All Chapters of นางร้ายผู้นี้จะไม่เดินตามบทเดิม: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

๒๑ ใกล้กว่าที่ควรจะเป็น

ปลายยามเฉิน (07.00 – 09.00 น.)ทั้งที่ยามนี้สายมากแล้ว ทว่ากลับไม่มีผู้ใดเห็นแม้แต่เงาขององค์รัชทายาทเดินออกมาจากตำหนักเพียงสักครึ่งก้าวก่อนหน้านี้ ยามรุ่งสางยังไม่ทันคลี่คลาย ก็มักตื่นแล้วเหล่านางกำนัลเข้าไปปรนนิบัติยามเช้าและจัดการทำความเรือนนอนให้เรียบร้อยทุกอย่างเป็นระเบียบ ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าไม่เคยผิดพลาดแต่วันนี้…กลับผิดแปลกไปนักเหล่านางกำนัลที่ยืนรออยู่หน้าประตูต่างชะโงกคอ สายตาลอบมองบานประตูไม้สนิทนั้น ราวกับว่าอยากมองทะลุเข้าไปให้ถึงด้านใน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าเปล่งเสียงเรียกความเงียบ…กดทับจนชวนให้ใจสั่น“สายปานนี้แล้ว ไฉนยังไม่ตื่น” นางกำนัลผู้หนึ่งเอ่ยกระซิบ เสียงเบาจนแทบกลืนหายไปกับลม“จะ…เกิดเรื่องอันใดขึ้นข้างในหรือไม่”บานประตูตำหนักตะวันออกยังคงปิดสนิท เหล่านางกำนัลยืนรออยู่นานจนฝ่าเท้าเริ่มชา ไม่มีผู้ใดกล้าขยับหนีแม้แต่สักครึ่งก้าวและไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงเรียกสักคำ“องค์รัชทายาทเข้าท้องพระโรงไปแล้วงั้นหรือ”ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของผู้คนหนึ่งก็ดังกระทบพื้นไม้ตำหนัก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเอ่ยถามสีหน้าของหานเจี้ยนเคร่งขรึม หัวคิ้วมุ่ม ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดออ
Read more

๒๒ ข้อกล่าวหา

ณ จวนสกุลไป๋ยามเช้าวันนี้ นับว่าแปลกกว่าวันใดผู้คนในจวนต่างอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นานครั้งนักที่จะเป็นเช่นนี้ ทั้งนายท่านไป๋ที่หยุดราชการและไป๋จิ้งเหอที่หยุดอยู่จวนด้วยเหตุนี้ อารมณ์ของไป๋ฮูหยินจึงแจ่มใสเป็นพิเศษนางลุกขึ้นมาเตรียมอาหารมื้อเช้าด้วยตนเองตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ราวกับต้องการเก็บเกี่ยวช่วงเวลาอบอุ่นนี้ไว้ให้นานที่สุดไม่นาน โต๊ะอาหารมื้อเช้าก็ถูกจัดวางเรียบร้อยทุกคนนั่งประจำที่ครบถ้วน ไม่เว้นแม้แต่หลินเยว่ฉิงก็ยังนั่งอยู่ร่วมโต๊ะ หากแต่ยกเว้นเพียง คุณหนูใหญ่ของจวน“คุณหนูใหญ่…ยังไม่ตื่นหรือ”ไป๋ฮูหยินเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาทอดมองไปยังเรือนหลังนั้นโดยไม่รู้ตัวชิงเหอสาวใช้ข้างกายของบุตรสาว ที่ยามนี้มาปรากฏตัวอยู่ในโถงใหญ่แทนที่จะเฝ้าอยู่ที่เรือนของไป๋จื่อหรง...พอไป๋ฮูหยินเห็นแล้วจึงอดถามด้วยความแปลกใจและสงสัยไม่ได้ชิงเหอเม้มริมฝีปากแน่น นางหลุบสายตาลงเล็กน้อยเกรงว่าความลังเลจะเผยพิรุธออกมา ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ ไปมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด“เมื่อคืนคุณหนู…จิตใจไม่สงบนักเจ้าค่ะ กว่าจะหลับก็เกือบรุ่งสางแล้ว”ถ้อยคำตอบนั้นฟังดูเรียบง่ายท
Read more

๒๓ ฝันร้ายเริ่มต้น

ไป๋จื่อหรงกำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักหน้าจวนทว่าเพียงชั่วพริบตา ฝีเท้าของนางกลับชะงักค้างเสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาแต่ไกล ไม่ใช่เสียงเคาะหม้อของจวนหลังใด หากเป็นเสียงเกราะ…และคมดาบหัวใจของนางกระตุกวูบทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้าคือแถวทหารหลวงนับสิบ นับร้อย ยืนเรียงแน่นเต็มหน้าจวนสกุลไป๋ ธงประจำกองสะบัดพลิ้ว สีแดงเข้มตัดกับอักษรทองเด่นชัดทหารวังหลวง…เลือดในกายของไป๋จื่อหรงเย็นวาบหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง ปลายนิ้วจับชายเสื้อแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“เกิดเรื่องอันใดขึ้น…”นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะถอยร่างกลับไปตามสัญชาตญาณ ก่อนแทรกตัวหลบหลังข้างๆ ตรอกซอยคับแคบ ดวงตาคู่งามจับจ้องจวนของตนเองไม่วางบานประตูใหญ่ที่เคยเปิดรับแขกผู้มาเยือนบัดนี้ถูกทหารล้อมกรอบ ปลายหอกชี้เข้าหาราวกับศัตรูนางเห็นสาวใช้คนหนึ่งวิ่งออกมาพร้อมน้ำตาทว่ายังไม่ถึงครึ่งฝีก้าวกลับถูกทหารฉุดรั้งกลับเข้าไปด้านในหัวใจของไป๋จื่อหรงแทบหยุดเต้นท่านพ่อ…ท่านแม่…พี่ใหญ่…ของข้าอยู่ในนั้น!?ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดทันทีจนร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่นและหวาดกลัวว่าจะซ้ำรอยเดิมแม้เหตุการณ์จะต่างไปจา
Read more

๒๔ เอาไปทั้งชีวิต

“ท่านย่า…ทำเช่นนี้จะดีหรือเพคะ” น้ำเสียงของกัวหลิงเออร์เอ่ยถามอย่างลังเล สายตาจับจ้องทอดมองสตรีชราตรงหน้าอย่างหวาดระแวง นางยืนนิ่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม มือประคองกาน้ำชา ค่อย ๆ รินลงจอกด้วยความระมัดระวังราวกับเกรงว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะจุดชนวนโทสะขึ้นมา “เหอะ!” กัวไท่ฝูได้ยินดังนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะในลำคอ เสียงหัวเราะดังลั่นก้องไปทั่วศาลา จนเหล่านางกำนัลที่ยืนปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ ต่างพากันก้มหน้าหดคอ ลมหายใจติดขัด ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว วันนี้กัวไท่ฝูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเพราะกำลังจะได้กุมอำนาจไว้ในมืออย่างแท้จริง หรือเพราะได้อบรมสั่งสอนเด็กอวดดีปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้นอย่างเซียวเหยียนหลงกันแน่ สายตาเหี่ยวย่นของนางทอดมองฝูงปลาในสระที่แหวกว่ายไปมาอย่างไม่รู้ชะตากรรม ริมฝีปากยกยิ้มกว้าง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่น “กัวหลิงเออร์…” “เจ้าค่ะ…” กัวหลิงเออร์รีบขานรับทันที หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นโดยไม่อาจควบคุม ไม่รู้ว่าเพราะหวาดกลัวหญิงชราตรงหน้าจริงๆ หรือไรกัน กัวไท่ฝูหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังสั่งสอนหลานสาวด้วยความหวังดี “เจ้ายังเด็กนั
Read more

๒๕ ชะตาสกุลไป๋

เพียงสายลมโชยผ่าน ข่าวลือเรื่อง จวนสกุลไป๋ถูกจับกุมในข้อหาลอบก่อกบฏก็แผ่กระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่งที่ไร้ผู้ใดหยุดยั้งได้แม้มีผู้เห็นเหตุการณ์เพียงหยิบมือเดียว ทว่าคำเล่ากลับถูกเติมแต่งใส่สีตีไข่จากหนึ่งกลายเป็นสิบ จากความจริงเพียงครึ่งเดียวกลับกลายเป็นเรื่องราวอื้อฉาวเกินจริงผู้คนในจวนสกุลไป๋...ไม่ว่าจะเป็นนายท่านไป๋ ไป๋ฮูหยินหรือบุตรชายอย่างไป๋จิ้งเหอ ล้วนถูกควบคุมตัวไปทั้งหมด แม้แต่สาวใช้ชั้นซักล้างก็ไม่อาจรอดพ้นกล่าวได้ว่า ไม่มีผู้ใดถูกละเว้นจากข้อกล่าวหานี้ยามนี้ เหล่าขุนนางที่ต่างพากันหยุดราชการ ต่างรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ถนนสายหลักแน่นขนัดจนแทบขยับไม่ได้ กว่าจะเคลื่อนผ่านไปได้ก็ต้องเสียเวลานานนับหลายลมหายใจสกุลไป๋ถูกคุมตัวเข้าสู่วังหลวงอย่างรวดเร็วหลังจับกุมดังนั้น ภาพที่ปรากฏกลับดูไม่ต่างจากขบวนกบฏที่ถูกลากเข้าคุกทั้งที่ยังไม่ทันมีคำพิพากษาโทษก็ราวกับถูกตัดสินไปแล้วครึ่งหนึ่ง!เซียวจิ้งอวี้เดินนำเข้าสู่ท้องพระโรงใบหน้าเคร่งขรึม ทว่ามุมปากกลับโค้งยกขึ้นยิ้มจางๆ อย่างไม่อาจปิดบังอารมณ์พึงใจ“สกุลไป๋…สูงส่งเพียงใด”เขาเอ่ยเสียงทุ้ม ราวกั
Read more

๒๖ หากข้ายังอยู่

ไป๋จื่อหรงไม่คิดที่จะหันไปร้องขอความช่วยเหลือหรือหยิบยื่นความเชื่อใจให้กับเซียวเหยียนหลงอีกเป็นครั้งที่สองทว่าหากสุดท้ายแล้วนางไม่อาจหลีกเลี่ยงจุดจบเดิมได้จริงเช่นนั้นขอให้นางสิ้นใจเพียงลำพังเถิด อย่าได้ลากสกุลไป๋ให้ต้องจมลงสู่หายนะไปพร้อมกันประตูท้องพระโรงสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เปรียบเสมือนดั่งกรงเหล็กที่กลืนกินลมหายใจของผู้คน ไป๋จื่อหรงยกฝีเท้าก้าวเข้ามาด้วยหัวใจหนักอึ้งราวกับทุกกำลังเหยียบย่ำลงบนชะตากรรมของตนเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงทันทีที่สายตากวาดมองไปด้านหน้า หัวใจของนางก็กระตุกวูบร่วงหล่นลงสู่ห้วงลึกทั้งบิดา มารดา…พี่ชายหรือแม้แต่หลินเยว่ฉิงรวมถึงผู้คนในจวนสกุลไป๋ทั้งหมดไม่มียกเว้น ถูกคุมตัวเรียงรายยืนนิ่งอยู่กลางท้องพระโรงท่ามกลางคมดาบที่หันใส่ เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นทราย ใบหน้าอิดโรยทว่าแววตายังคงแข็งกร้าว…ไม่ยอมก้มศีรษะแม้เพียงน้อย“ท่านพ่อ…”น้ำเสียงของไป๋จื่อหรงแผ่วเบาฟังไม่เป็นคำ จนแทบไม่หลุดออกจากลำคอนายท่านไป๋เงยหน้าขึ้น ทันทีเมื่อเห็นบุตรสาว ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวมั่นคงกลับสั่นไหวเพียงเสี้ยวลมหายใจ ก่อนที่จะฝืนยกยิ้มบางๆ ให้ เพียงรอยยิ้มเดียว…ทว่ากลับบีบคั้น
Read more

๒๗ ข้าไม่อยากเป็นม่าย

เสียงคมดาบเหล็กกล้าปะทะกันกึกก้อง สะท้อนสนั่นไปทั่วท้องพระโรงจนลามออกไปถึงภายนอกเหล่าขุนนางที่หวาดกลัวความตาย บางส่วนก็ฉวยโอกาสในจังหวะชุลมุนแตกตื่นคิดหลบหนี ทว่ากลับหนีไม่พ้นเพราะถูกทหารจากกองกำลังของแม่ทัพหานยืนขวางกั้นไว้แน่นหนากล่าวได้ว่าก้าวเข้ามาแล้ว ยากจะมีโอกาสได้ก้าวออกไปอีกขณะเดียวกันนั้น ขันทีชราผู้หนึ่งวิ่งนำหน้าเหล่านางกำนัลเข้ามาอย่างรีบร้อนสีหน้าของเขาทั้งซีดเผือด เหงื่อชุ่มเต็มใบหน้า ไม่รู้ว่าเพราะเร่งฝีเท้าเต็มกำลังตามสังขารหรือเพราะภาพความวุ่นวายกลางท้องพระโรงกันแน่ลมหายใจของขันทีหลี่หอบถี่ กึ่งวิ่งกึ่งเดิน ฝ่าฝูงชนเข้ามาพลางเหลือบมองเหล่านางกำนัลด้านหลัง“เร็วเข้า!”นางกำนัลต่างเร่งฝีเท้าตามคำสั่งแม้สังขารจะอ่อนแรง หากขันทีชรากลับวิ่งนำหน้าไปได้เร็วกว่าพวกนางเสียอีกเหล่าทหารที่ยืนเฝ้าหน้าประตูท้องพระโรงพอเห็นขันทีชรานำขบวนสาวใช้จากหอฎีกาพร้อมเอกสารปึกใหญ่มา ต่างก็พากันรีบหลีกทางให้ บางส่วนถึงกับเข้ามาช่วยประคอง“ดีๆ ช่วยหน่อยเถอะ พวกนางร่างกายผอมบาง!”ขันทีชราสะบัดมือโบกสั่ง น้ำเสียงยังคงสั่นหอบ หยาดเหงื่อไหลย้อยลงมาตามขมับพลางร้อนอุทานในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไ
Read more

๒๘ ผู้ที่ข้าหวาดกลัวที่สุด

ยามซวี (19.00 – 21.00 น.)ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งมาตลอดทั้งวัน พอถึงยามค่ำคืนกลับมีสายฝนโปรยบางเบาลงบนหลังคากระเบื้องตำหนัก ราวกับพยายามชะล้างกลิ่นคาวเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ในพระราชวังหลวงทว่าต่อให้จะมีฝนตกหนักเพียงใด ก็ไม่อาจลบภาพของวันนี้ออกจากความทรงจำของผู้ใดได้บรรยากาศภายในตำหนักเงียบสงัด แสงตะเกียงน้ำมันส่องไหวระริก เซียวเหยียนหลงนั่งอยู่ข้างเตียง สายตาคมกริบยังคงทอดมองร่างบางที่นอนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกเหมยต้องน้ำค้างไป๋จื่อหรงยังไม่ฟื้น…ตั้งแต่เมื่อยามบ่ายคล้อย อีกทั้งเนื้อตัวยังรุ่มๆ คล้ายจะจับไข้ ฝ่ามือหนาแตะลงหน้าผากนางอย่างแผ่วเบา คล้ายกลัวว่าหากออกแรงเพียงนิดเดียวสตรีตรงหน้าจะสลายหายไป“เหตุใดดื้อดึงนัก”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเบาแผ่วราวพึมพำกับตนเองที่ผ่านมานางตามติดเพราะชมชอบเขาไม่ใช่หรืออย่างไรเหตุใดยามนี้ถึงเอาแต่หลบหนีและหลีกเลี่ยง ท่าทางราวกับไม่อยากจะข้องเกี่ยวสายตาคมกริบของเซียวเหยียนหลงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัวเซียวเหยียนหลงทอดมองสตรีเนิ่นนาน คล้ายกับจะตามลงไปในห้วงฝัน
Read more

๒๙ เดิมพันด้วยชีวิต

เซียวเหยียนหลงไม่อาจเชื่อมโยงได้ว่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวข้องกันอย่างไรทั้งถ้อยคำที่หลุดออกจากปากของไป๋จื่อหรงทั้งภาพความฝันที่คอยตามหลอกหลอนเขาไม่รู้จบในความฝันนั้น…สกุลไป๋ต้องโทษทั้งตระกูลเพราะไป๋จื่อหรงถูกกล่าวหาว่าลอบวางยาพิษ หวังสังหารบุตรของเขาที่เกิดจากสตรีผู้หนึ่ง ไม่รู้ว่ายามนั้นเขาโง่เขลา ตาบอด หรือถูกความโกรธครอบงำเซียวเหยียนหลงเพียงตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษคำสั่งประหารถูกเขียนขึ้นอย่างไม่ลังเลทั้งไป๋จื่อหรง สกุลไป๋…รวมถึงทุกคนที่เข้าไปพัวพันไม่ว่าจะเป็นขุนนางไป๋ที่ยืนหยัดปกป้องบุตรสาวองครักษ์ไป๋ผู้เป็นพี่ชายที่ลอบพานางหนีออกจากวังหลวงหรือแม้กระทั่งไป๋ฮูหยินที่ซ่อนบุตรสาวไว้ในจวนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ทั้งที่ไป๋จื่อหรงถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น รอวันตัดสินโทษทว่าหากรออีกเพียงนิด…บางทีเขาอาจจะเมตตา แต่สกุลไป๋กลับไม่อาจรอได้เมื่อเห็นไป๋จื่อหรงถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมพอเป็นเช่นนั้น เซียวเหยียนหลงย่อมโมโหไม่น้อยสกุลไป๋จึงถูกสังหารไม่มียกเว้น ส่วนไป๋จื่อ
Read more

๓๐ วสันต์นิรันดร์

ฤดูเหมันต์มาเยือนเร็วกว่าทุกปีสายลมหนาวพัดพาหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าอย่างเนิบนาบหลังคาวังหลวงถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งทั่วทั้งบริเวณขาวโพลนราวกับกลบฝังคราบเลือดและความวุ่นวายในวันก่อนหน้าให้เลือนหายไปทุกสิ่ง…ถูกสะสางเรียบร้อยแล้วทั้งกัวไท่ฝูถูกขับไล่และองค์ชายรองถูกเนรเทศวังหลวงกลับคืนสู่ความสงบเสมือนไม่ได้เคยมีเสียงคมดาบฟาดฟันกันมาก่อนสกุลไป๋…ปลอดภัยไม่มีผู้ใดต้องตายไม่มีหัวใดต้องหล่นลงสู่พื้นหิมะทว่าท้ายที่สุดแล้วชะตาของไป๋จื่อหรงกลับไม่อาจหลีกพ้นหนทางที่ถูกเลือกไว้แล้วทั้งที่นางได้โอกาสจากสวรรค์ได้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าดูเหมือนว่า…กลับมาให้ซ้ำรอยเดิมเสียมากกว่าวันแต่งงานถูกกำหนดขึ้นในฤดูเหมันต์แม้จะเรียบง่ายแต่กลับยิ่งใหญ่เอิกเกริกอย่างสมเกียรติทว่ากลับไร้เสียงรื่นเริงเกินจำเป็นพิธีการเงียบสงบ หาได้มีผู้คนนับร้อยนับพันมาแสดงความยินดีแต่อย่างใดเสียงระฆังลมกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางสายลมหนาวหิมะโปรยลงบนธงแดงรา
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status