แววตาเฉียบคมราวกับมองทะลุทุกสิ่งข้างกายของนางคือหลินเสวี่ยศิษย์เอกผู้มากฝีมือ ผู้ที่หลายคนเคารพและเกรงกลัวและผู้ต้องสงสัย รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านข้างกับสวีอี้เฉิน นางกวาดตามองบรรยากาศรอบ ๆ หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว“เจ้าคิดว่า…จะเป็นใคร” นางกระซิบสวีอี้เฉินตอบเบา ๆ “เดี๋ยวก็รู้”เสียงกลองดังขึ้นหนึ่งครั้ง เจ้าสำนักเอ่ยเสียงหนักแน่น “นำตัวผู้ต้องสงสัยเข้ามา”ศิษย์สองคนพาหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา นางสวมชุดศิษย์เอ๋อเหมยเช่นเดียวกับคนอื่น แต่ใบหน้าซีดเผือดดวงตาแดงก่ำราวกับไม่ได้นอนมาหลายคืน ทันทีที่นางปรากฏตัวเสียงกระซิบก็ดังขึ้นทั่วลาน“เป็นนางจริงหรือ…”“ศิษย์เอก…”รุ่ยหลินเบ
Baca selengkapnya

บทที่ 59

ณ จวนตระกูลหยาง แห่งสำนักสราญรมย์ยามสายของวันนั้น แสงแดดอ่อนสาดส่องผ่านม่านผ้าไหมบางเบา ลมพัดกลิ่นดอกเหมยโชยเข้ามาในลานด้านใน บรรยากาศเงียบสงบดังเช่นทุกวัน แต่ภายในเรือนหลักกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ยากจะอธิบายบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ท่านพ่อหยางฟานไฉเจ้าสำนักสราญรมย์ นั่งนิ่งอยู่มือหนึ่งวางบนโต๊ะ อีกมือกำถ้วยชาแน่นอย่างไม่รู้ตัว แววตาที่เคยเด็ดขาดและมั่นคง วันนี้กลับมีเงาของความกังวลซ่อนอยู่ลึก ๆข้างกายของเขาคือท่านแม่หยางรุ่ยหนิง ฮูหยินผู้สง่างามใบหน้ายังคงอ่อนโยน แต่ดวงตากลับแดงเล็กน้อยจากการนอนไม่พอ“ยังไม่มีข่าวอีกหรือ…” นางเอ่ยเสียงแผ่วหยางฟานไฉไม่ได้ตอบในทันที เขามองออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง ในลานด้านนอกเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น“คุณชายสาม! คุณชายสี่! มีข่าวแล้ว! ขอรับ”เสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นทำให้ทุกคนในเรือนสะดุ้ง ไม่กี่อึดใจต่อมาชายหนุ่มสองคนก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งสวมชุดสีเขียวเข้มท่าทางคล่องแคล่ว แววตาเป็นประกายเขาคือพี่สามหยางห่าวอันของรุ่ยหลิน อีกคนสวมชุดสีขาวเรียบ ใบหน้าสงบ สุขุมเขาคือพี่สี่หยางห่าวหมิง ของรุ่ยหลิน“ท่านพ่อ ท่านแม่!” ห่าวอันเอ่ย
Baca selengkapnya

บทที่ 60

สองวันสุดท้ายในเมืองอู่ฮั่นผ่านไปอย่างช้า ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หลังจากเหตุการณ์ในสำนักเอ๋อเหมยซานคลี่คลาย เมืองอู่ฮั่นก็ค่อย ๆ กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม ผู้คนเริ่มพูดคุยหัวเราะอีกครั้ง ร้านค้ากลับมาเปิดตามปกติ เสียงชีวิตดังขึ้นแทนที่ความหวาดระแวงแต่สำหรับรุ่ยหลินและสวีอี้เฉินสองวันนั้นกลับเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบอย่างประหลาด ราวกับพายุได้ผ่านไปแล้วและทิ้งเพียงความนิ่งลึกไว้เบื้องหลังเช้าวันแรกหลังเหตุการณ์ แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องพักของโรงเตี๊ยม รุ่ยหลินลืมตาขึ้นช้า ๆ ร่างกายยังรู้สึกอ่อนล้าเล็กน้อยจากความตึงเครียดในคืนก่อนนางลุกขึ้นเปิดหน้าต่างภาพเมืองอู่ฮั่นยามเช้าปรากฏเบื้องหน้า ผู้คนเริ่มออกมาทำมาค้าขายเสียงเรียกลูกค้าดังขึ้นเป็นระยะ“เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…” นางพึมพำเสียงเคาะประตูดังขึ้น“ตื่นแล้วหรือ” เสียงของสวีอี้เฉินดังมาจากด้านนอก“อืม” นางตอบ “เข้ามาได้”เขาเปิดประตูเข้ามา ถือถาดอาหารเช้ามาด้วย“กินอะไรสักหน่อย เราจะออกไปข้างนอก”รุ่ยหลินยิ้ม “ไปไหน”“เดินดูเมือง”คำตอบเรียบง่ายแต่กลับทำให้นางรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกทั้งสองเดินไปตามถนนหลักของเ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status