ログインอันอัน หญิงสาวที่จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในร่างของ เซี่ยอันเหยา คุณหนูรองแห่ง จวนราชครูเซี่ย โลกแห่งอดีตอันร่ำลือในเรื่องความไม่เท่าเทียมหญิงชาย เทียบไม่ได้กับความเป็นจริงที่พานพบ โชคดีที่ราชครูเซี่ยผู้เป็นบิดามิได้งี่เง่าเช่นในนิยายหรือดราม่าที่เคยดู แต่ราชสำนักและการแก่งแย่งของอิสตรีเรือนหลัง ก็มิได้น่าดูชมเช่นที่ผู้คนเห็นหรือสนุกไปกับมัน หญิงสาวตัดสินใจที่จะไม่แก่งแย่งแข่งขัน อยู่เงียบๆ ในมุมของตัวเอง ทว่าเพราะอะไรนะทั้งที่พยายามไม่ปะทะ ไม่ทะเลาะกับผู้อื่นแล้ว นางกลับรู้สึกว่าการได้พบกับ คุณชายหลี่ ผู้หล่อเหลาดึงดูด กำลังจะทำให้นางอดรนทนไม่ได้ เขาทั้งพยายามยั่วเย้า หยอกเอิน ล่อหลอกนางด้วยใบหน้าน่ามองนั่นอยู่ร่ำไป!!! ซีเจี้ยนหวาง...หลี่เหวินหรง เชษฐาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน สิ่งที่เขาต้องการไม่มีใครแย่งไปได้ เช่นกันกับสิ่งที่เขาไม่ต้องการ ...ย่อมไม่มีใครสามารถบีบบังคับหรือยัดเยียด นี่เป็นประโยคที่บอกถึงตัวตนของอ๋องหนุ่มแห่งแดนตะวันออก
もっと見るปีนั้น...เซี่ยจิ่งหวนช่วยประคับประคองราชสำนัก หลังจากที่ชายแดนตะวันออกเกิดสงครามพัวพัน ราชสำนักวุ่นวายเพราะผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในเวลานั้น แท้ที่จริงแล้วมิใช่ฮ่องเต้ มิใช่รัชทายาท ทว่ากลับเป็นองค์ชายใหญ่ที่ประจำอยู่ที่ชายแดนตะวันออก
ฮ่องเต้ประชวรหนัก... ขุนนางแบ่งฝักแบ่งฝ่าย...
ฮองเฮาไร้อำนาจ ไทเฮาเอนเอียงไม่เป็นกลาง
ขณะที่ศึกรบติดพัน ฮ่องเต้กลับมีราชโองการลับ ส่งผู้บัญชาการเดินทางไปยังชายแดนตะวันออก แอบเรียกตัวองค์ชายใหญ่ให้กลับเข้ามายังเมืองหลวง
คืนนั้น...ท้องฟ้าที่มืดมนกลับมีกลุ่มฝนและแสงแปลบปลาบของสายฟ้าฟาด ลางบอกเหตุที่ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน
เซี่ยจิ่งหวนถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงกลางดึก ก่อนไปเขายังสั่งเสียเหล่าบรรดาทายาท ฮูหยิน และคนตระกูลเซี่ยทุกคน หากล่วงเลยถึงยามเฉินวันรุ่งขึ้นแล้วเขายังไม่กลับมา ให้ทุกคนออกไปจากเมืองหลวงทันทีห้ามรั้งรอ ห้ามห่วงทรัพย์สิน ห้ามหอบของพะรุงพะรัง ให้ลอบออกไปอย่าให้เป็นที่สงสัย
กระทั่งต่อมา...องค์ชายรองที่เป็นรัชทายาทก็ประกาศขึ้นครองบัลลังก์ และในคืนนั้นฮ่องเต้ก็ทรง...สวรรคต
ความขัดแย้ง ความคลุมเครือ กระทั่งความสงสัยถึงเรื่องในคืนนั้นจนถึงตอนนี้ก็มีน้อยคนนักจะกล้าเอ่ยถึง แม้มีข่าวลือมากมายที่แอบเอ่ยถึง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ถึงความจริง
...เพราะเหตุใดในคืนที่ฮ่องเต้ประชวรหนักกลับทรงเรียกตัวโอรสพระองค์โตกลับเมืองหลวง???
ข้อสงสัยข้อแรก...อาจเพราะทรงตระหนักว่าโอรสพระองค์รองไม่เหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาท ไม่เหมาะที่จะขึ้นครองบัลลังก์ ดังนั้นแม้ในสมรภูมิกำลังคุกรุ่นกลับประสงค์ให้องค์ชายใหญ่กลับมาเมืองหลวง ทั้งนี้ก็เพื่อรับช่วงดูแลแผ่นดินนี้
ข้อสงสัยข้อที่สอง...อาจเพราะทรงกังวล หากองค์ชายรองขึ้นครองบัลลังก์ องค์ชายใหญ่ที่มีอำนาจทางการทหารมากล้นอาจก่อกบฏ เช่นนี้ส่งผู้บัญชาการไปยังแดนตะวันออกไปกรำศึก เรียกตัวองค์ชายใหญ่กลับมาก็เพื่อ...สังหาร เช่นนี้แล้วบัลลังก์ขององค์ชายรองก็จะมั่นคงไม่มีหนามยอกอก
ไม่มีใครรู้ว่าข้อใดจึงจะมีความเป็นไปได้ เพราะในเวลานี้องค์ชายรองผู้นั้นก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์มังกรแล้ว ในขณะที่องค์ชายใหญ่ผู้นั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นชินหวาง หรือซีเจี้ยนหวาง...หลี่เหวินหรง
เซี่ยจิ่งหวน...ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นราชครูในคืนนั้น จากอัครมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้แม้ได้รับเกียรติสูงสุดแต่ก็ไร้อำนาจในราชสำนักโดยสิ้นเชิง
ท้องฟ้าเปลี่ยนสี แว่นแคว้นเปลี่ยนผู้ปกครอง ทว่าชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อ ผู้คนยังคงต้องต่อสู้เพื่อให้มีวันต่อไป สงครามก็เช่นกันเมื่อเริ่มแล้วก็มีเพียงแต่ต้องไปให้ถึงที่สุด กองทัพของแคว้นต้าฉีภายใต้การนำของซีเจี้ยน[1]หวาง กระบี่แห่งแดนตะวันออกในที่สุดก็จบลงด้วยชัยชนะ
แม่ทัพผู้ห้าวหาญ ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร องค์ชายใหญ่ที่มีอำนาจมากล้น บัดนี้ถือกระบี่ก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงทองโดยไร้ผู้ใดทัดทาน ด้วยเดิมทีท้องพระโรงก็ไม่อนุญาตให้ผู้ใดนำอาวุธเข้าไปทั้งสิ้น!!!
หลี่เหวินหรงสีหน้าเย็นชาเรียบเฉย เขาไม่ได้มองไปยังขุนนางคนใด เพียงเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ต้าฉี กระทั่งเมื่อถึงหน้าบัลลังก์ทองเขาจึงคุกเข่าลง
ขุนนางหลายคนลอบถอนหายใจ หลายคนเบิกตามองเพราะคาดไม่ถึง องครักษ์ทั้งหลายที่มือลอบกุมกระบี่ผ่อนคลายลง กระทั่งอ๋องหนุ่มถวายพระพรจบลงฮ่องเต้จึงลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“พี่ใหญ่ในที่สุดท่านก็กลับมา”
บรรยากาศผ่อนคลายลงไปกว่าเดิมมาก ฮ่องเต้แสดงความใกล้ชิดเป็นกันเอง ขณะที่อ๋องหนุ่มต่างหากที่ขีดเส้นระหว่างฮ่องเต้กับขุนนางอย่างขัดเจน ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง ไม่มีองค์ชายใหญ่ ไม่มีองค์ชายรัชทายาทเช่นแต่ก่อน เพราะบัดนี้หลงเหลือเพียงชินหวางและ...ฮ่องเต้
นักเล่านิทานเล่าจบจนถึงตอนนี้ก็หยุดลง ผู้คนต่างก็จ่ายเงินเพื่อให้รางวัลเขาที่เล่าได้น่าสนุกเหลือเกิน ระหว่างผู้คนแยกย้ายกลับมีสตรีนางหนึ่งเอ่ยถามสาวใช้ “แล้วอย่างไรต่อหรือ”
“คุณหนูพวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ หากอยากฟังวันหลังค่อยมาใหม่”
หญิงสาวมองไปรอบๆ เห็นว่าผู้คนล้วนแยกย้าย นิทานวันนี้จบลงแล้ว นางถอนหายใจด้วยความเสียดาย อยากรู้ว่าต่อมาอ๋องผู้นั้นกับฮ่องเต้เป็นอย่างไร
[1] ซีเจี้ยน หมายถึง กระบี่แดนตะวันออก
แต่พอเหลือบไปมอง คนของเขากลับคอยกันคนอื่นที่จะเดินเข้ามา นางพลันหัวเราะ “เอาเถิด...” แล้วนางก็ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ตกลงหรือไม่”หลี่เหวินหรงพยักหน้า “ย่อมตกลง อะไรก็ได้ เพียงเป็นเจ้า...ข้าล้วนยอม” เขาเงยหน้าขึ้นจากนั้นจุมพิตนางอย่างลึกล้ำ กอดนางแนบอกยกนางขึ้นจนตัวลอย“หลี่เหวินหรง”“หืม”“ข้ารักท่าน รักตั้งแต่แรก”เขากอดนางแน่นขึ้น “ข้าอาจไม่ได้รักเจ้าตั้งแต่แรก แต่ชั่วชีวิตนี้จะรักเพียงเจ้าไม่มีคนอื่น เซี่ยอันเหยา ข้ารักเจ้า”เขาไม่เคยละโมบ ไม่เคยปรารถนาในสิ่งใดอย่างแท้จริง เพราะตลอดมาติดอยู่กับสิ่งที่มีแล้วไม่อาจครอบครองอย่างยั่งยืน สิ่งที่อาจจะเป็นของเขา บางครั้งก็ต้องตกเป็นของคนอื่น ยิ่งอยู่ในที่สูงก็ยิ่งต้องเสียสละ เขาเติบโตมาท่ามกลางความขัดแย้ง การแก่งแย่ง ดังนั้นจึงเหนื่อยหน่าย ปล่อยวางทว่ากับนางไม่ใช่เช่นนั้น เขาเกิดความอยากได้ อยากมี อยากครอบครอง แต่ก็ตระหนักว่าการบีบบังคับไม่ใช่หนทาง เพราะหากนางไม่เต็มใจ ไม่ยินยอม นั่นก็ไม่ใช่การครอบครองอย่างแท้จริงเมื่อเห็นว่านางชอบมองเขาก็ให้มอง เห็นนางชมชอบใบหน้านี้ เขาก็ใช้วิธีให้นางยอมเข้าหาเพราะรูปลักษณ์ ค่อยๆ ล่อลวงนางให้ยอมลดกา
เขา...หน้าม้าน “ขะ...เข้าสิ เข้าไป” เขาหันไปมองรถม้าของซีเจี้ยนหวางจากนั้นเดินเข้าจวนตระกูลเซี่ยไปอย่างเสียไม่ได้ ในใจก่นด่าหลานสาวที่ไม่ไว้หน้า แน่นอนเขาเข้าใจความหมายที่หญิงสาวแอบค่อนขอดเขาสอดมือสอดไม้สอดปากเรื่องของจวนผู้อื่นเช่นนี้ นั่นก็เพราะเขาอยากเปลี่ยนฝ่ายมาอยู่ฝ่ายท่านอ๋อง ดังนั้นจึงไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองเพิ่งเติมวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสนทนากับบุตรสาวของเขาสักครั้ง ให้อีกฝ่ายช่วยไกล่เกลี่ยความเข้าใจผิดก่อนหน้า ทว่า...เขาไม่มีโอกาสเลยเพราะเซี่ยอันเหยาไม่ให้เวลาเขาได้อยู่ตามลำพังกับมารดาของนาง!เซี่ยซีเหวินเอาแต่รบเร้ามารดาให้เข้าไปช่วยดูความเรียบร้อยในเรือนของตน เซี่ยอันเหยาเอาแต่รบเร้ามารดาให้เข้าไปช่วยดูชุดที่จะสวมพรุ่งนี้ แม้กระทั่งเซี่ยจิ่งหวนก็ยังดูเหมือนเร่งที่จะส่งแขก...ไม่นานเสนาบดีซ้ายก็ออกมาจากจวนตระกูลเซี่ยด้วยใบหน้าโกรธกรุ่น ตะโกนด่าป้ายหน้าจวนว่า“นางเด็กเนรคุณ! ตระกูลลั่วเลี้ยงเจ้าเสียข้าวสุกจริงๆ!!” แต่...ประตูจวนตระกูลเซี่ยกลับปิดดังโครม!!...อย่างเย็นชา หาได้สนใจคำก่นด่าของเขาไม่ด้านในจวนเซี่ยซีเหวินกุมมือลั่วซื่อ “ท่านแม่ไม่ต้องกังวล วันหน้าข้าจะดูแล
“ข้าเพียงสงสัย ช่วงที่เจ้าแกล้งตายอยู่ที่จวน ในใจของเจ้าเป็นห่วงข้าบ้างหรือไม่”นางชะงัก อยู่ๆ ก็คิดถึงจุมพิตในรถม้าต่อหน้าบิดามารดา “ท่านจะต้องทำให้ข้ารู้สึกขายหน้าให้ได้เลยหรือ”“เจ้ารู้สึกขายหน้า?” เขาพยักหน้ากับตัวเอง “ที่แท้ก็เป็นเพราะฤทธิ์สุรา เจ้าไม่ได้อยากทำเช่นนั้นจริงๆ” แล้วเขาก็เดินเลยไปขึ้นรถม้านางเลิกคิ้วมองตามจากนั้นรีบตามไป “ท่านกำลังน้อยใจข้าอยู่หรือ”“ออกรถ” เขาสั่งเมื่อทั้งสองนั่งลงจนมั่นคง “ข้าจะ...”หญิงสาวผุดตัวลุกแล้วโผเข้าไปหาเขา นางจุมพิตเบาๆ ที่ข้างแก้มของเขาจากนั้นเงยหน้ายิ้ม “ข้าอยากทำจริงๆ บางที...สุราก็ไม่ได้เลวร้าย เคยได้ยินหรือไม่ว่าคนที่กำลังเมามายมักไม่โกหก”เขากะพริบตามองนางคล้ายอึ้งงันนางเหลือบมองริมฝีปากของเขา พยายามนึกถึงสัมผัสในวันนั้น ทว่านึกอย่างไรก็คงไม่ดีไปกว่า... เซี่ยอันเหยาถามตัวเอง นางอยากจะเอาแต่ใจสักครั้งได้หรือไม่?ทว่า...ท่อนแขนกลับโอบเข้ามาดึงนางเข้าหาตัว รอยยิ้มหล่อเหลาล่อลวงอยู่ใกล้จนชิด เช่นนี้แล้วจะมัวลังเลทำไม!!!นางโอบสองแขนกอดเขาจากนั้นเงยหน้าขึ้นเป็นฝ่ายจุมพิตหลี่เหวินหรงอีกครั้ง และครั้งนี้สติสัมปชัญญะของนางชัดเจนแจ่มแจ้ง!
หลังยาหมดฤทธิ์ก็หลงเหลือเพียงฤทธิ์สุรา ...ทิ้งไว้ด้วยอาการเมาค้างอย่างรุนแรง!! “อา...ทรมานกว่าที่คิดนะเนี่ย”หญิงสาวครางเสียงเบาในถังอาบน้ำ ดำผุดในน้ำซ้ำๆ เพื่อให้สมองโล่ง กระทั่งอยู่ๆ ภาพที่นางปีนขึ้นนั่งคร่อมตักหลี่เหวินหรงปรากฏขึ้น จากนั้นไม่พอนางยังบังคับจูบเขาอีก!!!“กรี๊ด!!!”เสี่ยวจิ่งวิ่งเข้ามา “คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”“ไม่มีอะไรไม่ต้องเข้ามา!” นางทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง “น่าขายหน้าที่สุด...แกล้งตายตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย!” เมาแล้วเรื้อนไม่พอ มีหน้าไปลวนลามเขาอีก ไม่เท่านั้นยังทำต่อหน้าบิดามารดาเซี่ยอันเหยาเอ้ยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนละเนี่ย!!หลังจากฟื้นคืนจากอาการเมาค้าง เซี่ยอันเหยาตัดสินใจไม่รับแขก ไม่ออกจากเรื่อง ไม่ไปไหน เก็บตัวแกล้งตายอยู่แต่ในจวน บิดายังคงเข้าวังหลวง มารดาไม่ได้แสดงท่าทีใด ไม่ได้ตำหนิ ทว่าเมื่อนางมองตามารดาอีกฝ่ายกลับแสดงออกชัดถึงความ...ขบขัน!!เมื่ออดรนทนไม่ไหวมารดาก็กล่าวสั้นๆ “เจ้าลูกคนนี้นี่...”สามวันแล้วที่นางเก็บตัวเงียบๆ ทว่าก็ยังรับรู้เรื่องราวข้างนอกจากบิดามารดา ราชสำนักเกิดระลอกคลื่นครั้งใหญ่อำนาจที่ยังหลงเหลือของไท่หวงไท่โฮ่วบัดนี้นับว่ากวาดล้า
“ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า พ่อไม่อยากให้มีสิ่งอื่นมากระทบต่อการเลือกของเจ้า เจ้าจะยังมีอิสระในการเลือกดังเดิมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ ลูกขอตรองดูอีกสักนิดเถิด”บรรยากาศในตระกูลเซี่ยอึมครึมเกินไป...มารดาของนางนับวันก็ยิ่งสีหน้าอมทุกข์ วันๆ เฝ้าแต
ดูเหมือนนางจะเข้าใจความหมายของทั้งบิดาและซีเจี้ยนหวาง “ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”“เข้าใจว่าอย่างไรหรือ”“เข้าใจว่าการเข้าวังหลวงของลูก...บางทีอาจเป็นความหวังของไท่หวงไท่โฮ่วที่จะ...ยัดเยียดบัลลังก์ให้ท่านอ๋องอีกครั้ง”ชะตาจื่อเว่ย... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นกระมัง หากงานเลี้ยงนี้ท่านอ๋องปรากฏตัว ข่าวลือ
บนชั้นสองของหอบุปผาเหมันต์ ต้วนเสวี่ยถึงขั้นเลิกคิ้ว “ท่านอ๋องรู้จักกับนางเป็นการส่วนพระองค์หรือไม่ เหตุใดนางจึงดู...”“ไม่เคยพบกันมาก่อน” อีกฝ่ายตอบ“แล้วนั่นจะทรงเสด็จไปไหน”“เดินเล่น”“เดินเล่นแล้วเหตุใดต้องไปทิศทางเดียวกับคุณหนูรองเซี่ยกับบัณฑิตเจิง”“...” ไม่มีเสียงตอบรับต้วนเสวี่ยหัวเราะ “คุ
“คุณหนู...” เสี่ยวจิ่งน้ำตาคลอ “หรือเป็นเพราะว่าท่าน...ตั้งครรภ์ไม่ได้ ดังนั้นจึง...จึง”นางหัวเราะลูบศีรษะสาวใช้ “จำเอาไว้ ชีวิตยิ่งสงบสุขมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นกำไร อย่าหาเรื่องปวดศีรษะ อย่าหาเรื่องทะเลาะกับผู้อื่น แม้ผู้อื่นอยากทะเลาะกับเจ้า ขอเพียงเจ้าไม่เล่นด้วยเสียอย่าง เช่นนั้นก็ให้พวกเขาดิ้นพล่






レビュー