เข้าสู่ระบบอันอัน หญิงสาวที่จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในร่างของ เซี่ยอันเหยา คุณหนูรองแห่ง จวนราชครูเซี่ย โลกแห่งอดีตอันร่ำลือในเรื่องความไม่เท่าเทียมหญิงชาย เทียบไม่ได้กับความเป็นจริงที่พานพบ โชคดีที่ราชครูเซี่ยผู้เป็นบิดามิได้งี่เง่าเช่นในนิยายหรือดราม่าที่เคยดู แต่ราชสำนักและการแก่งแย่งของอิสตรีเรือนหลัง ก็มิได้น่าดูชมเช่นที่ผู้คนเห็นหรือสนุกไปกับมัน หญิงสาวตัดสินใจที่จะไม่แก่งแย่งแข่งขัน อยู่เงียบๆ ในมุมของตัวเอง ทว่าเพราะอะไรนะทั้งที่พยายามไม่ปะทะ ไม่ทะเลาะกับผู้อื่นแล้ว นางกลับรู้สึกว่าการได้พบกับ คุณชายหลี่ ผู้หล่อเหลาดึงดูด กำลังจะทำให้นางอดรนทนไม่ได้ เขาทั้งพยายามยั่วเย้า หยอกเอิน ล่อหลอกนางด้วยใบหน้าน่ามองนั่นอยู่ร่ำไป!!! ซีเจี้ยนหวาง...หลี่เหวินหรง เชษฐาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน สิ่งที่เขาต้องการไม่มีใครแย่งไปได้ เช่นกันกับสิ่งที่เขาไม่ต้องการ ...ย่อมไม่มีใครสามารถบีบบังคับหรือยัดเยียด นี่เป็นประโยคที่บอกถึงตัวตนของอ๋องหนุ่มแห่งแดนตะวันออก
ดูเพิ่มเติมแต่พอเหลือบไปมอง คนของเขากลับคอยกันคนอื่นที่จะเดินเข้ามา นางพลันหัวเราะ “เอาเถิด...” แล้วนางก็ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ตกลงหรือไม่”หลี่เหวินหรงพยักหน้า “ย่อมตกลง อะไรก็ได้ เพียงเป็นเจ้า...ข้าล้วนยอม” เขาเงยหน้าขึ้นจากนั้นจุมพิตนางอย่างลึกล้ำ กอดนางแนบอกยกนางขึ้นจนตัวลอย“หลี่เหวินหรง”“หืม”“ข้ารักท่าน รักตั้งแต่แรก”เขากอดนางแน่นขึ้น “ข้าอาจไม่ได้รักเจ้าตั้งแต่แรก แต่ชั่วชีวิตนี้จะรักเพียงเจ้าไม่มีคนอื่น เซี่ยอันเหยา ข้ารักเจ้า”เขาไม่เคยละโมบ ไม่เคยปรารถนาในสิ่งใดอย่างแท้จริง เพราะตลอดมาติดอยู่กับสิ่งที่มีแล้วไม่อาจครอบครองอย่างยั่งยืน สิ่งที่อาจจะเป็นของเขา บางครั้งก็ต้องตกเป็นของคนอื่น ยิ่งอยู่ในที่สูงก็ยิ่งต้องเสียสละ เขาเติบโตมาท่ามกลางความขัดแย้ง การแก่งแย่ง ดังนั้นจึงเหนื่อยหน่าย ปล่อยวางทว่ากับนางไม่ใช่เช่นนั้น เขาเกิดความอยากได้ อยากมี อยากครอบครอง แต่ก็ตระหนักว่าการบีบบังคับไม่ใช่หนทาง เพราะหากนางไม่เต็มใจ ไม่ยินยอม นั่นก็ไม่ใช่การครอบครองอย่างแท้จริงเมื่อเห็นว่านางชอบมองเขาก็ให้มอง เห็นนางชมชอบใบหน้านี้ เขาก็ใช้วิธีให้นางยอมเข้าหาเพราะรูปลักษณ์ ค่อยๆ ล่อลวงนางให้ยอมลดกา
เขา...หน้าม้าน “ขะ...เข้าสิ เข้าไป” เขาหันไปมองรถม้าของซีเจี้ยนหวางจากนั้นเดินเข้าจวนตระกูลเซี่ยไปอย่างเสียไม่ได้ ในใจก่นด่าหลานสาวที่ไม่ไว้หน้า แน่นอนเขาเข้าใจความหมายที่หญิงสาวแอบค่อนขอดเขาสอดมือสอดไม้สอดปากเรื่องของจวนผู้อื่นเช่นนี้ นั่นก็เพราะเขาอยากเปลี่ยนฝ่ายมาอยู่ฝ่ายท่านอ๋อง ดังนั้นจึงไม่กล้าสร้างความขุ่นเคืองเพิ่งเติมวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสนทนากับบุตรสาวของเขาสักครั้ง ให้อีกฝ่ายช่วยไกล่เกลี่ยความเข้าใจผิดก่อนหน้า ทว่า...เขาไม่มีโอกาสเลยเพราะเซี่ยอันเหยาไม่ให้เวลาเขาได้อยู่ตามลำพังกับมารดาของนาง!เซี่ยซีเหวินเอาแต่รบเร้ามารดาให้เข้าไปช่วยดูความเรียบร้อยในเรือนของตน เซี่ยอันเหยาเอาแต่รบเร้ามารดาให้เข้าไปช่วยดูชุดที่จะสวมพรุ่งนี้ แม้กระทั่งเซี่ยจิ่งหวนก็ยังดูเหมือนเร่งที่จะส่งแขก...ไม่นานเสนาบดีซ้ายก็ออกมาจากจวนตระกูลเซี่ยด้วยใบหน้าโกรธกรุ่น ตะโกนด่าป้ายหน้าจวนว่า“นางเด็กเนรคุณ! ตระกูลลั่วเลี้ยงเจ้าเสียข้าวสุกจริงๆ!!” แต่...ประตูจวนตระกูลเซี่ยกลับปิดดังโครม!!...อย่างเย็นชา หาได้สนใจคำก่นด่าของเขาไม่ด้านในจวนเซี่ยซีเหวินกุมมือลั่วซื่อ “ท่านแม่ไม่ต้องกังวล วันหน้าข้าจะดูแล
“ข้าเพียงสงสัย ช่วงที่เจ้าแกล้งตายอยู่ที่จวน ในใจของเจ้าเป็นห่วงข้าบ้างหรือไม่”นางชะงัก อยู่ๆ ก็คิดถึงจุมพิตในรถม้าต่อหน้าบิดามารดา “ท่านจะต้องทำให้ข้ารู้สึกขายหน้าให้ได้เลยหรือ”“เจ้ารู้สึกขายหน้า?” เขาพยักหน้ากับตัวเอง “ที่แท้ก็เป็นเพราะฤทธิ์สุรา เจ้าไม่ได้อยากทำเช่นนั้นจริงๆ” แล้วเขาก็เดินเลยไปขึ้นรถม้านางเลิกคิ้วมองตามจากนั้นรีบตามไป “ท่านกำลังน้อยใจข้าอยู่หรือ”“ออกรถ” เขาสั่งเมื่อทั้งสองนั่งลงจนมั่นคง “ข้าจะ...”หญิงสาวผุดตัวลุกแล้วโผเข้าไปหาเขา นางจุมพิตเบาๆ ที่ข้างแก้มของเขาจากนั้นเงยหน้ายิ้ม “ข้าอยากทำจริงๆ บางที...สุราก็ไม่ได้เลวร้าย เคยได้ยินหรือไม่ว่าคนที่กำลังเมามายมักไม่โกหก”เขากะพริบตามองนางคล้ายอึ้งงันนางเหลือบมองริมฝีปากของเขา พยายามนึกถึงสัมผัสในวันนั้น ทว่านึกอย่างไรก็คงไม่ดีไปกว่า... เซี่ยอันเหยาถามตัวเอง นางอยากจะเอาแต่ใจสักครั้งได้หรือไม่?ทว่า...ท่อนแขนกลับโอบเข้ามาดึงนางเข้าหาตัว รอยยิ้มหล่อเหลาล่อลวงอยู่ใกล้จนชิด เช่นนี้แล้วจะมัวลังเลทำไม!!!นางโอบสองแขนกอดเขาจากนั้นเงยหน้าขึ้นเป็นฝ่ายจุมพิตหลี่เหวินหรงอีกครั้ง และครั้งนี้สติสัมปชัญญะของนางชัดเจนแจ่มแจ้ง!
หลังยาหมดฤทธิ์ก็หลงเหลือเพียงฤทธิ์สุรา ...ทิ้งไว้ด้วยอาการเมาค้างอย่างรุนแรง!! “อา...ทรมานกว่าที่คิดนะเนี่ย”หญิงสาวครางเสียงเบาในถังอาบน้ำ ดำผุดในน้ำซ้ำๆ เพื่อให้สมองโล่ง กระทั่งอยู่ๆ ภาพที่นางปีนขึ้นนั่งคร่อมตักหลี่เหวินหรงปรากฏขึ้น จากนั้นไม่พอนางยังบังคับจูบเขาอีก!!!“กรี๊ด!!!”เสี่ยวจิ่งวิ่งเข้ามา “คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”“ไม่มีอะไรไม่ต้องเข้ามา!” นางทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง “น่าขายหน้าที่สุด...แกล้งตายตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย!” เมาแล้วเรื้อนไม่พอ มีหน้าไปลวนลามเขาอีก ไม่เท่านั้นยังทำต่อหน้าบิดามารดาเซี่ยอันเหยาเอ้ยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนละเนี่ย!!หลังจากฟื้นคืนจากอาการเมาค้าง เซี่ยอันเหยาตัดสินใจไม่รับแขก ไม่ออกจากเรื่อง ไม่ไปไหน เก็บตัวแกล้งตายอยู่แต่ในจวน บิดายังคงเข้าวังหลวง มารดาไม่ได้แสดงท่าทีใด ไม่ได้ตำหนิ ทว่าเมื่อนางมองตามารดาอีกฝ่ายกลับแสดงออกชัดถึงความ...ขบขัน!!เมื่ออดรนทนไม่ไหวมารดาก็กล่าวสั้นๆ “เจ้าลูกคนนี้นี่...”สามวันแล้วที่นางเก็บตัวเงียบๆ ทว่าก็ยังรับรู้เรื่องราวข้างนอกจากบิดามารดา ราชสำนักเกิดระลอกคลื่นครั้งใหญ่อำนาจที่ยังหลงเหลือของไท่หวงไท่โฮ่วบัดนี้นับว่ากวาดล้า
“ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า พ่อไม่อยากให้มีสิ่งอื่นมากระทบต่อการเลือกของเจ้า เจ้าจะยังมีอิสระในการเลือกดังเดิมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ ลูกขอตรองดูอีกสักนิดเถิด”บรรยากาศในตระกูลเซี่ยอึมครึมเกินไป...มารดาของนางนับวันก็ยิ่งสีหน้าอมทุกข์ วันๆ เฝ้าแต
ดูเหมือนนางจะเข้าใจความหมายของทั้งบิดาและซีเจี้ยนหวาง “ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”“เข้าใจว่าอย่างไรหรือ”“เข้าใจว่าการเข้าวังหลวงของลูก...บางทีอาจเป็นความหวังของไท่หวงไท่โฮ่วที่จะ...ยัดเยียดบัลลังก์ให้ท่านอ๋องอีกครั้ง”ชะตาจื่อเว่ย... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นกระมัง หากงานเลี้ยงนี้ท่านอ๋องปรากฏตัว ข่าวลือ
บนชั้นสองของหอบุปผาเหมันต์ ต้วนเสวี่ยถึงขั้นเลิกคิ้ว “ท่านอ๋องรู้จักกับนางเป็นการส่วนพระองค์หรือไม่ เหตุใดนางจึงดู...”“ไม่เคยพบกันมาก่อน” อีกฝ่ายตอบ“แล้วนั่นจะทรงเสด็จไปไหน”“เดินเล่น”“เดินเล่นแล้วเหตุใดต้องไปทิศทางเดียวกับคุณหนูรองเซี่ยกับบัณฑิตเจิง”“...” ไม่มีเสียงตอบรับต้วนเสวี่ยหัวเราะ “คุ
“คุณหนู...” เสี่ยวจิ่งน้ำตาคลอ “หรือเป็นเพราะว่าท่าน...ตั้งครรภ์ไม่ได้ ดังนั้นจึง...จึง”นางหัวเราะลูบศีรษะสาวใช้ “จำเอาไว้ ชีวิตยิ่งสงบสุขมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นกำไร อย่าหาเรื่องปวดศีรษะ อย่าหาเรื่องทะเลาะกับผู้อื่น แม้ผู้อื่นอยากทะเลาะกับเจ้า ขอเพียงเจ้าไม่เล่นด้วยเสียอย่าง เช่นนั้นก็ให้พวกเขาดิ้นพล่












ความคิดเห็น