Semua Bab หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ: Bab 31 - Bab 40

67 Bab

บทที่ 31

แสงแดดยามบ่ายทอดเงายาวเหนือเวทีประลอง ลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดธงประจำสำนักให้สะบัดดังพึ่บพั่บ บรรยากาศในลานยุทธ์แน่นขนัดยิ่งกว่าทุกรอบที่ผ่านมา เพราะนี่คือการประลองรอบสามด่านที่คัดผู้แข็งแกร่งแท้จริง ผู้ประกาศก้าวออกมากลางเวทีเสียงดังกังวาน“การประลองรอบสาม! ตัวแทนสำนักสราญรมย์ หยางห่าวตง!”เสียงโห่ร้องจากศิษย์สราญรมย์ดังลั่น พี่ใหญ่แห่งตระกูลหยางก้าวขึ้นเวทีอย่างสงบ เสื้อคลุมครามเข้มเรียบง่าย ไร้ลวดลายโอ่อ่า ท่าทางมั่นคงราวขุนเขา“ตัวแทนวัดเส้าหลินจินเทียน ศิษย์เอกของท่านเจ้าอาวาส เฉียนถังไต้ซือ จากวัดเส้าหลิน!”ร่างสูงใหญ่ศีรษะเกลี้ยงเกลาก้าวขึ้นตามมา ฝีเท้าหนักแน่นแต่ไม่เร่งรีบ ดวงตาเข้มสงบนิ่งเหมือนสระน้ำลึกทั้งสองประนมมือคารวะ จินเทียนเอ่ยเสียงทุ้ม“ครั้งนี้ข้าจะไม่ประมาท”หยางห่าวตงพยักหน้า“ข้าก็เช่นกัน”เสียงฆ้องดังขึ้นจินเทียนไม่รอช้า เขาก้าวเท้าขวาออกหมัดซ้ายพุ่งตรงราวเสาเหล็กถล่ม ลมหมัดกดอากาศจนเกิดเสียงหวีดแผ่ว หยางห่าวตงเบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อย ฝ่ามือขวาแตะปลายแขนอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ เปลี่ยนทิศแรงให้เฉียงออก ปัง! หมัดพุ่งผ่านเฉียดไหล่เขาไป จินเทียนต่อด้วยศอกซ้ายกระแทกสีข้างอย่าง
Baca selengkapnya

บทที่ 32

แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยต่ำ ลานประลองที่เคยคึกคักกลับปกคลุมด้วยบรรยากาศหนักอึ้ง รอบสามของการประลองครั้งนี้ไม่เพียงเป็นบทพิสูจน์พลัง แต่ยังเป็นบททดสอบศักดิ์ศรีของตระกูลหยางและสำนักสราญรมย์แม้พี่ใหญ่จะฝ่าด่านมาได้อย่างสง่างาม แต่รอบของพี่รอง พี่สาม และพี่สี่ กลับกลายเป็นวันที่ความพ่ายแพ้ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายศึกแรกพี่รองหยางห่าวฟางเจอกับจินหลงจากวัดเส้าหลิน เสียงประกาศดังก้องทั่วสนาม“ตัวแทนสำนักสราญรมย์ หยางห่าวฟาง!”พี่รองแห่งตระกูลหยางก้าวขึ้นเวทีด้วยสีหน้ามั่นใจ บุคลิกสุขุมแต่แฝงความเฉียบคม กระบี่เงินสะพายหลังสะท้อนแสงแดด“ตัวแทนวัดเส้าหลิน จินหลง ศิษย์คนรองของท่านเจ้าอาวาส เฉียนถังไต้ซือจากวัดเส้าหลิน!”จินหลงรูปร่างสูงใหญ่กว่าจินเทียนเสียอีก ไหล่กว้างดุจผา ศีรษะเกลี้ยงเกลา ดวงตาคมสงบลึกทั้งสองคารวะ เสียงฆ้องดังขึ้น หยางห่าวฟางเป็นฝ่ายเปิดก่อน กระบี่เงินชักออกในพริบตา ลำแสงสะท้อนวูบวาบ ท่า “สายลมกรีดเมฆ” พุ่งเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว จินหลงมิได้ชักอาวุธ เขายืนมั่นคง ใช้ฝ่ามือรับคมกระบี่ด้วยวิชากายทองคำ เคร้ง! เสียงโลหะกระทบเนื้อแข็งดังสะเทือน ผู้ชมอ้าปากค้าง หยางห่าวฟางเร่งกระบวนท่าต่อ
Baca selengkapnya

บทที่ 33

รุ่งอรุณของวันสุดท้ายมาถึงพร้อมสายหมอกบางเหนือยอดเขา เสียงระฆังดังสะท้อนหุบผา ลานประลองกลางยุทธภพแน่นขนัดไปด้วยผู้คนจากทุกสำนัก ธงหลากสีโบกสะบัดราวกับคลื่นทะเล วันนี้คือรอบชิงศึกชิงเจ้ายุทธภพบนเวทีสูงสุดบุรุษผู้หนึ่งยืนสงบนิ่ง ชุดสีครามปักลายเมฆทอง ดวงตาคมลึกดุจสายน้ำยามราตรี เขาคือหยางห่าวตงตัวแทนสำนักสราญรมย์ บุตรชายคนโตแห่งตระกูลหยาง และคู่ต่อสู้ของเขากำลังจะถูกประกาศก้องกังวาน“ป๋อหรัน! ศิษย์เอกของท่านรองเจ้าอาวาส เฉียนกงไต้ซือ จากวัดเส้าหลิน!”เสียงฮือฮาดังก้องทั่วลาน ป๋อหรันก้าวขึ้นเวทีอย่างสงบ ชุดจีวรสีเทาอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลม สายตาแน่วแน่มั่นคง ไม่ปรากฏความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขาคือผู้ที่โค่นหยางห่าวอันในรอบก่อน และวันนี้เขามายืนอยู่ในตำแหน่งสุดท้ายบทเริ่มแห่งศึกชี้ชะตาเสียงฆ้องดังขึ้น ทั้งสองฝ่ายคารวะกันอย่างให้เกียรติ หยางห่าวตงชักกระบี่ออกช้า ๆ คมกระบี่สะท้อนแสงอาทิตย์วาบหนึ่งราวสายฟ้า ป๋อหรันตั้งท่าหมัดเส้าหลิน มั่นคงดุจขุนเขา วินาทีถัดมา ร่างทั้งสองพุ่งเข้าหากัน เคร้ง! เสียงกระบี่ปะทะหมัดดังสนั่น พลังภายในกระแทกกันจนพื้นเวทีสั่นสะเทือน หยางห่าวตงเปิดฉากด้วยกระบวนท่า “มัง
Baca selengkapnya

บทที่ 34

ยามโพล้เพล้ ท้องฟ้าเหนือจวนสกุลหยางถูกแต้มด้วยแสงสีส้มหม่น รถม้าสองคันแล่นผ่านประตูใหญ่ เสียงล้อบดหินดังครืดคราดเบา ๆ เหล่าศิษย์หน้าประตูรีบคุกเข่าคารวะทันทีผู้ที่ก้าวลงจากรถม้าคันหน้าคือหยางฟานไฉ เจ้าสำนักสราญรมย์ผู้เคยครองตำแหน่งเจ้ายุทธภพ ใบหน้าเขาสงบนิ่ง ทว่าแฝงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ข้างกายคือภรรยาหยางรุ่ยหนิงฮูหยินแห่งจวนหยาง ผู้สง่างามดุจดอกเหมยยามหิมะรถม้าคันหลังตามมาด้วยบุตรชายทั้งสี่ หยางห่าวตง พี่ใหญ่ผู้เพิ่งรับตำแหน่งเจ้ายุทธภพ หยางห่าวฟาง พี่รองสีหน้าเคร่งขรึม หยางห่าวอัน พี่สามผู้เงียบขรึม และหยางห่าวหมิงพี่สี่ผู้ร่าเริงแต่วันนี้กลับนิ่งผิดปกติการเดินทางครั้งนี้เป็นการเยือนสำนักพันธมิตรหลายแห่ง ใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับถึงจวนไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า ทันทีที่ก้าวพ้นประตูใหญ่ บรรยากาศบางอย่างในจวนกลับผิดแผกความเงียบที่ไม่ปกติลานกลางจวนเงียบเกินไป บ่าวรับใช้หลายคนยืนก้มหน้า ไม่กล้าสบตาหยางรุ่ยหนิงชะงักฝีเท้า“เหตุใดจึงเงียบเช่นนี้… รุ่ยหลินอยู่ที่ใด”ชื่อที่เอ่ยออกมาทำให้บ่าวหลายคนตัวสั่น รุ่ยหลินบุตรสาวคนเล็กแก้วตาดวงใจของทั้งจวน หยางฟานไฉเหลือบตามองสีหน้าเริ่มเข้มขึ
Baca selengkapnya

บทที่ 35

สายลมยามบ่ายพัดผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ คล้ายเสียงกระซิบของธรรมชาติ รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินเดินทางมาตลอดหลายชั่วยามโดยแทบไม่ได้หยุดพัก ม้าทั้งสองตัวเริ่มมีเหงื่อซึมตามลำตัว ฝีเท้าที่เคยเร็วก็ช้าลงทีละน้อยดวงอาทิตย์กำลังเอนต่ำไปทางขอบฟ้า ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากทองสว่างเป็นสีส้มแดง รุ่ยหลินยกมือขึ้นบังแสงแดด พลางมองไปข้างหน้า“ข้างหน้านั่นเหมือนจะมีหมู่บ้าน” นางกล่าวเสียงเบา สวีอี้เฉินมองตามสายตาของนางท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้าง มีควันไฟบาง ๆ ลอยขึ้นจากปล่องหลังคาไม้หลายหลัง บ้านเรือนปลูกกระจายกันไม่หนาแน่นนัก ล้อมรอบด้วยรั้วไม้เตี้ย ๆ และต้นไม้เก่าแก่จำนวนหนึ่ง“ในที่สุดก็ถึงที่พักเสียที” เขาพูดพร้อมถอนหายใจตลอดสองวันที่ผ่านมา ทั้งสองเดินทางอย่างเร่งรีบเพราะต้องหลบเลี่ยงคนของสำนักสราญรมย์ที่กำลังออกตามหารุ่ยหลิน แม้สวีอี้เฉินจะไม่ได้บอกอะไร แต่นางก็รู้ดีว่าเขาเสี่ยงอันตรายมากเพียงใดที่ช่วยพานางหนี ม้าทั้งสองตัวค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้หมู่บ้านเมื่อเข้าใกล้มากขึ้นรุ่ยหลินก็เริ่มสังเกตเห็นบางอย่างหมู่บ้านนี้เงียบเกินไป แม้จะยังไม่ถึงยามค่ำ แต่ตามปกติหมู่บ้านชนบทควรจะมี
Baca selengkapnya

บทที่ 36

รุ่งเช้าของวันถัดมา แสงแดดอ่อน ๆ ค่อย ๆ สาดส่องลงมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่เชิงภูเขา หมอกบางลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือหลังคาเรือนไม้ เสียงไก่ขันดังขึ้นเป็นระยะเหมือนปลุกผู้คนให้เริ่มต้นวันใหม่แต่บรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้กลับไม่ได้สดใสเหมือนหมู่บ้านทั่วไป ผู้คนยังคงปิดประตูบ้านแน่น บางคนแง้มหน้าต่างออกมามองเพียงเล็กน้อยก่อนจะรีบปิดลงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวที่สะสมมาหลายเดือนยังคงเกาะกุมหัวใจของชาวบ้าน ภายในบ้านของชายชรา รุ่ยหลินลืมตาตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ นางนั่งพิงผนังไม้เงี่ยหูฟังเสียงรอบตัวเมื่อคืนพวกนางไม่ได้ออกไปเผชิญหน้ากับนักรบชุดดำโดยตรง แต่สังเกตการเคลื่อนไหวอยู่เงียบ ๆ ผ่านช่องหน้าต่าง สิ่งที่เห็นทำให้นางรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย“เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร”เสียงของสวีอี้เฉินดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งลืมตาตื่นดวงตายังคงมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง รุ่ยหลินหันไปมอง“ข้าแทบไม่ได้นอน”สวีอี้เฉินลุกขึ้นนั่ง“เพราะเรื่องนักรบเมื่อคืนหรือ”นางพยักหน้าเล็กน้อย“เจ้าสังเกตไหม”“อะไร”รุ่ยหลินขมวดคิ้ว“ท่าทางการเดินของเขา”สวีอี้เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง“แข็งทื่อเกินไป”
Baca selengkapnya

บทที่ 37

ยามค่ำคืนค่อย ๆ ปกคลุมหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่เชิงภูเขา หมอกสีเทาบางลอยต่ำเหนือพื้นดิน ลมจากป่าภูเขาพัดผ่านต้นไม้จนเกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ ชาวบ้านปิดประตูบ้านแน่นเหมือนเช่นทุกคืน ความเงียบปกคลุมหมู่บ้านอีกครั้งแต่คืนนี้ต่างจากคืนก่อนเพราะมีคนสองคนที่ไม่ได้หวาดกลัว ภายในบ้านไม้หลังเดิม รุ่ยหลินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มือของนางกำด้ามกระบี่แน่น ดวงตาคมกริบมองออกไปยังลานกลางหมู่บ้าน สวีอี้เฉินยืนพิงเสาไม้เงี่ยหูฟังเสียงรอบตัวอย่างระมัดระวัง“ใกล้เวลาแล้ว” เขาพูดเสียงเบา รุ่ยหลินพยักหน้า ตั้งแต่ช่วงเย็นทั้งสองได้วางแผนกันเรียบร้อย พวกเขาจะจับตัวคนของพรรคมารหุบเขาผีให้ได้ เพื่อหาหลักฐานและนำตัวไปส่งยังที่ตั้งของสำนักหุบเขาผีเวลาผ่านไปช้า ๆ จนกระทั่ง…กึก…กึก…กึก…เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนคืนก่อนทุกประการ นักรบชุดเกราะดำปรากฏตัวขึ้นกลางหมู่บ้าน แสงจันทร์ส่องกระทบเกราะเหล็กจนสะท้อนแสงเย็นยะเยือก ดาบยาวในมือเขาลากไปตามพื้นดิน ส่งเสียงครูดเบา ๆ สวีอี้เฉินยิ้มเย็น“เล่นละครอีกแล้ว”รุ่ยหลินกระซิบ“คืนนี้เขาคงไม่คิดว่าจะมีคนรออยู่”นักรบชุดดำเดินช้า ๆ ผ่านลานหมู่บ้าน ทันใดนั
Baca selengkapnya

บทที่ 38

หลังจากการต่อสู้ในหมู่บ้านจบลง รุ่ยหลินและสวีอี้เฉินได้มัดตัวคนของพรรคมารหุบเขาผีทั้งหมดไว้แน่นหนา ก่อนจะพาพวกเขาออกเดินทางไปยังภูเขาลึกที่เป็นที่ตั้งของพรรคมารการเดินทางใช้เวลาหลายวัน ภูเขาที่ตั้งของพรรคมารหุบเขาผีตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาอันซับซ้อน ป่าทึบปกคลุมจนแสงแดดแทบส่องไม่ถึง ทางเดินคดเคี้ยวราวกับเขาวงกต ยิ่งเข้าไปลึกบรรยากาศยิ่งเย็นเยียบ หมอกสีเทาปกคลุมหุบเขาราวกับไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาเช้าวันหนึ่งหลังจากเดินทางฝ่าป่ามาหลายชั่วยาม ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าหุบเขา หน้าผาสูงตระหง่านสองด้านประกบกันเป็นทางเข้าแคบ ๆ บนหน้าผามีธงสีดำปักอยู่หลายผืน ตรงกลางมีสัญลักษณ์หัวกะโหลกสีดำอันเป็นเครื่องหมายของพรรคมารหุบเขาผี สวีอี้เฉินหยุดฝีเท้าเขามองไปยังปากหุบเขาอย่างระมัดระวัง“ที่นี่แหละ”รุ่ยหลินพยักหน้าพวกเขาผลักตัวนักโทษให้เดินต่อไป ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มซึ่งถูกจับได้ก่อนหน้านั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อเห็นที่ตั้งพรรคของตนเอง เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ ไม่นานนัก คนเฝ้ายามของพรรคมารก็ปรากฏตัวขึ้น ชายชุดดำหลายคนกระโดดลงมาจากหน้าผา ดาบในมือชี้ตรงมายังรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉิน“หยุด!”หนึ่ง
Baca selengkapnya

บทที่ 39

หลังจากเรื่องราวที่หุบเขาผีจบลง บรรยากาศในหุบเขานั้นยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด รองประมุขหยินถูกเรียกตัวมาสอบสวนต่อหน้าประมุขพรรคหุบเขาผี ศิษย์หลายคนของพรรคถูกควบคุมตัวไว้ ขณะที่บางคนยังคงสับสนว่าความจริงเป็นเช่นไรรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินไม่ได้อยู่รอจนทุกอย่างสิ้นสุด ทั้งสองเพียงส่งตัวผู้กระทำผิดให้กับประมุขพรรคหุบเขาผี แล้วกล่าวคำลาอย่างสุภาพ เพราะเรื่องภายในพรรคมารไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนักเช้าวันหนึ่งหมอกในหุบเขาค่อย ๆ ลอยจางลง รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินออกเดินทางจากหุบเขาผี ม้าสองตัวค่อย ๆ เดินออกจากทางแคบระหว่างหน้าผา เมื่อพ้นจากเขตหุบเขาอากาศก็เปลี่ยนไปทันที ลมภูเขาพัดผ่านทุ่งหญ้า เสียงใบไม้ไหวเบา ๆ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งต่างจากบรรยากาศหนักอึ้งในหุบเขาผีอย่างสิ้นเชิง สวีอี้เฉินหันกลับไปมองหุบเขาที่อยู่ไกลออกไป“คิดไม่ถึงว่าพรรคมารจะมีเรื่องภายในแบบนี้”รุ่ยหลินยิ้มบาง ๆ“ไม่ว่าพรรคธรรมะหรือพรรคมาร หากมีคนมากก็ย่อมมีความขัดแย้ง”สวีอี้เฉินหัวเราะเบา ๆ“พูดเหมือนคนผ่านโลกมามาก”รุ่ยหลินไม่ได้ตอบสายตาของนางมองไปยังเส้นทางข้างหน้า ถนนดินทอดยาวผ่านทุ่งหญ้าและเนินเขาเล็
Baca selengkapnya

บทที่ 40

เปลวไฟจากกองฟืนเล็ก ๆ กลางวิหารเก่าลุกไหวอย่างช้า ๆ แสงสีส้มสะท้อนผนังไม้ผุพังจนเงาของเสาแต่ละต้นทอดยาวคล้ายสิ่งมีชีวิตที่กำลังขยับตัวอยู่ในความมืด ลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหักทำให้ผืนธงเก่าบนคานหลังคาแกว่งไปมา ส่งเสียงเสียดสีกันเบา ๆ สวีอี้เฉินเพิ่งพูดจบทันใดนั้น เสียงกรอบเสียงกิ่งไม้ถูกเหยียบดังมาจากด้านหลังวิหาร ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นทันที เปลวไฟสั่นไหวแรงขึ้นเมื่อสายลมพัดเข้ามา เงามืดบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่หลังเสาไม้เก่าสวีอี้เฉินค่อย ๆ วางมือบนด้ามดาบรุ่ยหลินจับกระบี่แน่น ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วพริบตา ไม่ต้องพูดอะไรพวกเขาก็รู้ทันที คืนนี้คงไม่สงบอย่างที่คิด เงาดำด้านหลังเสาไม้ขยับอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงฝีเท้าชัดเจนเสียงดัง กรอบ กรอบ แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้น“ดูเหมือนจะมีคนมาพักอยู่จริง ๆ”ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากความมืด เขาสวมเสื้อผ้าหยาบแบบชาวบ้านแต่ท่าทางกลับไม่เหมือนคนธรรมดา มือถือดาบสั้นที่สะท้อนแสงไฟวาววับจากนั้นอีกคนอีกคนและอีกคนเงาห้าร่างค่อย ๆ เดินออกมาจากด้านหลังเสา โจรห้าคนพวกเขามองรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินเหมือนหมาป่าที่เจอเหยื่อ ชายร่างใหญ่ที่ดูเหมือ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status