All Chapters of หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ: Chapter 11 - Chapter 20

67 Chapters

บทที่ 11

ภายในห้องลับใต้ดินที่เงียบงัน รุ่ยหลินยังกลับไปนั่งคุกเข่าอยู่หน้าแท่นหิน แสงเลือนรางจากช่องดินด้านบนส่องลงมากระทบฝุ่นละอองในอากาศให้ลอยระยิบคล้ายหมอกบาง ในมือของนางคือคัมภีร์เก่าอีกเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้แท่น เมื่อครู่ขณะค้นสำรวจ นางเผลอกดแผ่นหินบางจุดจนเกิดเสียงกลไกเบา ๆ และช่องลับเล็ก ๆ ก็เปิดออก ภายในนั้นมีม้วนตำราห่อผ้าไหมสีซีด พร้อมตัวอักษรสี่คำบนปกว่า “คัมภีร์ปลุกลมปราณ”หัวใจของรุ่ยหลินเต้นแรง ลมปราณคือพลังภายในที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนใฝ่หา แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะปลุกมันได้ นางเคยได้ยินศิษย์ในสำนักพูดกันว่า คนบางคนเกิดมามีเส้นลมปราณอุดตัน ต่อให้ฝึกหนักเพียงใดก็ไม่อาจก้าวสู่ขั้นสูงได้ ลึก ๆ แล้ว นางเคยสงสัยว่าตนเองอาจเป็นเช่นนั้นรุ่ยหลินคลี่ผ้าไหมออกอย่างระมัดระวัง กลิ่นกระดาษเก่าโชยขึ้นแตะปลายจมูก ตัวอักษรในเล่มเขียนด้วยหมึกสีดำเข้ม แม้ผ่านกาลเวลามานานแต่ยังคมชัดบทแรกกล่าวถึงการ “รับรู้ลมหายใจ” มิใช่เพียงหายใจเข้าออกธรรมดา แต่คือการฟังเสียงชีพจรของตนเอง การสัมผัสการไหลเวียนของเลือดและพลังในกายนางสูดลมหายใจลึกทำตามคำสั่งในคัมภีร์ หายใจเข้านับหนึ่งถึงเก้า กลั้นไว้นับหนึ่งถึงห้า ผ่อนออก
Read more

บทที่ 12

หลังจากคืนที่รุ่ยหลินปลุกลมปราณสำเร็จ โลกของนางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เช้าวันต่อมานางกลับมายังดงกล้วยลับหลังเรือนตระกูลหยางอีกครั้ง หัวใจเต้นด้วยความตื่นเต้นและระแวดระวังมากกว่าทุกครั้ง เพราะเมื่อคืนขณะฝึก นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างคลื่นพลังบางเบาที่มิใช่ของตนตอนแรกนางคิดว่าเป็นเพียงจินตนาการ แต่เมื่อหลับตาเข้าสมาธิอีกครั้ง ปล่อยลมหายใจให้จมลึกลงสู่ตันเถียน กระแสลมปราณที่เคยอ่อนโยนกลับสั่นไหวราวผิวน้ำต้องลมไม่ใช่เพราะพลังของนางไม่มั่นคง แต่เพราะมีอีกกระแสหนึ่งปะปนอยู่ รุ่ยหลินลืมตาผับ ดวงตาเปล่งประกายเย็นเยียบ นางตั้งสมาธิใหม่ คราวนี้มิใช่เพื่อฝึกแต่เพื่อฟัง ลมปราณในร่างแผ่ขยายออกไปอย่างระมัดระวัง คล้ายสายไหมบางที่แทรกซึมไปในอากาศ นางเคยอ่านจากคัมภีร์ว่า ผู้ที่ปลุกลมปราณได้ จะสามารถรับรู้พลังภายนอกได้ในระดับหนึ่งหากจิตนิ่งพอและบัดนี้ นางรู้แล้วว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงเบื้องซ้ายของดงกล้วย หลังแนวกำแพงเตี้ย มีบางอย่างแฝงตัวอยู่ แม้เจ้าของพลังจะพยายามกลบเกลื่อน คลื่นพลังนั้นก็ยังมีจังหวะเฉพาะตัว เหมือนเสียงหัวใจที่ไม่อาจหยุดเต้นรุ่ยหลินแสร้งหลับตาทำท่าเหมือนไม่รู้ตัว นางเริ่มเคลื่อ
Read more

บทที่ 13

ก่อนวันงานประลองยุทธเพียงห้าวัน บรรยากาศในเมืองกลับตึงเครียดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ตระกูลหยางในฐานะหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีศิษย์เข้าร่วมประลองหลายคน ย่อมถูกจับตามองจากผู้คนในยุทธภพ แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเงามืดจะกล้าลอบเข้ามาถึงจวนประมุขโดยตรงคืนนั้นท้องฟ้ามืดสนิทเมฆหนาทึบปิดบังแสงจันทร์ สายลมพัดเอื่อยราวกับกำลังซ่อนเสียงบางอย่าง ยามสามเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังขึ้นจากเรือนหลัก ก่อนที่เสียงเตือนภัยจะทันดังเต็มที่ เงาดำสายหนึ่งก็ทะยานข้ามหลังคาเข้าไปในเรือนของท่านเจ้าสำนักหยางฟานไฉภายในห้องท่านประมุขกำลังนั่งอ่านรายงานเกี่ยวกับการจัดเตรียมคนเข้าร่วมงานประลอง ดวงตาเฉียบคมของเขาสะท้อนแสงตะเกียงอย่างสงบนิ่ง ทันใดนั้นเปลวไฟตะเกียงสั่นไหว“ใคร!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมแรงลมปราณที่แผ่ออกทันที หน้าต่างถูกผลักเปิดอย่างรุนแรง เงาดำพุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่สั้นสีดำสนิท ปลายกระบี่สะท้อนแสงวาบด้วยพิษสีม่วงอ่อน การโจมตีรวดเร็วเกินกว่าสายตาคนธรรมดาจะตามทันแต่หยางฟานไฉมิใช่คนธรรมดาเขายกแขนเสื้อขึ้นสะบัด ลมปราณหนาแน่นปะทะกระบี่เสียงดังสนั่น กระบี่เบี่ยงออกเพียงเล็กน้อย แต่แรงกระแทกยังทำให้โต๊ะไม้ด้านหลังแต
Read more

บทที่ 14

รุ่งอรุณวันงานประลองยุทธมาถึงในที่สุด ท้องฟ้าเหนือเมืองสดใสผิดกับหลายวันที่ผ่านมา สายหมอกบางลอยอ้อยอิ่งตามเชิงเขาเส้าหลินราวม่านโปร่งบางที่กำลังเปิดฉากเวทีใหญ่แห่งยุทธภพ เสียงระฆังจากวัดดังสะท้อนก้องลงมาตามหุบเขา ประกาศการเริ่มต้นวันสำคัญที่ผู้คนทั่วหล้ารอคอยหน้าจวนตระกูลหยาง ขบวนรถม้าและม้าศึกเตรียมพร้อมอย่างเป็นระเบียบ ท่านประมุขหยางฟานไฉสวมชุดยาวสีครามเข้ม ปักลายเมฆเงินเรียบหรู ฮูหยินหยางในชุดสีอ่อนสง่างามยืนเคียงข้าง ส่วนบุตรทั้งห้าต่างแต่งกายตามฐานะผู้เข้าสู่เวทีประลอง หยางห่าวตง สุขุมมั่นคง หยางห่าวฟาง สายตาเฉียบคม หยางห่าวอัน เงียบขรึมดุจภูผา หยางห่าวหมิง เปี่ยมพลังหนุ่ม และรุ่ยหลินในชุดสีฟ้าอ่อนเรียบง่าย หากแววตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปตั้งแต่เหตุลอบสังหารในจวน ทุกคนต่างระวังตัวการเดินทางครั้งนี้เพิ่มกำลังคุ้มกันเป็นสองเท่า ขบวนเคลื่อนออกจากเมือง เส้นทางขึ้นเขาเส้าหลินคดเคี้ยวผ่านป่าสนสูงใหญ่ แสงแดดลอดกิ่งไม้เป็นลายริ้วบนพื้นดินช่วงแรกทุกอย่างสงบ แต่เมื่อขบวนเข้าสู่ทางแคบระหว่างหน้าผาสองด้าน สายลมกลับนิ่งผิดปกติ รุ่ยหลินที่นั่งอยู่ท้ายขบวนรู้สึกถึงบางอย่างก่อนใคร ลมปราณของนางส
Read more

บทที่ 15

ลานประลองเบื้องหน้าวัดเส้าหลินในเช้าวันแรกแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ธงประจำสำนักต่าง ๆ ปักเรียงรายโบกสะบัดต้องลมภูเขา เสียงฆ้องกลองดังเป็นจังหวะก้องไปทั่วหุบเขา บรรยากาศตึงเครียดและเร่าร้อนดุจเปลวไฟที่กำลังรอคอยเชื้อเพลิงลานที่นั่งฝั่งทิศตะวันออก ที่นั่งของตระกูลหยางโดดเด่นด้วยผ้าแพรสีครามปักลายเมฆทอง หยางฟานไฉ นั่งสงบนิ่ง สีหน้าเคร่งขรึมขณะมองลานประลองเบื้องล่าง ข้างกายคือฮูหยินหยางรุ่ยหนิงผู้สง่างาม ส่วนบุตรทั้งห้านั่งเรียงลำดับกัน รุ่ยหลินในชุดกระโปรงสีอ่อนจับชายแขนเสื้อแน่น ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นวันนี้คือการประลองรอบคัดเลือกวันแรก สำนักใหญ่และเล็กจากทั่วหล้ามารวมตัวเพื่อชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ ผู้จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เสียงประกาศจากหลวงจีนเอ๋ยชื่อคู่ประลองคู่แรก“หยางห่าวตง แห่งตระกูลหยาง จากสำนักสราญรมย์ พบกับ มู่เฉียวเทียน แห่งพรรคกระยาจก”เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที พรรคกระยาจกเป็นสำนักที่แม้ดูต่ำต้อยภายนอก แต่ชื่อเสียงด้านความว่องไวและกระบวนท่าประหลาดนั้นไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนพี่ใหญ่หยางห่าวตงก้าวลงลานด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง เสื้อคลุมสีครามเข้มสะบัดตามแรงลม ใบหน้าคมคายไร้ความหวั่
Read more

บทที่ 16

หลังจากชัยชนะของพี่ใหญ่ หยางห่าวตง ทำให้ชื่อเสียงตระกูลหยางสะเทือนลานประลองไปทั้งเชิงเขา บรรยากาศกลับยิ่งคึกคักกว่าเดิม ผู้คนเริ่มจับตามองว่าบุตรชายคนอื่น ๆ ของตระกูลหยางจะมีฝีมือเพียงใด เสียงฆ้องดังขึ้นอีกครั้ง ประกาศคู่ถัดไปของสายกลาง“หยางห่าวฟาง แห่งตระกูลหยาง จากสำนักสราญรมย์ พบกับ ป๋อเหริน ศิษย์สายตรงจากวัดเส้าหลิน!”เสียงฮือฮาดังก้องทันที วัดเส้าหลินเป็นเจ้าภาพงานครั้งนี้ ศิษย์ที่ส่งลงประลองย่อมไม่ธรรมดา โดยเฉพาะ “ป๋อเหริน” ผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นหนึ่งในศิษย์รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดของวัดรุ่ยหลินมองพี่รองของตนด้วยแววตาแน่วแน่ หยางห่าวฟางแตกต่างจากพี่ใหญ่ เขามีบุคลิกสงบเยือกเย็น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแต่ไม่แสดงอารมณ์ง่าย ดวงตาคมลึกดุจสายน้ำยามค่ำคืน เขาเชี่ยวชาญทั้งหมัดเปล่าและกระบี่สั้น แต่จุดเด่นที่สุดคือการควบคุมลมปราณอย่างละเอียดประณีตอีกฝั่งหนึ่งชายหนุ่มศีรษะโกนเกลี้ยงในชุดจีวรสีเทาอ่อนก้าวลงลานอย่างมั่นคง เขาคือ ป๋อเหริน ศิษย์วัดเส้าหลินผู้ฝึกวิชาฝ่ามือวัชระและหมัดอรหันต์ เสียงสวดมนต์เบา ๆ ดังแผ่วออกมาจากริมฝีปากเขาขณะประสานมือคำนับทั้งสองคำนับกันตามธรรมเนียม ฆ้องดังขึ้น ก
Read more

บทที่ 17

เสียงฆ้องก้องกังวานอีกครั้ง ลมภูเขาพัดผ่านลานประลอง ทำให้ธงหลากสีของแต่ละสำนักโบกสะบัดราวคลื่นทะเล ผู้ชมแน่นขนัดต่างเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้น เพราะสองคู่ก่อนหน้าบุตรชายตระกูลหยางต่างคว้าชัยชนะอย่างงดงาม“คู่ประลองถัดไป! หยางห่าวอัน แห่งตระกูลหยาง จากสำนักสราญรมย์ พบกับ ซูเจียวผิง จากสำนักเอ๋อเหมยซาน!”เสียงประกาศดังชัดเจนทั่วลาน ทันใดนั้นเสียงฮือฮาดังก้องขึ้นอีกระลอก สำนักเอ๋อเหมยซานมีชื่อเสียงด้านกระบวนกระบี่ที่อ่อนช้อยดุจสายน้ำ แต่ซ่อนความคมกริบราวเข็มเงินในแพรไหม ศิษย์หญิงของสำนักนี้หลายคนล้วนฝีมือไม่แพ้บุรุษรุ่ยหลินเผลอเอนตัวไปข้างหน้าดวงตาเป็นประกาย พี่สามของนาง หยางห่าวอัน มีบุคลิกต่างจากพี่ใหญ่และพี่รอง เขาเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา มุมปากมักยกยิ้มบาง ๆ คล้ายไม่จริงจัง ทว่าใต้ท่าทีผ่อนคลายนั้นกลับซ่อนความเฉียบแหลมและความเร็วเหนือคนทั่วไปเขาก้าวลงลานด้วยท่วงท่าสบาย ๆ มือข้างหนึ่งจับกระบี่เรียวยาว อีกข้างไพล่หลัง ราวกับกำลังเดินเล่นมากกว่ามาประลอง อีกฝั่งหนึ่งร่างอรชรในชุดสีม่วงอ่อนก้าวออกมาอย่างสง่างาม นางคือ ซูเจียวผิง ศิษย์เอกแห่งสำนักเอ๋อเหมยซาน ใบหน้างดงามดั่งดอกเหมยแรกแย้ม แต่สายตา
Read more

บทที่ 18

เสียงฆ้องครั้งที่สี่ของวันดังสะท้านลานประลอง แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอดเงายาวเหนือพื้นหินที่แตกร้าวจากการปะทะก่อนหน้า บรรยากาศเข้มข้นยิ่งกว่าคู่ใดที่ผ่านมา เพราะนี่คือการลงสนามของบุตรชายคนสุดท้ายแห่งตระกูลหยางในรอบแรก“คู่ประลองถัดไป! หยางห่าวหมิง แห่งตระกูลหยาง จากสำนักศราญรมย์ พบกับ ซูเห่อ ศิษย์วัดเส้าหลิน!”เสียงประกาศทำให้ผู้ชมจำนวนมากเริ่มซุบซิบ สามพี่ชายก่อนหน้าต่างคว้าชัย หากคนที่สี่จะยังรักษาความไร้พ่ายได้หรือไม่รุ่ยหลินกำชายแขนเสื้อแน่นดวงตาไม่กะพริบ ถ้าหากพี่สี่ชนะอีกคนเท่าตอนนี้สำนักสราญรมย์มีสิทธิ์เข้าชิงตำแหน่งกันเองสูงมากพี่สี่หยางห่าวหมิง แตกต่างจากพี่คนอื่นอย่างชัดเจน เขามีบุคลิกเงียบขรึม สุขุม สีหน้าแทบไม่เปลี่ยนแปลง ร่างสูงเพรียวแต่แฝงความแข็งแรง เขาเชี่ยวชาญกระบี่คู่และวิชาก้าวเท้าที่รวดเร็วราวสายฟ้าเขาก้าวลงลานอย่างเงียบงัน ไม่มีรอยยิ้มไม่มีคำกล่าวใด นอกจากสายตาคมกริบที่ประเมินคู่ต่อสู้อย่างละเอียด อีกฝั่งหนึ่งชายหนุ่มศีรษะโกนในจีวรสีเข้มก้าวออกมาอย่างมั่นคง เขาคือซูเห่อศิษย์สายกำลังของวัดเส้าหลิน ผู้ขึ้นชื่อด้านวิชากายาเหล็กและหมัดพลังหนักแน่น มีข่าวลือว่าเขาสามารถทน
Read more

บทที่ 19

หลังการประลองของพี่ชายทั้งสี่สิ้นสุดลง บรรยากาศรอบวัดเส้าหลินยังคงคึกคัก เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ดังแว่วไปทั่วลานหินและตามระเบียงไม้ กลิ่นธูปลอยอวลผสมกับกลิ่นใบสนยามเย็น ลมภูเขาพัดเย็นสบาย ทว่าในใจของรุ่ยหลินกลับยังคงเต้นแรงไม่หายนางขอตัวจากครอบครัว บอกว่าจะไปเดินเล่นชมทิวทัศน์รอบวัดสักครู่ ฮูหยินหยางมองบุตรสาวอย่างเอ็นดู แต่กำชับให้นางอย่าไปไกลและระวังตัว รุ่ยหลินเดินไปตามทางหินด้านหลังวิหารใหญ่ เสียงระฆังลมดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ท้องฟ้ายามเย็นย้อมด้วยสีส้มทอง เงาไม้ทอดยาวบนพื้นดินยิ่งเดินลึกเข้าไปด้านหลังวัด ผู้คนยิ่งเบาบางลง ทางเดินแคบลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นทางดินลัดเลาะผ่านป่าสน นางตั้งใจเพียงจะสูดอากาศให้โล่งใจ ทบทวนภาพการประลองทั้งวัน ทว่าทันใดนั้นเสียงอื้ออึงเบา ๆ ดังแว่วมา“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าคิดหนีไปได้หรือ”“ส่งของมาเสียดี ๆ!”รุ่ยหลินชะงักเท้าหัวใจเต้นแรงโดยสัญชาตญาณ นางก้าวเบา ๆ เข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ ใช้ลำต้นกำบังสายตา เบื้องหน้าคือที่โล่งเล็ก ๆ ข้างลำธาร ชายสามคนในชุดดำปักลายเปลวไฟสีแดงล้อมชายผู้หนึ่งไว้ คนที่ถูกล้อมสวมเสื้อผ้าธรรมดา สีซีดจากการเดินทาง ใบหน้าคมคายแต่ซีดเผือด มีครา
Read more

บทที่ 20

เสียงกลองศึกดังกังวานไปทั่วลานประลองของวัดเส้าหลินในเช้าวันที่สอง ผู้คนจากทั่วสารทิศยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ธงผืนใหญ่ปักเรียงรายโบกสะบัดรับลมภูเขา บรรยากาศคึกคักยิ่งกว่าวันแรกเสียอีกรุ่ยหลินยืนอยู่ข้างมารดาฮูหยินหยางรุ่ยหนิง แต่สายตาของนางกลับทอดมองออกไปไกลกว่าลานประลอง ใจของนางหาได้จดจ่อกับการต่อสู้บนเวทีไม่ นับตั้งแต่เหตุลอบสังหารระหว่างทางขึ้นเขา ความระแวงในใจก็ยังไม่จางหาย โดยเฉพาะ “จี้หยก” ที่นางเก็บได้จากชายลึกลับเมื่อคืนก่อนหยกชิ้นนั้นถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดในแขนเสื้อ สีเขียวอ่อนโปร่งใส แกะสลักลายเมฆหมุน และมีอักษร “สวี” สลักอยู่ด้านหลังคำว่าสวี นางครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังไม่อาจเชื่อมโยงได้ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด จนกระทั่งช่วงสายหลังการประลองคู่แรกจบลง นางขออนุญาตมารดาไปเดินเล่นรอบวัดอีกครั้ง เส้นทางด้านหลังลานประลองเงียบสงบกว่า มีต้นสนสูงเรียงราย แสงแดดส่องลอดผ่านกิ่งไม้เป็นลำ และที่นั่นเองนางได้พบเขาอีกครั้งชายหนุ่มผู้ที่นางเคยช่วยจากการถูกรุมรังแกโดยพรรคมารในวันก่อน เขายืนพิงต้นสนลมภูเขาพัดชายเสื้อสีครามเข้มไหวเบา ๆ ใบหน้าคมคาย ผิวขาวซีดเล็กน้อยราวกับผู้ที่เคยบาดเ
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status