คุณหนูเกียจคร้านกับท่านอ๋องผู้หล่อเหลา のすべてのチャプター: チャプター 41 - チャプター 50

57 チャプター

บทที่ 5.5

นางสูดจมูกฟุดฟิดเพราะรู้สึกคัน ไม่นานก็จามออกมาเสียงดังขัดจังหวะเขา “ฮัดชิ้ว!!!”เขาหลับตา...ล้วงผ้าออกมาเช็ดๆ ที่ใบหน้าของตัวเอง “เห็นทีจะเป็นหวัดแล้ว แถมยังเผื่อแผ่มาถึงข้าด้วย”นางใช้นิ้วถูจมูก “นำทางสิ” แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในหอบุปผาเหมันต์ภายใต้ร่มคันเดียว ดูเป็นภาพที่...ทุลักทุเลไม่น้อยทันทีที่เข้าไปในหอบุปผาเหมันต์ก็มีสตรีสามคนเข้ามาพานางไปยังห้องพัก ให้นางแช่น้ำร้อน เปลี่ยนชุด ดื่มชาสมุนไพร กระทั่งออกมาฝนก็ยังไม่หยุดตกหลี่เหวินหรงเองก็เปลี่ยนชุดแล้วทว่ายังไม่ได้เกล้าผม เขารินชาหอมกรุ่นเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง “ข้าให้คนไปแจ้งที่จวนแล้ว อาจารย์จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าอยู่ข้างนอกจะเปียกฝนหรือมีอันตราย นั่งสิ”กำยานสมุนไพรทำให้จมูกโล่ง นางเดินเข้าไปนั่งและรับชามาจิบ เป็นชาชั้นดีดังคาด “ข้าจะเจออันตรายอะไรได้” นอกจากท่านที่เป็นตัวอันตรายสำหรับใจข้า... นางแอบค่อนขอดต่อในใจเซี่ยอันเหยามองใบหน้าหล่อเหลาจริงจังตรงหน้า คิ้วของเขามุ่นลงเล็กน้อย “มีเรื่องในใจหรือ” นางถามเพราะรู้ว่าปกติแล้วเขามักจะมีสีหน้าเรียบเฉย แม้มีรอยยิ้มที่มุมปากแต่ก็รู้ว่าเขาอารมณ์ดีหรือไม่ดี วันนี้รู้สึกว่าเข
続きを読む

บทที่ 5.6

“ตกลง” ได้ออกไปเที่ยวนอกเมืองทั้งที่โอกาสมีน้อยนิด แน่นอนนางย่อมต้องรีบตอบตกลง!!!แต่ว่า...ใครจะไปคิดนางเตรียมตัวรอเขามารับตั้งแต่เช้าตรู่ ล่วงเข้ายามปลายยามเฉิน[1]ตงเหยียนก็มาขอพบพร้อมกับตะกร้าของว่างและชาดอกจวี๋ฮวา“ท่านอ๋องประชวร ทรงเป็นไข้ตั้งแต่เมื่อคืนไข้ยังไม่ลด ข้าน้อยรับคำสั่งให้นำของว่างและชามาให้คุณหนูรอง ท่านอ๋องบอกว่าวันหน้าจะไม่ทำให้คุณหนูรองผิดหวังแน่นอน”โดนฝนเพียงเท่านั้นกลับไม่สบายจนลุกไม่ขึ้น ขณะที่นางแข็งแรงอย่างกับม้าทั้งที่เป็นสตรี เซี่ยอันเหยามองตงเหยียน “ทรงประทับที่ตำหนักฝู่เซิน?”“ที่หอบุปผาเหมันต์ขอรับ”นางมองคนสนิทของชายหนุ่ม รับตะกร้ามาจากเขาส่งให้พ่อบ้าน “ฝากเก็บที่เรือนของข้าด้วย เสี่ยวจิ่งไปกับข้า”“คุณหนูรอง?”“ท่านมาอย่างไร”“ข้าน้อยเอารถม้ามาขอรับเพราะท่านอ๋องกำชับว่าของว่างนี้...”“ดีเลยข้าจะไปหอบุปผาเหมันต์”“ขอรับ”ตอนยังไม่ขึ้นรถม้าก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอขึ้นรถม้ามาแล้วจึงฉุกคิดขึ้นได้ ทุกอย่างดูจะบังเอิญจนเกินไป ตงเหยียนปกติไปไหนมาไหนมักขี่ม้า วันนี้มาแจ้งข่าวคนป่วยกลับนำรถม้าของหลี่เหวินหรงมาด้วย แม้มีข้ออ้างเรื่องของว่างแต่ก็ฟังดูแปลกๆ เขาไม่
続きを読む

บทที่ 5.7

เขามองไปยังตงเหยียนที่ยืนอยู่ด้านหลังคล้ายลืมตัว นางมองไปยังตงเหยียนเช่นกัน จากนั้นจึงสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ทว่ายังไม่ทันถามก็เห็นตงเหยียนล่าถอยออกไป ราวกับกลัวว่าจะพูดอะไรผิด“เสี่ยวจิ่ง”“เจ้าคะ”“ไปนำผ้ากับน้ำเข้ามาข้าจะเช็ดตัวให้ท่านอ๋อง”“เจ้าค่ะ”เขาเลิกคิ้วมองนาง นางถลึงตาให้ “เช็ดหน้ากับลำคอแล้วก็แขนคงได้กระมัง ข้าไม่ล่วงเกินทำให้ท่านเสื่อมเสียชื่อเสียงหรอก ขี้เกียจรับผิดชอบ”เขาหัวเราะ “อ้อ”ตอนที่เช็ดตัวให้เขาหญิงสาวกำลังรื้อฟื้นความรู้พื้นฐานจากโลกปัจจุบัน เป็นไข้ทุกครั้งที่ฝนตก ร่างกายชื้น ปอด... จะว่าเป็นหวัดแต่เขาก็เพียงมีไข้ การโดนฝนทำให้เป็นไข้ได้ก็จริง แต่เขาไม่มีน้ำมูกเพียงอ่อนแรงไข้สูง เดิมทีการเปียกฝนก็ทำให้ร่างกายเย็นลงอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่าปกติ ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง... ร่างกายนี้ผ่านอะไรมาบ้างจึงอ่อนแอถึงเพียงนี้ช่วงแขนมีร่องรอยแผลเป็น ช่วงคอก็มี มองเผินๆ แม้แต่ที่ขมับตามไรผมก็ยังพอมองเห็น ล้วนเป็นแผลเป็นจากของมีคมทั้งนั้นและร้ายแรงมาก แม้จะหายดีแล้วแต่นางก็ยังพอมองออกว่าแผลนี้เคยลึกมาก อันตรายมากมือของเขามีรอยหยาบจากการจับอาวุธ แม้ตอนนี้เจื
続きを読む

บทที่ 5.8

ชายชุดดำคนนั้นยืนขวางนางเอาไว้ด้านหลัง ขณะปล่อยมือจากบุรุษสองคนให้ล้มลงไปบนบันได พวกเขาส่งเสียงโวยวายด่าทอ ทำให้คนในหอบุปผาเหมันต์หันมาสนใจเสียงหนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างดุดัน “เกิดอะไรขึ้น!!”“พี่ใหญ่ท่านต้องจัดการให้ข้า มันบังอาจถีบข้าล้ม!”“ก็ท่านพยายามแตะตัวคุณหนูของข้า!!” เสี่ยวจิ่งพาตัวเข้ามาขวางหญิงสาวอีกคนหลงจู๊ประสานมือคารวะบุรุษทรงอำนาจที่กำลังเดินลงบันไดมา “ท่านโหว”เซี่ยอันเหยาถอนหายใจมองอีกฝ่าย ...เขาคงไม่ใช่จื้อหลางโหว เหมิงซูเยี่ย บุตรชายของใต้เท้าเหมิง เสนาบดีสำนักราชเลขานุการ??มองมายังบุรุษที่เมามายและกำลังโวยวาย นี่คงเป็นซื่อจื่อจวนตระกูลเหมิง เหมิงซูหลิง บุตรชายคนโปรดของใต้เท้าเหมิงที่เอาแต่เที่ยวเล่นเสเพลไปวันๆ...“สาวใช้ชั้นต่ำกล้าดีอย่างไรใส่ร้ายข้า!!” เหมิงซูหลิงพุ่งขึ้นมาหมายทำร้ายเสี่ยวจิ่ง ชายชุดดำขยับไม่กี่ครั้งเขาก็ล้มกองลงไปอีกครั้ง ทว่านึกไม่ถึงครั้งนี้เหมิงซูเยี่ยกลับลงมือด้วยตัวเองเพียงแต่...ชายชุดดำที่นางไม่รู้จักผู้นี้กลับรับมือกับจื้อหลางโหวโดยที่เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ปกป้องนางเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ได้!!!“จื้อหลางโหวโปรดยั้งมือ” เสียงของตง
続きを読む

บทที่ 5.9

“ข้าจำได้แล้ว ถึงว่าข้าคุ้นหน้านางยิ่งนัก สตรีที่งดงามเช่นนั้น ตราตรึงเช่นนั้น มีเพียงชะตาจื่อเว่ย คุณหนูรองตระกูลเซี่ยอย่างไรเล่า!!”!!! เซี่ยอันเหยา โฉมสะคราญอันดับหนึ่งผู้นั้น?? นางไปทำอะไรที่หอบุปผาเหมันต์ อีกทั้งเหตุใดคนของซีเจี้ยนหวางจึงคุ้มกันดูแลนางราวกับ...นายอีกคน!!“น่าเสียดายมีบุตรไม่ได้เสียนี่ แต่งเข้าจวนก็เป็นได้เพียงแจกันกระเบื้องเคลือบ...” เพิ่งพูดจบก็ถูกโยนลงจากรถม้าเหมิงซูเยี่ยกล่าวเตือนเสียงเย็น “ชั่วดีอย่างไรนางก็เป็นบุตรสาวท่านราชครู เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครจึงกล้ากล่าววาจาเย้ยหยันจาบจ้วง แม้แต่ฝ่าบาทยังให้เกียรติท่านราชครูมากกว่าแปดส่วน ตระกูลของเจ้าช่างใหญ่โตเหลือเกิน ตระกูลเหมิงของข้าไม่กล้าคบหาคนเช่นนี้ วันหลังไม่ต้องโผล่หน้ามาที่จวนอีก ออกรถ!!”เขาหันไปมองน้องชาย “วันหลังเลือกคบสหายหน่อยก็ดี”“ขะ...ขอรับพี่ใหญ่”เพิ่งได้พบกันนึกไม่ถึงเซี่ยอันเหยากลับได้พบเป็นชายหนุ่มเป็นครั้งที่สองที่จวน จื้อหลางโหวเหมิงซูเยี่ยพาน้องชายมาขอขมานางถึงที่จวน ดังนั้นบิดาจึงเพิ่งจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น“ท่านโหวเกรงใจเกินไปแล้ว ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งสิ้น ข้าไม่ถือโทษโกรธซื่อจื่อ
続きを読む

บทที่ 6.1

“ทั้งสองท่าน...ข้ายังอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ” นางขัดบิดาจึงถลึงตาให้ หลี่เหวินหรงหัวเราะ“บุรุษที่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง กับสตรีที่...ไม่อาจตั้งครรภ์” บิดาของนางถอนหายใจพึมพำจากนั้นลุกขึ้นยืน “กระหม่อมทูลลา”หญิงสาวเลิกคิ้วมองบิดา เขากลับกล่าวขึ้น “เจ้าอยู่เป็นเพื่อนท่านอ๋องสักครู่ก็ได้ ช่วงบ่ายค่อยกลับ”“เจ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าจากนั้นมองชายหนุ่มเป็นเชิงถาม “บุรุษที่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง??”เขายิ้มให้นางจากนั้นพานางไปนั่งลง รินชาให้ เริ่มเล่าให้ฟังอย่างไม่ลังเล “ปีนั้นข้า...ถูกศึกแดนตะวันออกรบพัวพัน เสด็จพ่อประชวรหนักเรียกตัวข้ากลับเมืองหลวง”นางนึกถึงเรื่องเล่าที่เคยได้ฟังในตลาด...“ราชโองการถูกร่างในคืนนั้น เปลี่ยนรัชทายาทก่อนที่ฮ่องเต้จะสิ้นพระชนม์”!!! นางเบิกตาอ้าปากค้าง หลี่เหวินหรงยังคงสีหน้าเรียบเฉยตอนเล่าต่อไป“เสด็จพ่ออยากให้ข้าประทานยาพิษให้รัชทายาท เพราะขุนนางแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากเกินไป หากมีหนึ่งแล้วย่อมไม่อาจมีสอง หาไม่บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ แต่ว่า...ข้าไม่คิดเช่นนั้น ข้าไม่เหมาะที่จะนั่งบัลลังก์ ข้า...ตอนนั้นเพราะเร่งเดินทางกลับมาเมืองหลวง ไม่ได้ดึงธนูที่ตรงนี้ออก” เขาแตะลงที
続きを読む

บทที่ 6.2

“ทั้งหมดจริงๆ หรือ” นางถามเชิงล้อเลียนแต่น้ำตากลับหลั่งรินด้วยความสะเทือนใจ เข้าใจแล้วที่บิดากล่าวว่า...บุรุษที่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง หมายความว่าอย่างไรซีเจี้ยนหวางหลี่เหวินหรง ตอนนี้แตกสลายทั้งกายและใจโดยสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่ที่ผู้อื่นมองเห็นนั้น ล้วนเป็นภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้น...อดีตก็คืออดีต แต่หากปล่อยวางไม่ได้ก็จะถูกหลอกหลอนไปชั่วชีวิต ความรู้สึกผิดเกาะกินใจ มีสำนึกจึงไม่อาจผ่านพ้นเรื่องราวในวันนั้นไปได้เซี่ยอันเหยามองหลี่เหวินหรงที่หลับไปแล้ว หางตาของเขามีหยาดน้ำตาหลงเหลือ นางช่วยเช็ดให้เขา ก้มลงกระซิบเสียงเบา “ท่านจะไม่เป็นไร ท่านจะต้องผ่านมันไปได้ ข้าสัญญา”นางกุมมือเขาแน่นคราหนึ่งจากนั้นปล่อยให้เขาได้นอนพัก ตอนที่กำลังเดินออกมาก็กำชับไม่ให้ผู้ใดรบกวนอ๋องหนุ่ม กระทั่งเดินออกมาข้างนอกสีหน้าของนางจึงเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง“คุณหนู” เสี่ยวจิ่งส่งเสียงถาม“ข้าไม่เป็นไร” นางยิ้มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “บนโลกนี้มีใครบ้างไม่มีปมในใจ ข้ารับมือได้” นางคล้ายปลอบตัวเองมากกว่า “จะเท่าไหร่กันเชียว ก็แค่เรื่องในอดีต ข้าไม่ได้ต้องการคนดีที่ไร้มลทินเสียหน่อย”วันนี้นางอยากจะเดินเล่นปลดปล่อยค
続きを読む

บทที่ 6.3

ข่าวลือ...สร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิดหลังจากซีเจี้ยนหวางหายป่วย เขาพาหญิงสาวออกไปเที่ยวนอกเมืองตามที่เคยสัญญา ระหว่างนั้นบังเอิญมีคนเห็นทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันชมทิวทัศน์ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง สายตาอบอุ่นของท่านอ๋อง กับรอยยิ้มของหญิงงาม ทำให้ไม่ว่าผู้ใดได้ยินล้วนคาดเดาถึงงานมงคลอิทธิพลซึ่งตราตรึงในใจของผู้คนต้าฉี ความดีของซีเจี้ยนหวาง บวกกับชะตาจื่อเว่ย ให้อย่างไรก็ก่อระลอกคลื่นให้กับคนที่หวาดระแวงฮองเฮาเรียกตัวสตรีชนชั้นสูงเข้าวังหลวง หนึ่งในนั้นย่อมมีเซี่ยอันเหยา แม้ผู้ที่ออกเทียบเชิญและส่งคนมารับจะเป็นชายารัชทายาท ทว่าหญิงสาวกลับตระหนักดีถึงสิ่งที่นางต้องเจอมารดาที่ไม่ได้เข้าวังหลวงมานานกุมมือนางแน่นบนรถม้า “ไม่ต้องกลัวมีแม่อยู่”นางส่ายหน้า “นับตั้งแต่เลือกแล้วลูกก็รู้ว่าต้องรับมือกับสิ่งใด ท่านแม่ไม่ต้องกังวล”มารดาของนางพยักหน้า “เจ้าเป็นคนฉลาด ท่านอ๋องเองก็เป็นคนดี เขาปกป้องเจ้าได้ แม่เชื่อการเลือกของเจ้า”เซี่ยอันเหยาเข้าวังหลวงแน่นอนทุกคนย่อมคาดหวังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น บางคนมาเพื่อดูนางถูกฮองเฮารังแก บางคนมาเพื่อดูว่านางจะรับมืออย่างไร บางคนมาเพียงเพ
続きを読む

บทที่ 6.4

อีกฝ่ายชะงักดวงตาสั่นระริก “ขะ...ข้า อย่าขอบคุณข้า” ประกายของความรู้สึกผิดนั้นทำให้นางตระหนักดี เซี่ยอวี๋ซินก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายจนเกินเยียวยางานเลี้ยง...หรูหรายิ่งใหญ่ สมแล้วที่เป็นงานซึ่งฮองเฮาจัดขึ้น แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงเสด็จมาร่วมงานครู่หนึ่ง กระทั่งหลังทรงเสด็จกลับฮองเฮาจึงเริ่มสนทนากับสตรีชนชั้นสูง กลุ่มคนถูกแบ่งออกไปหลายกลุ่ม ทว่ามารดาของนางให้อย่างไรก็ไม่ยอมถูกแยกจากบุตรสาวเห็นชัดถึงความพยายามที่จะแยกนางออกจากมารดา ของกิน เครื่องดื่ม มารดาพยายามดื่มกินก่อน บางครั้งยังแอบสับเปลี่ยนของนางไปและมอบของตนให้นาง หญิงสาวรู้สึกว่าชะตาจื่อเว่ยนี้เป็น...ชะตาบัดซบจริงๆ!!ครู่ต่อมาอยู่ๆ จื้อหลางโหวก็ถูกเรียกตัวเข้ามา ฮองเฮาประสงค์จะได้ชมการรำกระบี่ของเขานี่เป็นจุดเริ่มต้นของความหวาดระแวงของเซี่ยอันเหยา ใครก็ได้แต่จำเพาะต้องเป็นบุรุษที่ก่อนหน้านี้แสดงท่าทีสนใจในตัวนางอย่างโจ่งแจ้ง หรือแท้ที่จริงมิใช่มอบนางให้รัชทายาท แต่เป็นส่งนางให้จวนโหวแห่งตะวันตกต่างหาก!!“ได้ยินว่าจื้อหลางโหวเพิ่งมาจากแดนตะวันตกก็ไปเยี่ยมคารวะท่านราชครู คุณหนูรองเซี่ยได้พบจื้อหลางโหวแล้วกระมัง”“เพคะฮองเฮา”“เช่นนั้
続きを読む

บทที่ 6.5

มีคนเข้ามากระซิบบางอย่างกับฮองเฮา อีกฝ่ายมองตรงมายังลั่วซื่อ อยู่ๆ สายตาของฮองเฮาก็ทำให้นางหวั่นใจ หัวใจของผู้เป็นมารดาหล่นวูบ ในใจนึกเพียงว่า...หลี่เหวินหรงเองก็คงจะอยู่ที่ตำหนักไท่หยาง เช่นนี้แล้วก็คงไม่เป็นไรนางเพิ่งคิดเช่นนั้นตอนที่หลี่เหวินหรงเดินเข้ามาในงานเลี้ยง ลั่วซื่อเบิกตาลุกพรวดลืมมารยาท“ท่านอ๋องให้เกียรติมาถึงงานเลี้ยง เช่นนั้นเราก็ต้องต้อนรับให้ดี ทว่า...เมื่อครู่คนของตำหนักไท่หยางเพิ่งมาส่งข่าว ไท่หวงไท่โฮ่วมีรับสั่งให้พวกเราไปถวายพระพร ในเมื่อท่านอ๋องมาแล้ว เช่นนั้นก็เสด็จไปพร้อมกันเลยไม่ดีหรือ”หลี่เหวินหรงยิ้ม “เช่นนั้นก็ดียิ่ง” เขามองลั่วซื่อ “อาจารย์แม่”“ทะ...ท่านอ๋อง”“ให้ข้าช่วยประคองท่านเดิน” เขายิ้มอย่างอ่อนโยนหลายคนที่เดินออกจากตำหนักเฟิ่งหวงเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ บางคนมองไปรอบๆ ซุบซิบคาดเดา ท่านอ๋องอยู่ที่นี่ แต่เซี่ยอันเหยาไม่อยู่ แถมนางยังจากไปพร้อมเหมิงซูเยี่ย ดูเหมือนเรื่องสนุกกำลังรออยู่ที่ตำหนักไท่หยางเสียกระมัง...ฮองเฮา...กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ นางเดินนำสตรีชนชั้นสูงจากนั้นหรุบตามองชายารัชทายาทที่มีท่าทีกังวล“จำไว้ว่าเจ้าเป็นคนของผู้ใด อย่
続きを読む
前へ
123456
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status