หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ

หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ

last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
67Chapitres
798Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

นักมวยสาวที่มีชีวิตในโลกปัจจุบันตายแล้ว วิญญาณเข้าไปอยู่ในร่างของคุณหนูตระกูลหยางผู้อ่อนแอในยุคจีนโบราณ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

เสียงเฮลั่นสนามรอบสังเวียนเต็มไปด้วยเสียงเชียร์พร้อมด้วยธงชาติไทยโบกสะบัด หลังจากที่กรรมบนเวทีชูแขนผู้ชนะในนัดชิงมวยไทยหญิงแชมป์โลก ผู้ที่ได้รับชูแขนในครั้งนี้คือ น้ำผึ้ง ส.พยัคฆ์ หรือ นางสาวธาราทิพย์ บุญมาลา แชมป์โลกมวยไทยหญิงคนล่าสุด วัย 25 ปี สาวสวยนักสู้จากแผ่นดินที่ราบสูงของประเทศไทยจังหวัดสกลนคร

เธอคือแชมป์คนล่าสุดและวันนี้ชื่อเธอจะดังสนั่นเวทีมวยดังไกลไปทั่วโลก แต่ก่อนจะมาเป็นแชมป์โลก น้ำผึ้ง เธอคือลูกสาวอีสานขนานแท้ จากผืนแผ่นดินที่ราบสูงจังหวัดสกลนครที่แดดแรงลมแรงและชีวิตไม่เคยปรานีใครง่าย ๆ น้ำผึ้งเป็นผู้หญิงที่สวยแบบไม่ต้องพยายาม ผิวสีน้ำผึ้งสมชื่อ ดวงตาคม คิ้วเข้ม รอยยิ้มสดใสแต่แฝงความดื้อและความมุ่งมั่น

เวลาขึ้นเวทีความสวยนั้นถูกแทนที่ด้วยสายตานักล่า นิ่ง คม และเยือกเย็น หมัดของเธอหนัก ศอกของเธอเฉียบ เข่าของเธอทรงพลัง สไตล์มวยไทยแท้ ดุดัน อึด ไม่ถอย คู่ชกหลายคนเคยพูดตรงกันว่า

“น้ำผึ้งไม่ใช่แค่มวยหญิง…แต่เป็นมวยที่มีหัวใจนักสู้เต็มร้อย”

เบื้องหลังความแข็งแกร่งเธอเป็นคนอ่อนโยนรักครอบครัว พูดอีสานชัด หัวเราะง่าย กินข้าวเหนียวส้มตำเหมือนเด็กบ้าน ๆ คนหนึ่ง เธอไม่ลืมรากเหง้า ไม่ลืมค่ายเล็ก ๆ ไม่ลืมวันที่ซ้อมกลางแดดเท้าแตกมือพอง แต่ยังยืนบนสังเวียนด้วยหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้

วันนี้เป็นวันที่เธอคว้าเข็มขัดแชมป์โลกธงชาติไทยโบกสะบัดพร้อมเสียงเรียกชื่อ น้ำผึ้ง ส.พยัคฆ์ ถูกประกาศก้องบนเวที น้ำตาเธอไหลไม่ใช่เพราะความเจ็บแต่เพราะความภูมิใจ ภูมิใจที่เด็กสาวจากสกลนครพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ผู้หญิงไทยผู้หญิงอีสานคนนี้ ก็สามารถยืนบนจุดสูงสุดของโลกได้น้ำผึ้งไม่ใช่แค่แชมป์แต่คือสัญลักษณ์ของความอดทน ศักดิ์ศรี และหัวใจนักสู้จากแผ่นดินที่ราบสูงของประเทศไทย

โทรศัพท์ในมือของน้ำผึ้งสั่นเบา ๆ ทั้งที่เวทีเพิ่งเงียบลง เสียงเฮยังดังก้องอยู่ในหัว แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงกว่าตอนยืนรับเข็มขัดแชมป์โลกเสียอีก ปลายนิ้วที่เคยกำหมัด เคยศอก เคยสู้จนเลือดกลบหน้า วันนี้สั่นนิด ๆ ตอนกดชื่อที่คุ้นตาที่สุดในชีวิต แม่ สัญญาณดังเพียงครั้งเดียวก่อนเสียงปลายสายจะดังขึ้น

“ฮัลโหล…ผึ้งเบาะลูก” (ฮัลโหล…ผึ้งเหรอลูก)

“อิแม่…” (คุณแม่...)

“เป็นจังใด๋ลูก” (เป็นยังไงลูก)

“ผึ้ง…ได้แชมป์แล้วเด้อแม่” (ผึ้ง…ได้แชมป์แล้วนะแม่)

“จริงบ่ลูก…จริงบ่น้ำผึ้ง” (จริงเหรอลูก…จริงเหรอน้ำผึ้ง)

“จริงแม่”

“เข็มขัดอยู่ในมือผึ้งเลย”

“พ่อ! พ่อ ๆ น้ำผึ้งโทรมา!”

“ว่าจังใด๋ลูกสาวพ่อ” (ว่ายังไงลูกสาวพ่อ)

“ผึ้งเป็นแชมป์โลกแล้วพ่อเด้อ” (ผึ้งเป็นแชมป์โลกแล้วพ่อนะ)

“เก่งหลาย…คนเก่งของพ่อ” (เก่งมาก…คนเก่งของพ่อ)

“ผึ้งทำได้เพราะพ่อกับแม่”

“ถ้าไม่มีพ่อแม่ ผึ้งคงมายืนตรงนี้ไม่ได้”

“กลับบ้านเฮาเด้อแชมป์โลกของแม่” (กลับบ้านเรานะแชมป์โลกของแม่)

น้ำผึ้งยิ้มกว้างน้ำตาไหลไม่หยุดแต่หัวใจเต็มจนล้น

“กลับแน่นอนแม่ กลับไปกราบพ่อกับแม่”

โทรศัพท์ยังแนบอยู่ที่หูแต่ในใจของเธอได้กลับบ้านไปก่อนแล้ว บ้านหลังสวย ๆ ที่มีพ่อมีแม่และมีเด็กสาวคนหนึ่งที่เคยฝันว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด ในวันนี้เธอก็ทำได้แล้วจริง ๆ

สองอาทิตย์ต่อมา

หลังจากได้เงินรางวัลน้ำผึ้งได้ก็ได้ให้ผู้จัดการเป็นธุระโอนให้ไปให้ทางบ้าน พร้อมกับหาช่างสร้างฝีมือดีส่งไปที่จังหวัดสกลนครเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้เธอ ส่วนวันนี้น้ำผึ้งก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า พร้อมรอเวลาออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดสกลนครบ้านเกิดของเธอนั้นเอง

“จะได้เจอพ่อกับแม่แล้ว... ตื่นเต้นว่ะ... คอยดูนะถึงบ้านเมื่อไหร่จะเอาเข็มขัดให้พ่อใส่เป็นคนแรกเลย”

น้ำผึ้งก้มเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าพาดเข็มขัดแชมป์ไว้ข้างเตียง พอลุกขึ้นยืนความโคลงก็ถาโถมมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แสงในห้องไหววูบหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ เธอเอื้อมมือคว้าขอบโต๊ะแต่แรงหายไปจากขา ร่างบางทรุดฮวบเข่ากระแทกพื้นเบา ๆ หลังพิงผนังเย็นเฉียบลมหายใจขาดช่วง น้ำผึ้งหลับตาพึมพำชื่อพ่อแม่แผ่ว ๆ ก่อนโลกทั้งใบจะเงียบลงในห้องของเธอเอง

เสียงร้องไห้ของฮูหยินหยาง หยางรุ่ยหนิง (แซ่เดิม) และเสียงของสาวใช้ดังไปทั่วห้องนอนของคุณหนูเล็กในจวนของตระกูลหยาง ท่านเจ้าสำนัก หยางฟานไฉ เจ้าสำนักของสำนักสราญรมย์รุ่นปัจจุบัน ยืนหน้าเครียดกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้ดวงใจของเขากับฮูหยินกำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงโดยมีหมอกำลังฝังเข็มช่วยชีวิตอยู่ คุณหนูเล็กที่ว่าก็คือลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าสำนักนั้นเอง คุณหนูหยางรุ่ยหลิน เดิมทีร่างกายของรุ่ยหลินนั้นอ่อนแออยู่แล้วมาตั้งแต่เกิด

เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดและในวันที่คลอดคุณหนูตัวฮูหยินยังโดนฝ่ามือยมโลก ที่มีพิษร้อนเข้าสู่ร่างกายพิษไม่ทำร้ายมารดา แต่พิษไอร้อนนั้นกลับถูกถ่ายทอดไปสู่ทารกในครรภ์ ซึ่งพิษของวิชาฝ่ามือยมโลกไม่มียาถอน มีเพียงพลังลมปราณจากคัมภีร์จันทราสวรรค์เท่านั้นที่จะสามารถขับพิษไอร้อนออกจากร่างกายได้ แต่ความโชคร้ายคือคัมภีร์จันทราสวรรค์นั้นหายสาบสูญไปเกือบ 60 ปีแล้ว แต่ขับใช้วิธีขับพิษวิธีอื่นก็อันตรายเกิดไปบวกกับร่างกายของคุณหนูหยางที่คลอดก่อนกำหนดจึงไม่มีใครกล้าทำ พอโตขึ้นหน่อยจึงใช้พลังลมปราณช่วยให้บรรเทาเวลาพิษกำเริบเท่านั้น พอมาวันนี้คุณหนูนั้นได้กระโดดลงน้ำไปช่วยเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังจะจมน้ำ ระหว่างที่ช่วยเด็กน้อยขึ้นมาบนบกได้พิษดันกำเริบทำให้คุณหนูจมน้ำแทน

ท่านหมอถอนหายใจยาวปลายนิ้วที่จับชีพจรหยางรุ่ยหลิน ค่อย ๆ คลายออกเขาส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอน

“ข้า…สุดความสามารถแล้วท่านเจ้าสำนัก”

“ชีพจรขาด วิญญาณถอย…คุณหนูสิ้นแล้วขอรับ”

เสียงสะอื้นดังขึ้นทันทีบ่าวไพร่ทรุดลงกับพื้น มารดาร้องเรียกชื่อบุตรสาวราวกับหัวใจแตกสลาย ท่านหมอกำลังจะเอ่ยคำว่ามรณกรรมอย่างเป็นทางการ แต่ทันใดนั้นลมหายใจแผ่วเบาก็ดังขึ้น

“ฮึก...”

ทุกคนชะงักร่างที่นอนแน่นิ่งบนเตียงนิ้วมือขยับเล็กน้อยแต่ชัดเจน จากนั้นหยางรุ่ยหลินก็สูดลมหายใจแรง แผ่นอกกระเพื่อมรุนแรงราวคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่ขึ้นจากห้วงลึก

“คุณหนู!”

เสียงร้องตกใจดังระงมดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ เปิดขึ้นแววตานั้นไม่ใช่ของเด็กสาวอ่อนแออีกต่อไป มันคมนิ่งและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแบบคนแปลกถิ่น ในห้วงความมืดก่อนหน้าวิญญาณหนึ่งที่ควรดับสิ้นกลับถูกดึงข้ามกาลเวลา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

wan
wan
สนุกค่ะ ชอบนางเอกเก่ง รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
2026-03-01 23:34:09
2
0
67
บทที่ 1
เสียงเฮลั่นสนามรอบสังเวียนเต็มไปด้วยเสียงเชียร์พร้อมด้วยธงชาติไทยโบกสะบัด หลังจากที่กรรมบนเวทีชูแขนผู้ชนะในนัดชิงมวยไทยหญิงแชมป์โลก ผู้ที่ได้รับชูแขนในครั้งนี้คือ น้ำผึ้ง ส.พยัคฆ์ หรือ นางสาวธาราทิพย์ บุญมาลา แชมป์โลกมวยไทยหญิงคนล่าสุด วัย 25 ปี สาวสวยนักสู้จากแผ่นดินที่ราบสูงของประเทศไทยจังหวัดสกลนครเธอคือแชมป์คนล่าสุดและวันนี้ชื่อเธอจะดังสนั่นเวทีมวยดังไกลไปทั่วโลก แต่ก่อนจะมาเป็นแชมป์โลก น้ำผึ้ง เธอคือลูกสาวอีสานขนานแท้ จากผืนแผ่นดินที่ราบสูงจังหวัดสกลนครที่แดดแรงลมแรงและชีวิตไม่เคยปรานีใครง่าย ๆ น้ำผึ้งเป็นผู้หญิงที่สวยแบบไม่ต้องพยายาม ผิวสีน้ำผึ้งสมชื่อ ดวงตาคม คิ้วเข้ม รอยยิ้มสดใสแต่แฝงความดื้อและความมุ่งมั่นเวลาขึ้นเวทีความสวยนั้นถูกแทนที่ด้วยสายตานักล่า นิ่ง คม และเยือกเย็น หมัดของเธอหนัก ศอกของเธอเฉียบ เข่าของเธอทรงพลัง สไตล์มวยไทยแท้ ดุดัน อึด ไม่ถอย คู่ชกหลายคนเคยพูดตรงกันว่า“น้ำผึ้งไม่ใช่แค่มวยหญิง…แต่เป็นมวยที่มีหัวใจนักสู้เต็มร้อย”เบื้องหลังความแข็งแกร่งเธอเป็นคนอ่อนโยนรักครอบครัว พูดอีสานชัด หัวเราะง่าย กินข้าวเหนียวส้มตำเหมือนเด็กบ้าน ๆ คนหนึ่ง เธอไม่ลืมรากเหง้า ไม
Read More
บทที่ 2
น้ำผึ้งแชมป์โลกมวยไทยหญิงลืมตาขึ้นมาในร่างที่ไม่ใช่ของตน เธอหายใจแรงหัวใจเต้นรัวกล้ามเนื้อทั้งร่าง ตึงเครียดโดยสัญชาตญาณนักสู้นี่ไม่ใช่ห้องของเธอ กลิ่นยาเสื้อผ้าโบราณและมือเล็ก ๆ ที่ไม่คุ้นเคยในขณะที่ทุกคนดีใจราวปาฏิหาริย์ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณหนูหยางรุ่ยหลินได้ตายไปแล้วจริง ๆ และผู้ที่กลับมาคือวิญญาณของหญิงแกร่งจากอีกโลกหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นชะตาใหม่ในร่างลูกสาวเจ้าสำนักผู้อ่อนแอ“หลินเอ๋อร์ลูกแม่...เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย ฮึก ฮือ...ขอบคุณสวรรค์ ”“ด เดี๋ยวนะ แม่เหรอ คุณเป็นใคร...แล้วที่นี่ที่ไหนเนี่ย โอ๊ย...ปวดหัว”ในระหว่างที่น้ำผึ้งที่ปวดหัวอยู่นั้นความทรงจำมากมายของคุณหนูหยางรุ่ยหลินก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ราวกับมีการฉายภาพยนตร์ให้ดูเป็นฉาก ๆ จึงทำให้น้ำผึ้งรู้ตัวเองตายไปแล้ว แต่มาอยู่ในร่างของหยางรุ่ยหลินลูกสาวของท่านเจ้าสำนักหยางฟานไฉของสำนักสราญรมย์หนึ่งในสำนักใหญ่ของฝ่ายธรรมะหยางรุ่ยหลิน อายุ 18 ปี เป็นลูกสาวคนเดียวคนสุดท้องท่านเจ้าสำนัก มีชายสี่คนโตชื่อหยางห่าวตง อายุ 28 ปี คนที่สองหยางห่านฟาง อายุ 27 ปี คนที่สามห่าวอัน อายุ 25 ปี คนที่สี่หยางห่าวหมิง อายุ 22 ปี ทั้งสี่คนล้วนแต
Read More
บทที่ 3
หยางรุ่ยหลินวัยสิบแปดปีบุตรสาวคนเดียวของหยางฟานไฉ เจ้าสำนักสราญรมย์ นางมิใช่ความงามที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น แต่เป็นความงามที่ค่อย ๆ แทรกซึมราวสายน้ำเย็นที่ไหลผ่านหัวใจโดยไม่รู้ตัว ผิวขาวเนียนราวหยกขัดซีดบางจากร่างกายอ่อนแอ กลับยิ่งขับให้ดูบอบบางน่าสงสารราวดอกเหมยแรกแย้มท่ามกลางหิมะดวงหน้ารูปไข่คิ้วเรียวโค้งเป็นธรรมชาติ ดวงตาเรียวยาว หางตาตกเล็กน้อย เมื่อมองเผิน ๆ จะดูอ่อนโยนว่าง่าย แต่หากสบตานานพอจะเห็นแววลึกซึ้งเหมือนซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้ จมูกโด่งได้รูปริมฝีปากบางสีอ่อน ยามเงียบงันดูบอบบาง ยามยิ้มกลับอ่อนหวานจนยากจะละสายตาเรือนผมยาวดำสนิทมักถูกรวบอย่างเรียบร้อย ไม่ประดับอาภรณ์ฉูดฉาดเพียงปิ่นหยกขาวเรียบ ๆ กลับยิ่งขับให้สง่างามสมฐานะคุณหนูใหญ่ รูปร่างของหยางรุ่ยหลิน สูงโปร่ง อรชร ไหล่บาง เอวคอด กิริยาทุกการเคลื่อนไหวสุภาพ อ่อนช้อย ดั่งบุตรีผู้เติบโตในสำนักใหญ่นางมิใช่งามคมคาย มิใช่งามเร่าร้อนแต่เป็นความงามที่ทำให้ผู้พบเห็น อยากปกป้อง อยากทะนุถนอม และยิ่งนานวันยิ่งยากจะละสายตา งามสงบ งามลึก งามจนไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่า ภายใต้ร่างบอบบางนั้น กำลังซ่อนจิตวิญญาณของนักสู้ จากอีกโลกหนึ่งที่
Read More
บทที่ 4
วันนี้เป็นวันแรกที่หยางรุ่ยหลินจะได้ออกจากจวนตระกูลหยาง หลังจากที่ถูกกักบริเวณมาครบหนึ่งเดือน ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมากจนท่านพ่อท่านและพี่ชายทั้งสี่ยังตกใจ ว่ารุ่ยหลินไปทำอะไรถึงร่างกายแข็งแรงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผิวที่เคยซีดกลับมีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัดเจน ร่างกายที่ผอมแห้งกลับมีน้ำมีนวลขึ้น ปกติรุ่ยหลินเป็นคนกินน้องมากแต่ทุกวันนี้ต้องเติมข้าวตลอด ถึงจะตกใจแต่ทุกคนกลับรู้สึกดีมากที่ดวงใจของพวกเขานั้นแข็งแรงสดใสมากกว่าเดิม ทำให้จวนตระกูลมีชีวิจชีวามากขึ้นไปอีกรุ่ยหลินนัดกับพี่ชายคนที่สี่หยางห่าวหมิงไว้ว่าจะไปเดินตลาดกัน เพื่อพานางไปผ่อนคลายหลังจากที่ถูกกักบริเวณมาเป็นแรมเดือน ยามเช้าในตลาดเมืองสมัยราชวงศ์ซ่ง คึกคักตั้งแต่แสงแรกยังไม่พ้นขอบฟ้า หมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือถนนหินก่อนจะถูกเสียงผู้คนปลุกให้สลายหายไป สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าไม้ป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดตามลม ตัวอักษรพู่กันเขียนชื่อร้านอย่างสง่างาม บางแผ่นเอียง บางแผ่นเก่า แต่ล้วนบอกถึงกาลเวลาที่ยาวนานของเมืองนี้ เสียงพ่อค้าตะโกนเรียกลูกค้า แทรกกับเสียงหัวเราะ เสียงต่อรอง เสียงเงินทองกระทบกันเบา ๆ เกิดเป็นท่วงทำนองเฉพาะของตลาดยุ
Read More
บทที่ 5
คำพูดนั้นของหยางห่าวหมิงไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่กลับตกลงในใจของรุ่ยหลินหนักหน่วงกว่าคำใด“จะจำได้หรือจำไม่ได้ เจ้าก็เป็นหยางรุ่ยหลิน เป็นคุณหนูตระกูลหยางที่ทุกคนรักเสมอ”ในวินาทีนั้นรุ่ยหลินรู้สึกราวกับมีบางอย่างอุ่นวาบขึ้นกลางอก ความตึงเครียดที่นางแบกไว้เงียบ ๆ ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้คล้ายถูกปลดออกทีละน้อย นางเคยกลัวมากกลัวว่าหากพูดผิด หากทำพลาด หากไม่เหมือนหยางรุ่ยหลินคนเดิมวันหนึ่งความอบอุ่นเหล่านี้จะหายไป แต่คำพูดของพี่ชายทำให้นางเข้าใจเป็นครั้งแรกว่าความรักของตระกูลหยาง ไม่ได้ผูกติดกับความทรงจำไม่ได้ผูกติดกับความสมบูรณ์แบบและไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใด ๆ หยางห่าวหมิงไม่ได้มองนางด้วยสายตาสงสัย ไม่มองว่าเป็นคนแปลกหน้า ไม่เร่งเร้าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม หยางห่าวหมิงมองว่าถึงรุ่ยหลินจะเปลี่ยนไปอย่างไร น้องเล็กก็ยังคงเป็นน้องสาวไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เขาก็รักน้องสาวคนนี้เสมอไม่เปลี่ยนแปลงดวงตาของรุ่ยหลินร้อนผ่าวแต่ริมฝีปากกลับยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ฝืนไม่ได้ซ่อนอะไร ในใจของนางน้ำผึ้งหญิงสาวจากอีกโลกหนึ่งค่อย ๆ ยอมรับความจริงอย่างสงบ บางทีนางอาจไม่จำเป็นต้องแยกตัวเองออกจากหยางรุ่ยหลิน เ
Read More
บทที่ 6
ยามเช้าแสงแดดอ่อนสาดส่องเหนือซุ้มประตูไม้สลักลายเมฆา “สำนักสราญรมย์” ป้ายชื่อสีดำตัวอักษรทองสะท้อนแสงเป็นประกายสงบขรึม คุณหนูหยางรุ่ยหลินก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีสำรวม งดงามตามฐานะบุตรีตระกูลหยาง วันนี้คือครั้งที่สองที่นางมาสำนักสราญรมย์เพื่อจะเข้ามาเรียนรู้กิจการหลักของตระกูลด้วยตนเอง แม้ก่อนหน้านี้จะเคยได้ยินเพียงคำเล่าขานถึงความรุ่งเรือง แต่การได้มายืนอยู่ตรงหน้า กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นยิ่งกว่าที่คิดทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตสำนัก กลิ่นหมึกจีนและกระดาษใหม่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นไม้เก่าแก่ที่ผ่านกาลเวลาหลายสิบปี เสียงศิษย์ท่องตำราดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ้างกำลังคัดลอกอักษร บ้างกำลังอภิปรายหลักวิชา บ้างฝึกกระบวนท่ากลางลานกว้าง ทุกอย่างดูเป็นระเบียบและทรงเกียรติสมกับเป็นรากฐานของตระกูลหยางทว่าความรู้สึกของนางกลับไม่สงบตามบรรยากาศ หัวใจเต้นแรงกว่าปกติอย่างไร้สาเหตุ ฝ่ามือเย็นเฉียบ แม้อากาศมิได้หนาว นางพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ บอกตนเองว่านี่เป็นเพียงความตื่นเต้น แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเขตด้านใน ความรู้สึกประหลาดนั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับมีเงาความทรงจำบางอย่างซ่อนอยู่ในผนังไม้ ในพื้นหิน และในส
Read More
บทที่ 7
ในห้วงนั้นเองคุณหนูหยางรุ่ยหลินในฝันรับรู้ทุกความเจ็บปวดราวกับเป็นของตนเอง ความอับอาย ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกไร้ค่าไหลทะลักเข้ามาอย่างรุนแรง ราวกับร่างนี้เคยยืนอยู่ ณ จุดนั้นจริง ๆเสียงหัวเราะค่อย ๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงเด็กหญิงที่นั่งทรุดอยู่ข้างกำแพง มือเล็กกำชายเสื้อแน่น หยดน้ำตาตกกระทบพื้นหินทีละหยด“สักวันหนึ่ง…ข้าจะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำอีก…”ภาพทุกอย่างพลันแตกสลายราวกระจก คุณหนูหยางรุ่ยหลินสะดุ้งตื่นกลางดึก หายใจหอบแรง หัวใจเต้นถี่ราวจะทะลุออกมานอกอก เหงื่อเย็นซึมทั่วแผ่นหลัง แม้ห้องนอนจะเงียบสงบ แต่ความรู้สึกในฝันยังชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นางยกมือแตะหน้าผากตนเองอย่างช้า ๆ คล้ายยังรับรู้ถึงแรงกระแทกนั้น ความฝันหรือคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม คำถามนั้นลอยอยู่ในความมืด พร้อมกับความจริงที่เริ่มปรากฏชัดสำนักสราญรมย์มิใช่เพียงสถานที่แห่งเกียรติยศของตระกูลหยาง หากยังเป็นสถานที่ที่เคยฝังรอยแผลลึกไว้ในหัวใจของเด็กหญิงคนหนึ่ง และบัดนี้ความทรงจำนั้นกำลังตื่นขึ้นอีกครั้งวันรุ่งขึ้นหลังจากตื่นจากฝันอันหนักหน่วง คุณหนูหยางรุ่ยหลินรู้สึกว่าหัวใจของตนมิอาจนิ่งเฉยได้อีก ความท
Read More
บทที่ 8
รุ่งเช้าหลังคืนที่สายลมเย็นพัดผ่านจวนหยาง ฮูหยินหยางรุ่ยหนิงพาบุตรสาวขึ้นรถม้าออกจากจวนแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปยัง วัดเส้าหลิน อันเลื่องชื่อเรื่องพระธรรมและวิทยายุทธ์ เสียงล้อรถบดผ่านถนนหินดังเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ ท่ามกลางหมอกบางที่ยังไม่ทันจางหายรุ่ยหลินนั่งข้างมารดาอย่างสำรวม วันนี้นางสวมชุดสีฟ้าอ่อน เรียบร้อยสมฐานะคุณหนูใหญ่ ทว่าภายในใจกลับไม่สงบนัก ตั้งแต่ไปสำนักสราญรมย์ ความทรงจำที่คลุมเครือยังคงตามหลอกหลอนเมื่อมาถึงหน้าวัดบันไดหินทอดยาวขึ้นสู่ประตูใหญ่ กลิ่นธูปลอยอวลในอากาศ เสียงระฆังดังเป็นจังหวะช้า ๆ คล้ายเตือนสติผู้มาเยือนให้วางความฟุ้งซ่านไว้เบื้องหลังฮูหยินหยางรุ่ยหนิงนำบุตรสาวเข้าไปถวายสังฆทาน จุดธูปคำนับพระประธานอย่างสงบ รุ่ยหลินพนมมือหลับตา แต่ในความมืดนั้นกลับมีภาพเงาคนในอดีตแวบผ่าน หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผลหลังเสร็จพิธีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินเข้ามาหา ท่านมีวัยชราแต่สายตาคมกริบ เปี่ยมด้วยความเมตตาและหยั่งรู้“อาตมาขอสนทนากับคุณหนูสักครู่ได้หรือไม่” “หากเป็นประโยชน์ต่อนาง ข้าย่อมยินดี”รุ่ยหลินจึงตามท่านเจ้าอาวาสไปยังศาลาไม้ด้านหลัง ลมพัดใบไผ่เสียดสีกันเกิดเสียงซู่ซ่า เจ้าอาว
Read More
บทที่ 9
สองอาทิตย์หลังจากวันที่รุ่ยหลินไปทำบุญ เสียงระฆังจาก วัดเส้าหลิน ดังก้องไปทั่วเมือง ประกาศสำคัญถูกติดไว้ตามประตูเมือง โรงเตี๊ยม และสำนักต่าง ๆ ข่าวแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าลมพัดผ่านทุ่งหญ้า วัดเส้าหลินประกาศเป็นเจ้าภาพจัดงาน “ประลองหาเจ้ายุทธภพ” งานใหญ่ที่มิได้จัดขึ้นมาหลายปีทันทีที่ข่าวแพร่ออกไปยุทธภพทั้งแคว้นก็สั่นสะเทือน สำนักน้อยใหญ่ต่างเริ่มเคลื่อนไหว ศิษย์เอกถูกเรียกตัวกลับ สำนักที่เคยเงียบงันเริ่มฝึกซ้อมกันอย่างเข้มงวด บางแห่งถึงกับปิดประตูรับแขกเพื่อเตรียมตัวอย่างจริงจังการประลองครั้งนี้มิใช่เพียงวัดฝีมือธรรมดา หากแต่เป็นการคัดเลือกผู้ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายว่าแข็งแกร่งทั้งกาย ใจ และคุณธรรม ผู้ชนะจะได้รับตำแหน่งเจ้ายุทธภพ พร้อมตราสัญลักษณ์จากวัดเส้าหลิน ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในใต้หล้าลานกว้างหน้าวัดเริ่มถูกจัดเตรียม เวทีกลางถูกสร้างจากไม้เนื้อแข็ง เสาแต่ละต้นสลักลายมังกรและเมฆหมอก ธงสำนักต่าง ๆ จะถูกปักเรียงรายโดยรอบ บรรยากาศคึกคักแต่แฝงแรงกดดันกฎการประลองถูกประกาศอย่างชัดเจนอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จะมีการจัดงานประลองเกิดขึ้นและครั้งนี้วัดเส้าหลินเป็นเจ้าภาพ ผู้เข้าแข่
Read More
บทที่ 10
คืนนั้นดวงจันทร์ถูกเมฆหนาบดบัง เหลือเพียงแสงเลือนรางส่องลอดยอดไม้ รุ่ยหลินยังคงแอบออกจากจวนไปยังดงกล้วยด้านหลังเช่นเคย ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ หมัดแต่ละหมัดพุ่งออกไปอย่างมั่นคง เสียงกระทบลำต้นกล้วยดังทึบก้องกลางความเงียบช่วงหลังมานี้นางรู้สึกว่าฝีมือของตนพัฒนาเร็วผิดปกติ ราวกับร่างกายคุ้นเคยกับกระบวนท่าเหล่านี้มานาน เพียงรอเวลาให้ฟื้นคืนเมื่อฝึกจนเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง นางหยุดพักสูดลมหายใจลึกแล้วเดินเลาะเข้าไปด้านในดงกล้วยมากกว่าทุกครั้ง พื้นดินชื้นจากฝนเมื่อคืน ใบไม้แห้งปกคลุมบางจุดอย่างหนาแน่น“ครืน!”เสียงดินทรุดดังขึ้นกะทันหัน ใต้เท้าของนางยวบวาบก่อนที่ร่างจะเสียหลัก“อ๊ะ!”พื้นดินถล่มลงอย่างรวดเร็ว รุ่ยหลินพยายามคว้ากิ่งไม้ข้างตัวแต่ไม่ทัน ร่างของนางร่วงลงไปในความมืดตุบ!โชคดีที่เบื้องล่างมิใช่หินแข็ง หากเป็นดินร่วนปนทราย นางกลิ้งไปสองสามตลบก่อนหยุดนิ่ง ความเจ็บแล่นผ่านข้อศอกและหัวเข่า แต่ยังขยับตัวได้รุ่ยหลินสูดลมหายใจแรง ๆ พยายามตั้งสติ ความมืดปกคลุมรอบด้าน มีเพียงช่องแสงวงกลมเล็ก ๆ ด้านบนที่บ่งบอกตำแหน่งหลุมที่นางตกลงมาหลุมนี้กว้างพอให้คนสองสามคนยืนได้ ความลึกน่าจะสูงกว่าสองช่ว
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status